ค่าครองชีพหืดจับ
วันจันทร์ที่ 2 กันยายน 2556 เวลา 00:00 น.
เป็นอันว่าค่าไฟปรับขึ้นหน่วยละ 7 สตางค์-ค่าทางด่วนปรับขึ้นอีก 5-10 บาท-แก๊สหุงต้มหรือแอลพีจีปรับขึ้น กก.ละ 50 สตางค์
ทั้ง 3 อย่างนี้ ปรับขึ้นมาพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งก็คงทำให้ผู้บริโภคต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายตามระเบียบ
ส่วนจะกระทบต่อราคาสินค้าอื่นหรือไม่นั้น เชื่อว่าคงมีการทยอยปรับขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะเป็นไปตามธรรมชาติของพ่อค้า
ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า ผู้ประกอบการไม่ได้ปรับราคาสินค้า เชื่อว่าการขึ้นค่าไฟ ค่าทางด่วน และ แก๊สแอลพีจี ไม่น่าส่งผลกระทบนั้น น่าจะเป็นแค่จิตวิทยามากกว่า
หรืออย่างมากก็คุมได้เฉพาะในห้างค้าปลีก ค้าส่ง และร้านสรรพสินค้า แต่ในส่วนของตลาดสดหรือร้านข้าวคงควบคุมยาก
โดยเฉพาะอาหารจานด่วนแว่ว ๆ ว่าพ่อค้าแม่ค้าได้ปรับราคา 5-10 บาทต่อจาน ก่อนที่แก๊สหุงต้มจะขึ้นซะอีก
ชาวบ้านที่เดินจับจ่ายใช้สอยคงรู้ดีว่าราคาสินค้าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอาหารจานด่วนปรับขึ้นไปไกลกว่าที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้าไปดูแลถึงได้
สิ่งที่จะเห็นก็คือ กำลังซื้อที่จะลดลงไปอีก เนื่องจากประชาชนมีภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้น ยิ่งส่งผลให้ประชาชนยิ่งระมัดระวังมากขึ้น!
หากจะถามว่ากระทรวงพาณิชย์ดูแลค่าครองชีพประชาชนอย่างไร ก็คงเป็นมุกเดิม ๆที่เคยใช้โดยผ่านการจัดงานธงฟ้า
จึงไม่แปลกที่ห้างค้าปลีกหลายแห่ง ต้องพยายามจัดโปรโมชั่นกระตุ้นกำลังซื้อ จากที่เคยเห็นว่าจัดทุกครั้งได้รับการตอบรับ เพราะมีส่วนลดที่จูงใจ
มาถึงตอนนี้ผู้บริโภคเริ่มจับทางถูก มองว่าไม่จำเป็นต้องซื้อในสัปดาห์นี้ เพราะโปรโมชั่นส่วนลดนี้ เดี๋ยวก็มีในสัปดาห์หน้าอีก
จะเห็นว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ไม่มาตื่นตูมกับเรื่องนี้เท่าใดนัก ยิ่งทำให้ห้างค้าปลีกกระตุ้นกำลังซื้อได้ยากขึ้นอีก
ตราบใดที่ประชาชนยังไม่มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นเมื่อใด ขณะที่มีหนี้สินท่วมตัวอยู่ รวมทั้งภาระที่เพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูง
รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร?.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น