เราจะมาติดตามความคืบหน้ากรณีการเข้ารื้อสิ่งปลูกสร้างบนเขาใกล้กับโฮมสเตย์ ฟีออเร่ พาร์ค ของภรรยานายธาริต เพ็งดิษฐ์
แต่ล่าสุด ในวันนี้ นายธาริต ได้ออกมาปฏิเสธว่า อาคารทั้ง 2 หลัง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภรรยาของตนแต่อย่างใด กรณีที่ผู้สื่อข่าว สำนักข่าวทีนิวส์ได้เดินทางไปตรวจสอบบ้าน 2 หลัง ที่ปลูกอยู่บนเขาใกล้กับ โฮมเสตย์ ฟีออร์เร่ ปาร์ค บ้านของภรรยา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่บ้านเลขที่ 444 หมู่ที่ 11 บ้านมอกระหาด ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงบริเวณทางเข้าบ้านของนายธาริต โดยสังเกตบริเวณริมถนนด้านทิศตะวันตกของบ้านนายธาริต เพื่อมองดูบ้านจำนวน 2 หลังที่ปลูกอยู่บนเนินเขาที่มีปัญหา แต่ไม่พบเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่บังประกอบกับมีการทุบบ้านทิ้งไปแล้ว จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ได้แจ้งว่า เจ้าของรีสอร์ทได้มีการว่าจ้างบริษัทรับเหมามาทำการทุบทิ้งตั้งแต่ 3 วันที่แล้ว และทุบเสร็จเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา หากจะเข้าไปดูต้องใช้เส้นทางเดินเลาะแนวเขาเข้าไปเกือบ 200 เมตรจึงจะเห็น ส่วนบ้านทั้งสองหลังพบว่ามีการทุบทิ้งแล้วเหลือแต่พื้นปูนกับเศษซากปูนที่ถูกทุบ ขณะที่วันนี้ นายธาริต กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับการติดต่อการแจ้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินของตน และยืนยันว่าไม่มีการปลูกสร้างใดๆ นอกเหนือที่ดินที่มีเอกสิทธิ์ครอบครองอยู่ ที่ผ่านมาได้ชี้แจงหลักฐานการครอบครองที่ดินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหมดแล้ว ไม่ทราบว่าบ้านที่จะรื้อเป็นของผู้ใด แต่ยืนยันในส่วนที่ดินภรรยานั้นไม่มีการก่อสร้างนอกเหนือจากเอกสารสิทธิที่แน่นอน
รายงานข่าวแจ้งว่า บ้านพัก 2 หลังที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะรื้อถอนนั้น อยู่ใกล้เคียงกับรีสอร์ตโฮมสเตย์ของนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยานายธาริต ซึ่งเป็นที่ดินของเพื่อนนางวรรษมล ที่เช่าต่อจากนางปรียานุช ปานประดับ อดีตนางเอกชื่อดังที่ทำสัญญาเช่ากับกรมป่าไม้เป็นเวลา 20 ปี และได้ปลูกบ้านพักในที่ดินดังกล่าว และที่ผ่านมามีการร้องเรียนให้ตรวจสอบที่ดินบริเวณดังกล่าว และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมากรมป่าไม้ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังเพื่อนของนางวรรษมล ซึ่งเป็นผู้ครอบครองว่ายกเลิกการเช่าและให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมส่งมอบพื้นที่คืน ทางผู้ครอบครองจึงรื้อถอนอาคารปลูกสร้างทั้งหมดและทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานป่าไม้ภาค 8 ว่าดำเนินการรื้อถอนเรียบร้อยแล้ว ด้านนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรมป่าไม้เตรียมการรื้อถอนบ้านพักตากอากาศ 2 หลัง ที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เป็นพื้นที่จำนวนกว่า 6 ไร่ ซึ่งเป็นของ นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยานายธาริต ในวันที่ 6 ส.ค. ว่า ทราบว่า ทางกรมป่าไม้เตรียมที่จะเข้ารื้อถอนบ้านหลังดังกล่าว แต่ล่าสุด กลับพบว่ามีชายฉกรรจ์หลายสิบคน ใช้เครื่องมือเครื่องจักรเข้าทุบรื้อบ้านเจ้าปัญหาสองหลังดังกล่าว ลงก่อนแล้ว เมื่อ 2 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะเข้ารื้อถอน โดยมีรถเข้ามาขนไม้ ที่ถูกรื้อออกไปจากพื้นที่ไปจำนวนมาก ถือเป็นปฏิบัติการเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยหรือไม่
