วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ยิ่งลักษณ์ไม่ออก - อภิสิทธิ์หน.พรรคต่อ - เหล่าทัพสวนปลัดกลาโหมวันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม 2556

วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม 2556

สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักชาติ
         ยิ่งลักษณ์ยืนยันไม่ต่ำกว่า 10 ครั้งแล้วที่บอกว่าไม่ลาออกจากนายกรัฐมนตรีรักษาการณ์ ท่องคาถาดิฉันมาจากการเลือกตั้ง แต่
ไม่ได้บอกว่าจ่ายค่าซื้อเสียงไปเท่าไร หลอกชาวบ้านด้วยนโยบายประชานิยม แล้วจะทำให้ประเทศล่มจมอยู่รอมร่อด้วยนโยบาย
หลักๆ เช่น รับจำนำข้าวที่ต้องสูญเสียเงินรัฐใน 2 ปีหลายแสนล้านบาท เป็นต้น ระหว่างหาเสียงบอกประชาชนจะกระชากค่าครองชีพ
ลง แต่กลับตรงกันข้ามกลายเป็นแพงทั้งประเทศไปเสียฉิบ แล้วยังโกงกันอย่างมโหฬาร เงินไม่มีก็กู้เอามาโกง 3.5 แสนล้านอ้างแก้
น้ำท่วม 2.2 ล้านล้านบาทรถไฟความเร็วสูง ล่อใจชาติต่างๆใหมาคอยรับส่วนบุญไปตามกัน ครั้นประชาชนทนไม่ไหวรวมตัวกันนับ
หลายล้านออกมาขับไล่ก็ยังหน้าด้านหน้าทนอยู่อีก
          ส่วนทางพรรคประชาธิปัตย์ที่แพ้การเลือกตั้งที่ผ่านมา อย่างยับเยิน เป็นผลให้การค้านรัฐบาลเป็นเรื่องตลกของฝ่ายรัฐบาล
ตลอดมาเสถียรภาพของพรรคปขป.สั่นคลอนหนักยิ่งนัก แล้วเกือบจะกลายเป็นแพแตกเมื่อส.ส.ส่วนหนึ่งลาออกมาร่วมกับประชาชน
ต่อต้านรัฐบาล'ยิ่งลักษณ์'อย่างใกล้ชิดในทุกวันนี้
         ส่วน ฝ่ายรัฐบาลที่มีเสียงมากกว่าครึ่งต่อครึ่งก็เลยใช้วิธีพวกมากลากไปอย่างสบายใจ แล้วออกกฎหมายนิรโทษให้ทักษิณบ้าง
แก้รัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรคขวากหนามให้หมดไปบ้าง ลำพองใจเสียจนประชาชนทนเห็นพฤติกรรมเสมือนโจรครองเมืองไม่ไหวอีก
ต่อไป จึงชักชวนกันขับไล่รัฐบาลอยู่ในทุกวันนี้ ก็พอดีกับคณะกรรมการบริหารพรรคปชป.หมดอายุความ จึงต้องมีการเลือกหัวหน้า
พรรคและกรรมการพรรคกันใหม่เมื่อวานนี้ แล้วผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคก็ได้แก่นายอภิสิทธฺื เวชชาชีวะคนเดิม แต่อดีตส.ส.แนว
หน้าของพรรคก็ได้ประกาสตัวว่าจะไม่รับตำแหน่งใดใดในพรรคอีกแล้ว ภาวะการณ์ในพรรคปชป.เสมือนมีฝุ่นตลบคลุ้งไปทีเดียว
         สำหรับทางด้านกองทัพก็มีแรงสะเทือนมิใช่น้อย เพราะปลัดกระทรวงกลาโหมพูดจารวบรัดว่าเหล่าทัพเข้าข้างรัฐบาลอย่างเต็ม
ปากเต็มคำ โดยหวังชะเลียรัฐบาลเป็นการตอบแทนบุญคุณ ที่ตัวเองได้ดีเพราะทักษิณชุบเลี้ยงจนข้ามหัวคนอื่นๆมานั่งตำแหน่งจอม
พลอยู่ในขณะนี้ แต่แหล่งข่าวก็บอกว่าผบ.เหล่าทัพสวนว่าปลัดฯพูดไม่จริง แล้วใครก็ไม่รู้เสริมว่า ปลัดกลาโหมน่าจะไปเป็นปลัด
อำเภอได้แล้ว.
**
**




คม ชัด ลึก

วันอังคารที่  17 ธันวาคม 2556 เวลา 13:18 น.
12:29 น.

