วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ฟ้ามีตาก่อนถก “นิรโทษกรรม” แกนนำแดงฆ่าปิดปากกองกำลังชุดดำ???เมื่อ 26 ก.ค.56



ฟ้ามีตาก่อนถก “นิรโทษกรรม” แกนนำแดงฆ่าปิดปากกองกำลังชุดดำ???

ว่าด้วยเรื่องของกองกำลังติดอาวุธที่นำมาซึ่งความสูญเสียผ่านการเข่นฆ่าทั้งทหารคนเสื้อแดง และประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในทรรศนะของนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้เคยระบุว่าเป็นพ.ต.ท.ทักษิณ ที่อยู่เบื้องหลัง??? ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าภาพของความสูญเสียที่เกิดขึ้นแทบทั้งหมด ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับความกระเหี้ยนกระหือรือของพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งสิ้น????
ล่าสุดจะเรียกว่าฟ้ามีตาได้หรือไม่ เมื่อมีข่าวการทวงถามความคืบหน้าคดีคนตายของพ่อแม่คู่หนึ่ง ที่กลายเป็นเรื่องบังเอิญที่ทำให้รู้ความจริง ในเรื่องของกองกำลังติดอาวุธคนเสื้อแดง
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา นางสงวน แปน้อย อายุ 63 ปี ชาว อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เข้าพบพนักงานสอบสวนที่ กองปราบปราม เพื่อร้องเรียนกรณี
นายยืนยง แปน้อย อายุ 36 ปี บุตรชาย อดีตการ์ดเสื้อแดง ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2553 โดยแจ้งความไว้ที่ สภ.ประจันตาคาม จ.ปราจีนบุรี ท้องที่เกิดเหตุแต่ผ่านมา เกือบ 3 ปี แล้วคดีกลับไม่คืบ
นางสงวน กล่าวว่า ลูกชายเคยไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชา ก่อนจะกลับมาทำงานที่กรุงเทพ ฯ โดยที่ตนไม่รู้ว่าทำงานอะไร ก่อนจะถูกอุ้มไปยิงเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าไปร้องเรียนที่ สภ.ประจันตาคามแล้ว ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินทางมาร้องที่กองปราบเพื่อให้เร่งรัดคดี      
รายงานแจ้งว่า นายยืนยง เคยเป็นการ์ดให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงช่วงปี 2553 ต่อมาได้เข้าไปรับรู้ข้อมูลอะไรบางอย่างจนเกิดการขัดแย้งหักหลังภายในกลุ่มคนเสื้อแดงเอง จนทำให้ถูกอุ้มไปฆาตกรรม ซึ่งเชื่อว่ามีดีเจเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ เป็นผู้บงการ?
นอกจากนี้ ยังมีนายกิติศักดิ์ ศรีสุนทร อดีตหนึ่งในกลุ่มการ์ดของ นปช. ที่ได้เดินทางมาด้วยและเป็นเพื่อนของผู้ตาย ได้เป็นพยานบุคคล ยืนยันนายยืนยงเป็นการ์ดของกลุ่ม นปช .ที่ถูกส่งตัวข้ามาช่วย กลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ กรุงเทพฯเมื่อปี 2553 ก่อนที่จะถูกอุ้มหายตัวไป เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2553 ในตอนเช้าและมาพบกลายเป็นศพอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรีต่อมานั้น ส่วนสาเหตุในการอุ้มครั้งนี้เป็นเพราะเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ ในกลุ่มนปช.ที่ผู้ตาย รู้ความลับขององค์กรมากเกินไป คนร้ายที่ร่วมอุ้มในครั้งนี้มีทั้งหมด 6 คน ซึ่งล้วนเป็นการ์ดคนเสื้อแดง(นปช.)ทั้งนั้น
นายกิติศักดิ์ ศรีสุนทร อดีตหนึ่งในกลุ่มการ์ดของ นปช.ที่ออกมาให้ข้อมูลเรื่องของการอุ้มฆ่าดังกล่าว ปรากฏว่าจากการตรวจสอบของสำนักข่าวทีนิวส์เขาเป็นคนคนเดียวกับคนที่อ้างว่าเป็นอดีตการ์ดนปช. ที่ทำการบันทึกภาพของตนเองเผยแพร่ในยูทูปก่อนหน้านี้ เพื่อทำการแฉการหักหลังกันเองของกลุ่มแกนนำและกองกำลังการ์ด
ทั้งการตายของนายยืนยังที่เพื่อนของเขาฟันธงว่าเป็นการฆ่าปิดปากเพราะไปล่วงรู้ความลับขององค์กรนปช.
