จาก ปปช.ถึงศาลปกครองสูงสุด
ถ้ายิ่งลักษณ์เป็นดาว สภาพในช่วงนี้ทางเหนือเขาเรียก "ดาวช้างตากหงาย" คือถึงเวลาหงายท้อง-หงายไส้ตอนใกล้รุ่ง จะถูกกลืนลับหายไปในไม่ช้า ด้วยแสงตะวันใหม่ที่แผดแสงกล้ามาทางทิศ...ดอยสุเทพ!
หนีจากกรุงเทพฯ ไปตะแล้ดแต๊ดแต๋อยู่เชียงใหม่ นึกว่าพวกเสื้อแดงจะคุ้มกะลาหัวให้ได้ แต่ที่ไหนได้...
คนเหนือ-คนเชียงใหม่ ก็คือคนไทยรักบ้าน รักเมือง รักสถาบัน เกลียดคนโกง-คนกิน-คนขายแผ่นดิน เหมือนกับคนไทยทุกคน ไม่ว่าในภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันออก
วันนี้...ประชาชนตื่นรู้แล้ว ด้วยกำนันสุเทพปลุก สังคมประเทศเข้าสู่ยุค "มหาประชาชนปฏิวัติ" ล้างระบอบทักษิณ นำสังคมชาติสู่อนาคตใหม่
พลันยิ่งลักษณ์เหยียบเชียงใหม่ ทั้งที่เป็นบ้านตาย-บ้านเกิด
ปรี๊ด..ปรี๊ด..ปรี๊ด...
นางขี้หย้องออกไป...นางขี้หย้องออกไป...
เสียงตะโกนผสมเสียงนกหวีดกรีดไล่ดังไปทั้งเวียง ทำเอานางเอ๋อ ต้องรีบเผ่นไปอีสานในสภาพสัมภเวสี ไม่มีสถานที่จะสิงสู่เป็นหลักแหล่งได้ในเวลานี้!
แล้วนึกหรือนั่นว่า พี่น้องทางอีสานเขาจะโง่ให้หลอกใช้-หลอกตายได้เหมือน ๓-๔ ปีที่แล้ว?
ประชาชนทุกหย่อมหญ้าเขาพากันตื่นรู้หมดแล้ว ไม่ต้องการแล้วกับ...ระบอบทักษิณ ตัวด้วงหนอนกัดกินชาติ
ยกเว้นพวกหัวคะแนน พวกนักเลือกตั้ง ที่หวังหลอกชาวบ้านเป็น ส.ส.เพื่อไปหลอกแดกทักษิณกินอีกต่อเท่านั้น
ด้วยมหาประชาชนปฏิวัติที่เบ่งบานพร้อมกันแล้วทั่วประเทศ...
ก็คอยดูเถอะ นางเบอะคนนี้ จะต้องเจอนกหวีดจากพี่น้องอีสานเป่าใส่ในที่ใด-ที่หนึ่ง แล้วจะต้องร้อง อุ๊ย..ว้าย..ตาย..กรี๊ด เหมือนจิ้งจกตกใส่อกเสื้อ ยังไงก็ยังงั้น!
จากแรกๆ ที่ยืนกราน ไม่ยุบสภาฯ..ไม่ลาออก แล้วถอยร่นมายุบสภาฯ ไม่ลาออกจากนายกฯ รักษาการ
ด้วยกระแสมหาประชาชนปฏิวัติรุกไล่ให้ "ปฏิรูปก่อน-เลือกตั้งทีหลัง" จนขณะนี้ ตัวนางเองเหนือนางตานีไม่มีศาล เข้าทำเนียบฯ ก็ไม่ได้ จะไปซุกสถานที่กองทัพ เขาก็ต้อนรับแบบรังเกียจ
ต้องเป็นนายกฯ อาศัยสิง "สำนักงานตะกวด" ไปมื้อๆ คราวๆ แต่หนาวสลับร้อนทุกครั้งที่ได้ยินลูกผู้ชายชื่อนิติธรจับไมค์ บอกจะไปเยี่ยมตรงนั้น-ตรงนี้ ก็เลยต้อง...ไม่อาววววว หนีดีกว่า
เจอกำนันสุเทพพอยิ้มสู้!
แต่เจอนิติธร ไม่รู้เป็นไง...แค่ได้ยินชื่อ รัฐมนตรีกลาโหมคุม ๓ ทัพ ถึงขนาดมืออ่อน ตีนอ่อน นอนคลุมโปง
มันแพ้ทางกัน เหมือนงูกับเชือกกล้วย!
