วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม 2556
**
Blue Sky Channel. TV
18 ธ.ค. 56
"ถาวร" นำมวลชนยื่นหนังสือ ผบ.ตร ทวงถามคดี นศ.ราม
*
*
นายถาวร เสนเนียน กรรมการ กปปส.นำมวลชนกว่า 300 คน เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.โดยผ่านทาง พล.ต.อ.เอก อังศนานนท์ รอง ผบ.ตร.เพื่อขอทราบความคืบหน้าการดำเนินคดีกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ช่วงการชุมนุมการเมืองที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นายถาวร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือขอให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ภายใน 7 วัน แต่บัดนี้เวลาล่วงเลยมาจนเกินกำหนดไปแล้วเกือบ 1 สัปดาห์ ยังไม่มีความคืบหน้า หรือมีการแจ้งผลการสืบสวนสอบสวนให้ทราบแต่อย่างใด แตกต่างจากกรณีที่มีการเผารถบัสคนเสื้อแดง ที่มาร่วมชุมนุมที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ซึ่งกปปส.ตั้งข้อสงสัยถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มีมาตรฐานต่างกัน
นายถาวร กล่าวต่อว่า วันเดียวกันนี้ นายนราเมศวร์ ธีระรังสิกุล และ ดร.สุรีย์ ธีระรังสิกุล บิดาและมารดาของ นายธีรศักดิ์ โพธิ์แก้ว ผู้เสียชีวิต ได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีมายัง กปปส.เพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมางโทษให้ได้ ทาง กปปส.จึงขอทราบความคืบหน้าของคดีดังกล่าว และหาก ผบ.ตร.ยังเพิกเฉย ละเลย หรือเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมแก่ญาติผู้เสียชีวิต กปปส.พร้อมบิดามารดาของผู้เสียชีวิต และมวลชน จะมีมาตรการต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเหมือนคดีรถบัสของคนเสื้อแดงที่ถูกเผาต่อไป
นายถาวร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ตนได้ยื่นหนังสือขอให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุครั้งนี้มาดำเนินคดีให้ได้ภายใน 7 วัน แต่บัดนี้เวลาล่วงเลยมาจนเกินกำหนดไปแล้วเกือบ 1 สัปดาห์ ยังไม่มีความคืบหน้า หรือมีการแจ้งผลการสืบสวนสอบสวนให้ทราบแต่อย่างใด แตกต่างจากกรณีที่มีการเผารถบัสคนเสื้อแดง ที่มาร่วมชุมนุมที่สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว ซึ่งกปปส.ตั้งข้อสงสัยถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มีมาตรฐานต่างกัน
นายถาวร กล่าวต่อว่า วันเดียวกันนี้ นายนราเมศวร์ ธีระรังสิกุล และ ดร.สุรีย์ ธีระรังสิกุล บิดาและมารดาของ นายธีรศักดิ์ โพธิ์แก้ว ผู้เสียชีวิต ได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีมายัง กปปส.เพื่อให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมางโทษให้ได้ ทาง กปปส.จึงขอทราบความคืบหน้าของคดีดังกล่าว และหาก ผบ.ตร.ยังเพิกเฉย ละเลย หรือเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรมแก่ญาติผู้เสียชีวิต กปปส.พร้อมบิดามารดาของผู้เสียชีวิต และมวลชน จะมีมาตรการต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานเหมือนคดีรถบัสของคนเสื้อแดงที่ถูกเผาต่อไป
................................