เพื่อให้เกิดความชัดเจนเราจะได้ย้อนไปทวนความกันว่า แท้จริงแล้ว รีสอร์ทของธาริตนั้นบุกรุกที่ป่านสงวนแห่งชาติ จริงหรือไม่ เริ่มตั้งแต่ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2556 ในเฟสบุ๊คของ น.พ.วรงค์ ได้โพสต์ภาพบ้านหลังหนึ่ง พร้อมข้อความระบุว่า “รู้ไหมครับนี่บ้านใคร มีคนส่งมาให้ดูว่าเป็นบ้านใหม่ของธาริตที่เขาใหญ่ กม.4 ถ.ธนรัชต์”
ต่อมานายธาริต ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ เมื่อเดือนกันยายน 2556 เพื่อตอบข้อกล่าวหาว่าร่ำรวยขึ้นจากตำแหน่ง มีบ้านหลังใหญ่โตที่ จ.นครราชสีมา ว่า “ภรรยาผมเป็นคนโคราชดั้งเดิม ผมไปเป็นอัยการที่ อ.ปากช่อง โดยพื้นฐานภรรยาทำธุรกิจเรื่องที่ดินอยู่บ้าง บ้านที่สร้างอยากเชิญไปดู เป็นกิจการของครอบครัว คือ โฮมสเตย์ ไม่ใช่ว่ารวยแล้วไปสร้างคฤหาสน์ ผมมีอยู่ 29 ห้อง เปิดให้พักแล้วเก็บเงิน กะว่าเราเกษียณจะได้เงินจากส่วนนี้ ยอมรับว่าเป็นอาชีพเสริมเราทำในเชิงธุรกิจ คนที่เอาเรื่องนี้ไปเผยแพร่ก็ไม่ยอมถ่ายรูปป้ายโฮมสเตย์ที่มีชื่อคือ ฟิออร์เร ปาร์ค ดันไปเสือกถ่ายอีกมุม แล้วมาเลือกประเด็นพูดแบบนี้ ไม่ค่อยเป็นธรรมกับผม ครอบครัวผมจัดสรรที่ดินขายตั้งแต่ผมเป็นอัยการแล้ว ตอนมาอยู่ปากช่อง สองผัวเมียทำธุรกิจที่ดิน แบ่งแปลงจัดสรรขาย อีกทั้งดูเทรนด์แล้ว ตอนนี้น้ำก็ท่วมกรุงเทพฯ คนก็มาปากช่องเพิ่มขึ้น
ต่อไปจะมีมอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง อีกห้าปี ผมและเมียเกษียณจะได้มีอะไรรองรับ ตอนนี้ก็มีรายได้มาบ้างจากอาชีพสุจริต ถ้าผมได้เงินมาจากการทุจริตผมไม่เลือกมาทำแบบนี้ หาที่ซ่อนเงินดีกว่ามาเปิดเผย และโดยอาชีพตรวจสอบคนอื่นจะมาทำเสียเองมันไม่ใช่เรื่อง ผมบอกเลยว่าถ้าผมมีจุดอ่อน ผมจะถูกตรวจสอบตลอดเวลา ป่านนี้ผมถูกพรรคประชาธิปัตย์จัดการไปแล้ว ไม่เอาผมไว้หรอก” ต่อมาเมื่อปลายปี 2556 ในโซเชียลมีเดียได้มีการส่งแชร์ต่อภาพบ้านจำนวนสองหลัง พร้อมกล่าวหาว่าเป็นบ้านของนายธาริต โดยระบุว่า พบบ้านหลังดังกล่าวตั้งอยู่ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวออกมาว่านายธาริต มีบ้านอีกแห่งตั้งอยู่ที่ เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งครอบครองเป็นเจ้าของเมื่อปี 2555 ซึ่งในขณะนั้นเจ้าตัวได้ออกมาระบุว่า ที่ปากช่องเป็นโฮมสเตย์ที่ทำธุรกิจในนามของครอบครัว ไม่ใช่บ้านของตน ส่วนบ้านที่หัวหิน ตนไม่รู้ว่าเป็นบ้านใคร อย่างไรก็ตาม หลังมีการเผยแพร่ภาพบ้านหรูของนายธาริตออกไป ก็มักจะมีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองออกมาชุมนุมเพื่อแสดงสัญลักษณ์ พร้อมทั้งโจมตีนายธาริตและเรียกร้องให้หยุดรับใช้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และระบอบทักษิณ โดยเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ผ่านมา กปปส.ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ได้รวมตัวกันปิดถนนทางเข้าบ้านเลขที่ 444 หมู่ 11 ทางขึ้นเขาใหญ่ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักหรูตากอากาศของนายธาริต ตั้งอยู่บริเวณใกล้เนินเขา พร้อมกันชูแผ่นป้ายมีข้อความโจมตีนายธาริต ในการทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง พร้อมกล่าวหาว่าเอาตำแหน่งมารับใช้นักการเมืองและรัฐบาล และบอยคอตไม่ต้อนรับนายธาริตเข้ามาอยู่ในพื้นที่ และจากการสังเกตก็พบว่า ภายในบริเวณบ้านพัก มีชายฉกรรจ์ประมาณ 5-6 คน และคนงานเฝ้าดูแลอยู่ภายในบ้านและบริเวณสนามรอบบ้านพัก ส่วนด้านหน้ามีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ปากช่อง ประมาณ 7-8 นายคอยเฝ้าดูแลและสังเกตการณ์
