วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

สัตว์นรก 25 March, 2014

สัตว์นรก25 March, 2014


เห็นภาพมวลชนเสื้อแดง แห่งกลุ่ม กวป.รุมกระทืบพระ ที่ท่าน สุวิริโย ซึ่งเป็นพระด้วยกัน นำมาเผยแพร่พร้อมคลิปวิดีโอไว้ในเว็บไซต์ โอเคเนชั่น วันวานแล้ว ต้องเรียกว่า...ช่างเป็นอะไรที่น่าอเนจอนาถ น่าเกลียด น่าชัง น่าทุเรศ ชนิดแทบไม่น่าเชื่อเอาเลยว่า คนไทยแท้ๆ จะพร้อมใจกันจำแลง แปลงกาย เป็น สัตว์นรก ได้อย่างจะจะ จังๆ ถึงเพียงนี้...
                                                          --------------------------------------------------
    คือแค่รุมเหยียบ รุมกระทืบ ไล่ถีบ ไล่เตะ คนคนเดียวที่ไม่มีอาวุธ ไม่มีทางสู้ อันนั้นก็ต้องจัดไฟลัมให้อยู่ในประเภท  สัตว์ ชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงไปเป็นอื่น คือจัดอยู่ในประเภท หมาหมู่ อะไรประมาณนั้น ยิ่งถ้าหากคนคนเดียวที่ว่า ท่านดันใช้ จีวร เป็นเครื่องห่อหุ้มร่างกาย อย่างน้อยที่สุด...ถ้าหากไม่คิดว่าท่านเป็นพระ ก็น่าที่จะรู้จักคิด รู้จักบันยะบันยัง อย่างที่คนไทยโดยทั่วไปเคยพูดๆ กันนั่นแหละว่า ถ้าหากไม่เห็นแก่พระ ก็น่าจะเห็นแก่ผ้าเหลืองเอาไว้ซักนิด ขนาดตำรวจจะจับพระ ยังต้องขออาราธนา ขอนิมนต์ให้สึก เพื่อที่จะได้จับกันถนัดๆ ไม่ต้องให้เสียความรู้สึก ความเคารพผูกพัน ที่ผู้คนในบ้านนี้ เมืองนี้ เคยมีต่อพระพุทธศาสนามาโดยตลอด...
                                                         ------------------------------------------------------
    ขนาด พระแดง ที่เอารูป ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ มาทำเป็นจี้ห้อยคอ ถือธงเป็นอาวุธไว้สู้กับมวลชนฝ่ายตรงกันข้าม แต่เท่าที่ผ่านมา...ก็ยังไม่เคยมีมวลชน หรือมีม็อบไหนๆ ที่คิดจะไปกลุ้มรุมไล่เตะ ไล่ถีบ พระแดง เอาเลยแม้แต่นิด อย่างมากก็เอามาพูดจา ตำหนิ ติติง กันไปตามสภาพ แต่สำหรับมวลชนแดงแห่งกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กวป. ซึ่งกะเกณฑ์ระดมพลมุ่งที่จะมาเล่นงานองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. โดยเฉพาะ เพื่อข่มขู่ คุกคาม และขัดขวางมิให้องค์กรอิสระแห่งนี้ ปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบ ในการชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีเถื่อนกรณีโครงการจำนำข้าวได้ถนัดๆ นอกจากจะแสดงออกถึงเจตนารมณ์และจุดมุ่งหมายอันสุดแสนจะ ห่วยแตก แล้ว ยังแสดงออกถึงพฤติกรรมที่น่าเกลียด น่าชัง น่าทุเรศเวทนาเอามากๆ...
                                                          -----------------------------------------------------
    แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ...การแสดงออกถึงเจตนารมณ์และกิริยาอาการอันสุดแสนจะต่ำทรามเช่นนี้ คงไม่ได้มีแต่เฉพาะมวลชนแดงกลุ่ม กวป. แต่เพียงเท่านั้น ในการชุมนุมใหญ่ของมวลชนแดงกลุ่ม นปช. เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาพของแกนนำรายหนึ่งที่โดดขึ้นไปกู่ตะโกนด้วยความร่าเริงยินดีบนเวที แจ้งให้มวลชนของตัวเองได้รับทราบถึงการ ฆาตกรรม มวลชนฝ่ายตรงข้าม ที่มีทั้งผู้หญิงและเด็กเล็กๆ ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ตายไปชนิดรวดเดียว 5 ศพ ส่งผลให้มวลชนแดงที่นั่งเรียงรายอยู่รอบๆ เวที แสดงปฏิกิริยาตอบรับด้วยการส่งเสียง เฮ กึกก้องสนั่นหวั่นไหว แสดงออกถึงความพึงพอใจ ที่ได้เห็นผู้อื่นซึ่งไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกันกับตัวเอง ถูกเข่นฆ่า ล้างผลาญ
                                                       --------------------------------------------------------
