ปูด‘ทักษิณ’เล็งเขี่ยส.ส.แดง ‘เรียงหิน’ทิ้งห้อยซบเพื่อไทย
"เพื่อไทย" วุ่น ภาคเหนือ-อีสาน เจอปัญหาพื้นที่ทับซ้อน หลังอดีต ส.ส.บ้าน 111 และ 109 พ้นโทษมาเบียดเจ้าของเดิม หึ่ง "ทักษิณ" จ้องเขี่ย ส.ส.เสื้อแดงไม่มีบทบาท ขยับพวกปาร์ตี้ลิสต์ลงเขตบ้านเกิด "มัชฌิมา" แห่ซบ พท. "สมชาย" โอ่มีที่ให้ทุกคน "เด็จพี่" ฟุ้งได้ไม่ต่ำกว่า 265 เก้าอี้ "บรรหาร" ลงบัญชีรายชื่อลำดับ 1
ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 17 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่ทำการชั้น 2 พรรคเพื่อไทย เป็นไปอย่างคึกคัก มีบรรดาอดีต ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อ, ส.ส.เขต หรือแคนดิเดต ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ต่างเดินทางมาส่งเอกสารหลักฐานให้ฝ่ายกฎหมายพรรคทำการตรวจสอบ รวมทั้งมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นำสมาชิกกลุ่มมัชฌิมาธิปไตย ที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อาทิ นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายมนู พุกประเสริฐ อดีต ส.ส.สุโขทัย, นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล อดีต ส.ส.สุโขทัย, นายมานิต นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา อดีต ส.ส.ราชบุรี และนางนันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน, นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา และนายอนุชา นาคาศัย ก็สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยด้วย
นอกจากนี้ มีนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร อดีต ส.ส.นครนายก น.ส.ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร, น.ส.ปารีณา ปาจรียางกูร อดีต ส.ส.ราชบุรี, นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคชาติไทยพัฒนา ก็มาสมัครเข้าพรรคเพื่อไทยเช่นกัน โดยมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับ
นายสมชายกล่าวว่า การสมัครเข้าพรรคเพื่อไทยของนายสมศักดิ์และกลุ่มมัชฌิมา จะไม่ทำให้มีปัญหาเรื่องการจัดคนลงสมัคร เพราะนายสมศักดิ์และสมาชิกกลุ่มมัชฌิมาได้แสดงเจตจำนงไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว และจะไม่มีปัญหากับสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่มีรายชื่อมา เพราะที่นี่มีที่ให้ทุกๆ คนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าพรรคเพื่อไทยขณะนี้พื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือและอีสานกำลังเกิดปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เนื่องจากอดีต ส.ส.เดิมที่เพิ่งพ้นโทษการตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากกลุ่ม 111 หรือ 109 กำลังแย่งชิงพื้นที่กันอย่างหนัก และเจรจากันไม่ลงตัวระหว่างคนที่จะขอลงกับเจ้าของพื้นที่เดิม ทำให้บางคนถึงกับเตรียมเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขอให้จัดการปัญหาดังกล่าวให้ลงตัวโดยเร็วที่สุด
"หลังจากกลุ่มนักการเมืองตัวจริง 111 และ 109 พ้นโทษแบนมา ทำให้การจัดอันดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นปัญหา โดยเฉพาะในระบบบัญชีรายชื่อโควตาของคนเสื้อแดง ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณแก้ปัญหาโยกผู้สมัครบางคนไปในเขตพื้นที่ที่มีภูมิลำเนา และไม่มี ส.ส.เพื่อไทยสังกัดอยู่ เช่น นางขัตติยา สวัสดิผล อาจจะได้ลงส.ส.เขตบางซื่อ กทม., นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อาจจะไปลง ส.ส.จันทบุรี เช่นเดียวกับกลุ่มโควตาพิเศษที่สนิทสนมกับแกนนำพรรคบางคน อาทิ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ถูกวางตัวไปลงในเขตหนึ่งใน จ.นครราชสีมา รวมทั้ง ส.ส.เสื้อแดงบางส่วนที่ไม่มีผลงาน พ.ต.ท.ทักษิณก็จะตัดไม่ส่งลงสมัคร" แหล่งข่าวกล่าว
