วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กวาดล้างอาวุธ จับอีกล็อตใหญ่ ค้าผ่านเว็บไซต์ เมื่อ 11 มิ.ย.57

กวาดล้างอาวุธ จับอีกล็อตใหญ่ ค้าผ่านเว็บไซต์


รวบแก๊งชาวจีนร่วมกับคนไทยค้าอาวุธสงครามข้ามชาติผ่านอินเทอร์เน็ต ได้ของกลางอาวุธปืนพร้อมกระสุนเพียบ “วัชรพล” ปลื้มเป็นผลงานที่น่าชื่นชม รับลูก คสช.เดินหน้ากดดันต่อ พร้อมรณรงค์ปราบปรามอาชญากรรมตั้งแต่ 11 มิ.ย.นี้ โฆษก คสช.ยันคืนอาวุธก่อน 10 มิ.ย.ไม่ต้องรับโทษ เว้นแต่นำไปใช้ก่อเหตุ
    ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) วันที่ 10 มิถุนายน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ 10, พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.ภ.2, พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี รรท.ผบช.สตม. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งชาวจีนร่วมกับคนไทยค้าอาวุธสงครามออนไลน์ 
    โดย พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวว่า ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา  ทาง สตม.ได้รับการประสานจากทางทูตจีนให้จับกุมเครือข่ายขายอาวุธสงครามผ่านทางอินเทอร์เน็ต จนสามารถจับกุมพี่น้องฝาแฝด นายหยี โป และนายหยี เถา สัญชาติจีนได้ จากนั้นได้ขยายผล และมีการเอาอาวุธปืนที่เกี่ยวข้องไปทิ้ง บริเวณซอยบ้านสวน-เศรษฐกิจ 30 ต.หนองรี อ.เมืองฯ จ.ชลบุรี จึงได้กำชับให้สืบสวนขยายผล จนสามารถจับกุมนายฮวง ซื่อเกิง, นายเสกสรร สาทไทย อายุ 42 ปี และนายสกล ไชยรส อายุ 32 ปี พร้อมอาวุธสงครามได้อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้เรารู้เส้นทางการค้าอาวุธทั้งหมดแล้ว ทางการจีนได้ประสานขอข้อมูลเพื่อขยายผลปลายทางต่อไป
    รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า การจับการค้าอาวุธสงครามข้ามชาติได้ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชม ที่ได้ทุ่มเทขยายผล เพราะนานครั้งที่เราจะจับได้ การจับกุมครั้งนี้ทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้ปล่อยปละละเลยให้มีการซื้อขายอาวุธ หรือเป็นประเทศที่จัดหาอาวุธ อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลว่าพื้นที่ภาคตะวันออก มีเด็กวัยรุ่นสั่งซื้ออาวุธปืนผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำการสืบสวนจับกุมให้ได้ 
    "พฤติกรรมการค้าขายอาวุธข้ามชาติหรือผ่านทางอินเทอร์เน็ตตอนนี้เริ่มเพิ่มขึ้น เป็นภาระหน้าที่ของแต่ละหน่วย เช่น บก.ปอท. ต้องเข้ามามีบทบาท ตอนนี้ก็ได้ติดตามผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งในเรื่องลามกอนาจาร สถาบัน จากนี้ก็ต้องมีการมอนิเตอร์การค้าขายสิ่งผิดกฎหมายทางอินเทอร์เน็ตด้วย เพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้ในการสืบสวนสอบสวนและขยายผลต่อไป" พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว
    ด้าน พล.ต.ต.ศานิตย์กล่าวว่า ขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติ โดยจำหน่ายอาวุธปืนให้บุคคลที่ต้องการผ่านทางอินเทอร์เน็ต แก๊งชาวจีนนี้ได้เดินทางเข้ามาประเทศไทยได้ปีเศษแล้ว มาติดต่อกับผู้ต้องหาที่เป็นคนไทย เพื่อให้รวบรวมจัดหาอาวุธปืนตามที่มีการสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งการจัดหาส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียน ซึ่งปกติต้องจำหน่ายให้ผู้มีใบอนุญาต แต่กรณีนี้เมื่อมีคนมาซื้อ คนที่ครอบครองอยากขายก็ให้ราคาสูงขึ้น เป็นการจัดหาจากบุคคลที่มีอยู่ทั่วไปตามที่มีลูกค้าสั่งซื้อมา สำหรับมูลค่าการค้าขายครั้งนี้อยู่ในหลักแสนบาท จากหลักฐานที่เป็นสลิปการโอนเงิน ซึ่งจะขยายผลว่ามีใครเข้าไปเกี่ยวข้องอีกหรือไม่อย่างไร และยืนยันว่าอาวุธที่จับกุมได้ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ในเหตุการณ์ทางการเมืองก่อนหน้านี้
    สำหรับวัตถุพยานที่พบบริเวณซอยบ้านสวน-เศรษฐกิจ 30 นั้น ได้แก่ ปืนพกออโตเมติก .380 (9 มม. KURT) (WALTHER) 1 กระบอก, ปืนพกออโตเมติก 9 มม. LUGER (GLOCK) 1 กระบอก, ปืนพกออโตเมติก .25 (6.25 มม.) (CZ BRNO) 1 กระบอก, ปืนพกรีวอลเวอร์ 0.357 MAGNUM (Smith&Wesson) 1 กระบอก, ปืนกลเล็ก (AK-47) ขนาน 7.62 RUSSIAN 1 กระบอก, ปืนยาวไรเฟิล (MAUSER) ขนาด 9 มม. .57  2 กระบอก, ซองปืนกระสุนปืนเล็กกล (AK-47)ขนาด 7.62 มม. RUSSIAN  2 อัน มีกระสุนรวม 28 นัด, กระสุนปืนออโตเมติก ขนาด .32 100 นัด, กระสุนปืนกลเล็ก ขนาด .223 จำนวน 140 นัด, กระสุนปืนขนาด .30 คาร์ไบน์ 19 นัด, กระสุนปืนเล็กกล ขนาด 7.62x39 RUSSIAN 28 นัด, กระสุนระเบิด ขนาด 40 มม. 6 นัด, กระสุนขนาด 7.62x51 มม. NATO 199 นัด, กระสุนปืนลูกกรด ขนาด .22 LONG RIFLE 10,000 นัด, งาช้าง 1 อัน, เครื่องกระสุนขนาด .22 จำนวน 16 กล่อง 800 นัด และเครื่องกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 200 นัด