จากกรุงเทพฯ ไปเหนือ จากเหนือร่อนไปอีสานหวังหาเสียงล่วงหน้า จากที่ยืนกราน "ไม่ลาออก" จากนายกฯ รักษาการ ลงท้าย จะเหมือนพี่เขย "อ้ายสมชาย" ที่ต้องมาคายตำแหน่งนายกฯ ที่อีสานซะก็ไม่รู้
แต่กรณียิ่งลักษณ์ ถ้าจะปุบปับฉับพลัน คงไม่ใช่จากศาลรัฐธรรมนูญ แต่จะมาจากคดีใน ปปช.มากกว่า
ไม่ว่ากรณีแก้รัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องรัฐสภาผัว-เมียขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปแล้ว
หรือจากการชี้มูลความผิดในคดี "ทุจริตโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท" ที่ ป.ป.ช.คลานคลำมาเป็นปี
เห็นนายวิชา มหาคุณ ออกมาฉายหนังตัวอย่างหลายรอบแล้ว บอกว่า...ใกล้ที่จะ...ใกล้ที่จะ...
เผลอๆ จ๊ะเอ๋ก่อนปีใหม่นี้ก็ได้?
ไม่ใช่อะไรหรอก ผมจับยามสามตาแล้ว ช่วงนี้ ทั้งหลายทั้งปวงเข้าสู่ช่วงของคำว่าหมอ..หมอ..จะมีบทบาทชี้ขาดสำคัญ
หมอยา คือพวกแพทย์-พยาบาล, หมอความ คือพวกตุลาการ-ศาล-ทนายความ-องค์กรกฎหมาย
หมอผี คือพวกศาสตร์ลึกลับ ไม่ว่าด้านจักรวาล ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โหราศาสตร์ ปราชญ์ชาวบ้าน รวมทั้งพวกเพศสับสน
เหล่านี้ ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ยิ่งลักษณ์ถูกกำหนดให้ "แพ้ทาง" เมื่อปรากฏตัว-ปรากฏหน้าเคลื่อนไหวในกองทัพมหาประชาชนปฏิวัติเมื่อไหร่ ก็หมายความว่า
วันจากเป็น-จากตาย มาถึงแล้ว!
เมื่อวาน (๑๖ ธ.ค.๕๖) ป.ป.ช.เร่งเครื่องกระบวนการไต่สวนคำร้องประชาธิปัตย์ เพื่อชี้มูลถอดถอน ๓๘๓ ส.ส-ส.ว.ที่ร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๘
ถึงคิวอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ไปให้ข้อมูล ดูรูปการณ์คงไม่ช้าเกินการ เพราะเรื่องนี้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงไว้ครบถ้วนแล้ว
ป.ป.ช.เพียงปฏิบัติตามขั้นตอนสู่การชี้มูลความผิดเท่านั้น ไม่ต้องรอถึงขั้นส่งเรื่องให้ ส.ว.ลงมติถอดถอน ยิ่งลักษณ์ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๓๘๓ สมาชิกรัฐสภาที่ลงคะแนนผ่านความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.ในวาระสาม
ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ทันที!
และนั่นก็หมายถึงต้องหยุดหน้าที่ในตำแหน่งนายกฯ ด้วย!!
เพราะเรื่องในอ้อมแขน คนที่ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ฉันใด คนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็จะไปเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติฉันนั้น
พูดถึงเรื่องรัฐสภาผัว-เมีย ต้นเหตุแห่งความวิบัติรัฐบาลยิ่งลักษณ์และระบอบทักษิณ ถ้าท่านสนใจอยากทราบรายละเอียด ไปหาซื้อหนังสือ
"บันทึกประวัติศาสตร์ราชดำเนิน มหาประชาชนปฏิวัติ" คำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ "รัฐสภาผัว-เมีย" ฉบับสมบูรณ์ ตามแผงหนังสือมาอ่าน
เล่มละ ๑๐๐ บาทเอง หน้าปกเป็นรูปเหตุการณ์มหาประชาชนชูธงไตรรงค์ปลิวไสวอยู่กลางดงแก๊สน้ำตาคละคลุ้งฟุ้งเมืองจากมือมารสมุนทักษิณถล่มใส่
