วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

บี้แก๊งโจรพลัดถิ่น! กัมพูชายันไม่เอาเจ๊เพ็ญบิ๊กตูเชิญทูตแจง11มิ.ย.57 เมื่อ 8 มิ.ย.57



บี้แก๊งโจรพลัดถิ่น! กัมพูชายันไม่เอาเจ๊เพ็ญบิ๊กตูเชิญทูตแจง11มิ.ย.

 "คสช." เรียกเอกอัครราชทูตเข้าพบ 11 มิ.ย.เพื่อทำความเข้าใจกับนานาชาติถึงสถานการณ์ภายในประเทศ ขณะที่กัมพูชาย้ำชัดห้ามใช้ประเทศเป็นฐานเคลื่อนไหวโจมตีไทย "จักรภพ" โวตั้งองค์กรพลัดถิ่นให้ "จารุพงศ์"  เป็นผู้นำ "ปชป." หยันแก๊งหนีคดีก่อการร้าย-หมิ่นเบื้องสูง ไม่มีชาติใดให้การยอมรับ หลายจังหวัดคักคึกสองขั้วหันหน้าปรองดอง
    เมื่อวันเสาร์ ที่กองทัพบก พ.อ.ธนเดช เหลืองทองคำ  รองเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก ได้เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ประจำวันของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยในการประชุมฝ่ายข่าวได้มีการรายงานถึงการตรวจพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนในพื้นที่ต่างๆ อาทิ  จังหวัดชลบุรี, ปราจีนบุรีและสิงห์บุรี พร้อมประเมินว่าขณะนี้กระแสการต่อต้านการยึดอำนาจการบริหารประเทศนั้นลดระดับลงอยู่ในวงจำกัด และยังไม่พบกระแสต่อต้านการดำเนินการตามแนวทางปรองดองและสมานฉันท์ ขณะที่รัฐบาลและสื่อต่างประเทศส่วนใหญ่ เริ่มมีความเข้าใจสถานการณ์ในไทยมากขึ้น ไม่มีการออกแถลงการณ์มากดดันไทย ยกเว้นประเทศนิวซีแลนด์
    สำหรับฝ่ายยุทธการ ได้มีการรายงานถึงการปฏิบัติงานของ คสช.เรื่องการออกประกาศฉบับที่ 54 ยกเลิกการออกนอกเคหสถานในพื้นที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี, อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, จังหวัดกระบี่ และจังหวัดพังงา รวมถึงการออกคำสั่งให้บุคคลรายงานตัวเพิ่มเติมจำนวน 12 ราย ส่วนฝ่ายกิจการพลเรือน ได้รายงานการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในทุกพื้นที่ ว่ายังคงมีการจัดชุดปฏิบัติการมวลชนอยู่ 148 ชุดใน 78 จังหวัด เพื่อสร้างความเข้าใจปฏิบัติการร่วมกับส่วนราชการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ อาทิ การจัดแสดงดนตรีสด, ให้บริการทางการแพทย์ เป็นต้น
    ทั้งนี้ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ได้รายงานสรุปเรื่องร้องเรียนว่ามี 208 เรื่อง ทั้งการแจ้งเบาะแสยาเสพติด, การพนัน, ปัญหาแรงงานต่างด้าว, การให้ปฏิรูปพลังงานเพื่อลดราคาน้ำมันและแก๊ส รวมถึงกรณีมีบุคคลแต่งกายคล้ายทหารบุกยึดทรัพย์สินในบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ภาคอีสาน ทางด้านคณะทำงานปฏิบัติการข่าวสารได้รายงานว่า ได้ตรวจสอบพบการออกอากาศของวิทยุชุมชนละเมิดคำสั่งของ คสช.จำนวน 40 สถานี ซึ่งได้ระงับการออกอากาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คณะทำงานติดตามสื่อได้แจ้งถึงการปิดเว็บไซต์ที่ฝ่าฝืนประกาศ คสช.ว่า ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคมถึงปัจจุบัน ได้ดำเนินการปิดไปแล้ว 553 URL ขณะที่ Facebook ของ คสช.มียอดกดไลค์  323,888 ครั้ง
