ทุบหม้อข้าว
พอมองเห็นเค้าแล้วครับว่าเริ่มจะมีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน อย่างน้อยก็สร้างทัศนคติต่อการคอร์รัปชันว่ามีอยู่หลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นคือผลประโยชน์ที่ไม่ควรได้
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทบทวนสิทธิประโยชน์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน และเงินปันผลของคณะกรรมการในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เริ่มจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ฝ่ายเศรษฐกิจของ คสช. มีมติอนุมัติยกเลิกสวัสดิการนั่งเครื่องบินฟรีของคณะกรรมการบริษัทการบินไทย
เป็นการนำร่อง เพื่อประหยัดงบแผ่นดินและช่วยการบินไทย จากนี้ไปจะมีการทบทวนสวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ตามมา
ดีครับ....เพราะยังมีบอร์ดรัฐวิสาหกิจอีกจำนวนมากได้รับสิทธิประโยชน์ โดยการผลักภาระให้ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบในรูป "ค่าบริการ" เช่นไฟฟ้า, ประปา เป็นต้น
เป็นการทุบหม้อข้าวที่ต้องติดตามอย่ากะพริบตา!
เนื่องจากระบอบทักษิณอยู่ในอำนาจต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน บอร์ดรัฐวิสาหกิจแทบทุกแห่งจึงมีนายตำรวจ-ทหาร ระดับสูงฝังตัวรับผลประโยชน์อยู่เป็นจำนวนมาก
นั่นคือวิธีจัดสรรผลประโยชน์ตามที่ "ทักษิณ ชินวัตร" ถนัด โดยที่ตัวเองไม่ต้องควักกระเป๋าแม้สตางค์แดงเดียว
เมื่อจะรื้อทั้งที ตัดสิทธิประโยชน์คงจะน้อยไป คสช.ควรจะทำให้เป็นมาตรการถาวรครับ คำถามคือสมควรแล้วหรือไม่ ที่จะให้ข้าราชการระดับสูงมานั่งถ่างรับผลประโยชน์หลายทางเช่นนี้
บอร์ดรัฐวิสากิจ ควรเป็นที่สำหรับบุคคลที่มีความรู้ในด้านนั้นๆ อย่างจริงจังเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาองค์กร มิใช่เก้าอี้ต่างตอบแทนระหว่างฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ เพื่อเสวยสุขบนความลำบากของประชาชน
หรือมีไว้เพื่อเป็นไม้กันหมา! หรือตอบสนองระบบอุปถัมภ์
ไปสำรวจดูครับ 3 บิ๊ก คสช.นั่งในบอร์ดรัฐวิสาหกิจหลายแห่งด้วยกัน
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นกรรมการ 3 แห่งคือ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นกรรมการ 3 แห่ง คือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในเครือ ปตท., บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์
เอาหละครับ มาดูบอร์ดการบินไทยกันอีกทีว่านอกจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง แล้วยังมีทหารอีกกี่คน พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล, พล.อ.อ.สุปรีชา กมลาศน์ และ พล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ
นอกจากนี้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังมีทหาร 1 คน คือ พล.อ.วรวัฒน์ อินทรทัต และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) มีทหารอีก 2 คน ประกอบด้วย พล.ท.จิระเดช โมกขะสมิต และ พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี
อื่นๆ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เป็นกรรมการบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่
บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด มีตำรวจ 1 คน คือ พล.ต.ท.ยงยุทธ เตียวตระกูล ทหาร 3 คน คือ พล.อ.อ.บุรีรัตน์ รัตนวานิช, น.ต.อัษฎาวุธ วัฒนางกูร และ น.ต.ประจักษ์ สัจจโสภณ
คร่าวๆ ครับ...ไม่นับรวมตำรวจ อดีตตำรวจ อดีตนายทหารอีกตะพึดตะพือ
หะแรก ผมมิได้หมายความว่าบุคคลที่มีรายชื่อข้างต้น ทำผิดกฎหมายอะไรนะครับ แต่เมื่อ คสช.คิดจะล้างรัฐวิสาหกิจไม่ให้บิดเบี้ยว ก็ต้องมองไปข้างหน้าครับ
สิ่งที่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่หนึ่งในนั้นคือ ทัศนคติต่อตำแหน่งบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ทำอย่างไรจึงจะลบล้างความเชื่อที่ว่า เก้าอี้บอร์ดรัฐวิสาหกิจเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของข้าราชการระดับสูงลงให้ได้
ถ้าทำได้จะลดเงื่อนไขนำไปสู่การคอร์รัปชันได้มากครับ.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น