แบไต๋ฟัน383กบฏ ตามคำสั่งศาลรธน.
ป.ป.ช.เพิ่มสำนวนถอดถอน 312 ส.ส., ส.ว. รวม 8 เรื่อง 383 คน แจ้งผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง เรียก เลขาฯ ศาล รธน.-ผู้ยื่นคำร้อง ให้ถ้อยคำประเด็นแก้ รธน.ที่มา ส.ว.ศุกร์นี้ สัญญาจะไต่สวนให้เร็วที่สุด แบไต๋มติ ป.ป.ช.สวนทางคำวินิจฉัยศาลได้ยาก เหตุมีผลผูกพันทุกองค์กร ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยเรียกร้องให้เร่งฟันก่อนเลือกตั้ง
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) วันที่ 12 ธันวาคม นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการและรองโฆษก ป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้กล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งจากการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ พ.ศ. … เกี่ยวกับที่มา ส.ว. หรือการถอดถอน ส.ส., ส.ว. 312 คนว่า ที่ประชุมมีมติเพิ่มสำนวนคำร้องกรณีการถอดถอน ส.ส., ส.ว. 312 ที่ร่วมเสนอ พิจารณาและลงมติร่างแก้ไขที่มา ส.ว. จากเดิม 5 เรื่อง มาเป็น 8 เรื่อง โดยแบ่งเป็นคดีอาญา 3 เรื่อง คดีถอดถอน 5 เรื่อง ซึ่งมีเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มายื่นถอดถอน ส.ส., ส.ว. ที่มีการเสนอ พิจารณา ลงมติ การแก้ไขร่างที่มา ส.ว. จากเดิม 312 คน เป็น 383 คนด้วย
นายประสาทกล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในฐานะองค์คณะไต่สวน ที่มีนายวิชา มหาคุณ, นายใจเด็ด พรไชยา และนายภักดี โพธิศิริ เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวน ประธานกรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงนามคำสั่งแจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดแล้ว หลังจากนี้จะให้ทางผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ขณะเดียวกันจะต้องมีการเชิญผู้ร้องเรียน ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายถาวร เสนเนียม, นายวันชัย สอนศิริ และนางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา มาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมด้วย
ทั้งนี้ ในวันที่ 13 ธ.ค. จะมีการเชิญนายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะเจ้าของเรื่องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม พร้อมกับเอกสารข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัย และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ในฐานะผู้ยื่นคำร้องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม และหลังจากนั้นจะมีการเชิญข้าราชการรัฐสภา โดยเฉพาะนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาสอบถามเกี่ยวกับกระบวนการขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมายและบันทึกการประชุมต่างๆ
"ตามกระบวนการไต่สวนจะต้องมีการเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ถูกกล่าวหาจำนวน 383 คน ได้มีโอกาสแก้ข้อกล่าวหา ทั้งการให้ถ้อยคำและแบบลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วันตามที่กำหนด แต่อาจจะมีการลดขั้นตอนหรือเอกสารที่ซ้ำซ้อนเพื่อไม่ให้กระบวนการเยิ่นเย้อและไม่เกิดความล่าช้า ยืนยันว่าองค์คณะไต่สวนพยายามจะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าจะแล้วเสร็จทันก่อนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.57 หรือไม่ เพราะระบบไต่สวนหากพูดก่อนจะเหมือนเป็นการตั้งธง แต่ผมขอสัญญาว่าจะทำให้เร็วที่สุด"
ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายแล้วมติของ ป.ป.ช.จะสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายประสาทกล่าวว่า “โดยหลักแล้วไม่น่าจะได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานด้วย แต่ตามรัฐธรรมนูญระบุไว้ชัดว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กร”
เมื่อถามว่า แสดงว่ามติ ป.ป.ช.จะสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายประสาท กล่าวว่า “จะพูดอย่างนั้นทีเดียวคงไม่ได้ เนื่องจากต้องดูเอกสารหลักฐานและการไต่สวนอีกครั้งหนึ่งก่อน เพราะตามหลักยุติธรรมระบบไต่สวนจะต้องเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงก่อนที่จะมีคำวินิจฉัย”
ขณะเดียวกัน นายสมเกียรติ หอมลออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย และคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. ผ่านนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินคดีต่างๆ พร้อมทั้งให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย
นายสมเกียรติกล่าวว่า ตนมาเพื่อยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. เพื่อให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ ในการวินิจฉัยคดีต่างๆ ด้วยความยุติธรรมอย่างเต็มที่ ไม่เกรงกลัวอำนาจการกดดัน โดยขณะนี้มีกลุ่มต่างๆ ยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.วินิจฉัยคดีนักการเมืองหลายคดีที่กระทำการโดยมิชอบ ซึ่ง ป.ป.ช.อาจจะพิจารณาคดีหลังการเลือกตั้งไปแล้ว จึงอยากให้ ป.ป.ช.เร่งพิจารณาคดีให้เกิดความชัดเจนก่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.57 จะได้ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณเลือกตั้งซ่อม โดยเฉพาะคดี 312 ส.ส. และ ส.ว. ที่เข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว. ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาแล้วว่า ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ ขอให้ ป.ป.ช.เร่งดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยกรณีการทุจริตในโครงการรับจำนำด้วย.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น