หรือกรณีคำยืนยันของนายกิตติศักดิ์ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของนายยืนยงก็คือแกนนำเสื้อแดงเชียงใหม่ ซึ่งสอดคล้องกันอย่างชนิดที่คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญว่าข้อมูลที่ว่ามาทั้งหมดนั้น ตรงกับรายการการทำสำนวนคดีของดีเอสไอ ที่ได้จากการรับสารภาพของกองกำลังชุดดำที่ถูกจับได้เมื่อปี 2553
ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2553 หลังจากการถูกยิงเสียชีวิตของนายยืนยงแค่เพียง 7 วันเท่านั้น พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน พนักงานสอบ สวนคดีก่อการร้าย แถลงความคืบหน้าในการสอบปากคำกลุ่มนักรบแดง 11 คน ที่ตำรวจจับกุมได้ที่ดอยคู่ฟ้ารีสอร์ท อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ว่าทั้ง 11 คนได้ให้การที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นดีเอสไอจะกันคนเหล่านี้ไว้เป็นพยานกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ให้การว่า ได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งแต่เริ่มการชุมนุมช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.53 และได้เห็นกลุ่ม นปช.ฮาร์ดคอร์ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ทหาร ยิงรถดับเพลิง ในวันที่ 14-19 พ.ค. โดยในจำนวนนี้หลายรายถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บ บางคนมีหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ได้รับการประกันออกไป เนื่องจากมีทนายของพรรคฝ่ายค้านในขณะนั้นไปขอยื่นประกันตัวออกมาแล้วหลบหนีไป
พ.ต.ท.พเยาว์บอกว่า ระหว่างที่กลุ่มคนดังกล่าวหลบหนี ได้มีกลุ่มแกนนำระดับรองโดยเฉพาะกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งนำโดย นางกัญญาภัค มณีจักร หรือดีเจอ้อม และนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ได้ติดต่อประสานเพื่อหาคนไปฝึกอาวุธที่ประเทศกัมพูชาจำนวน 39 คน โดยมีผู้ประสานงานแบ่งออกมาเป็น 2-3 สาย ในการชักชวนและจัดหาเส้นทางส่งคนออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน?
โดยเส้นทางที่ 1 เป็นการเดินทางออกจาก กทม.-อ.ช่องจอม จ.สุรินทร์ เส้นทางที่ 2 จาก กทม.-โคราช-สุรินทร์ ออกกัมพูชา และเส้นทางที่ 3 กทม.-พัทยา-สระแก้ว-กัมพูชา ซึ่งทุกเส้นทางจะไม่ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นทุกคนจะถูกนำตัวไปพักอยู่ในบ้านแห่งหนึ่งเพื่อรอรับการฝึก บางส่วนถูกส่งไปพักที่โรงแรมอังกอร์ จ.เสียมเรียบ จากนั้นจึงนำไปเข้ารับการฝึกที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่ จ.เสียมเรียบ เป็นเวลา 3 สัปดาห์
พ.ต.ท.พเยาว์กล่าวอีกว่า กลุ่มนักรบแดงทั้ง 11 คนนี้ได้ให้การว่า การฝึกสัปดาห์แรกจะมีการให้ความรู้ ปลุกระดมสมอง ฝังความเชื่อที่ผิดๆ นำวิดีโอและวีซีดีที่เกี่ยวกับการหมิ่นสถาบันมาให้ดู เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกเกลียดชัง สัปดาห์ที่ 2 เป็นการฝึกด้านอาวุธศึกษา ด้านวิธีการใช้เอ็ม 16, อาก้า, เอ็ม 79, ระเบิดซีโฟร์ และอื่นๆ ส่วนสัปดาห์สุดท้ายเป็นการฝึกอาวุธจริง กระสุนจริง ระเบิดจริง