มีรายงานด้วยว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ปรารภกับคนใกล้ชิดถึงการเมืองปัจจุบันที่เล่นกันแรงถึงตระกูล ทำให้อาจตัดสินใจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง เพราะต้องการเลี่ยงกระแสโจมตีคนในครอบครัวชินวัตรเข้ามามีบทบาทการเมือง โดยจะคอยไปช่วยงานอยู่เบื้องหลังแทน ปล่อยให้คนในครอบครัวชินวัตรเข้ามามีบทบาทในสภาเพียง 2-3 คน คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อันดับต้นๆ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงผลประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคได้พิจารณารายชื่อผู้ที่แสดงความจำนงสมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ ที่คณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร 5 ภาคได้ส่งมาเป็นจำนวนมาก คณะกรรมการฯ ได้มีมติ 3 ข้อ คือ 1.แต่งตั้งนายจารุพงศ์ให้ร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรคคัดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ รวมถึงจัดทำนโยบายหาเสียงเลือกตั้งร่วมกับคณะกรรมการนโยบาย 2.พรรคแต่งตั้งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.2557 และ 3.กำชับให้ผู้สมัคร สมาชิกพรรค และเจ้าหน้าที่พรรคทุกคนห้ามกระทำการใดที่ขัดกับระเบียบและกฎหมายการเลือกตั้ง
"ยังไม่มีการพูดคุยถึงผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 ที่คณะกรรมการบริหารโซน และคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีการเสนอชื่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขตเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยขณะนี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมีผู้สมัครเข้ามากว่า 500 รายชื่อ เช่นเดียวกับจำนวน ส.ส.เขต ที่มีการสมัครจำนวนมากถึงกว่า 400 ชื่อ" นายพร้อมพงศ์กล่าว
โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคตั้งเป้าในเบื้องต้นจะต้องได้รับการเลือกตั้งไม่น้อยกว่าจำนวน 265 ที่นั่งที่เคยได้ในปี 2554 ส่วนพื้นที่ภาคใต้นั้น ทางพรรคได้เน้นพื้นที่ 4 จังหวัด คือ จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี และ จ.สตูล เป็นหลัก ส่วนนโยบายหาเสียงนั้น ทางพรรคได้คิดเบื้องต้นคือ การแก้ปัญหาปากท้องและการปฏิรูปการเมืองของประเทศ
ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากพรรคให้ลงสมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในลำดับที่ 1 ส่วนนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรค จะไม่ลงสมัคร ส.ส.ในครั้งนี้ แต่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อไป ขณะที่ผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตในแต่ละพื้นที่จะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้ตัดสิน
"ขณะนี้การจัดสรรบุคคลให้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคมีความคืบหน้าอย่างมาก โดยได้ตัวบุคคลแล้วประมาณ 100 คน จากทั้งหมดที่ต้องส่ง 125 คนตามรัฐธรรมนูญ" นายบรรหารกล่าว
นายวัชระ กรรณิการ์ โฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 โดยจะใช้สโลแกนในการหาเสียงว่า "ก้าวข้ามความขัดแย้ง ร่วมแรงปฏิรูปประเทศไทย" ซึ่งต่อจากนี้พรรคจะเร่งประชุมเพื่อเปิดนโยบายให้ประชาชนรับ รวมทั้งจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อครบ 125 คน ส่วน ส.ส.ระบบเขตพรรคจะส่งผู้สมัครไม่ครบทุกเขต แต่จะส่งลงสมัครประมาณ 100 เขต ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความคาดหวังประสบกับความสำเร็จ
นายวัชระกล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคยังได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิเศษเป็นการเฉพาะสำหรับการเลือกตั้งจำนวน 3 ชุด ได้แก่ 1.คณะกรรมการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยมีนายบรรหาร เป็นที่ปรึกษา และให้นายธีระ เป็นประธาน 2.คณะกรรมการกฎหมายและกิจการรัฐสภา ที่มีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นที่ปรึกษา และมีนายเกษม สรศักดิ์เกษม เป็นประธาน และ 3.คณะกรรมการดูแลการเลือกตั้งเป็นรายภาค
โฆษกพรรค ชทพ.กล่าวอีกว่า สำหรับคณะกรรมการดูแลการเลือกตั้งเป็นรายภาคนั้น พรรคได้แต่งตั้งกรรมการดูแลการเลือกตั้งออกเป็น 4 ภาค ประกอบด้วย ภาคกลาง มีนายประภัตร โพธสุธน และนายสมศักดิ์ เป็นกรรมการ, ภาคใต้ มีนายธีระและนายนิกร จำนง เป็นกรรมการ, ภาคเหนือ มีนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นกรรมการ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ และนายตุ่น จินตะเวช เป็นกรรมการ นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งให้นายนิกรเป็นผู้อำนวยการพรรคคนใหม่ เพื่อให้เข้ามาบริหารกิจการภายในพรรคให้มีความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพตามที่ตั้งเป้าหมายไว้.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น