“มาร์ค” นำทีมกก.บห.ปชป.พบตัวแทน 7 องค์กรภาคธุรกิจ ชี้ ระบอบทักษิณศูนย์กลางขัดแย้ง จี้ “ยิ่งลักษณ์” ลาออก
รักษาการ
*
*
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ และนายเกียรติ สิทธีอมร เข้าร่วมการเสวนาทางการเมืองในภาวะวิกฤต เพื่อหาทางออกประเทศ ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความขัดแย้งขณะนี้เกิดขึ้นมาจากระบอบทักษิณที่ต่อเนื่องมากว่า 10 ปี โดยพยายามเอาชนะกฎหมายบ้านเมือง อาศัยอำนาจรัฐ อำนาจเงิน และ 2 ปีที่ผ่านมาถูกซ้ำเติมจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม แก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ นำมาสู่การชุมนุมของประชาชน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้แสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด และการยุบสภาก็เป็นการจำนนต่อสถานการณ์เท่านั้น
ปัญหาการปฏิรูปประเทศขณะนี้คือ ขาดเจตนารมณ์ทางการเมืองของบางภาคส่วน และขาดความชอบธรรมของคนที่มีเจตนาจะปฏิรูป จึงทำให้การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557 สังคมไม่เชื่อว่าจะมีความชอบธรรม ส่วนตัวมองว่าความชอบธรรมของการเลือกตั้งไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ แต่อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน หากประชาชนไม่ออกไปเลือกตั้งก็ไม่ชอบธรรม ดังนั้น รัฐบาลและกกต.มีหน้าที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่าการเลือกตั้งและการปฏิรูปสามารถเดินไปด้วยกันได้ นอกจากนี้ หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะปฏิรูปก็ควรแสดงจุดยืนให้ชัดเจน และควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากรักษาการ
ด้านนายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย หนึ่งใน 7 องค์กรธุรกิจ กล่าวว่า ในขณะนี้อุณหภูมิกำลังเพิ่มขึ้นจากการที่จะมีการรับสมัครเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.ซึ่งตนก็เชื่อว่าครั้งนี้อาจจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นไม่เหมือนที่ผ่านมา เป็นการขู่กันเท่านั้น เพระในขณะนี้ทางตันไม่มีทางออกจึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งมีกระแสสองอย่างคือ เดินหน้าสู่การเลือกตั้งกับการปฏิรูปประเทศ แต่กระแสเลือกตั้งถูกชูให้ใหญ่กว่าปฏิรูปประเทศทำให้เกิดปัญหา
การเลือกตั้งประโยชน์ที่จะได้เกิดกับนักการเมืองและกลุ่มทุนมากกว่า แต่กระแสปฏิรูปถ้าเกิดได้จะเกิดกับประชาชนและประเทศชาติมากกว่า ตนไม่ได้ปฏิเสธการเลือกตั้ง ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเมื่อประชาชนไม่ไว้ใจจะทำอย่างไร ซึ่งเชื่อว่าอีก 2-3 วันจะมีคนเสนอทางออก แต่ขณะนี้กลายเป็นว่านักกฎหมายมาตัดสินประเทศ แต่ถ้าเป็นเอกชนจะเอากฎหมายไว้ก่อน ดูว่าอะไรเป็นประโยชน์แล้วค่อยมาถามนักกฎหมาย ซึ่งทำได้หมดถ้าตกลงกันได้
...................................
ผบ.สส เชื่อหนุนเลือกตั้ง เป็นนโยบายของ ปลัด กห. ลั่นจุดยืนทหารต้องอยู่ในวินัย พร้อมเป็นกลไกช่วยคุมเลือกตั้ง
*
*
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฎิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่าจุดยืนของกองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.57 ว่า ตนกับพล.อ.นิพัทธ์ก็จะเจอกันในการประชุมสภากลาโหมในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ซึ่งไม่เห็นจะต้องเคลียร์อะไรกัน เมื่อถามว่าการสนับสนุนการเลือกตั้งเป็นความคิดเห็นของ พล.อ.นิพัทธ์ คนเดียวหรือเป็นจุดยืนของ ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันนั้นทุกคนก็ฟัง ตนบอกว่าที่ผ่านมาเราทำภารกิจสำเร็จมา 18 ภารกิจ โดยพูดภาษาต่างประเทศ แต่วันนั้นพูดภาษาไทย ทุกคนเข้าใจ ก็แล้วแต่ว่าใครจะคิดอย่างไร ยืนยันว่าเราทำตามหน้าที่ให้การสนับสนุนอย่างมีเหตุผล ส่วนจะเปิดเวทีเสวนาอีกหรือไม่นั้น คิดว่าการเปิดเวทีไม่ใช่หน้าที่ของเรา
เมื่อถามถึงข้อเสนอที่ให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาดูแลเรื่องการเลือกตั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันนั้นเราคุยกันและบอกแล้วว่าจะไม่มีข้อสรุป เมื่อถามย้ำว่า กองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทำได้ก็ดี แต่ถามว่าตนสั่งว่าต้องมีการเลือกตั้งได้หรือไม่ ตนสั่งไม่ได้ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้วตามกติกา ส่วนใครจะพอใจหรือไม่พอใจต้องมาพูดคุย ถ้าคุยได้ ก็ไปได้ดี คือ วิน-วิน ได้ประโยชน์ วันนั้นคำพูดตนเป็นแบบนี้ ทั้งนี้ทุกคนเป็นผู้ใหญ่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น งานก็เป็นงานของเขา จุดยืนของกองทัพต้องอยู่ในระเบียบวินัย ส่วนใครจะรักใครชอบใครก็ทำไป ถึงเวลางานก็ต้องไปทำ ส่วนของพล.อ.นิพัทธ์อาจจะเป็นนโยบายของปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ต้องสนับสนุนการเลือกตั้ง ก็ดูในเรื่องกติกาอยู่ ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นระดับนโยบายของกระทรวงกลาโหม
เมื่อถามว่า ข้อเสนอของ ผบ.สส. ในการตั้งคนกลางมาดูแลการเลือกตั้ง โดยกองทัพคอยสนับสนุนจะเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ทางกองทัพทสามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นกลไกของรัฐแต่ไม่ใช่ว่าจะสามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งโดยส่วนตัวยังหยึดหลักว่าการรับผิดชอบต่อหน้าที่ต้องไม่เสียหาย และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และที่ผ่านมามองว่าเป็นเรื่องดีที่ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าหากมีเหตุผลมากพอประเทศก็จะเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
..............................
