กกต.ยันเดินหน้า จารุพงศ์ท้าปชป. ไสช้างชน2ก.พ.
“กกต.” ย้ำเปิดสมัคร ส.ส. 23 ธ.ค. ไม่เว้นวันหยุดราชการ เชื่อมีเลือกตั้งแน่ เพราะยังมีเวลาให้ 2 ฝ่ายเจรจาตกลงกัน “จารุพงศ์” ชวน ปชป.ไสช้างชนวัดพลังมวลมหาประชาชนวันที่ 2 ก.พ. ลั่น “ยิ่งลักษณ์” ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ไม่มีสำรอง “ประแสง” ผุดพรรคสาขาเพื่อเหลี่ยม
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง แถลงถึงผลการประชุม กกต.เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค. ว่า กกต.มีมติเห็นชอบประกาศให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 23-27 ธ.ค. และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันที่ 28 ธ.ค.-1 ม.ค.2557 ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ และกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 26 ม.ค. ซึ่ง กกต.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ส่วนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จะหารือกับกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง
นายประพันธ์กล่าวต่อว่า การรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เบื้องต้นอยู่ระหว่างประสานใช้สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น จะยึดเขตเลือกตั้งเดิมเมื่อการเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค.2554 แต่อาจเปลี่ยนแปลงในบางจังหวัด ซึ่งเบื้องต้นมี 2 จังหวัด คือ จ.นนทบุรี จะมี ส.ส. เพิ่มเป็น 7 คน จากเดิม 6 คน และ จ.สุโขทัย ลดลงเหลือ 3 จากเดิม 4 คน โดยในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศจะได้นำเสนอข้อมูลต่อ กกต.เพื่อพิจารณาการแบ่งเขตเลือกตั้ง และเสนอไปยังพรรคการเมืองเพื่อขอความเห็นต่อไป
“มองไม่เห็นว่าจะไม่มีเลือกตั้งเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว ทุกอย่างก็ต้องเดินหน้า และไม่เห็นด้วยกับแนวทางให้ กกต.ชุดปัจจุบัน และว่าที่ กกต.ชุดใหม่ลาออก รวมถึงการคาดการณ์เรื่องการชี้มูล 312 ส.ส.และ ส.ว. เพราะลักษณะต้องห้ามของการลงสมัครรับเลือกตั้งไว้เพียงผู้ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ดังนั้นแม้ ป.ป.ช.ชี้มูล ถ้ายังไม่มีคำพิพากษาศาลถึงที่สุดให้จำคุก ก็ยังมีสิทธิเป็นผู้สมัครอยู่” นายประพันธ์กล่าว และว่า กว่าจะถึงวันสมัครถึงวันเลือกตั้ง ยังมีเวลาที่รัฐบาลกับผู้ชุมนุมจะเจรจาหารือทำเป็นข้อตกลงระหว่างกันว่า เมื่อเลือกตั้งแล้วจะเดินหน้าปฏิรูปกันอย่างไร
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ ยอมรับว่า เป็นห่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จะบอยคอตการเลือกตั้ง แต่ในฐานะเป็นพรรคเก่าแก่ ก็อยากเชิญมาชนช้างกัน ไสช้างออกจากร่มไม้ได้แล้ว เพราะเมื่ออ้างมวลมหาประชาชนมีมากแล้วจะกลัวอะไรกับการเลือกตั้ง
“รัฐบาลพยายามเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง แม้บรรยากาศเวลานี้ประชาชนเขาไม่ยอม แต่มันแก้ปัญหาได้ด้วยการลงประชามติ เมื่อโหวตแล้วเสียงข้างไหนชนะก็ปฏิบัติตามก็จะไม่เกิดปัญหาวุ่นวายต่อไป แต่ถ้าไม่ยอมรับก็วุ่นวายอยู่อย่างนี้ และที่วุ่นวายก็เกิดจากเสียงส่วนน้อยไม่ใช่เสียส่วนใหญ่” นายจารุพงศ์กล่าว
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะส่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 เพื่อชิงนายกฯ อีกหรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า คิดว่าอย่างนั้น ส่วนการที่นายกฯ จะลงไม่ลง ก็อยู่ที่ท่านตัดสินเอง รวมทั้งรับฟังเสียงของสมาชิกพรรค ซึ่งจากการสำรวจเสียงส่วนใหญ่ในพรรคยังต้องการให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 และไม่ต้องหาใครสำรอง
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานยุทธศาสตร์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมคัดเลือกผู้สมัครของพรรคว่า ได้แบ่งหน้าที่เป็น 5 โซน โดยช่วยดูส่วนผู้สมัครภาคกลาง ขณะนี้คืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 23 ธ.ค.ที่เปิดรับสมัครแน่นอน ส่วนการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 125 คน คาดว่าจะเสร็จก่อนแบบแบ่งเขต ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์จะลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับ 1 หรือไม่นั้น ขณะนี้ผู้ใหญ่ของพรรคอยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะบุคคลที่จะพรรคจะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ก็ควรชูให้เป็นลำดับที่ 1 ในการหาเสียง
“สมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 รวมทั้งอดีต ส.ส.จากพรรคการเมืองอื่นที่เข้ามาเป็นสมาชิกจะไม่ส่งผลกระทบกับการจัดทำบัญชีผู้สมัคร ส.ส. โดยพรรคจะพิจารณา ส.ส.เดิมของพรรคในการลงสมัครก่อน ส่วนผู้ที่เข้ามาใหม่ก็จะเติมเต็มในพื้นที่ที่พรรคยังขาดอยู่ เช่น พื้นที่ภาคกลาง อาทิ ราชบุรี สุโขทัย เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่เคยลงสมัครในพื้นที่นั้นๆ จะไม่เสียใจ” นายสมพงษ์กล่าว
นายประแสง มงคลศิริ อดีตที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย และผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ในวันที่ 13 ธ.ค. เวลา 10.00 น. จะแถลงเปิดตัวพรรคพลังประชาธิปไตยอย่างเป็นทางการ ที่ห้องแถลงข่าวโรงแรมเครีสอร์ท ซึ่งพรรคที่ตั้งขึ้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช. รวมทั้งไม่ได้เกิดความแตกแยกกับ นปช.แต่อย่างใด
“เป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยที่มีความแตกต่างและความหลากหลายทางแนวคิด ทุกคนจึงมีอิสระตั้งพรรคการเมืองตามแนวคิดที่แตกต่างกันได้ โดยในการเลือกวันที่ 2 ก.พ.นี้ พรรคจะส่งทั้งผู้สมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อลงสมัครแน่นอน” นายประแสงกล่าว.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น