    นอกจากนี้ ยังมีของกลางที่ยึดได้จากนายเสพสรร และนายก้องสกลหลายรายการ ซึ่งประกอบด้วย อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวเออร์, อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด .99 ยี่ห้อกล็อก 19 ซี มีทะเบียน พร้อมซองกระสุน 3 อัน, อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อโคลท์, อาวุธปืนพกสั้น รีวิลเวอร์ ขนาด .38 ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน เอ็ม 15-6, อาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22  2 กระบอก, อาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาว 5 นัด ยี่ห้อเรมิงตัน, เครื่องกระสุนขนาด .22 แม็กนั่ม 50 นัด, เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. 50 นัด, อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อกล็อก 19 1กระบอก และอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ STI 1 กระบอก
    พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวอีกว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประกาศขอความร่วมมือคนที่ครอบครองอาวุธสงคราม อาวุธปืน วัตถุระเบิด ให้ส่งมอบกับทางการ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีถึงแม้ว่ากำหนดของ คสช.จะสิ้นสุดลง และไม่ได้ขยายเวลาออกไป แต่ในส่วนของ ตร. ได้มอบนโยบายไปว่า ให้ประชาสัมพันธ์และกดดันในพื้นที่ต่างๆ จะมาทิ้งหรือมาคืนก็แล้วแต่ ถ้าเราสามารถยึด อายัดอาวุธเหล่านี้ได้มากเท่าไหร่ ก็จะทำให้สังคมปลอดจากความรุนแรง โดยเราจะกดดันต่อ และจะประมวลเรื่องส่งให้หัวหน้า คสช.ว่าของกลางที่เรายึดอาวุธได้จะนำมาพิสูจน์ว่ามีการนำไปกระทำความผิดทางอาญาหรือเปล่า อาจจะขอให้มีคำสั่งให้เรานำไปทำลายให้สูญหายไปเลยจากพื้นที่
    "สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการกำหนดให้รณรงค์ปราบปรามอาชญากรรมตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.เป็นต้นไป โดยเน้น 2-3 เรื่องด้วยกันคือ เรื่องอาวุธปืน อบายมุข ยาเสพติด เป็นนโยบายสำคัญที่ต้องเอาใจใส่อย่างจริงจัง ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเขาจะมีความปลอดภัย" พล.ต.อ.วัชรพลกล่าว
    ที่สโมสรนายทหารจังหวัดทหารบกสุรินทร์ ค่ายวีรวัฒโยธิน ต.นอกเมือง อ.เมืองฯ จ.สุรินทร์ พล.ต.นิรุจน์ เกตุสิริ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุรินทร์ (ผบ.กกล.รส.จว.ส.ร.) ร่วมกับนายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และ พล.ต.ต.ชัยทัต อินทนูจิตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ ได้รับมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุน และวัตถุระเบิด จากการสนธิกำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ระดมกวาดล้าง จับกุมอาวุธสงครามและอาวุธปืนที่ผิดกฎหมาย ตามคำสั่งของ คสช.
     พบว่า สามารถตรวจยึดอาวุธสงคราม รวมถึงกรณีที่พบว่ามีผู้นำอาวุธสงครามมาทิ้งไว้ตามพื้นที่ต่างๆ  จำนวนมาก ในพื้นที่ อ.สังขะ พนมดงรัก ศรีณรงค์ และ กาบเชิง รวม 18 รายการ คือ ปลย.เอ็ม 16 เอ 4 พร้อมซองบรรจุรูกระสุน 1 กระบอก, กระเป๋าบรรจุปืน 1 ใบ,  ลูกระเบิดขว้าง 3 ลูก, ปืนแก๊ป  8 กระบอก, ลูกจรวดอาร์พีจี จำนวน 5 ลูก, กระสุนเอ็ม 60 จำนวน  2 ลูก, กระสุนปืน ค.60 จำนวน 2 ลูก, กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 10 นัด, ลูกจรวดต่อสู้รถถัง เบ 62 จำนวน 1 ลูก,  กระสุนอาก้า จำนวน 10 นัด, ลูกระเบิดขว้าง TVP-47 จำนวน 2 ลูก, ลูกระเบิดขว้าง TVP-59 จำนวน 1 ลูก และกระสุน เอเค 47 จำนวน 10 นัด
    พ.อ.วินธัย สุวารี  รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมงาน คสช. กล่าวถึงกรณีมีข่าวลือว่าหากนำอาวุธสงครามมาคืนให้กับทางราชการจะมีความผิดว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ เพราะ คสช.มีคำสั่งให้ผู้มีอาวุธที่ใช้เฉพาะแต่การสงครามนำมาส่งมอบให้นายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ ภายในวันที่ 10 มิ.ย. โดยไม่ต้องรับโทษ แต่หากอาวุธสงครามที่นำมาคืนตรวจสอบพบว่ามีการนำไปใช้ก่อเหตุในอดีต ก็ถือว่ามีความผิดและต้องดำเนินการตามกฎหมาย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น