เมื่อถามถึงข้อเสนอที่ให้มีการตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาดูแลเรื่องการเลือกตั้ง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วันนั้นเราคุยกันและบอกแล้วว่าจะไม่มีข้อสรุป เมื่อถามย้ำว่า กองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งทำได้ก็ดี แต่ถามว่าตนสั่งว่าต้องมีการเลือกตั้งได้หรือไม่ ตนสั่งไม่ได้ เพราะกฎหมายมีอยู่แล้วตามกติกา ส่วนใครจะพอใจหรือไม่พอใจต้องมาพูดคุย ถ้าคุยได้ ก็ไปได้ดี คือ วิน-วิน ได้ประโยชน์ วันนั้นคำพูดตนเป็นแบบนี้ ทั้งนี้ทุกคนเป็นผู้ใหญ่มีสิทธิ์แสดงความคิดเห็น งานก็เป็นงานของเขา จุดยืนของกองทัพต้องอยู่ในระเบียบวินัย ส่วนใครจะรักใครชอบใครก็ทำไป ถึงเวลางานก็ต้องไปทำ ส่วนของพล.อ.นิพัทธ์อาจจะเป็นนโยบายของปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ต้องสนับสนุนการเลือกตั้ง ก็ดูในเรื่องกติกาอยู่ ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นระดับนโยบายของกระทรวงกลาโหม
เมื่อถามว่า ข้อเสนอของ ผบ.สส. ในการตั้งคนกลางมาดูแลการเลือกตั้ง โดยกองทัพคอยสนับสนุนจะเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ทางกองทัพทสามารถทำได้ เพราะถือว่าเป็นกลไกของรัฐแต่ไม่ใช่ว่าจะสามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งโดยส่วนตัวยังหยึดหลักว่าการรับผิดชอบต่อหน้าที่ต้องไม่เสียหาย และสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และที่ผ่านมามองว่าเป็นเรื่องดีที่ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าหากมีเหตุผลมากพอประเทศก็จะเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น
..............................
"กปปส." ล้างเวทีราชดำเนิน เตรียมรับคณะทูต ตปท . สังเกตการณ์ชุมนุมเย็นนี้
*
*
ที่ชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลางในช่วงเช้า ประชาชนที่ปักหลักชุมนุมต่างช่วยกันเก็บข้าวของบางส่วนเพื่อให้เจ้าหน้ารักษาความสะอาดกทม. เข้ามาเก็บกวาดบริเวณพื้นที่การชุมนุม มีการจัดพื้นที่เก็บน้ำและอุปกรณ์รับมือการเข้าสลายการชุมนุมให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น และมีการตั้งเต๊นท์ขนาดใหญ่บริเวณเชิงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านหลังเวทีใหญ่ เพื่อเป็นที่รองรับคณะทูตานุทูตที่จะเข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมในเวลา 17.00 น.
ทั้งนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า วันนี้นายสุเทพจะเป็นคนชี้แจงให้กับคณะทูตานุทูตต่างประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์เข้าใจถึงเป้าหมายและการดำเนินการของ กปปส. พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น ส่วนจะมีการเดินสำรวจพื้นที่ชุมนุมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และความต้องการของทูตแต่ละประเทศ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีทูตจากประเทศใดเข้าร่วมบ้าง เพราะบางประเทศกังวลเรื่องการวางท่าที และความปลอดภัยของทูตานุทูต.