    พ.อ.วินธัย สุวารี  ทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณีสื่อนำเสนอคำวิจารณ์ของนายแบรด อดัมส์ ผอ.องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย ถึงการจับกุมตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่บอกว่าเป็นการปฏิเสธสิทธิพื้นฐานในการแสดงออกและชุมนุม และจะนำขึ้นศาลทหารอันถือเป็นกระบวนการยุติธรรมจอมปลอมว่า คสช.ไม่ปรารถนาให้การแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลดังกล่าว ที่อาจพิจารณาโดยใช้ทัศนคติส่วนตัว หรือมองผลด้านเดียวตามธงที่อยู่ในใจ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรเอกชน และสร้างความสับสนให้สังคม ที่เห็นชัดคือเป็นการให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิบางอย่างกับบางบุคคลเท่านั้น ไม่ได้มองบริบทที่เกิดขึ้นจริงของสังคมในขณะนี้ เพราะคนส่วนใหญ่ในสังคมไทยขณะนี้ มีความเข้าใจในเหตุผลความจำเป็นที่ คสช.ต้องเข้ามาบริหารราชการและดูแลสถานการณ์ของประเทศในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อปลดล็อกปัญหาต่างๆ
คสช.ตอกกลับฮิวแมนไรต์ฯ
    "คนอื่นที่เห็นตรงกับ คสช.นั้น ส่วนใหญ่ต้องการความสงบเรียบร้อย อีกทั้งเนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ไม่อยู่ในสภาวะปกติ การแสดงออกจึงจำเป็นต้องมีข้อจำกัดให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือเน้นเชิงสร้างสรรค์ และไม่ขัดต่อแนวทางการรักษาความสงบ เพราะที่ผ่านมาการให้ความเห็นในบางลักษณะ ทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ยืนยันว่า คสช.บริหารสถานการณ์ต่างๆ ตามความจำเป็น และเป็นที่ประจักษ์ว่าประชาชนที่ไม่มีเจตนากระทำผิดกฎหมาย จะไม่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการที่ คสช.กำหนด"
    พ.อ.วินธัยกล่าวต่อว่า  นอกจากนี้อาจเป็นการไม่เหมาะสม ที่มีการกล่าวพาดพึงถึงกระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร โดยการใช้ความรู้สึก ขอเรียนยืนยันว่า การพิจารณาคดีความของศาลทหารเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมของไทย ไม่แตกต่างจากมาตรฐานของศาลทั่วไป  อาจมีเพียงเรื่องของระยะเวลาที่กระทำโดยรวดเร็วกว่า ทั้งนี้ การพิจารณาคดีต่างๆ ในช่วงมีประกาศกฎอัยการศึกนั้น  กฎหมายกำหนดให้พิจารณาคดีด้วยศาลชั้นเดียวเท่านั้น
    สำหรับความเคลื่อนไหวที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ ซึ่งเป็นสถานที่รายงานตัวของบุคคลตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 50/2557 มีบุคคลทยอยมารายงานตัวในช่วงเวลา 10.00-12.00 น. ตามที่กำหนด ประกอบด้วย นายวิจารณ์ แสนลี่ บุตรชายของนายเล่าต๋า  แสนลี่, นายหรั่ง ธุระพล นายก อบต.เชียงหวัง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี, นายเจ๊ะอาแว สระมารอเม๊าะ ซึ่งนั่งเครื่องบินมาจาก จ.นราธิวาส, นายประสิทธิ์ ดวงเพ็ชร, นายมนตรี พฤกษาพันธ์ทวี 
       ขณะที่นายจำเริญ ชีวินเฉลิมโชติ ได้ให้นายนนทชัย  ชีวินเฉลิมโชติ บุตรชายมาชี้แจง พร้อมเอกสารยืนยันว่าทำธุรกิจอยู่ที่ประเทศจีน จะมารายงานตัวภายหลัง นอกจากนี้ยังมีนางเจนจิรา พูลสวัสดิ์ พี่สาวภรรยาของ พ.ต.ท.อุทัย บทมาตย์ ที่เดินทางมาชี้แจง คสช.ว่า พ.ต.ท.อุทัยทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรง และหนีออกจากบ้านไปแล้ว ไม่สามารถตามตัวได้ ทั้งนี้ เวลา 12.15 น. คสช.อนุญาตให้นายประสิทธิ์  ดวงเพ็ชร เดินทางกลับหลังมารายงานตัวเมื่อเวลา 11.15 น. 