นั่นแหละ อ่านเถอะ ผมอยากให้อ่าน เพราะคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีนี้ เป็นวินิจฉัยถึงพร้อมด้วยนิติรัฐ-นิติธรรม ยกได้ว่าเป็นมาตรฐานให้ยึดถือ และใช้ศึกษาประชาธิปไตยที่เป็นจริง ในชีวิตสังคมมนุษย์จริงบนฐานดุลยธรรม
ที่บอกนี่ ไม่ใช่อะไรหรอก ของผมทำเองกะมือ ขายเองกะมือ ของแท้ ประทับตรา "ไทยโพสต์ พิเศษ-เฉพาะกิจ" จึงต้องแพงด้วยราคาขูดรีดเฉพาะตัว ช่วยซื้อผมหน่อยละกัน
ถ้าหาตามแผงไม่ได้ โทร.ไปที่เบอร์ ๐-๒๒๔๙-๔๕๔๙ เหตุที่หาซื้อยาก เพราะผมพิมพ์แล้วหาเอเยนต์รับไปขายไม่ได้ ได้แต่ฝากพรรคพวกเขาไปวางแผงเท่าที่จะวางได้
อ้อนวอนเอเยนต์ผู้จัดจำหน่ายหลายราย เขาก็ส่ายหน้าเหมือนพัดลม กลัวขายไม่ได้ ๑ กลัวระบอบทักษิณเขม่นอีก ๑ พิมพ์เสร็จก็เลยขนมากองไว้อ่านคนเดียวเป็นหมื่นเล่ม
ท่านซื้อไปอ่านคนละเล่ม-สองเล่มละกัน ช่วยสนับสนุนความรวยผมหน่อย หรือเอเยนต์ไหนอยากช่วยนำไปวางจำหน่าย รีบบอกมาไวๆ ก็แหม...พิมพ์แล้วกองไว้ ไม่ขาดใจตายก็บุญแล้ว
ความจริงเพื่อนๆ น้องๆ ในกองบรรณาธิการเขาจัดทำกันน่ะครับ ส่วนผมคอยรับหน้าเสื่อ ประกันด้านสมบูรณ์ในเรื่องคำวินิจฉัยของตุลาการว่าด้วยรัฐสภาผัว-เมีย
ส่วนเหตุการณ์มหาประชาชนปฏิวัติ จะสมบูรณ์ได้อย่างไร ในเมื่อเรายังกิน-นอนกันกลางถนน ส่วนพวกระบอบทักษิณ มันยังกิน-นอนกันอยู่ในหอคอยงาช้าง
เอาล่ะ...ขายสินค้าพอแล้ว เข้าเรื่องกันต่อ ไหนๆ ก็พูดเรื่องศาล ก็จะต่อไปถึงเรื่องใน "ศาลปกครองสูงสุด" ซักนิด
เรื่อง "คืนตำแหน่งเลขาฯ สมช.ให้คุณถวิล เปลี่ยนศรี" น่ะครับ!
ศาลปกครองกลางให้คืนตำแหน่งไปแล้ว แต่นางยิ่งลักษณ์อุทธรณ์ และศาลปกครองสูงสุดได้ออกพิจารณาคดีไปแล้วเมื่อเดือนกันยา
ตุลาการผู้แถลงคดี ก็แถลงยืนยันตามคำสั่งศาลปกครองกลางไปแล้ว คือคำอุทธรณ์ยิ่งลักษณ์ฟังไม่ขึ้น ต้องคืนตำแหน่งให้คุณถวิล
ทีนี้ประเด็นอยู่ตรงว่า ในเมื่อตุลาการผู้แถลงคดี แถลงเป็นที่จบขั้นตอนไปแล้ว เหลือขั้นตอน "คณะตุลาการเจ้าของสำนวน" จะไปหารือกันก่อนลงมติ แล้วนำมตินั้นเขียนเป็นคำพิพากษา
และนัดฟังคำพิพากษา!
แต่มีคนสงสัย อยากให้ผมถามท่านหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด ว่า แค่เขียนสำนวนเป็นคำพิพากษาอย่างเดียว ใช้เวลา ๓ เดือนก็ยังไม่เสร็จ มันยากมากขนาดนั้นเชียวหรือ?
หรือเสร็จแล้ว ยังไม่อยากนัดอ่าน?
ก็ไม่ได้ให้ถามท่านหัสวุฒิโดยตรงหรอก แต่อยากให้ท่านหัสวุฒิถามตุลาการผู้เป็นหัวหน้าคณะสำนวนคดีมากกว่าว่า ทำไมป่านนี้แล้วจึงยังนัดฟังคำพิพากษาไม่ได้?
เข้าใจว่านายชาญชัย แสวงศักดิ์ จะเป็นหัวหน้าคณะเจ้าของสำนวน อันที่จริง ถ้าผมเจอนายโภคิน พลกุล ก็จะวานท่านไปถามนายชาญชัย หรือนายนพดล เฮงเจริญ ผู้เป็นองค์คณะ ในฐานะคนกันเอง
แต่ไม่ได้เจอนายโภคินหลายปีแล้ว จึงต้องรบกวนท่านประธานศาลปกครองสูงสุด ชาวบ้านเขาสนใจ อยากรู้ทั้งคำพิพากษา ทั้งสาเหตุว่า...ทำไมจึงช้าเกินเหตุ?
เอ้า...วันนี้ จบด้วยเรื่องหมอความ กับเรื่องขายหนังสือ ก็...เรื่อยๆ ไปเรียงๆ ไม่ว่าใคร-ก็ใคร ก็คงได้ "ขึ้นเขียง" กันบ้างหรอก.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น