...........................
ทั้งนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า วันนี้นายสุเทพจะเป็นคนชี้แจงให้กับคณะทูตานุทูตต่างประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์เข้าใจถึงเป้าหมายและการดำเนินการของ กปปส. พร้อมเปิดโอกาสให้ซักถามเพื่อให้เกิดความเข้าใจยิ่งขึ้น ส่วนจะมีการเดินสำรวจพื้นที่ชุมนุมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และความต้องการของทูตแต่ละประเทศ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าจะมีทูตจากประเทศใดเข้าร่วมบ้าง เพราะบางประเทศกังวลเรื่องการวางท่าที และความปลอดภัยของทูตานุทูต.
...........................
"ศรีสุวรรณ" ยื่นกกต.เบรกจ่ายโบนัสข้าราชการ ชี้นำภาษีมาแจกเข้าข่ายซื้อเสียง ส่อขัดรธน
*
*
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ภาคีเครือข่ายประชาชนคนปทุมธานี สมาคมสิทธิผู้บริโภค และเครือข่ายพิทักษ์สิทธิพลเมือง ได้เข้ายื่นหนังสือเป็นจดหมายร้องเรียนกล่าวโทษ นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลาง และ กทม. ว่าได้กระทำความผิดตามข้อห้ามของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้มีมติจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 55 ให้สำหรับส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยอนุมัติงบประมาณรายจ่ายปี 56 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,400 ล้านบาท เพื่อจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 55 สำหรับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบ 55 เพิ่มเติม จากที่มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 56 เพื่อการนี้ไว้แล้วในงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ จำนวน 2,000 ล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ55 ของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่เหลือจ่ายประมาณ 345 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 3,745 ล้านบาท นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร(กทม.) ก็ยังได้มีการเตรียมพิจารณาแจกเงินรางวัลผลปฎิบัติราชการประจำปี(เงินโบนัส)แก่ข้าราชการและบุคลากรของกทม.อีกด้วยในอัตรา 1.5 เท่าของเงินเดือนซึ่งจะใช้เงินงบประมาณจากภาษีประชาชนประมาณถึง 2,030 ล้านบาท
การนำเงินงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาตอบแทนให้กับข้าราชการซึ่งมีเงินเดือน เงินสวัสดิการต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมายอยู่แล้วนั้น เป็นการขัดต่อหลักกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และหลักจริยธรรมโดยชัดแจ้งในขณะที่พี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนยางพารา ฯลฯ ยังไม่สามารถขึ้นเงินหรือได้รับเงินจากโครงการประชานิยมต่างๆ ที่รัฐบาลประกันราคาได้เลย ทั้งนี้ข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการและลูกจ้างประจำต่าง ๆ ที่จะได้ช่วยทำให้นโยบายของรัฐสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้นั้น เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะบุคลากรภาครัฐมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว การนำเงินงบประมาณแผ่นดินจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาจ่ายเป็นเงินรางวัลหรือโบนัส จึงเป็นเพียงกุศโลบายทางการเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดในลักษณะ “การซื้อเสียงล่วงหน้า”
และเนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2556 เป็นต้นมา และมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 นี้แล้ว การดำเนินการดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการกระทำที่จงใจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 181 (2) และ (4) และหรือเป็นการขัดหรือแย้งหรือจงใจกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ 2550 และเป็นการขัดต่อระเบียบและข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยชัดแจ้ง
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้มีมติจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 55 ให้สำหรับส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษา ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยอนุมัติงบประมาณรายจ่ายปี 56 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,400 ล้านบาท เพื่อจัดสรรเงินรางวัลประจำปีงบประมาณ 55 สำหรับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการและประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบ 55 เพิ่มเติม จากที่มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 56 เพื่อการนี้ไว้แล้วในงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการปรับเงินค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ จำนวน 2,000 ล้านบาท และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ55 ของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่เหลือจ่ายประมาณ 345 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 3,745 ล้านบาท นอกจากนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร(กทม.) ก็ยังได้มีการเตรียมพิจารณาแจกเงินรางวัลผลปฎิบัติราชการประจำปี(เงินโบนัส)แก่ข้าราชการและบุคลากรของกทม.อีกด้วยในอัตรา 1.5 เท่าของเงินเดือนซึ่งจะใช้เงินงบประมาณจากภาษีประชาชนประมาณถึง 2,030 ล้านบาท