"ยิ่งลักษณ์" ย้ำไม่ลาออกจากนายกฯรักษาการ
**

ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.2556 เวลา 11.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) กรณีที่กลุ่มกปปส.เรียกร้องให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลาออกจากตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรีว่า ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญถือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีที่ต้องบริหารประเทศจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ ไม่ใช่ว่าจะลาออกได้เลย ซึ่งต้องรับหน้าที่ไปจนกว่าจะมีผู้ที่มารับตำแหน่งใหม่ตามกลไกรัฐธรรมนูญ สำหรับการเลือกตั้งมีพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ฎ.)การเลือกตั้งขึ้นมาแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องทำให้การเลือกตั้งดำเนินไปตามพ.ร.ฎ.ดังกล่าวตามที่ประกาศไว้ คือวันที่ 2 ก.พ.2557
"ต้องเรียนว่าดิฉันมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา หากจะขอไปก็ขอไปโดยกระบวนการของการเลือกตั้ง และเชิญชวนทุกคนให้ใช้กติกาการเลือกตั้งที่ถือเป็นกติกาที่ทุกคนและนานาประเทศยอมรับในการตัดสินผู้ที่จะมาเป็นผู้นำรัฐบาล ส่วนผู้ที่จะมานำเรื่องการปฏิรูปประเทศ ก็มีกลไกอยู่ และอยากเชิญชวนทุกคนว่ากลไกนี้ป็นกลไกที่ได้รับการยอมรับ จึงขอความเห็นใจว่าเรามาจากการเลือกตั้ง อยากให้การเลือกตั้งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ยังมีเวลา เพราะจะมีการเปิดรับสมัครระบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 23-27 ธ.ค.นี้ ให้พรรคเพื่อไทยประชุมกันก่อน เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่ภาคเหนือ ได้รับฟังเสียงสะท้อนต่อการเลือกตั้งอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนอยากเชิญชวนให้ประชาชน และสื่อมวลชนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่เห็นด้วยกับการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเสียงของประชานชทุกคนที่เป็นเจ้าของการตัดสินใจอนาคตของประเทศ จะถือเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชนโดยแท้จริง
เมื่อถามว่ามองอย่างไรต่อการจัดเวทีต่างๆเพื่อเสวนาหาทางออกประเทศในขณะนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลายเวทีเริ่มทิศทางที่ดีขึ้น และมีสิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันคือทุกคนอยากเห็นการปฏิรูปประเทศ ซึ่งรัฐบาลอยากเห็นการสนับสนุนเช่นนี้ เพราะถึงเวลาแล้วที่จะพัฒนาในสิ่งที่เป็นความต้องการของประชาชน
..................................

nation channel breaking news

07:20 น.

กองทัพสวนปลัดกห.ยันหนุนเลือกตั้งไม่ใช่มติผบ.เหล่าทัพ
**
เมื่อวานนี้(16 ธันวาคม 2556)แหล่งข่าวนายทหารระดับสูงจากกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากกรณีที่พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันในระหว่างการร่วมเสวนาที่จัดขึ้นโดยรัฐบาลว่า กองทัพสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง พร้อมจัดกำลังพลดูแลให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์นั้น ทางผบ.เหล่าทัพยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งขณะนี้มีความคิดเห็นอยู่ 2 ฝ่าย คือ ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง กับ ต้องการเลือกตั้งก่อนแล้วจึงปฏิรูป ซึ่งการเสวนาที่กองทัพไทยยังไม่ได้ข้อสรุปหรือข้อยุติว่า ควรดำเนินการอย่างไร ซึ่งวัตถุประสงค์ของการเสวนากองทัพไทยต้องการให้นำข้อเสนอแนะจากการเสวนานำไปหารือต่อเพื่อแก้ไขปัญหากันต่อไป ส่วนกองทัพเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวกเชิญทุกฝ่ายให้มาหารือกัน เพราะกองทัพไม่ได้เป็นคู่เจรจา และไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร ดังนั้นกองทัพจึงมีหน้าที่เพียงแค่รับฟัง และรับทราบ ไม่ได้นำประเด็นการเสวนาดังกล่าวมาเป็นข้อสรุปหรือข้อยุติแต่อย่างใด
"ยืนยันว่าการเสวนาที่กองทัพไทยไม่ได้เป็นการแสดงจุดยืนของผบ.เหล่าทัพ เพียงแต่ทหารมีเส้นและหลักในการยึดถือ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของทหาร เพราะความเป็นทหารต้องมีระเบียบวินัย และพร้อมสนับสนุนการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแต่สิ่งที่พล.อ.นิพัทธ์ นำไปพูดไม่ใช่ข้อยุติของผบ.เหล่าทัพ และไม่ได้นำคำพูดของผบ.สส.ไปพูดทั้งหมด ทำให้มีความหมายต่างกันพอสมควร ทั้งนี้ในการประชุมผบ.เหล่าทัพในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จะมีการนำเรื่องดังกล่าวมาหารือกัน จุดยืนของกองทัพคือ อยากให้สถานการณ์คลี่คลาย โดยไม่ให้มีผู้บาดเจ็บสูญเสีย ยืนยันว่า กองทัพจะไม่ไปกดดันฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เนื่องจากทหารมีระเบียบวินัย และกฎกติกาชัดเจน"แหล่งข่าวระดับสูง กล่าว
..............................
06:48 น.