    เพียงเท่านี้...ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาไปพูดถึงเรื่องประชาธิปตง ประชาธิปไตย อะไรอีกต่อไปแล้ว คือมันสะท้อนให้เห็นถึงความหยาบ ความโหดเหี้ยม อำมหิต ที่ฝังอยู่ภายในจิตใจ เกินกว่าที่จะมาพูดจากันในเรื่องเหตุเรื่องผลใดๆ ได้ ตราบใดที่ระดับคุณธรรม ศีลธรรม มันยังไม่ถูกยกระดับให้ก้าวขึ้นสู่  ความเป็นมนุษย์ ได้อย่างแท้จริง และที่น่าเกลียด น่าชัง น่าทุเรศยิ่งขึ้นไปใหญ่ ก็คือบรรดาผู้ที่พอจะรู้จักใช้เหตุใช้ผล ที่มีฐานะเป็นแกนนำมวลชน เป็นนักวิชาการแดง เป็นสื่อมวลชนแดง ฯลฯ ทั้งหลาย แทนที่จะตระหนักถึง อันตราย อันเนื่องมาจากระดับคุณธรรมศีลธรรมของมวลชนตัวเอง ซึ่งออกจะต่ำกว่าปกติ แทนที่จะหาทางยกระดับสิ่งเหล่านี้ให้สูงๆ ขึ้นมาบ้าง หรือให้พอที่จะอยู่ร่วมกันภายใน สังคมมนุษย์ ได้ แต่บรรดาแกนนำแดง นักวิชาการแดง สื่อมวลชนแดง ฯลฯ นอกจากพยายาม มองไม่เห็น ถึงสิ่งเหล่านี้ ยังกลับพยายามนำเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง อย่างสุดแสนจะเลวร้ายเอามากๆ...
                                                      ----------------------------------------------------------
    ความรุนแรง ของบรรดาพวกแดงๆ ทั้งหลาย จึงมักถูกอธิบายขยายความว่าเป็นแค่ อารมณ์ ชนิดหนึ่งบ้าง เป็นความน้อยเนื้อ ต่ำใจ ของผู้ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมบ้าง เป็นแค่ วาทกรรม ในระหว่างพูดจาปราศรัยบ้าง ฯลฯ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็เถอะ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะต้องหาทางปราม  หาทางระงับยับยั้งไม่ให้มันเกิดขึ้นมาได้ง่ายๆ แล้ว มันยังไม่ควรที่จะนำมาใช้เป็นประโยชน์ทางการเมืองเพื่อตัวเอง หรือฝ่ายเดียวกับตัวเอง โดยเด็ดขาด เพราะมีแต่จะนำไปสู่ การเบียดเบียนผู้อื่น การทำร้าย ทำลาย โดยปราศจากการสร้างสรรค์ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่ตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา ทุกสิ่งทุกอย่างมันกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม ไม่ว่าแกนนำแดง นักวิชาการแดง หรือสื่อมวลชนแดง ฯลฯ ต่างมุ่งที่จะใช้ประโยชน์จากอารมณ์ความรู้สึกอันต่ำทรามเหล่านี้มาโดยตลอด...
                                                   -----------------------------------------------------------------
    คำพูดประเภท เผามันเลยพ่อ-แม่-พี่-น้อง...ผมรับผิดชอบเอง หรือ เอาน้ำมันติดมือมาคนละลิตร...แล้วคอยดูได้เลยว่ากรุงเทพฯ จะกลายเป็นทะเลเพลิง ที่ถูกปลุก ถูกกระตุ้น เพื่อดึงเอาอารมณ์ความรู้สึกอันต่ำทรามเหล่านี้มาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 มาบัดนี้...มันก็ยังคงถูกปลุก ถูกกระตุ้นไปในแนวเดิม ในลักษณะเดิม  พยายามดึงเอาความเกลียด ความโกรธ ความอาฆาต พยาบาท ดึงเอาสัญชาตญาณของสัตว์เดียรัจฉานในหมู่มวลชนของตัวเอง เอามาใช้เป็นประโยชน์ทางการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงผู้อื่น ไม่ได้คำนึงถึงกฎระเบียบ ประเพณี วัฒนธรรมใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย หรือแม้กระทั่ง กฎหมาย ก็ตามที...
                                                    --------------------------------------------------------------
    ความชั่วร้ายของแกนนำแดง นักวิชาการแดง สื่อมวลชนแดง ฯลฯ จึงเป็นอะไรที่ ชั่วร้าย ซะยิ่งกว่าไอ้พวกที่ไล่ทุบ ไล่ถีบ ไล่กระทืบพระ รุมสกรัมกันกลางถนนกลางวันแสกๆ เสียอีก เพราะไอ้ประเภทนั้นอาจต้องถือว่าชั่วเพราะ ความไม่รู้ หรือชั่วเพราะ อวิชชา ในเมื่อ ต่อมสัตว์ ถูกกระตุ้น ถูกทำงาน ก็เลยไม่สนใจอีกแล้วว่าอะไรคือพระ อะไรคือฆราวาส แต่ไอ้พวกที่รู้ๆ ว่าใครโกง ใครทุจริต ใครประพฤติมิชอบ ใครที่เหี้ยมโหด อำมหิต ฆ่าและร่วมกันฆ่าผู้อื่นมาแล้วนับเป็นพันๆ ศพ หลอกลวง ปอกลอก เอางบประมาณ เอาเม็ดเงินภาษีอากรของราษฎร เอาสมบัติชิ้นสุดท้ายของชาวนาไปปู้ยี่ปู้ยำ  จนผู้เสียเปรียบ ผู้ด้อยโอกาสทั้งหลาย ถึงขั้นต้องผูกคอตาย ฆ่าตัวตายไปแล้วนับสิบๆ ศพ แต่ก็ยังอุตส่าห์พิทักษ์ ปกป้อง อย่างชนิดไม่ว่าใครแตะไม่ได้โดยเด็ดขาด แถมยังส่งเสริม สนับสนุน หรือแสร้งทำมองไม่เห็น เมื่อมวลชนของตัวเองรุมกระทืบ รุมฆ่า ไล่ข่มขู่ คุกคามใครต่อใคร ไม่เว้นแม้แต่เด็ก  สตรี คนชรา หรือกระทั่งพระ อันนี้...ต้องเรียกว่า หนักซะยิ่งกว่า สัตว์นรก ไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น