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. นางสาวสาวตรี  สุขศรี อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในอาจารย์กลุ่มนิติราษฎร์ซึ่งถูก คสช.เรียกไปรายงานตัว ได้เดินทางกลับจากต่างประเทศแล้ว หลังจากได้รับเชิญจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาให้เดินทางไปดูงาน 2 สัปดาห์ และถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)  ควบคุมตัวไว้  โดยล่าสุดเวลา 15.00 น. ทราบว่า น.ส.สาวตรีถูกควบคุมตัวไปที่กองพันทหารสารวัตรทหารอากาศ (สห.ทอ.) ตามคำสั่งของ คสช. โดยอยู่ระหว่างประสานให้ คสช.มารับตัว
     ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ น.ส.สาวตรีและทางคณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แจ้งทาง คสช.ไว้ล่วงหน้าแล้วว่า  น.ส.สาวตรีจะไปรายงานตัวกับ คสช.ในวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน เนื่องจากติดภารกิจดูงานต่างประเทศตามคำเชิญของสถานทูตสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 สัปดาห์
คสช.เรียกทูตเข้าพบ 11 มิ.ย.
    ขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันที่ 11 มิถุนายนนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศที่ประจำการในไทย และเอกอัครราชทูตไทยที่ประจำการในต่างประเทศพบปะหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง  เพื่อทำความเข้าใจถึงความจำเป็นในการยึดอำนาจและแนวทางคืนความสงบสุขให้ประเทศ
      นายสีหศักดิ์กล่าวยอมรับว่า ชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐ, ออสเตรเลีย และกลุ่มอียู กังวลต่อสถานการณ์การเมืองไทยเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการร่วมประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนและการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีกว่า 20 ประเทศเข้าร่วมประชุมที่ประเทศเมียนมาร์ ซึ่งจะได้ใช้โอกาสนี้สร้างความเข้าใจในสถานการณ์การเมืองไทยด้วย
    นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายดำรง ใคร่ครวญ อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก ได้หารือกับนางยู ออย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เรื่องนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งกลุ่มองค์การต่อต้านการรัฐประหาร ไว้คอยเคลื่อนไหวในพื้นที่ต่างๆ โดยเอกอัครราชทูตกัมพูชาได้ยืนยันท่าทีของกัมพูชาอย่างชัดเจนว่า  ทางกัมพูชาไม่สนับสนุนให้ใครใช้กัมพูชาเป็นฐานเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง ในลักษณะที่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของมิตรประเทศ
       นายเสขกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังได้จัดทำแนวทางชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจกับภาคประชาสังคมของต่างประเทศ หลังจากที่องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนชั้นนำ อาทิ ฮิวแมนไรต์วอตช์ ได้แสดงความสนใจและเฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด โดยได้มอบหมายให้นายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ชี้แจงทำความเข้าใจที่สำนักงานใหญ่ของฮิวแมนไรต์วอตช์ในมหานครนิวยอร์กแล้ว