มาร์คยังเหนียวเก้าอี้หัวหน้าพรรคปชป.
เมื่อวานนี้(16 ธ.ค. 2556)มีรายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์แจ้งว่าในวันที่ 17 ธ.ค. นี้ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยหัวหน้าพรรคที่มีกระแสข่าวว่ามาก่อนหน้านี้ว่าอาจจะเปลี่ยนที่จะเปลี่ยนตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกไป แต่แนวโน้มล่าสุดจะไม่มีการเปลี่ยนกลางคัน เพราะเป็นช่วงรอยต่อทางการเมืองและมีความขัดแย้งสูง นอกจากนี้ยังมีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 จึงเห็นว่าไม่ควรที่จะเปลี่ยนม้ากลางศึก ในช่วงที่เป็นรอยต่อขณะนี้เพราะจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่องและจะได้ประสานงานกับ กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่จะมีทั้งคนเก่าและคนใหม่รวมกันจำนวน 35 คน
นอกจากนี้ในพรรคยังเห็นว่านายอภิสิทธิ์มีความรู้ความสามารถหลายมิติทั้งด้านต่างประเทศ เศรษฐกิจการเมืองและกฎหมาย ที่สำคัญคือไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยในพรรคก็ยอมรับว่านายอภิสิทธิ์มีภาพที่ช้ำแล้ว แต่ยังไม่เห็นว่าถึงจังหวะที่นายอภิสิทธิ์ต้องเว้นวรรค ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ มีความเป็นตัวของตัวเองและได้รับความเห็นชอบจากอดีตหัวหน้าพรรคอย่างนายชวน หลีกภัย และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นอกจากนี้มีการมองว่าใครจะขึ้นมาเป็นก็ได้แล้วแต่สถานการณ์
ทั้งนี้การเพิ่มกรรมการบริหารพรรคจากเดิม 19 เป็น 35 คน ตอนแรกนั้นพรรคจะเพิ่มเป็น 25 คนเท่านั้น เนื่องจากช่วงนั้นยังไม่มีเลือกตั้ง แต่เมื่อมีเลือกตั้งจึงต้องเพิ่มเป็น 35 เพราะถือว่าเข้าโหมดสงครามที่ต้องสู้กันทางการเมือง และจำเป็นต้องให้คนนอกหรือเพิ่มสาขาพรรคขี้นมา
ในส่วนของการตัดสินใจลงรับสมัครเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังมีเสียงในพรรค 50/50 แต่ในส่วนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. เห็นควรที่พรรคจะบอยคอตการเลือกตั้งเพราะหากเลือกตั้งใหม่วังวนการทุจริตคอร์รัปชั่นและโกงการเลือกตั้งก็จะกลับมา จึงเห็นว่าควรปฏิรูปการเมืองก่อนที่จัดการเลือกตั้ง ขณะที่ ส.ส.หน้าใหม่ และ ส.ส. ที่เห็นว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเมื่อประกาศยุบสภาก็ควรมีการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้า แต่หลังจากการเลือกตั้งต้องปฏิรูปการเมือง หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงรับสมัครเท่ากับจะมีรัฐบาลฝ่ายเดียวจะไม่มีฝ่ายค้านไปตลอดอายุของสภา อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจจะบอยคอตหรือไม่จะเป็นการประชุมร่วมกันของ กก.บห.ชุดใหม่และชุดเก่าในวันที่ 17 และอาจจะเรียกประชุม ส.ส. เพื่อให้แสดงความคิดเห็นก่อนจะตัดสินใจว่าจะมีมติอย่างไร คาดว่าจะเสร็จใน 1-2 วันนี้ เนื่องจากจะมีการรับสมัครในสัปดาห์หน้า แต่ก็ยังมีเวลาที่จะรับสมัครแบบบัญชีรายชื่อวันสุดท้ายถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ยังเสียงแตก โดยเฉพาะผู้สนับสนุนพรรคโดยผู้ที่ดูโทรทัศน์ดาวเทียมก็จะมีแนวความคิดเอนเอียงไปทาง กปปส. ขณะที่ประชาชนที่ดูฟรีทีวี ก็จะเห็นชอบกับการให้ไปเลือกตั้ง โดยพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าตัดสินใจลำบากมากพอสมควร
อย่างก็ตามมีคนในพรรคบางคนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากพรรคจะลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วให้นายนายอภิสิทธิ์ลงสมัครในฐานะเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์สอง และกำลังทาบทามคนนอกให้มาเป็นปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง เพื่อเสนอเป็นนายกฯ
ทั้งนี้ที่ต้องใช้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่พิจารณาร่วมกับชุดเก่า เพราะตามกำหนดของ กกต. นั้นการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคต้องรอการรับรองจาก กกต. แต่เนื่องจากขณะนี้ใกล้เลือกตั้งแล้วจึงต้องทำโดยเร็ว และใช้มติของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่าไปก่อน
.....................................
13:14 น.

