แยกเขี้ยวขู่!พนันฟุตบอลโลก ยึดทรัพย์-แบล็กลิสต์เว็บไซต์
เหลืออีกไม่กี่อึดใจมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก "ฟุตบอลโลก 2014” จะระเบิดเพลงแข้งขึ้น ที่ประเทศบราซิล และสิ่งที่จะเกิดขึ้นควบคู่กับการแข่งขันกีฬาใหญ่ โดยเฉพาะ "ฟุตบอล" ในเมืองไทย นั่นคือ "การพนัน"
จากข้อมูลการเล่นพนันฟุตบอลในประเทศไทย แพร่หลายตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาไปจนถึงอุดมศึกษา จนทำให้สถิติของการเล่นพนันเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อลองย้อนไปดูสถิติฟุตบอลโลกในปี 2553 นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ถึง 3,789 คน โดยแบ่งเป็นเจ้ามือ 501 คน, ผู้เล่น 3,157 คน, คนเดินโพย 169 ซึ่งมียอดเงินสดหมุนเวียนถึง 26 ล้านบาท และเงินในบัญชีอีก 105 ล้านบาท
ดังนั้น ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ฟุตบอลโลก 2014 ตรงกับช่วงที่ทหารเข้ายึดอำนาจ หรือ “การรัฐประหาร” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศคำสั่งเรื่องห้ามมิให้มีการเล่นการพนันที่ผิดกฎหมาย โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่มีการเปลี่ยนแม่ทัพใหม่ เป็น พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจรักษาการแทน ผบ.ตร. ก็ขานรับนโยบายการปราบปรามการพนันทันที แต่งตั้งให้ “บิ๊กเอก” พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. (ปป.) เป็นโต้โผในการดูแลเรื่องนี้
นำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลเทศกาลบอลโลก”
“เพื่อตอบสนองนโยบายของ คสช.ในการปราบปรามอบายมุขทุกรูปแบบในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก 2014 ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลัง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด ก็จะใช้มาตรการในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อปราบปรามการพนันทุกรูปแบบให้ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะนำ พ.ร.บ.การฟอกเงินมาใช้กับผู้ที่กระทำความผิดด้วย นอกจากการปราบปรามการพนันช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกแล้ว หากในพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลยให้มีการพนันประเภทอื่นๆ ก็จะถูกลงโทษทางวินัย และถูกลงโทษทางปกครองอย่างแน่นอน นอกจากการพนันฟุตบอลโลกแล้ว หากพบว่าที่ไหนมีการเล่นการพนันประเภทต่างๆ หรือแม้แต่เป็นการเสี่ยงทาย โดยมีอุปกรณ์การเล่นอย่างตู้ม้า หรือตู้ผลไม้ หากตรวจสอบก็จะดำเนินคดีกับการบุคคลกลุ่มนี้อีกด้วย” พล.ต.อ.เอก กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติของศูนย์ดังกล่าว
นอกจากนี้ “บิ๊กเอก” ได้ออกมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งฟุตบอลโลก 2014 ผมได้กำชับ บช.น., ภ.1-9, ศชต., ก., และ สทส, ดำเนินการอย่างจริงจัง คือ 1.ด้านการป้องกันจัดกำลังตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ ออกตรวจตราสถานบริการ สถานบันเทิง โรงแรม ร้านอาหารทั่วไป และ/หรือสถานที่อื่นใดที่เปิดให้บริการรับชมการแข่งขันฟุตบอล หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการจับกุมโดยเด็ดขาด และให้ทำการสืบสวนขยายผลถึงแหล่งนายทุน เจ้ามือ หรือเครือข่ายรับพนันทายผลฟุตบอล (โต๊ะบอล) ทั้งที่เป็นผู้จัดให้มีเล่นพนันโดยตรงและรับพนันทางอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง
2.ด้านการปราบปราบเร่งสืบสวนปราบปรามจับกุม ผู้ลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอลโดยเฉพาะการรับพนันทางอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจัง สุ่มตรวจการลักลอบเล่นการพนันทายผลฟุตบอลทางสื่อสังคมออนไลน์ หากตรวจพบให้ปิดกั้นระงับการใช้และสืบสวนจับกุมตามกฎหมายเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์อีกส่วนหนึ่งด้วย ส่วนกรณีมีการจับกุมและสอบสวนขยายผลทราบถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอันได้แก่ เจ้าของกิจการหรือผู้ที่จัดให้มีการชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันปล่อยปละละเลยให้มีการเล่นการพนันในสถานบริการของตน ให้เสนอใช้มาตรการพักใช้และเพิกถอนใบอนุญาตแก่สถานบริการนั้นๆ ให้เร่งรัดสืบสวนปราบปรามบุคคล กลุ่มบุคคลที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ และแก๊งติดตามทวงหนี้ โดยใช้วิธีการรุนแรงผิดกฎหมายให้ได้ผลอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ บทลงโทษของเหล่าผีพนันที่จะได้รับคือ พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 และ 14 ทวิ ซึ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดบทลงโทษ การทายผลพนันฟุตบอล ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีการเพิ่มโทษถ้ากระทำความผิดซ้ำภายใน 3 ปี โทษจะทวีคูณ และทั้งจำทั้งปรับในมาตรา 14 ทวิ
พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่น ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากพนักงาน หรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อ บทแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาต ผู้นั้นมีความผิดต่อไปนี้ (1) ถ้าเป็นความผิดในการเล่นตามบัญชี ก.หมายเลข 1 ถึงหมายเลข 16 หรือการเล่นตามบัญชี ข.หมายเลข 16 เฉพาะสลากกินรวบ หรือการเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกันนี้ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปจนถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป จนถึง 5,000 บาท เว้นแต่ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันที่เรียกว่าลูกค้า ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(2) ถ้าเป็นความผิดในการเล่นอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เว้นแต่ความผิดตามมาตรา 4 ทวิ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 14 ทวิ ผู้ใดกระทำความผิด ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้นโทษแล้วยังไม่ครบกำหนด 3 ปี กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก (1) ถ้าโทษซึ่งกำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นโทษจำคุก และปรับให้วางโทษทวีคูณ (2) ถ้าโทษซึ่งกำหนดไว้สำหรับความผิดที่กระทำครั้งหลังเป็นโทษจำคุก หรือปรับ ให้วางโทษทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวิวัฒนาการก้าวหน้า เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในสังคม ไม่เว้นแม้แต่ในวงการพนัน ความทันสมัยต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ "ตำรวจ" ต้องปรับตัวในการปราบปราม จึงมีการร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ช่วยกันสอดส่องและปราบปรามการพนันให้ทั่วถึง
พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบุ สถิติการเล่นพนันฟุตบอลในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 เนื่องจาก มีอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น/นักศึกษา และวัยทำงาน โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆ ซึ่งไอซีทีและตำรวจ จะร่วมการกวดขันอย่างเข้มงวด
"หากพบเว็บไซต์ใดมีการลักลอบหรือปล่อยให้มีการเล่นพนัน จะดำเนินการปิดเว็บไซต์นั้นทันที โดยอาศัยอำนาจตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการควบคุมการพนัน รวมถึง จะรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง"
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการปราบปราม เสริมว่า รูปแบบการลักลอบเล่นการพนัน ที่นิยมมากสุด คือ ทางอินเทอร์เน็ต / พนันโต๊ะบอล / โทรศัพท์ โดยรับพนันกันเองผ่านคนรู้จัก / เคเบิล หรือ จอทีวี / ตามร้านอาหาร ร้านประกอบการมากขึ้น / มีการทายผลทางเอสเอ็มเอส (SMS) ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบ หากพบว่า มีการกระทำผิดก็จะดำเนินการตามกฎหมาย และหากผู้ที่อยู่เบื้องหลัง มียอดเงินสูงกว่า 10 ล้านบาท หรือมีผู้พนันมากกว่า 100 รายขึ้นไป จะดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน
"จากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้งศูนย์ปราบพนันบอลโลกขึ้นนั้น ได้มีการดำเนินการติดตามเว็บไซต์ที่กระทำผิด ให้มีการเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ พบว่ามีกว่า 10 เว็บไซต์ ส่วนใหญ่จะเป็นโดเมนเนมเว็บไซต์จากต่างประเทศ ขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากไอทีชี เข้ามาร่วมดำเนินการติดตามเว็บไซต์ที่กระทำผิด"
เมื่อทุกหน่วยร่วมมือกันป้องกันและปราบปรามการเล่นพนันฟุตบอลเช่นนี้ ก็เชื่อน่าจะทำให้ "ผีพนัน" หัวหดไม่มากก็น้อย แต่สิ่งสำคัญการปราบปรามจะได้ผลจริงจัง เจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามต้องไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเป็นเจ้าของโต๊ะบอลเสียเอง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น