การนำเงินงบประมาณแผ่นดินซึ่งมาจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาตอบแทนให้กับข้าราชการซึ่งมีเงินเดือน เงินสวัสดิการต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมายอยู่แล้วนั้น เป็นการขัดต่อหลักกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และหลักจริยธรรมโดยชัดแจ้งในขณะที่พี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวสวนยางพารา ฯลฯ ยังไม่สามารถขึ้นเงินหรือได้รับเงินจากโครงการประชานิยมต่างๆ ที่รัฐบาลประกันราคาได้เลย ทั้งนี้ข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่าเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการและลูกจ้างประจำต่าง ๆ ที่จะได้ช่วยทำให้นโยบายของรัฐสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้นั้น เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะบุคลากรภาครัฐมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว การนำเงินงบประมาณแผ่นดินจากภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาจ่ายเป็นเงินรางวัลหรือโบนัส จึงเป็นเพียงกุศโลบายทางการเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดในลักษณะ “การซื้อเสียงล่วงหน้า”
และเนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2556 เป็นต้นมา และมีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 นี้แล้ว การดำเนินการดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการกระทำที่จงใจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 181 (2) และ (4) และหรือเป็นการขัดหรือแย้งหรือจงใจกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาพ.ศ 2550 และเป็นการขัดต่อระเบียบและข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยชัดแจ้ง
.........................
“วิรัตน์” ทีมกฎหมาย ปชป.มั่นใจหากบอยคอตเลือกตั้งจะไม่ส่งผลยุบพรรค
*
*
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวานนี้(17 ธันวาคม 2556) นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความผิดหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.วันที่ 2 ก.พ.ว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งจะไม่สามารถนำไปสู่การยุบพรรคได้ เพราะการที่พรรคการเมืองจะส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ต้องดูความชอบธรรมของการเลือกตั้ง รวมทั้งความพร้อมของพรรค และดูว่าการเลือกตั้งดังกล่าวจะเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และหากพรรคไม่ส่งผู้สมัครนั้นเชื่อว่าจะชี้แจงสังคมได้
" ส่วนการที่มีข้อเสนอให้รัฐบาลเลื่อนวันเลือกตั้งออกไปก่อนก็สามารถทำได้ ตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เห็นได้จากเมื่อวันที่ 27 พ.ย. มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ส.ส. เขต แทนส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 8 คนที่ลาออกไปเพื่อร่วมชุมนุม จากนั้นก็มีการตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นใหม่ ทับพระราชกฤษฎีกาเดิมให้เลื่อนการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 จึงถือว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 สามารถเลื่อนออกไปได้ และรัฐบาลไม่ควรเพิกเฉย แต่ควรรีบตัดสินใจ เพราะหากปล่อยไปก็จะเกิดความเสียหาย" นายวิรัตน์ กล่าว
...............................
*
*
"สรส." จัดขบวนรณรงค์ทำความเข้าใจรัฐวิสาหกิจปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง พร้อมเปลี่ยนประเทศเป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
พนักงานการบินไทยสำนักงานใหญ่รวมตัวกัน ภายหลังสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจสัมพันธ์หรือ สรส. จัดกิจกรรมรณรงค์ทำความเข้าใจกับพนักงานรัฐวิสาหกิจ การปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้งนำโดยนายคมสัน ทองศิริ เลขาธิการ สรส. ซึ่งเริ่มต้นที่บริษัทการบินไทยโดยขบวนจะเคลื่อนการประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง บริษัทไปรษณีย์ไทย ทีโอที บริษัท แคท เทเลคอม และไปสิ้นสุดที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งนายคมสันจะขึ้นชี้แจงถึงการปฏิรูปประเทศและชักชวนให้พนักงานร่วมกันปฏิรูปประเทศ
โดยวันพรุ่งนี้ ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะจัดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจกับพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำความเข้าใจการปฏิรูปประเทศสภาประชาชน เวลา 13.00-16.00 น. อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเป็นอย่างคึกคัก โดยพนักงานการบินไทยได้ให้ความสนใจร่วมเป่านกหวีดและร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก อีกส่วนหนึ่งได้ร่วมขบวนอีกด้วย
โดยวันพรุ่งนี้ ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะจัดเวทีชี้แจงทำความเข้าใจกับพนักงานรัฐวิสาหกิจ ทำความเข้าใจการปฏิรูปประเทศสภาประชาชน เวลา 13.00-16.00 น. อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเป็นอย่างคึกคัก โดยพนักงานการบินไทยได้ให้ความสนใจร่วมเป่านกหวีดและร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก อีกส่วนหนึ่งได้ร่วมขบวนอีกด้วย
..............................................
