อภิสิทธ์ิ-จุรินทร์ ให้ถ้อยคำปปช. มัด383กบฏรธน.
อภิสิทธิ์-จุรินทร์ หอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.กรณียื่นถอดถอนสมาชิกรัฐสภา ตอกย้ำไม่เป็นกลาง เอื้อผลประโยชน์ตัวเอง "นิคม" อ้างปากสั่นรอ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาก่อนเริ่มกระบวนการไต่สวน
เมื่อวันจันทร์ เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาให้ถ้อยคำต่อองค์คณะไต่สวน ป.ป.ช. กรณียื่นคำร้องขอให้ ป.ป.ช.วินิจฉัยถอดถอนสมาชิกรัฐสภา จำนวน 383 คนออกจากตำแหน่ง จากกรณีที่ร่วมเสนอและลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ พ.ศ. … เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.
ทั้งนี้ ในเวลา 14.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะผู้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ได้เดินทางมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมประกอบคำร้องด้วย โดยนายจุรินทร์กล่าวว่า วันนี้มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมแก่ ป.ป.ช. กรณีการยื่นถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เนื่องจากนายนิคมได้กระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ และกฎหมายข้อบังคับหลายประการ โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นกลางในระหว่างการประชุมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว. ซึ่งทำหน้าที่ประธานประชุมร่วมรัฐสภาที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
นายจุรินทร์กล่าวว่า เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่า ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมร่วมรัฐสภา จะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลาง นอกจากนั้นจะมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเรื่องผลประโยชน์ที่ขัดกัน เพราะนายนิคมต้องการที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้งในปี 2557 และการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.นั้น นายนิคมพยายามรวบรัดเร่งรีบให้บรรลุผลโดยเร็ว เพื่อให้ทันกับการเลือกตั้ง ส.ว.ที่จะมีขึ้นในปีหน้า โดยการรวบรัดตัดสิทธิ์ไม่ให้ผู้ที่สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติ สามารถที่จะอภิปรายเพื่อแสดงความเห็นต่อที่ประชุมได้
เขาระบุว่า กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไว้แล้วว่า การตัดสิทธิ์ผู้สงวนความเห็นและแปรญัตติจะกระทำมิได้ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ดังนั้น วันนี้จะมีเอกสารหลักฐานประกอบการกล่าวหามายื่นเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.ด้วย อาทิ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ, คำให้สัมภาษณ์ของนายนิคมที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างชัดเจน ว่าจะลงสมัครเลือกตั้ง ส.ว.ในปีหน้า มาชี้แจงต่อ ป.ป.ช.ในประเด็นดังกล่าว
เมื่อถามว่า เชื่อมั่นหรือไม่ว่า ป.ป.ช.จะพิจารณาเรื่องนี้ก่อนที่สมาชิกวุฒิสภาจะหมดวาระลงในปี 2557 นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่สามารถตอบคำถามนี้แทน ป.ป.ช.ได้ แต่หลายกรณีก็อยากเห็นการดำเนินการที่รวดเร็ว แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การให้ถ้อยคำของนายจุรินทร์ กรณีการถอดถอนประธานวุฒิสภานั้น ป.ป.ช.ได้รวมเรื่องดังกล่าวให้อยู่ในเรื่องเดียวกับการถอดถอนสมาชิกรัฐสภาทั้ง 383 คน กรณีการเสนอ พิจารณา และลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.แล้ว
ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เริ่มดำเนินการไต่สวนคำร้องถอดถอน ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.นั้น ต้องรอการแจ้งข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช.ก่อน จึงจะเริ่มกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงจากทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง เพื่อพิจารณาต่อไปว่าผิดจริงหรือไม่.
ในวันเดียวกัน กลุ่มธรรมศาสตร์อภิวัฒน์ประเทศไทย, กลุ่มประชาคมจุฬาฯ และกลุ่มประชาคมเกษตรศาสตร์ จำนวน 20 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือให้กำลังใจคณะกรรมการ ป.ป.ช.ผ่านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้เร่งรัดและปฏิบัติหน้าที่โดยเร่งด่วนตามอำนาจหน้าที่
นายหริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ขณะนี้การกระทำของคณะรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภาได้ดำเนินการละเมิดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าว, การออกกฎหมายนิรโทษกรรม, การปฏิเสธอำนาจและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องดำเนินการไต่สวนเอาผิด เพราะหากปล่อยให้เวลาล่าช้าออกไป ก็จะเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ดังนั้น จึงขอให้ป.ป.ช.พิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยไม่ต้องหวั่นไหวต่อแรงกดดันใดๆ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น