วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์กับการปฏิรูป ท่านขุนน้อย 17 December 2556

ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์กับการปฏิรูป


ดันไปต่อพรรคพวกเอาไว้แล้ว...ห้า-สอง แถมอุจจาระสุนัขให้อีก 1 กองซะอีกต่างหาก!!! ว่ายังไงๆ ไม่มีเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาฯ ปีหน้าแน่วว์ว์ว์ๆ ด้วยเหตุเพราะความเชื่อมั่น ศรัทธา ในตัวคุณพี่ เทพเทือก อย่างหัวปักหัวปำในช่วงระยะหลังๆ นั่นเอง คือแบบ แพ้ใจ แพ้ลูกฮึด ลูกบ้า ของลูกกำนันรายนี้อย่างชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ว่าพี่แกว่าแบบไหน ก็พร้อมที่จะเทใจ ว่าไปตามนั้น โดยไม่ได้คิดจะเตรียมสะพานถอยหลังเอาไว้เลยแม้แต่นิด...
                      ------------------------------------------------
    ดังนั้น...ถ้าหากพลาดพลั้งขึ้นมา โอกาสที่ ท่านขุนน้อย จะถึงขั้นหมดเนื้อ หมดตัว ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ แถมยังต้องออกเรี่ยว ออกแรง เดินเก็บขี้หมา ตามคำสัญญิง สัญญา ที่ให้ไว้กับพรรคพวกอีกซะล่วย แต่ก็เอาเถอะ...ถือซะว่าเงินๆ ทองๆ นั้นเป็นของนอกกาย ถ้าหากไม่ตายเสียก่อน...หาเมื่อไหร่ก็หาได้ (แม้จะหาได้ลำบากยากเย็นยิ่งขึ้นก็ตาม) เพราะคนเรานั้น...ถ้าหากลองนับถือน้ำใจ นับถือหัวจิต หัวใจ ซะอย่าง เสียเท่าไหร่ก็เสียได้ กระทั่งถึงขั้น...ตาย...เป็ง...ตาย...ก็ยังเคยมีผู้ยอมแลก ยอมเสีย กันมาแล้ว...
                      ---------------------------------------------------
    แต่อันที่จริงคงไม่ใช่แค่ความประทับจิต ประทับใจ ในตัวคุณพี่ เทพเทือก และพวก รวมทั้งบรรดามวลมหาประชาชนทั้งหลายที่พร้อมใจนอนกลางดิน กินกลางทราย อยู่ในขณะนี้เท่านั้น เพราะแม้จะตัดความรัก ความชอบ ในทางส่วนตัวออกไปทั้งหมด ไม่ปรุงแต่งอารมณ์ไปตามความรู้สึกโพสิทีฟ หรือเนกาทีฟ ใดๆ ทั้งสิ้น แต่ยังคงมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ความเป็นไปของชาติบ้านเมืองเมื่อถึง ณ วินาทีนี้ มีแต่จะต้องลงมือ ปฏิรูป อย่างจริงๆ จังๆ ซะก่อนเป็นอันดับแรก มิเช่นนั้น...โอกาสรอด โอกาสจะรักษาความเป็นชาติบ้านเมืองให้ดำรง คงอยู่ต่อไป ได้อย่างมั่นคง แข็งแรง อย่างสงบเรียบร้อย มันแทบเป็นไปไม่ได้เอาเลย...
                     -----------------------------------------------------
    เรียกว่า...ไม่ว่าจะไล่มาตั้งแต่ ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ อันถือเป็นเสาค้ำความเป็นประเทศมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องพูดกันอย่างตรงไป-ตรงมานั่นแหละว่า ต่างตกอยู่ในอาการหมิ่นเหม่ พร้อมจะพังครืนลงมาเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะสำหรับสิ่งที่เรียกว่า ชาติ นั้น...เท่าที่ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง แข็งแรง พอที่จะค้ำยันความเป็นประเทศ พอที่จะต้านทานพายุลมแรง โดยเฉพาะพายุแห่งทุนนิยมโลกาภิวัตน์ได้บ้าง ก็คงเหลืออยู่แต่ ประชาชน เท่านั้น ส่วนบรรดา กลไกอำนาจ ในแต่ละรูป แต่ละแบบ มันออกไปทางเน่าเฟะ เน่าใน ยากซ์ซ์ซ์เหลือเกินที่จะพัฒนาศักยภาพในการรับมือกับโลกยุคใหม่ หรือโลกยุคปัจจุบันได้ถนัดๆ...
                     --------------------------------------------------------
    ไม่ใช่แต่เฉพาะนักการเมืองที่เป็นผู้ใช้กลไกบริหาร และนิติบัญญัติ เท่านั้น...ที่เน่าแล้ว เน่าอีก เน่าชนิดหนอนในถังขี้ยังรับไม่ได้ แต่บรรดากลไกที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือนักการเมืองในแต่ละยุค แต่ละสมัย เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้คงต้องยอมรับว่า...มันออกอาการ หมดสภาพ กันไปเป็นรายๆ อย่าง ตำรวจ นั้นแทบไม่ต้องพูดถึง ถ้าหากไม่คิดจะปฏิรูป หรือถ้าหากปฏิรูปช้าไป โอกาสที่จะกลายสภาพไปเป็น โจร กันทั้งกะบิ ทั้งระบบ มันเห็นชัดๆ คาตาอยู่แล้วในทุกวันนี้ ตำรวจที่ยอมรับคำสั่งของโจร ยอมรับคำบัญชาของนักโทษหนีคดี สามารถไล่เรียงตัวตั้งแต่ระดับยอดถึงฐานเอาเลยก็ว่าได้...
