วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จับขบวนการโอนเงินค้ายายึดทรัพย์200ล้าน 08 มิถุนายน 2557

จับขบวนการโอนเงินค้ายายึดทรัพย์200ล้าน

  • 08 มิถุนายน 2557 

จับขบวนการโอนเงินค้ายายึดทรัพย์200ล้าน
เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงพื้นที่แม่สอด จับผู้ต้องหาโอนเงินค้ายาเข้าพม่า พร้อมยึดทรัพย์กว่า 200 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 9.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเดินทางลงพื้นที่บ้านเลขที่ 454 หมู่ 2 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจับกุม นางมณี คำพีละ เจ้าของเจ้าของกิจการบริษัท นครมณี 786 จำกัด พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินทั้งบ้านพัก ที่ดิน รถยนต์ และเงินสดในบัญชีธนาคารต่างๆ รวม 70 บัญชี มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การดำเนินการในเรื่องนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สืบสวนติดตามเส้นทางการเงินของเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่พื้นที่ในกรุงเทพฯ ภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งจัดหายาเสพติดจากประเทศเมียนมาร์จำหน่ายในพื้นที่แพร่ระบาดภายในประเทศ จากนั้นมีการโอนเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดดังกล่าวกลับไปประเทศเมียนมาร์ โดยกลุ่มที่ช่วยเหลือดำเนินการด้านการเงินให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดดังกล่าวมีฐานการดำเนินการอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งในที่สุดพบว่า นางมณี คำพีละ เป็นหัวหน้าขบวนการ ทำหน้าที่โอนเงินค่ายาเสพติดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินหมุนเวียนปีละกว่า 2,400 ล้านบาท
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับ นางมณี และเครือข่ายชาวเมียนมาร์อีก 6 คน เลขาธิการ ป.ป.ส. จึงได้อนุมัติจับกุมตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 โดยศาลอาญาได้ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้ไว้ทั้งหมดแล้ว
สำหรับ พฤติการณ์ของ นางมณี เป็นผู้ที่จัดหาที่พัก ยานพาหนะ ให้กับกลุ่มชาวเมียนมาร์ ขณะเข้ามาดำเนินการเรื่องยาเสพติดในประเทศไทย รวมทั้งรับจดทะเบียนเป็นนายจ้างให้ในนามบริษัทของตนเองเพื่อให้กลุ่มของตนเองได้สิทธิในการพำนักอยู่ในประเทศไทยได้นานขึ้น นอกจากนั้นยังรับถือครองทรัพย์สินที่ต้องแจ้งจดทะเบียนในประเทศไทย เพื่อปกปิดอำพรางแหล่งที่มาของรายได้ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด และทำธุรกรรมทางการเงินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดร่วมกับกลุ่มของชาวเมียนมาร์ที่อยู่ในเครือข่ายนี้ทั้งหมด
สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์ 5 คน และไทยใหญ่อีก 1 คน ที่อยู่ในเครือข่ายและถูกออกหมายจับพร้อมกันในครั้งนี้ด้วย มี 1.นางซาฟียาบี 2.นางทิดา โช 3. นายเนลิน 4.นายมินโกไน 5. นางสาวโมโม และ 6 นายจันทร์ หรือ จักรพันธ์ สกุลโชติมณี ชาวไทยใหญ่ โดยทั้งหมดร่วมกันก่อตั้งบริษัทบังหน้า จดทะเบียนตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองย่างกุ้ง มีสาขาใหญ่ที่มะละแหม่งและเมียวดี โดยทำธุรกรรมโอนเงินค่ายาเสพติด รวมทั้งเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อจัดหาบัญชีที่ใช้รับเงินค่ายาเสพติด
ซึ่งนอกจากจะใช้บัญชีของตัวเองและบุคคลในเครือข่ายแล้ว ยังจัดหาบัญชีโดยการว่าจ้างชาวเมียนมาร์ทำการเปิดบัญชีแทน โดยหลังจากที่ได้รับเงินค่ายาเสพติดผ่านบัญชีดังกล่าวแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาจะดำเนินการส่งต่อเงินดังกล่าวไปยังบริษัทฯ ที่ตั้งขึ้นบังหน้าดังกล่าว ก่อนส่งต่อไปยังนายทุนผู้ผลิตและจำหน่ายยาเสพติดในประเทศเมียนมาร์ต่อไป ส่วน นายจันทร์ หรือ จักรพันธ์ สกุลโชติมณี ชาวไทยใหญ่ นั้น ทำงานให้กับกองกำลังอาสาสมัครรัฐฉานใต้ (SSS) ด้วย
สำหรับผู้ต้องหาชาวเมียนมาร์และไทยใหญ่ในเครือข่ายที่ถูกออกหมายจับไว้ทั้ง 6 คนนั้น  พบว่าทั้งหมดได้หลบหนีเข้าไปในประเทศเมียนมาร์ ขณะนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ส่งหมายจับพร้อมพฤติการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการโอนเงินไปให้ สำนักงาน ป.ป.ส.เมียนมาร์ ได้ทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่วมมือกันในติดตามจับกุมตัว และอายัดทรัพย์สินต่างๆ ที่อยู่ในประเทศเมียนมาร์ สำหรับเงินสดที่ได้อายัดไว้ในบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหาและเครือข่ายทั้ง 70 บัญชี มีมากกว่า 100 ล้านบาท และยังพบบัญชีที่มีความเชื่อมโยงกับบัญชีเงินฝากทั้ง 70 บัญชีอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. จะได้ขยายผลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
พล.ต.อ. พงศพัศ กล่าวด้วยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการโดยใช้ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ  ยาเสพติด พ.ศ.2534 ซึ่งเป็นเครื่องมือในการทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่สำคัญ โดยพนักงานสอบสวนของ บช.ปส. พนักงานสอบสวนในทุกท้องที่ และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ร่วมกันดำเนินการสืบสวนสอบสวนขยายผลในคดียาเสพติดทุกคดี เพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งผู้สมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือผู้กระทำความผิดในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดยาเสพติด ซี่งในเรื่องนี้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ได้เน้นให้สำนักงานป.ป.ส. ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ให้ผู้ค้ายาเสพติดนำเงินที่ได้จากการค้ายาไปฟอก ซุกซ่อน หรือนำไปทำธุรกิจบังหน้าได้อีกต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น