UPDATE 11/11/2013**
ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีกว่า 10,000 คนแล้ว ทางบานาเซ่ดอทคอมขอแสดงความเสียใจด้วย T-T
ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีกว่า 10,000 คนแล้ว ทางบานาเซ่ดอทคอมขอแสดงความเสียใจด้วย T-T
ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่มีความรุนแรงเทียบเท่ากับเฮอริเคนระดับที่ 5 ได้พัดขึ้นฝั่งที่ประเทศฟิลิปปินส์แล้วเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหาย หลายฝ่ายเชื่อ พายุลูกนี้ จะทวีความรุนแรงขึ้นอีก และอาจมีกำลังลมมากถึง 380 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พายุไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ที่ตอนนี้ได้ทวีความรุนแรงกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ความเร็วลม 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดขึ้นฝั่งที่ประเทศฟิลิปปินส์แล้ว ส่งผลให้หมู่เกาะทางตอนกลางของประเทศ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยกรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ คาดการณ์ว่า พายุลูกนี้ จะพัดถล่มฟิลิปปินส์นานต่อเนื่องกว่า 18 ชั่วโมง ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปยังทะเลจีนใต้ ในช่วงค่ำของวันนี้ ซึ่งอาจทำให้หลายประเทศได้รับผลกระทบ ทั้งจีน ลาว เวียดนาม กัมพูชา และไทย
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน อาจทวีกำลังแรงขึ้นอีก ขณะที่เคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์เข้าสู่ทะเลจีนใต้ โดยกำลังลมอาจสูงถึง 380 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากเส้นทางที่มันพาดผ่านนั้น ไม่มีภูเขาสูงกั้น ดังนั้น จึงทำให้มันทวีกำลังแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในขณะนี้ หน่วยงานด้านการพยากรณ์อากาศของสหรัฐฯ ได้จัดให้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน มีความรุนแรงเทียบเท่ากับเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับที่เฮอริเคนแคทรีนา พัดถล่มสหรัฐฯ เมื่อปี 2548 โดยเฮอริเคนแคทรีนานั้น ได้สร้างความเสียหายกินพื้นที่กว่า 233,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
โดยก่อนหน้านี้ ทางการฟิลิปปินส์ได้เตรียมรับมือกับซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ด้วยการอพยพประชาชนนับแสนคน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ขณะเดียวกัน สถานที่ราชการและโรงเรียนก็ประกาศปิดชั่วคราว ขณะที่ นายเบนิญโย อากิโน ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ก็ได้สั่งการให้เครื่องบินลำเลียง และเฮลิคอปเตอร์ทั้งหมดของกองทัพ เตรียมพร้อมปฏิบัติงาน สำหรับการบรรเทาทุกข์ และเคลื่อนย้ายผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย
กรมอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์รายงานว่า เส้นผ่านศูนย์กลางของพายุลูกนี้ อยู่ที่ 800 กิโลเมตร ส่วนรัศมีของพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว กินบริเวณกว่า 2 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดในฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกัน ยังมีการเตือนภัย ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง ระวังคลื่นสูงถึง 6 เมตร ที่อาจพัดขึ้นฝั่งได้
ทางด้านของนักอุตุนิยมวิทยาในฟิลิปปินส์ ก็คาดการณ์ว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน อาจสร้างความเสียหายมากกว่าตอนที่พายุไต้ฝุ่นโบพา พัดถล่มฟิลิปปินส์เมื่อปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหายเกือบ 2,000 ราย และมีมูลค่าความเสียหายถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 31,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ต้องรับมือกับพายุไต้ฝุ่นตลอดทั้งปี โดยซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ถือเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ที่พัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้ โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ภาวะโลกร้อน ส่งผลให้ไต้ฝุ่นทวีความรุนแรง และก่อตัวถี่ขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก
พายุไต้ฝุ่น
เป็นพายุหมุนเขตร้อนความเร็วลมสูงสุด ซึ่งก่อตัวขึ้นทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่าง 180° กับ 100° ตะวันออก ซึ่งภูมิภาคนี้ถูกตั้งชื่อว่า “แอ่งแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ” สำหรับจุดประสงค์เกี่ยวกับองค์กร มหาสมุทรแปซฟิกตอนเหนือถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ ทางตะวันออก (ทวีปอเมริกาเหนือจนถึงลองติจูด 140° ตะวันตก) ตอนกลาง (140° ตะวันตกถึง 180°) และทางตะวันตก (180° ถึง 100° ตะวันออก)
ปรากฏการณ์พายุแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือทางตะวันออกจะถูกเรียกว่า เฮอร์ริเคน และพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนที่ไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกจะถูกเรียกว่า ไต้ฝุ่น ศูนย์กลางอุตุนิยมวิทยากำหนดขอบเขตส่วนภูมิภาค (RSMC) ซึ่งมีหน้าที่พยากรณ์การเกิดพายุหมุนเขตร้อนตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และศูนย์เตือนภัยพายุหมุนเขตร้อนอื่น ๆ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกตั้งอยู่ในโฮโนลูลู (ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น) ฟิลิปปินส์และฮ่องกง ขณะที่ RSMC ตั้งชื่อในแต่ละระบบ ตัวรายชื่อหลักนั้นเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 18 ประเทศ รวมทั้งสหรฐอเมริกา ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นทุกปี
ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ พายุไต้ฝุ่นไม่มีการกำหนดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ เพราะพายุไต้ฝุ่นก่อตัวขึ้นตลอดทั้งปี เช่นเดียวกับพายุหมุนเขตร้อนทั่วไป ปัจจัยที่ทำให้พายุไต้ฝุ่นก่อตัวและมีความเร็วเพิ่มขึ้นนั้นมีหกประการ ได้แก่ อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่อุ่นเพียงพอ ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ระดับความชื้นสัมพัทธ์สูงในชั้นโทรโพสเฟียร์ระดับล่างถึงกลาง แรงโคริโอลิสที่มากพอที่จะสร้างศูนย์ความดันอากาศต่ำ การรบกวนหรือจุดรวมระดับต่ำที่มีอยู่แล้ว และวินเชียร์แนวดิ่งต่ำ พายุไต้ฝุ่นส่วนมากก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายน
ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ พายุไต้ฝุ่นไม่มีการกำหนดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ เพราะพายุไต้ฝุ่นก่อตัวขึ้นตลอดทั้งปี เช่นเดียวกับพายุหมุนเขตร้อนทั่วไป ปัจจัยที่ทำให้พายุไต้ฝุ่นก่อตัวและมีความเร็วเพิ่มขึ้นนั้นมีหกประการ ได้แก่ อุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลที่อุ่นเพียงพอ ความไม่แน่นอนของสภาพอากาศ ระดับความชื้นสัมพัทธ์สูงในชั้นโทรโพสเฟียร์ระดับล่างถึงกลาง แรงโคริโอลิสที่มากพอที่จะสร้างศูนย์ความดันอากาศต่ำ การรบกวนหรือจุดรวมระดับต่ำที่มีอยู่แล้ว และวินเชียร์แนวดิ่งต่ำ พายุไต้ฝุ่นส่วนมากก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายนและเดือนพฤศจิกายน
ขณะที่พายุหมุ่นเขตร้อนก่อตัวขึ้นอย่างน้อยก็ระหว่างเดือนธันวาคมและพฤษภาคม โดยเฉลี่ยแล้ว มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือเป็นบริเวณที่เกิดพายุหมุนเขตร้อนบ่อยครั้งที่สุดและรุนแรงที่สุดในโลก เช่นเดียวกับแอ่งอื่น ๆ พายุจะถูกนำทางโดยลิ่มความกดอากาศสูงเหนือเขตร้อนไปทางตะวันตกหรือตะวันตกเฉยงเหนือ โดยมีบางลูกที่ย้อนกลับมาใกล้ทางตะวันออกของญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการขึ้นฝั่ง จีนและญี่ปุ่นได้รับผลกระทบน้อยกว่าบ้าง
พายุไต้ฝุ่นที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์ได้พัดเข้าถล่มจีน ทางตอนใต้ของจีนมีบันทึกผลกระทบของพายุไต้ฝุ่นที่ยาวนานที่สุด ซึ่งสามารถย้อนหลังไปได้นับพันปีผ่านเอกสารในหอจดหมายเหตุ ไต้หวันเคยประสบกับพายุไต้ฝุ่นที่เปียกที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมาในแอ่งพายุหมุนเขตร้อนแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น