|
|
ก่อนหน้านี้โดนไล่บี้อย่างหนักสำหรับโรดแมป 3 ระยะ ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าฝีพายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าตกลงจะวางระยะเวลาในการแก้ไขปัญหานานเท่าไหร่แล้วจะเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันในสนามเลือกตั้งกันช่วงเวลาไหน
ซึ่งขณะนี้ผลโพลออกมากระทุ้งชัดแล้วว่าเป็นคำถามที่ประชาชนอยากรู้ที่สุดถึง 85.59 เปอร์เซ็นต์ จริงๆ ง่ายๆ คือ คนส่วนใหญ่ในประเทศต้องการคำตอบจากปากหัวหน้าคณะรัฐประหาร
เป็นการบ้านโจทย์ใหญ่ที่ “บิ๊กตู่” และองคาพยพต้องขบคิดอย่างหนัก
จะตอบหรือหาทางคลายความฉงนสงสัยของประชาชนอย่างไร ไม่ใช่เงื้อๆ ง้างๆ แทงกั๊กอย่างที่เป็นอยู่
เพราะโรดแมป 3 ระยะที่ออกมาก่อนหน้านี้ มันยังคลุมเครือไม่ค่อยชัดเจนมีวงเล็บว่าหากสถานการณ์สงบเท่านั้น จนบางฝ่ายตั้งแง่กันไปแล้วว่า คสช. จะนั่งแช่อยู่บนคานอำนาจจนรากงอกออกมาเลยหรือไม่
อย่าลืมว่าวัน ว. เวลา น. นาที มีผลต่อจิตวิทยาของประชาชนอย่างมาก แม้เรื่องระยะเวลาช้าหรือเร็วอาจไม่สำคัญเท่าใด แต่การวางปฏิทินเอาไว้อย่างน้อยจะช่วยให้ประชาชนตั้งหลักเตรียมตัวใจเตรียมใจกันได้ทันมีแบบแผนในการดำเนินชีวิต และดำเนินธุรกิจ
อีกความท้าทายของ “บิ๊กตู่” ที่สำคัญอีกอัน ซึ่งมีผลต่อความเป็นความตายของผู้นำประเทศมานักต่อนัก ก็เรื่อง “กึ๋น” แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่วันนี้หลายคนช่างสงสัยว่าทีมงานขงเบ้ง คสช. จะแน่สักแค่ไหน
เพราะการบริหารประเทศไม่ได้ง่าย แค่เพียงแค่จ่ายเงินให้ชาวนาแล้วจบ ไม่ใช่แค่ตามเช็ดตามล้างสิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขี้กองไว้แล้วเสร็จสม แต่ช่วงเวลาหลังจากนี้จะทำอย่างไรให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัย ไม่ห่วยไปกว่าเดิม
ต้องยอมรับว่าช่วงนี้ คสช. โดนค่อนแคะไม่น้อยว่าเกลียดตัวกินไข่เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ไปสานต่อนโยบายประชานิยมเพื่อแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ต่อต้านว่าเป็นของไม่ดีมอมเมาประชาชน
จนหลายคนบ่นว่าบ่มีกึ๋นเศรษฐกิจตอนนี้ยังไม่มีอะไรแตกต่างจากก่อนทำรัฐประหารเลย
ยิ่งล่าสุดนักวิเคราะห์เศรษฐกิจต่างชาติ ก็เย้ยหยันอีกสำทับว่ารัฐบาลทหารไทยขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก จนต้องไปเอาผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแก้ขัด
แม้แต่ล่าสุดโพลในประเทศก็ออกมาตอกลิ่มว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการ คือ คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าคนส่วนมากไม่ค่อยเชื่อฝีมือเชื่อใจของ คสช. ในเรื่องนี้เสียเท่าไหร่
จึงนับเป็นอีกหนึ่งปมใหญ่ที่ “บิ๊กตู่” ต้องขจัดมันออกไปจากความรู้สึกประชาชนให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเป็นการหั่นอายุตัวเอง แถมจะโดนด่าว่าเผด็จการแล้วยังชุ่ยอีก
วันนี้เศรษฐกิจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ “บิ๊กตู่” ควรสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นมาขับเคลื่อนใช้คนที่มีฝีมือ มีน้ำยา ชื่อชั้นถึง ไม่ใช่หน้าเดิมๆ ที่ประชาชนเห็นแล้วร้องยี้ประเภทมีแต่ความเลว ความดีไม่ปรากฏ ขณะเดียวกัน ยังต้องมีนโยบายและวิธีการบริหารของตัวเองที่ชัดเจนออกมาเพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศมีความกระเตื้องขึ้น
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่เป็นดังเสียงสวรรค์สำคัญคอยค้ำยันให้ คสช. สำเร็จภารกิจลุล่วงลงไปได้!!.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น