หลังจากที่มีกลุ่มประชาชนได้ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มีการติดตามตรวจสอบโฮมสเตย์หลังดังกล่าวว่ามีสิ่งปลูกสร้าง ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) เปิดเผยว่า ตนได้จัดส่งเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.1 (ปากช่อง) และสายตรวจปราบปรามสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เป็นข่าวว่า การก่อสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นทราบว่าท้องที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเสียดอ้า ป่าเขานกยูง และป่าเขาอ่างหิน จริงตามที่เป็นข่าวทั้งนี้ หากตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำและปรับตาม มาตรา 31 กรณีบุกรุกไม่เกิน 25 ไร่ มีโทษจำคุก 6 เดือน-5 ปี ปรับ 5,000-50,000 บาท กรณีบุกรุกเกิน 25 ไร่ มีโทษจำคุก 2-5 ปี ปรับ 20,000-150,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างที่มีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ดำเนินการตามกฎหมายกับโฮมสเตย์ดังกล่าว อีกด้านหนึ่งก็ได้มีชาวบ้าน ไปยื่นเรื่องขอให้ สมาชิกวุฒิสภา ได้ลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวนี้ควบคู่กันไปด้วย โดยตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นเรื่องกับนายประสาร มฤคพิทักษ์ ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ว่ามีรีสอร์ทรุกล้ำที่ป่าสงวนแห่งชาติ จึงลงพื้นที่และพบว่ารีสอร์ทแห่งนี้มีปัญหาว่ามีสิ่งก่อสร้างรุกล้ำป่าสงวน จากนั้นได้เชิญกรมป่าไม้มาชี้แจงในกรรมาธิการของวุฒิสภา ในขั้นนี้พบว่าบ้านสองหลังในเขตรั้วเดียวกันกับรีสอร์ทของนางวรรษมล รุกที่ป่าสงวน ปลูกสร้างในที่ลาดเอียงเกิน 45 องศา และยังมีการทำถนนจากบ้านหลังใหญ่ทอดยาวไปถึงบ้านสองหลังดังกล่าว กรมป่าไม้ได้แจ้งให้เจ้าของบ้านสองหลังดังกล่าวซึ่งใช้ชื่อเจ้าของบ้านว่านางวัทนา ให้มาชี้แจงแสดงกรรมสิทธิ์แต่ไม่มีการติดต่อกลับมาในเวลาที่กำหนด กรมป่าไม้จึงกำหนดไปรื้อถอนบ้านสองหลังนี้ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ราว 40-50 คนพร้อมอุปกรณ์ไปจัดการรื้อถอนต่อไป เพราะพบว่าปลูกสร้างในพื้นที่โซนซี คือเขตป่าสงวนแห่งชาติที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างหรือถนนไม่ได้ ถือว่าเป็นเขตอนุรักษ์ส่วนการดำเนินคดีจากการบุกรุก กรมป่าไม้ในฐานะผู้เสียหายเป็นผู้รับผิดชอบ และส่วนพื้นที่ที่เป็นรีสอร์ทจะต้องตรวจสอบการได้มาซึ่งเอกสารสิทธิ์ว่าถูกต้องหรือไม่ต่อไป
ซึ่งล่าสุด ในวันพรุ่งนี้(6 ส.ค.) นายประสาร ก็จะได้ร่วมติดตามความคืบหน้าและสังเกตการณ์ กรณีที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่อ.ปากช่อง จะเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ล่วงล้ำไปในพื้นที่ป่าสงวน ในเวลา 09.30 น พร้อมกับตัวแทนกลุ่มประชาชน ผู้ร้องเรียนและสื่อมวลชนด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น