"มาร์ค"แจงปรับโครงสร้างพรรคให้สอดคล้องสังคมปัจจุบัน
**
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 09.45 น. โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม และ นายจุติ ไกรฤกษ์ รองเลขาธิการพรรค ทำหน้าที่เลขานุการการประชุม โดยมีสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง รวมถึงบุคคลสำคัญ อาทิ นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรค และนายมารุต บุนนาค ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ได้กล่าวรายงานวาระการประชุมต่อสมาชิก โดยชี้แจงว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ลาออกจากเลขาธิการพรรค ซึ่งตามข้อบังคับพรรคได้มอบหมายให้นายจุติ รักษาการณ์แทน และนายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวขอบคุณนายเฉลิมชัยว่า เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการผลักดันการปฏิรูปพรรคให้เสร็จ แต่ก็มีสถานการณ์ทางการเมือง มีความผันผวนตลอดเวลา ต้องยอมรับการผลักดันเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ทำได้ด้วยความยากลำบาก เพราะจังหวะเวลาที่จะระดมเพื่อนสมาชิกมาช่วยคิด และช่วยทำในเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ง่าย แต่นายเฉลิมชัยก็ได้ผลักดันภารกิจดังกล่าวจนเสร็จสิ้น จนนำมาสู่การประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคในวันนี้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายเฉลิมชัยต้องการเจตนาที่ชัดว่าเมื่อมีการดำเนินการแก้ไขข้อบังคับพรรคและโครงสร้างพรรคเรียบร้อย ก็ควรจะให้มีคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อเป็นการยืนยันว่าการดำเนินการ ในการปรับโครงสร้างและการปฏิรูปทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวนายเฉลิมชัยที่มีบทบาทสำคัญ และถือโอกาสนี้ขอบคุณนายเฉลิมชัยที่ทุ่มเททำงานให้กับพรรคมาอย่างต่อเนื่อง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หลายคนมักจะถามตนว่า ไม่ค่อยเห็นนายเฉลิมชัยมีบทบาทตามหนังสือพิมพ์มากนัก ตนก็ขอบอกว่าตั้งแต่วันแรกที่นายเฉลิมชัยรับตำแหน่ง ก็บอกกับตนว่าบทบาทการทำหน้าที่มีงานหลายอย่างทางด้านการจัดการ การสนับสนุนพรรค การสร้างเครือข่าย การจัดระบบที่เป็นงานหลักที่นายเฉลิมชัยต้องการจะผลักดัน ส่วนบทบาทที่จะไปแสดงต่อสื่อมวลชนนายเฉลิมชัยเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ที่สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้แล้ว วันที่นายเฉลิมชัยมายื่นหนังสือลาออกได้บอกกับตนอย่างหนักแน่น และท่านก็ขอยืนยันคำพูดคำไหนคำนั้นว่า จะไม่ดำรงตำแหน่งใด ๆ จะไม่เป็นเงื่อนไขและอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้นในการทุ่มเทให้กับพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้เข้าสู่ระเบียบวาระการรับรองการประชุม โดยกล่าวถึงการแก้ไขระเบียบข้อบังคับพรรคว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคเห็นชอบ ให้แก้ไขข้อบังคับพรรคฉบับปี 2551 โดยเป็นการแก้ไขครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการปฏิรูปพรรค โดยมีหลักการสำคัญคือ ต้องการมีช่องทางในการเปิดกว้างให้บุคคลต่าง ๆ ในสังคม เข้ามามีส่วนร่วมกับการทำงานของพรรค