      "ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว  ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ยังจะเดินทางไปร่วมประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา  สวิตเซอร์แลนด์ และจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ชาติสมาชิกเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดในไทย รวมถึงเหตุผลและความจำเป็นที่ทำให้กองทัพต้องเข้ามาคุมอำนาจในการบริหารประเทศด้วย" นายเสขกล่าว
    วันเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรียกประชุมศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการเร่งติดตามจับกุมผู้ครอบครองอาวุธสงคราม หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งให้ผู้ที่ครอบครองนำมาส่งมอบภายในวันที่ 10 มิถุนายนนี้
ตร.กวาดล้างอาวุธสงคราม
     พล.ต.อ.วัชรพลระบุว่า ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้ที่ครอบครองอาวุธสงครามจะนำไปทิ้งตามสถานที่ต่างๆ แทนการส่งมอบ  ซึ่งทหารได้รวบรวมไว้เป็นพยานหลักฐานก่อน และหลังจากนั้นตำรวจจะขออาวุธสงครามทั้งหมดมาตรวจสอบหาความเชื่อมโยงของ 17 คดีที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุม และมีการใช้อาวุธสงครามในการก่อเหตุตามขั้นตอน ก่อนที่จะเสนอให้นำอาวุธทั้งหมดไปทำลาย
    ส่วนการปราบปรามปัญหายาเสพติด หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปราม ซึ่งพลตำรวจเอกวัชรพลยอมรับว่า ยาเสพติดยังเป็นปัญหาหลักที่ตำรวจเร่งปราบปรามอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่บางครั้งในสถานการณ์การชุมนุมอาจมีกำลังตำรวจไม่เพียงพอ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักที่ต้องปราบปราม
    ด้านความเคลื่อนไหวกลุ่มต่อต้านรัฐประหาร โดยนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการหนึ่งของสำนักข่าวเอบีซี ประเทศออสเตรเลีย โดยยืนยันเรื่องการจัดตั้งองค์กรต่อต้านรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นผู้นำองค์กร  ส่วนรายละเอียด สมาชิก ชื่อ รวมถึงภารกิจ และสถานที่ตั้ง  จะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการภายในเดือน มิ.ย.
       นายจักรภพกล่าวต่อว่า สมาชิกขององค์กรจะมีทั้งคนที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่แสดงออกถึงการต่อต้านระบบการปกครองที่ไม่ชอบธรรม แต่จะไม่มีการติดอาวุธและไม่ใช้ความรุนแรง
       ทั้งนี้ นายจักรภพปฏิเสธว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ร่วมและสนับสนุนงบประมาณในองค์กรนี้ เนื่องจากองค์กรนี้ไม่ต้องการความเคลื่อนไหวหรือช่วยเหลือเป็นเงิน แต่สิ่งที่ต้องการคือ เครือข่ายความร่วมมือ อีกทั้งสถานที่ตั้งองค์กรจะไม่มีภูมิศาสตร์ติดกับประเทศไทย แต่เป็นประเทศที่มีการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตย รวมถึงต้องเป็นสถานที่ที่สื่อนานาชาติเข้าถึงได้ พร้อมยืนยันว่าอยู่นอกเขตเอเชีย
    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายจักรภพเตรียมจัดตั้งองค์กรต่อต้านรัฐประหารเคลื่อนไหวทางการเมืองในต่างประเทศว่า อย่าแปลกใจและไปให้ความสำคัญมากมายนัก เนื่องจากคนกลุ่มนี้เป็นผู้ก่อการร้ายหนีคดีที่มีอยู่เดิมในต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเอานายจารุพงศ์หรือใครมาเป็นหัวหน้ากลุ่มก็ไม่ถูกต้องตามหลักสากล  หรือเขาจะตั้ง ครม.พลัดถิ่น ก็ต้องมีหลักเกณฑ์ มีรูปแบบตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศ   อีกทั้งเป็นการตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านอำนาจในประเทศขณะนี้เท่านั้น ซึ่งไม่มีผลกระทบใดต่อภายในประเทศอยู่แล้ว ทั้งเรื่องปรองดองที่ คสช.ทำอยู่ หรือด้านเศรษฐกิจก็ตาม
      ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรองดองที่กำลังเดินหน้าจะแล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ก่อนที่จะมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่ตามที่คสช.ระบุหรือไม่ นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เชื่อว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาหลายปีจะยุติใน 3 เดือน เพราะการปรองดองต้องทำต่อเนื่อง ทั้งก่อนมีนายกฯ และหลังมีนายกฯ  แม้เลือกตั้งแล้วก็ต้องเร่งทำ แต่เงื่อนไขมีอยู่ว่าจะต้องเริ่มต้นยอมรับก่อนของทุกฝ่าย และต้องไม่มีการต่อต้านโดยการใช้อาวุธทำร้ายกัน
นิพิฏฐ์หนุน 'บิ๊กตู่' นั่งนายกฯ
     ส่วนกรณีมีกระแสข่าว หัวหน้า คสช.จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปนั้น นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าท่านไม่จำเป็นต้องตั้ง ครม.และแบ่งแยกงานตามที่ทำอยู่ก็ได้ แต่ต้องใช้ความรวดเร็วเด็ดขาดในการแก้ปัญหาชาติ ที่พูดเช่นนี้เพราะเกรงว่าหากตั้ง ครม.มาแล้ว มนุษย์สายพันธุ์รัฐมนตรีจะกลายพันธุ์ทำตัวเป็นนักประชาธิปไตยเหมือนสมัย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกฯ เป็นนายกฯ ที่มาจากการยึดอำนาจ เพราะรัฐมนตรีเหล่านั้นผิดพลาดที่กลัวจะถูกประชาชนครหาว่า เข้ามารับตำแหน่งโดยวิธีการเผด็จการ  จึงไม่หนักแน่น เด็ดขาด ไม่ใช้อำนาจพิเศษที่ได้มาทำงานในสถานการณ์พิเศษ แต่พยายามใช้อำนาจธรรมดาในสถานการณ์พิเศษ แบบนั้นก็มีแต่พัง
    "ถ้าตั้ง ครม.ตอนนี้ เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีเอง แต่ต้องใช้อำนาจอย่างเด็ดขาด ตรงปัญหาประชาชน อย่าพยายามทำตัวเป็นนักประชาธิปไตยเหมือนสมัย พล.อ.สุรยุทธ์เด็ดขาด และใครจะเรียกหรือครหานินทาว่าท่านมาจากรัฐประหารหรืออย่างไรก็อย่าไปสนใจ ถ้าท่านทำดี แก้ปัญหาได้ ทำประเทศปรองดองได้ จะมีคนยกย่องสรรเสริญท่านเอง" รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า นายจักรภพมีสถานะเป็นนักโทษหนีคดีในกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดังนั้น คงไม่เหมาะสมในการใช้ความเป็นคนไทยแอบอ้างดำเนินการในเรื่องดังกล่าว และล่าสุดทางกัมพูชาปฏิเสธแล้วว่า นายจักรภพไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา อีกทั้งนายจักรภพก็สัมภาษณ์ว่าไม่ได้อยู่ในกัมพูชาแล้ว 
    นายชวนนท์กล่าวต่อว่า ดังนั้นสิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ควรเร่งดำเนินการคือ ส่งคำขอการจับกุมตัวชั่วคราวสำหรับคนที่มีคดีความอาญาและคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เช่น นายจักรภพ, นายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ, นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ไปยังประเทศกัมพูชา เพื่อเป็นการยืนยันว่า กัมพูชาจะให้ความร่วมมือกับไทยในการควบคุมตัว หากบุคคลเหล่านี้เดินทางเข้าไปยังประเทศกัมพูชาอีก เพราะไทยและกัมพูชามีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน ซึ่งการส่งหนังสือดังกล่าว ก็เพื่อดักทางไม่ให้คนเหล่านี้ใช้ประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศในการเคลื่อนไหว เพราะอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