                    -------------------------------------------------------
    ไม่ต่างอะไรไปจากข้าราชการพลเรือน ที่แม้จะไม่ได้แสดงความเป็นโจรออกมาชัดเจน แต่การแสดงออกถึงความไม่รู้ดี รู้ชั่ว พร้อมที่จะทำตามคำสั่งของใครก็ได้ ขอเพียงแต่ให้ตัวกู-ของกูอยู่รอด ปลอดภัย เอาไว้ก่อน ยศถา บรรดาศักดิ์ วาสนา ตำแหน่ง ไม่หลุดมือไปก่อนเกษียณ ก็พร้อมที่จะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยไม่ได้สนใจความผิด ความถูก คุณธรรม ศีลธรรม ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แล้วยังงี้...มันจะไปสู้กะใครเค้าได้ กระทั่งสู้กับเขมร ยังถึงขั้นหงายท้องครั้งแล้ว ครั้งเล่า ต้องเดินตามคำสั่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาประจำไทย แบบเงื่องๆ หงอยๆ...
                  --------------------------------------------------------
    ส่วน ศาสนา ที่เคยเป็นเสาค้ำทางด้านจิตใจ เคยทำให้สังคมชาวพุทธอย่างสังคมไทย เป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ต่อผู้คนทุกชนชั้น ทุกเผ่าพันธุ์ ทุกศาสนา มาโดยตลอด มาถึง ณ ขณะนี้...ถ้าไม่คิดจะปฏิรูป โอกาสที่สังคมชาวพุทธจะถูกแปรสภาพให้กลายเป็นสังคมทุนสามานย์ บูชาเงิน บูชาทอง หันไป ทำบาป เพื่อหาเงินมา ทำบุญ จนเหลือแต่ ลัทธิ เดียวเท่านั้น ที่สามารถครอบงำตั้งแต่วงการพระ ไปจนถึงวงการการเมืองได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์ ใครที่อยากได้ยศ ได้ลาภ ได้ตำแหน่ง อยากจะไปสวรรค์ ไปนิพพาน หนีไม่พ้นต้องนั่ง จานบิน หาเงินมาซื้อตั๋วทำบุญกันไปตามสภาพ...
                  ----------------------------------------------------------
    ไม่เว้นแม้แต่ พระมหากษัตริย์ อันเป็นเสมือนสายใยเชื่อมโยงความรัก ความสามัคคี ของผู้คน อีกทั้งยังเป็นสติเป็นภูมิปัญญาของสังคมควบคู่ไปด้วย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ตลอดช่วงระยะเวลาประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ได้ถูกระบบการเมืองปัจจุบัน กัดกร่อน โยกคลอน อย่างชนิดน่าเศร้า น่าใจหาย ด้วยเหตุนี้...ถ้ามัวแต่จะคิดเลือกตั้งลูกเดียวเท่านั้น ไม่ได้คิดจะหันมาเสริม มาค้ำยัน ให้เสาหลักแต่ละเสาเกิดความมั่นคง แข็งแรง พอที่จะรองรับน้ำหนักความเป็นชาติ ความเป็นประเทศ ได้อย่างจริงๆ จังๆ มันย่อมมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง ถึงจะมีเลือกตั้งแต่ไม่มีประเทศให้พออยู่ พออาศัย แล้วมันจะไปเลือกทำพระแสงของ้าวด้ามสั้น ด้ามยาว กันทำไม...
                    ------------------------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...เมื่อมวลมหาประชาชนท่านตื่นขึ้นมาแล้ว พร้อมจะเป็นกำลัง พร้อมใช้บ่า ใช้ไหล่ แบกหามค้ำยันประเทศทั้งประเทศให้อยู่รอด ปลอดภัย ก็เหลือแต่บรรดาผู้ที่มี หน้าที่ โดยตรง ในการพิทักษ์ปกปักรักษาความมั่นคงของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ดำรง คงอยู่ต่อไปให้จงได้ ผู้ที่เปล่งคำปฏิญาณ คำสัตย์ สาบาน แบบซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ว่าคิดจะออกเรี่ยว ออกแรง กันบ้างหรือไม่ เรียกว่า...ไม่ได้หนักหนาสาหัส ถึงขั้นต้องถือปืนแบกปูนไปโบกตึก แค่มือไม่พายแต่อย่าเอาเท้าราน้ำก็พอแล้ว ถ้าเพียงแค่นี้ยังดันเอามือซุกหีบอีกต่อไป ก็เอาเถอะ...แค่เสียเงินเดิมพันไม่กี่บาท กี่ตังค์ มันคงไม่ถึงกับต้องเสียดม เสียดาย อะไรมากมายนัก เพราะอย่างน้อย...ยังดีกว่าต้องเสียหมา เสียสุนัข อันเนื่องมาจากการไม่คิดจะทำอะไรเอาเลย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น