ระหว่างฝึกจะได้รับเงินเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าตอบแทนไม่มากนัก แต่หลังการฝึกทุกคนจะได้รับเงินเป็นจำนวน 20,000 บาท และพากลับเข้ามาในประเทศ เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ผ่านเข้ามาทางชายแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ สำหรับผู้ที่ได้รับการฝึกมีจำนวน 39 คน และเดินทางกลับเข้ามาเพียง 35 คน ที่เหลืออีก 4 คนนั้น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ไม่ให้กลับ แต่ได้นำตัวไว้เป็นการ์ดของตัวเอง โดยหนึ่งในจำนวนนั้นมีนายมงคล สารพัน ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายรวมอยู่ด้วย
การที่เจ้าหน้าที่รับรู้ข้อมูลเชิงลึกถึงขนาดนั้นก็เป็นเพราะมีอดีตนักรบชุดดำคนหนึ่งที่หนีออกมาแล้วไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ถึงตรงนี้ก็อาจจะตั้งข้อสังเกตว่านายยืนยงที่ถูกยิงตายก็เพราะพยายามที่จะหลบหนีออกมาเช่นเดียวกัน แต่หนีไม่พ้นจึงถูกฆ่าปิดปากใช่หรือไม่
พ.ต.ท.พะเยาว์กล่าวว่า 11 นักรบแดงยังระบุด้วยว่า ระหว่างที่อยู่ในกัมพูชาได้พบแกนนำที่หลบหนีหลายคนอยู่ที่นั่น รวมทั้งพบกลุ่มดีเจภาคเหนือทั้งหมด รวมทั้งผู้ประสานงานของกลุ่ม นปช.อีก 2 คน ซึ่งเป็นผู้ติดต่อให้ทั้ง 11 คนมารวมตัวกันที่ดอยคู่ฟ้ารีสอร์ท จ.เชียงใหม่ ก่อนเริ่มปฏิบัติการประทุษร้ายบุคคลและสถานที่
โดยเก็บตัวคนเหล่านี้ไว้นานกว่า 1 เดือน แต่ปรากฏว่านายกิตติชัย จันทร์สวัสดิ์ ทนไม่ไหวและได้หลบหนีออกมาก่อน โดยขอให้ชาวบ้านพาไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนที่เหลืออีก 24 คนที่ได้รับการฝึกมาแล้ว ได้กระจายกันอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ เนื่องจากคนเหล่านี้มีหลายกลุ่ม บางคนอยู่ ลพบุรี, กทม., ชลบุรี, สระบุรี
พยานหลักฐานนอกจากคำรับสารภาพ พนักงานสอบสวนได้พบแผนที่บ้านของผู้นำที่เป็นเป้าหมายถูกปองร้าย รวมทั้งชิพขนาดเท่าซิมการ์ดโทรศัพท์ ที่ระบุรหัสลับประจำตัวเป็นโค้ดซึ่งใช้เรียกแทนชื่อจริง มีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งทหารกัมพูชาเป็นผู้จัดทำให้ อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนที่บ้านบุคคลสำคัญที่ปรากฏเป็นหลักฐานที่ได้จาก 11 คน เป็นรูปแผนที่บ้านของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น รวมทั้งเส้นทางการเดินทาง ขบวนนำ ขบวนติดตาม เส้นทางกลับรถ
พ.ต.ท.พะเยาว์เผยว่า ในส่วนนี้ถือเป็นข้อมูลที่ฝ่ายความมั่นคงและดีเอสไอจะต้องให้ความสำคัญ เพราะขณะนี้กลุ่มบุคคลที่ได้รับการฝึกยังอยู่กระจัดกระจายและไม่ทราบว่ามีใครบ้าง ทราบเพียงแต่ชื่อเล่น และได้ข้อมูลว่ามีการฝึกการใช้อาวุธให้กับกลุ่มบุคคลมาแล้ว 2 ชุด ทางดีเอสไอจะรายงานถึงกระทรวงยุติธรรมเพื่อรายงานต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับการเข้ามาแทรกแซงความมั่นคงของประเทศไทย จากกรณีที่ให้พื้นที่ฝึกอาวุธเพื่อต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลต่อไป
เชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้ยังคงอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและนายธาริต เพ็งดิฐ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็น่าที่จะรู้ดีที่สุดว่านายยืนยงถูกฆ่าปิดปาก และเกี่ยวข้องกับการถูกส่งตัวไปฝึกอาวุธที่กัมพูชา โดยมีการสนับสนุนจากแกนนำคนเสื้อแดงจริงหรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น