"จึงได้มีการกำหนดองค์กรใหม่ขึ้นมา คือ คณะกรรมการกลาง โดยมีองค์ประกอบด้วยอดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค เปิดโอกาสให้มีการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก 18 คน ที่มีความรู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งจะสามารถติดตามการทำงานของพรรคและให้ข้อเสนอแนะให้คำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ ในการดำเนินกิจกรรมของพรรคได้ ซึ่งโครงสร้างนี้จะสอดคล้องกับกระแสสังคมปัจจุบัน ที่อยากเห็นการปฏิรูปประเทศ จึงหวังว่าผู้ที่มีแนวความคิด ความตั้งใจความรู้ความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ จะสามารถใช้ช่องทางนี้เข้ามามีบทบาทในการมีส่วนร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนโยบายปัจจุบันของเราก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปประเทศต่อไป"
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการมีส่วนร่วมบุคคลภายนอกตามข้อบังคับใหม่ จะเน้นการเพิ่มบทบาทสมัชชาประชาชน หรือสมัชชาประชาธิปัตย์ ที่เคยจัดมาหลายครั้ง โดยครั้งใหญ่ในปี 48 และถือได้ว่าหลังจากนั้นเป็นต้นมาหลายหน่วยงานก็นิยมจัดทำรูปแบบสมัชชาเพื่อระดมความเห็นของประชาชนที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวม นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า และที่ประชุมส.ส. เห็นว่าสมควรขยายจำนวนกรรมการบริหาร จากเดิม19 คนเป็น35 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆเข้ามาบริหารพรรคมากขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนรองหัวหน้าพรรค รองเลขาธิการพรรค ตัวแทนจากสาขาพรรค ตัวแทนจากสมาชิกสภาหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นกรรมการบริหารพรรค รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่และเพิ่มวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคจาก 2 ปี เป็น 4 ปี
ทั้งนี้ที่ประชุมยังมีการจัดระบบเกี่ยวกับการบริหารจัดการ ภายในพรรค มีคณะกรรมการเพิ่มขึ้นมา 2 คณะ คือ กรรมการปฏิบัติการเขตพื้นที่ เพื่อต่อสู้กับการเลือกตั้ง เพราะการแข่งขันต่อสู้ทางการเมืองการเลือกตั้ง เดิมยึดระบบภาคเป็นสำคัญ แต่ขณะนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของการแข่งขันทางการเมืองอีกต่อไป แต่จะให้การทำงานละเอียดมากขึ้น โดยการยึดระบบเขตพื้นที่ หรือโซน โดยจะมีผู้รับผิดชอบแต่ละเขตพื้นที่ในทุกเรื่องตั้งแต่มองหาผู้สมัคร สำรวจความเห็นของประชาชน การดูแลสนับสนุนการทำงานของบุคลากรในพื้นที่ โดยกรรมการที่ดูแลโซนจะประกอบกันเป็นกรรมการปฏิบัติการเขตพื้นที่ โดยมีหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค กำกับอีกชั้นหนึ่ง และจะมีคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกรณีที่เรามีโอกาสเสนอชื่อคนเข้าไปทำงานในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในนามของพรรค ทั้งนี้ เพื่อให้ระบบสอดคล้อง มีประสิทธิภาพ ดำเนินงานอย่างเป็น เอกภาพมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก่อน ซึ่งอาจจะต้องรอ2-3 สัปดาห์ แต่กรรมการบริหารพรรคชุดเก่าเห็นว่า สามารถดำเนินการปรึกษาหารือกันได้เลย และคณะกรรมการรบริหารพรรคชุดใหม่จะมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ เห็นสมควรเดินหน้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค แม้จะมีปัญหาในช่วงเปลี่ยนผ่านแต่มั่นใจจะสามารถทำความเข้าใจกับกก.บห.ชุดใหม่ให้ราบรื่นได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น