ปชป.เครียดส่งก็ตายไม่ส่งก็พิการ
ดส่วนประธานสาขาพรรค เพื่อสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก่อนที่ “ชวน” จะลุกขึ้นเคลียร์บอกอย่าเสนอแบบเลอะเทอะ ขณะที่การเลือก กก.บห.ตามคาด “อภิสิทธิ์” นั่งหัวหน้าพรรคติดต่อสมัย 4 ส่วน “จุติ ไกรฤกษ์” ได้เก้าอี้เลขาธิการ “จ้อน” หลุดรองหัวหน้าพรรค “มาร์ค” นัดถก 21 ธ.ค.หามติส่งลงเลือกตั้ง 2 ก.พ.หรือไม่ รับตัดสินใจลำบากขณะที่เลขาธิการพรรคระบุ ส่งลงก็ตาย ไม่ส่งลงก็พิการ
เมื่อวันอังคาร ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ในการประชุมใหญ่วิสามัญปี 2556 ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธานที่ประชุม และมีนายจุติ ไกรฤกษ์ ทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการพรรค แทนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ วาระที่สำคัญคือการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จากเดิม 19 คน เพิ่มเป็น 35 คน
แบ่งเป็น 1.หัวหน้าพรรค 2.รองหัวหน้าพรรค 10 คน แบ่งเป็นรองหัวหน้าภาค 5 คน และรองหัวหน้าตามภารกิจที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย 5 คน 3.เลขาธิการพรรค 4.รองเลขาธิการพรรค 5 คน 5.นายทะเบียนพรรค 6.เหรัญญิกพรรค 7.โฆษกพรรค 8.กรรมการบริหารพรรคทั่วไป 7 คน 9.กรรมการบริหารพรรค จากประธานสาขาพรรค 5 คน และ 10.กรรมการบริหารพรรคจากผู้แทนท้องถิ่น 3 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพิจารณาร่างข้อบังคับใหม่การประชุมเริ่มตึงเครียดขึ้น เนื่องจากนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค ได้เสนอให้มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใหม่ ให้มีการเพิ่มสัดส่วนของประธานสาขาเพิ่มเติมเข้าไปอีก 5 คน
ขณะที่ นายอัศวิน วิภูศิริ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปพรรค แย้งว่า ข้อเสนอของนายอลงกรณ์ไม่ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรค จึงอยากถามว่ามีการนำเสนอเรื่องนี้ในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคหรือไม่ นายอลงกรณ์ชี้แจงกลับว่าไม่ได้เสนอเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าสามารถนำเสนอความเห็นนี้ต่อที่ประชุมใหญ่ในวันนี้ได้
ทำให้ ส.ส.หลายคนแสดงความเห็นโต้แย้งนายอลงกรณ์ อาทิ นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ท้วงติงว่า หากดำเนินการตามข้อเสนอของนายอลงกรณ์ ก็จะทำให้มีการเสนอตัวแทนจากสัดส่วนอื่นไม่รู้จบจนเกิดความซ้ำซ้อน อย่างไรก็ตาม นายอลงกรณ์ยังคงยืนยันที่จะเสนอโครงสร้างตามแนวทางใหม่ของตัวเอง และก็มีประธานสาขาพรรคได้ลุกขึ้นอภิปรายสนับสนุนแนวคิดของนายอลงกรณ์ เพื่อให้ประธานสาขาพรรคได้มีส่วนในการเป็นกรรมการ
นายอภิสิทธิ์จึงชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่เคยผ่านการพิจารณาของกรรมการบริหารพรรคมาก่อน หากจะให้มีการพิจารณาก็ต้องรื้อโครงสร้างใหม่ ไม่เช่นนั้นจะมีการขอให้มีตัวแทนจาก ส.ส.จากพื้นที่มาเพิ่มอีก ทั้งๆ ที่องค์ประกอบเดิมก็จะมีตัวแทนจากสาขาเข้ามาอยู่แล้ว แต่ถ้านายอลงกรณ์ยังยืนยันที่จะให้พิจารณา ก็ต้องพักการประชุมพิจารณาเรื่องนี้