"วิชัย"ชี้ ความขัดแย้งยุติได้เพราะกองเชียร์ ลั่น ไม่เคยปฏิเสธการเลือกตั้ง
*
*
"วิชัย"ชี้ ความขัดแย้งยุติได้เพราะกองเชียร์ ลั่น ไม่เคยปฏิเสธการเลือกตั้งSubmitted by webmaster on 18 ธันวาคม 2556 14:45
นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะทำงาน 7 องค์กรภาคเอกชน กล่าวในนามส่วนตัว เวทีสานเสวนาทางการเมืองในภาวะวิกฤติ ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดขึ้น ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางการเมืองนั้น ไม่เคยมีครั้งไหนที่ภาคเอกชนจะออกมาข้องเกี่ยว แต่ครั้งนี้เพื่อบ้านเมือง แต่สถานการณ์อ่อนไหวมาก ในการนำเสนอข้อมูลค่อนข้างอ่อนไหว และต้องพยายามรักษาความเป็นกลางให้ได้ ซึ่งทุกคณะที่เจอ ต่างอยากให้ 7 สถาบันเอกชน เห็นด้วยทั้งหมด ซึ่งปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้จะยุติลงได้ เพราะกองเชียร์ของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ตนไม่เคยปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่การปฏิรูปจะเดินอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา เพราะหากถามในฐานะประชาชน ไม่เชื่อเรื่องการทำสัตยาบัน เนื่องจากมีเหตุให้ไม่เชื่อถือ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ การสร้างความเชื่อมั่น
นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะทำงาน 7 องค์กรภาคเอกชน กล่าวในนามส่วนตัว เวทีสานเสวนาทางการเมืองในภาวะวิกฤติ ที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ จัดขึ้น ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทางการเมืองนั้น ไม่เคยมีครั้งไหนที่ภาคเอกชนจะออกมาข้องเกี่ยว แต่ครั้งนี้เพื่อบ้านเมือง แต่สถานการณ์อ่อนไหวมาก ในการนำเสนอข้อมูลค่อนข้างอ่อนไหว และต้องพยายามรักษาความเป็นกลางให้ได้ ซึ่งทุกคณะที่เจอ ต่างอยากให้ 7 สถาบันเอกชน เห็นด้วยทั้งหมด ซึ่งปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้จะยุติลงได้ เพราะกองเชียร์ของทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ตนไม่เคยปฏิเสธการเลือกตั้ง แต่การปฏิรูปจะเดินอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา เพราะหากถามในฐานะประชาชน ไม่เชื่อเรื่องการทำสัตยาบัน เนื่องจากมีเหตุให้ไม่เชื่อถือ ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือ การสร้างความเชื่อมั่น
.........................................
"มาร์ค" แนะรบ.คุยกกต.หาทางออก เหตุบรรยากาศไม่เอื้อลต. เชื่อ22ธค.กปปส.เคลื่อนไหวสงบ เห็นใจ "อลงกรณ์" ชวดตำแหน่งรองหน.ภาคกลาง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์แนะรัฐบาลหารือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. เพื่อหาทางแก้ไข เนื่องจากขณะนี้บรรยากาศไม่เอื้อต่อการเลือกตั้งในวันที่2กุมภาพันธ์ 2557 โดยนายกรัฐมนตรีและประธานกกต.มีหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ ซึ่งหากตัดสินใจเร็วก็จะเป็นผลดี ก่อนที่กลุ่มกปปส.จะทำการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีกครั้งในวันที่22ธันวาคม ขณะเดียวกันหวังว่า วันที่22ธันวาคม กปปส.จะยึดมั่นแนวทางเคลื่อนไหวสงบ ปราศจากอาวุธ
ส่วนการตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์นั้น พรรคจะตัดสินใจอย่างไรต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ อีกทั้งการลงสมัครเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ไม่สำคัญเท่ากับประชาชนบอยคอตการเลือกตั้งหรือไม่
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังรู้สึกเห็นใจนายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าภาคกลางพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาตัดพ้อ หลังแพ้เลือกตั้งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคภาคกลาง อย่างไรก็ตามต้องเคารพกระบวนการของพรรค ทั้งนี้เชื่อว่านายอลงกรณ์จะไม่ย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น