วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ม็อบต้านขึ้นค่าก๊าซรวบรวม5หมื่นชื่อถอดนักการเมืองทำกระอัก วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2556 เวลา 19:59 น.



ม็อบต้านขึ้นค่าก๊าซรวบรวม5หมื่นชื่อถอดนักการเมืองทำกระอัก

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2556 เวลา 19:59 น.
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณประตูด้านหน้าบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถนนวิภาวดีรังสิต มีกลุ่มเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย ประมาณ 50 คน ได้ตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อประชาชนที่เดือดร้อนและไม่เห็นด้วยกับการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี (LGP) ของรัฐบาลและบริษัทปตท. ฯ โดยมีประชาชนทั่วไปทยอยเดินทางมาลงชื่ออย่างต่อเนื่อง แต่มีจำนวนไม่มากนัก
นายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายประชาชนเจ้าของพลังงานไทย กล่าวว่า เริ่มตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ เพื่อนำไปใช้ตรวจสอบและถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐ ตั้งแต่วันนี้ช่วงเช้า เวลา 09.00 น. และปิดให้ลงชื่อเมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา  โดยจะปฏิบัติแบบนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 9 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่มีนัดหมายการชุมนุมใหญ่  ขณะนี้สามารถรวบรวมรายชื่อได้แล้ว  400-500  คน จากรายชื่อที่ต้องการทั้งหมด 50,000 คน 
สำหรับประชาชนต่างจังหวัด ที่ไม่สะดวกมาลงชื่อด้วยตนเอง สามารถดาวน์โหลดเอกสารสำหรับลงชื่อถอดถอนได้ในแฟนเพจทางเฟซบุ๊คชื่อ “Goosoogong” และ “คุยกับหม่อมกร”  แล้วส่งมาพร้อมกับสำเนาบัตรประชาชนได้ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 4/2 ซอยวัฒนโยธิน แขวงพญาไท เขตราชเทวี กทม. เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะนำรายชื่อมารวมกันอีกครั้ง
นายอิฐบูรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อรวบรวมรายชื่อได้ครบแล้ว จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ถ้าตรวจสอบข้าราชการทางการเมือง ก็จะยื่นต่อรัฐสภา เพื่อถอดถอนทางการเมืองตามกฎหมาย ส่วนที่ 2 ว่าด้วยเรื่องตรวจสอบจริยธรรม การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ ก็จะยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินต่อไป
ขณะที่ นายจิรพงษ์ ภัญญากิจพิทยา อายุ 50 ปี  พนักงานบริษัทโปรตอนเทรดดิ้ง กล่าวว่า รู้ข่าวการรวบรวมรายชื่อผ่านทางช่องดาวเทียมทีวีช่องหนึ่ง โดยปกติแล้วตนจะติดตามข้อมูลเกี่ยวกับก๊าซแอลพิจีผ่านข่าวและสภาพแวดล้อม ซึ่งเห็นได้ว่ารัฐบาลมีการบิดเบือนข้อมูล จึงออกมาลงชื่อคัดค้าน
ทั้งนี้อยากให้พี่น้องพ่อค้า แม่ค้า หรือ คนที่ร่วมใช้ยานพาหนะ ออกมารณรงค์ ต่อต้านการขึ้นราคาก๊าซแอลพิจี ถ้าออกมาจำนวนมากก็จะยิ่งมีพลัง เนื่องจากเมื่อมองลงไปกลุ่มคนระดับรากหญ้าที่หาเช้ากินค่ำ หรือใช้แรงงาน จะได้รับผลกระทบมาก อาทิ  อาหาร จากราคา 25 บาท ก็ขึ้นเป็น 30-40 บาท แม้ว่าจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ก็ยังอยู่ได้ลำบาก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น