ทำให้นางอวยพร พลบุตร ประธานสาขาพรรคเพชรบุรี เสนอให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติตามแนวทางที่นายอลงกรณ์เสนอ แทนที่จะให้เป็นอำนาจของกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณา จนนายอภิสิทธิ์ เสนอแนวทางประนีประนอมว่า ให้มีการรับเป็นข้อสังเกตไว้แล้วไปพิจารณาเพิ่มเติมในครั้งหน้า แต่นายอลงกรณ์ก็ยังไม่ยอมจะขอให้มีการลงมติในที่ประชุมใหญ่ตามที่นางอวยพรเสนอ
จนในที่สุด นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เข้าคลี่คลายสถานการณ์ โดยระบุว่า ไม่อยากให้การแก้ไขข้อบังคับเลอะเทอะ จนทำให้ดุลอำนาจเปลี่ยน เพราะองค์ประกอบในการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นมีตัวแทนของสาขาพรรคอยู่แล้ว หากจะมีเพิ่มเป็นตัวแทนจากสาขาพรรคเข้ามา ก็จะมีคำถามว่าไม่มีตัวแทนจาก ส.ส. ถ้าส.ส.เสนอก็จะมีตัวแทนจากอดีตรัฐมนตรี อดีตหัวหน้าพรรค อดีตสาขาพรรค
ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจอยู่แล้ว จึงอยากให้สาขาพรรคเข้าใจด้วยว่าในปัจจุบันสาขาพรรคได้เข้ามามีบทบาทในการบริหารพรรคอยู่แล้ว ดังนั้นเพื่อให้ข้อบังคับสำเร็จได้ด้วยดี อย่าทำให้เลอะ เพิ่มเติมอะไรมาก เพราะยืนยันว่าองค์ประกอบที่มีอยู่มีสาขาพรรคเป็นตัวแทนอยู่แล้ว แม้นายอลงกรณ์จะมีความหวังดี แต่ตนคิดว่าจะทำให้ปัญหาไม่จบ จะมีคนเสนอตัวแทนเพิ่มเข้ามาใหม่จนข้อบังคับไปไม่ได้ จึงอยากให้รับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ที่จะรับเป็นข้อสังเกตนำไปพิจารณาอย่าลงมติเพราะไม่ใช่เรื่องจำเป็น
จากนั้นนายอภิสิทธิ์ขอมติที่ประชุมเห็นด้วยให้แก้ไขข้อบังคับหรือไม่ ผลมติเป็นเอกฉันท์ให้แก้ไขข้อบังคับ ต่อมาในช่วงบ่ายที่ประชุมเข้าสู่ระเบียบวาระการเลือกคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดใหม่ เริ่มจากการเลือกหัวหน้าพรรค โดยมีนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นผู้เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผลการนับคะแนนปรากฏว่าร้อยละ 98 สมาชิกพรรคเห็นด้วยให้นายอภิสิทธิ์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อเป็นครั้งที่ 4
สำหรับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายเกียรติ สิทธีอมร ดูแลด้านการต่างประเทศและเศรษฐกิจ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ดูแลด้านสภาและนโยบาย, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ดูแลด้านการเมือง , ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ดูแลงานท้องถิ่น และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ดูแลงานสื่อสารและยุทธศาสตร์
รองหัวหน้าพรรคประจำภาคเหนือ นายอัศวิน วิภูศิริ, รองหัวหน้าพรรคประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, รองหัวหน้าพรรคประจำภาคกลาง มีผู้ถูกเสนอรายชื่อ 2 คน ได้แก่ นายอลงกรณ์ พลบุตร กับนายสาธิต ปิตุเตชะ โดยผลการนับคะแนนปรากฏว่านายสาธิตชนะ 63.14 ต่อ 30.93% ขณะที่รองหัวหน้าพรรคประจำภาคกรุงเทพฯ นายองอาจ คล้ายไพบูลย์ ได้รับเลือกในตำแหน่งดังกล่าว สำหรับรองหัวหน้าพรรคประจำภาคใต้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้รับเลือก
ขณะที่ นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรค ส่วนตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค ประกอบด้วย นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายศิริโชค โสภา, นายนราพัฒน์ แก้วทอง, นายเทพไท เสนพงศ์ และนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ส่วนนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ได้รับเลือกเป็นโฆษกพรรค, นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ เป็นเหรัญญิกพรรค, น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ เป็นนายทะเบียนพรรค