ต่างจังหวัดเร่งปรองดอง
    ทางด้านความเคลื่อนไหวที่ต่างจังหวัด ที่อนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน นายพยนต์ สารวาท แกนนำ นปช. และนายสุพจน์ พิชิตวงค์ แกนนำ กปปส. อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ได้นำสัญลักษณ์ของกลุ่มมาส่งมอบให้นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อแสดงว่าทั้ง 2 กลุ่มจะไม่ออกมาเคลื่อนไหวอีกต่อไป และพร้อมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และร่วมมือกันพัฒนาแม่ฮ่องสอนให้เป็นไปตามนโยบายของจังหวัด
      นายพยนต์ สารวาท แกนนำ นปช.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน  กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะร่วมกันพัฒนาแม่ฮ่องสอน เพื่อสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจะดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ที่สร้างความปรองดองทั้งสองฝ่าย ตามนโยบายของ คสช.ที่อยากเห็นความสงบในบ้านเมือง
       ส่วนนายสุพจน์ พิชิตวงค์ แกนนำ กปปส.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จากนี้ไปจะไม่มีการแบ่งกลุ่มแบ่งสีอีกต่อไป จะร่วมมือกันพัฒนาแม่ฮ่องสอนเช่นกัน ไม่ว่ากลุ่มใดก็เป็นพี่น้องกัน พร้อมจะร่วมกิจกรรมทุกกลุ่มสี
      ด้านนายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันที่แกนนำทั้งสองฝ่ายมาแสดงจุดยืน คือจะร่วมมือกันพัฒนาแม่ฮ่องสอน สร้างความปรองดอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกฝ่ายหันหน้าร่วมกันสร้างความสามัคคี อย่างไรก็ตาม จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้สร้างความปรองดองสมานฉันท์ไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง ที่ค่ายโสณบันฑิตย์ อ.ปาย และที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 อ.แม่สะเรียง ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 120 คน
    ที่จังหวัดมหาสารคาม ได้มีการจัดกิจกรรมอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชน พร้อมเปิดเวทีเสวนาสร้างความปรองดองสมานฉันท์ หวังสร้างรอยยิ้ม คืนความสุข สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับชาวจังหวัดมหาสารคาม นำโดยนายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม  พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม, พ.อ.ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ เสนาธิการ กองพลทหารราบที่ 6 รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบจังหวัดมหาสารคาม โดยใช้สถานที่ภายในโรงเรียนแห่บริหารวิทย์ ตำบลแห่ใต้ อำเภอโกสุมพิสัย เป็นสถานที่จัดกิจกรรม
    ทั้งนี้ มีการจัดกิจกรรมให้บริการประชาชน ทั้งการตรวจสุขภาพโดยหน่วยทหาร, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโกสุมพิสัย, การบริการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว โดย ธ.ก.ส.โกสุมพิสัย, การมอบเครื่องอุปโภคบริโภคโดยเหล่ากาชาดมหาสารคาม, การบริการตัดผมฟรี รวมทั้งการมอบรางวัลและการบริการอื่นๆ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปรับบริการถึงตัวอำเภอ
      นายแสงดาว พันธุ์กล้า ชาวบ้านแห่ใต้ หมู่ 1 ที่มารับบริการตัดผมฟรีในครั้งนี้ บอกว่า ดีใจที่มีบริการที่เข้าถึงประชาชนเช่นนี้ ได้รับประโยชน์โดยไม่ต้องเดินทางไปรับบริการถึงตัวอำเภอ อีกทั้งสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ไม่ต้องการให้แบ่งสี แบ่งฝ่าย อยากให้คนไทยรู้รักสามัคคีกัน
    ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 กล่าวว่า ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ให้ความร่วมมือกับ คสช.ป็นอย่างดี เชียงใหม่มีความสงบเรียบร้อยดี ไม่มีการซ่องสุมกำลังหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวนั้น หากสถานการณ์สงบเรียบร้อยดี อีกไม่นานก็คาดว่า คสช.จะพิจารณาประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวจังหวัดเชียงใหม่
      พล.ต.ศรายุธกล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ใดที่ครอบครองอาวุธสงคราม ให้นำมามอบที่มณฑลทหารบกที่ 33 ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2557 หลังจากนั้นหากเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ผู้ครอบครองจะมีความผิดตามกฎหมายและเป็นโทษหนัก
พบปืนกระสุนริมทางอ่างทอง
    วันเดียวกัน ที่จังหวัดอ่างทอง     พ.ต.อ.พีรพันธุ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ชัยยะ นาคกลิ่นกุล รับแจ้งจากพลเมืองดีชาว จ.อ่างทอง ว่าพบลูกกระสุนปืน M16 ซุกซ่อนอยู่บริเวณศาลาพักผู้โดยสาร ริมถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ  ทางเข้าวัดแปดแก้ว หมู่ที่ 1 ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบเป็นศาลาพักผู้โดยสารริมถนน บริเวณใต้ถุนศาลาพบลูกกระสุนปืน M16 บรรจุอยู่ในกล่อง ในสภาพใหม่ จำนวน 5 กล่อง กล่องละ 20 นัด รวมทั้งสิ้น 100 นัด จึงทำการเก็บมาตรวจสอบยัง สภ.วิเศษชัยชาญ
     สอบสวนเบื้องต้น  พลเมืองดี (ขอสงวนชื่อและนามสกุล)  เปิดเผยว่า ช่วงเวลานั้นตนได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อจะไปบ้านแฟนใน ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ขณะที่กำลังขับรถนั้น ได้พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ขับมาจอดที่บริเวณศาลาดังกล่าว ดูแล้วมีท่าทีผิดปกติ คือจอดรถแล้วลงมานั่งข้างศาลาและได้เปิดไฟสูงรถไว้เพื่อทำให้คนไม่สามารถมองเห็นบริเวณนั้นได้ชัดเจน จากนั้นก็พบว่าบุคคลดังกล่าวเหมือนนำอะไรบางอย่างไปซุกไว้ใต้ถุนศาลาอย่างรีบร้อน ตนเห็นผิดปกติจึงขับรถผ่านไปก่อนแล้วย้อนมาดู จนรถคันดังกล่าวขับออกไป ตนจึงจอดรถและลงไปดูที่บริเวณศาลา ก็พบว่าคนบนรถเก๋งดังกล่าวได้นำลูกกระสุนปืนมาซุกซ่อนไว้ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
     พ.ต.อ.พีรพันธุ์กล่าวว่า กระสุนปืนดังกล่าวนั้นขนาด  5.56 มม. ใช้สำหรับปืนเอ็ม 16 และอาก้า ซึ่งเป็นอาวุธสงคราม จากเหตุการณ์ดังกล่าวตนมองดูแล้ว น่าจะเป็นการสั่งซื้อกันมากกว่า เพราะว่าไม่น่าจะเป็นการเอากระสุนปืนมาทิ้งบริเวณนี้ เพราะว่าถ้าคนที่จะเอามาทิ้งไม่จำเป็นต้องมาทิ้งบริเวณนี้ เนื่องจากบริเวณถนนเส้นนี้มีที่มืดและทางเปลี่ยวหลายเส้นทาง ถ้าจะทิ้งก็สามารถทิ้งได้ทุกที่ ตนจึงคิดว่ารายนี้น่าเป็นการสั่งซื้อและรอเวลาที่จะมาหยิบไป แต่เวลานั้นทางพลเมืองดีได้มาเห็นเสียก่อน จึงได้แจ้งมาทาง สภ.วิเศษชัยชาญเพื่อให้สายตรวจไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกระสุนปืนที่พบมาทำบันทึกตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำไปตรวจสอบและประสานไปยัง มทบ.ที่ 13 ลพบุรี เพื่อร่วมตรวจสอบหาที่มาต่อไป.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น