ต่อมา นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า จะเรียกประชุมอดีต ส.ส.เป็นการเฉพาะในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เพื่อร่วมตัดสินใจว่าจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้หรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ข้อยุติในวันดังกล่าว ทั้งนี้ ยอมรับว่าการตัดสินใจในทางใดทางหนึ่ง ไม่ว่าจะส่งผู้ลงสมัครหรือไม่ส่ง ย่อมมีผลกระทบต่อพรรคแน่นอน แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคือประเทศชาติ เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์อึมครึมโดยที่รัฐบาลไม่พยายามคลี่คลายสถานการณ์ ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังคลางแคลงใจกระบวนการต่างๆ ของรัฐบาลที่ยังไม่ตอบสนองหรือแก้ไขปัญหา
เมื่อถามว่า นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค เปรียบเทียบว่า ส่งก็ตาย ไม่ส่งก็พิการ คิดอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคยอมรับว่าเป็นปัญหาที่น่าหนักใจเพราะมองว่าเจ็บทุกทางจะเจ็บหรือพิการก็แล้วแต่ หากทำให้ชาติไปสู่สิ่งที่ดีกว่าเราก็ต้องยอม เพราะประเทศสำคัญกว่าพรรค
ถามต่อว่า เป็นสถานการณ์ที่ส่ง ก็เสียมวลชน ไม่ส่งก็เสียระบบใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการปฏิรูปประเทศโดยรักษาประชาธิปไตยไว้ แม้จะเป็นโจทย์ยาก แต่ต้องทำให้ครบทั้ง 3 ข้อ คือ เดินหน้าปฏิรูป รักษาความเป็นประชาธิปไตย โดยไม่มีความรุนแรง ซึ่งโจทย์ทั้ง 3 ข้อเป็นเรื่องยาก โดยในขณะนี้สถานการณ์น่าเป็นห่วงว่าจะเดินอย่างไร เพราะมีความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดความรุนแรง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องเป็นหนึ่งในช่องทางที่ช่วยหาทางออกให้กับประเทศ
ส่วนจะหารือกับ กปปส.หรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กปปส.เป็นองค์กรที่เป็นตัวของตัวเองแม้มวลชนอาจจะเคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์หรือยังสนับสนุนอยู่ แต่เวลานี้มวลชนเหล่านั้นเป็นอิสระต่อพรรคต้องการปฏิรูปพรรค ฟังตามแนวทาง กปปส.ว่าขั้นตอนการปฏิรูปเป็นอย่างไร ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์
นายจุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ยังไม่ได้มีการหารือกับนายอภิสิทธิ์ ถึงการตัดสินใจว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส.พรรคลงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้หรือไม่ โดยจะมีการหารือเรื่องดังกล่าว ภายหลังนายอภิสิทธิ์เรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในภายในวันที่ 23 ธ.ค.นี้
เมื่อถามว่า ระหว่างการตัดสินใจส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง กับไม่ส่งลงสมัคร วิธีการใดตัดสินใจยากกว่ากัน นายจุติกล่าวว่า ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ไม่ควรส่งลง เพราะรัฐบาลยังครอบงำระบบอยู่ แต่ถ้าจะไม่ส่งลงรัฐบาลจะนำไปอ้างความชอบธรรม ง่ายๆ ประโยคเดียว จะส่งลงก็ตาย ไม่ส่งลงก็พิการ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น