วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ประยุทธ์ 'ดีตรงที่' เดาทางยาก! เมื่อ 11 มิ.ย.57

ประยุทธ์ 'ดีตรงที่' เดาทางยาก!


ย้อนไปซักเกือบ ๕๐ ปี "ยุคหัวเลี้ยว-หัวต่อ" คนไทยเปลี่ยนจากใช้น้ำมันหมูทำอาหารมาเป็นน้ำมันพืช ผมจำได้ว่า น้ำมันพืช "ทิพ" มาเป็นเจ้าแรก มาพร้อมโฆษณาที่ยังติดหู-ติดใจคนร่วมสมัยถึงทุกวันนี้ "จะกินอาหารให้อร่อย ต้องใจเย็นๆ" นั่นแหละ!
    แต่ยังมีขายอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เห็นเงียบไป สมัยนั้น ขายดีจนผลิตไม่ทัน ขนาดหม่อมคึกฤทธิ์ต้องเขียนแซว...ของดี ที่ไม่มีขาย
    ที่ยกเรื่องนี้มาพูด เพราะอยากบอกแฟนๆ ลุงตู่ "พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ในฐานะท่านประธาน คสช.ว่า...
    "ถ้าอยากเห็นการกวาดบ้านที่สะอาดหมดจด แจ่มแจ๋วแหวว ทุกซอก-ทุกมุมสังคมประเทศไทย ก็ต้องใจเย็นๆ"!
    สมัยประธานเหมา ผมเคยตามเขาไปท่อมๆ ปักกิ่ง เจอร้านหนังสือเล็กๆ อยู่ร้าน มีหนังสือชวนเชื่อเกือบทุกภาษา รวมทั้งภาษาไทย 
    ผมซื้อนิยายที่เขาแต่งปลุกใจหนุ่ม-สาวเขมรมา ๑ เล่ม  และก็ซื้อสรรพนิพนธ์เหมามาอีก ๑ เล่ม แต่เผาทิ้งช่วง ๖  ตุลา ๑๙ เสียดายถึงทุกวันนี้
    ก็ไม่เผาไงไหว....!
    แค่พกหนังสือจีนกำลังภายในที่เพื่อนผม "ว.ณ เมืองลุง" เอามาให้ วางไว้ในรถ เจอด่านทหาร-ตำรวจตอนกลางคืน  แค่เห็นหน้าปกเขียนแบบอักษรจีน
    แค่นั้นแหละ กว่าจะรอดข้อหา "ฝักใฝ่...." แทบตาย...ด้วยพิษปัสสาวะย้อนกลับเข้ากระเพาะ!
    แต่ยังจำติดตา-ติดใจถึงทุกวันนี้อยู่บท ประธานเหมาท่านบอกว่า "ที่ใด ไม้กวาดเข้าไม่ถึง ที่นั้น ย่อมสกปรก"!
    จริงของท่าน มองเผินๆ เป็นคำพูด ตื้นๆ ง่ายๆ ไม่เห็นเข้าขั้นสรรพนิพนธ์ตรงไหน ครั้นตรองตามก็...ขนลุกซู่ แบบนี้แหละที่เรียกว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ"
    คนที่เข้าถึง "การกระทำ" ขั้นบรรลุ มักถอดการเข้าถึง "ด้วยชีวิต" นั้น ตกผลึกออกมาเป็นหยดคำง่ายๆ คำ-สองคำ  ไม่หรูหรา ไม่ซับซ้อน แต่ลึกซึ้ง เกินก้นบึ้งมหาสมุทร
    สังเกตพระกรรมฐานที่บรรลุภูมิธรรม บางรูปท่านไม่เคยศึกษาทางปริยัติเลย แต่เจนจบ-รู้แจ้ง ทางปฏิบัติ 
    เวลาท่านสอนธรรม ท่านจะพูดด้วยคำง่ายๆ คำ-สองคำ แต่เหมือนยกพระไตรปิฎกว่ากล่าว เรียกว่า "เป๊ะตามตำรา"  แต่ว่า คำ-สองคำ นั้น กลั่นออกมาเป็น "แก่น"
    อย่างที่เอามาพูดกันสนุกๆ "หลวงพ่อชา" ท่านถามคนแบกของว่า "หนักมั้ย...โยม" ฝ่ายโยมก็ตอบว่า
    "หนัก...หลวงพ่อ"
    "หนักก็วางลงซี จะแบกไว้ทำไมล่ะ" หลวงพ่อบอก!
    เห็นมั้ย...ฟังดูก็ ถาม-ตอบธรรมดา...แต่นั่นเป็นปรมัตถสัจจะ ความจริงขั้นสูงสุดในสิ่งมีอยู่จริง-เป็นจริง 
    พวกบัวปริ่มน้ำ ฟังแล้วขำ แต่พวกบัวพ้นน้ำ ฟังแล้วเก็ต...บรรลุเลย!
    มนุษย์ทุกวันนี้ หนัก-เหนื่อย-ลำบาก-ร่านทุรน เพราะ "แบกอุปาทาน" คือตัวทึกทัก, ตัวยึดมั่น-ถือมั่น ในสิ่งนั้น สิ่งนี้, เรื่องนั้น-เรื่องนี้, ปัญหานั้น-ปัญหานี้
    ทั้งที่รู้ว่าหนัก แต่ไม่ยอมวาง....
    เลย "หลังแอ่น" แล้วร้องโอยๆ อ้างว่าแบกประเทศ  แบกชาติ แบกศาสนา แบกสถาบันพระมหากษัตริย์ วางไม่ได้
    ความจริง...วางได้ ทำไมจะวางไม่ได้...
    ที่ว่าไม่ได้ เพราะ "ไม่เข้าใจ" นั่นแหละ! 
    ถามกันตรงๆ คุณจะบริหาร-จัดการอย่างไร ถ้าไม่วางสิ่งที่แบกลงมาก่อน แล้วค่อยสำรวจ-ตรวจตรา ทบทวน พิจารณา แต่ละชิ้น แต่ละอัน เพื่อจัดเข้าหมวดหมู่    แล้วค่อยๆ "จัดการ-สะสาง" ไปตามลำดับปัญหา-ตามความหนักเบาของเรื่องราว และสถานการณ์ แต่ละขั้น แต่ละตอน 
    นี่คือความหมายในความเหมือน-ความต่างระหว่างคำว่า "วางลง" เพื่อจัดการกับคำว่า "แบกไว้" บนบ่า โดยตาก็ไม่เห็น และก็ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรกับสิ่งที่แบกไว้มากมายคาบ่า
    ผมก็คือคนไทยส่วนมาก เป็นพวกรักอะไร ฟีเวอร์อะไร ก็จะจี๊ดจ๊าดทะลุปรอท แต่พักเดียวแหละ...
     เริ่มหน่าย-หายเห่อ ทีนี้ก็จะหามุม-หาซอก-หาตำหนิ เพื่อหยิบขึ้นมาค่อนนั่น-แคะนี่ ตามประสากูรูข้างสังเวียน
    ก็อยากบอกว่า การดูการแก้ปัญหาบ้านเมือง จะใช้อารมณ์แบบดูการแสดงที่เดี๋ยวๆ เปลี่ยนฉาก เพื่อกันคนดูเบื่อไม่ได้ 
    ฉะนั้น อยากทำความเข้าใจว่า ตอนนี้ คสช.โดยท่านผู้นำประยุทธ์ กำลังทำงานแก้ปัญหาเรื่องบ้าน-เรื่องเมือง  
    ไม่ใช่ให้เขาเข้ามา "ควบคุมอำนาจปกครองประเทศ" แล้ว ก็ให้เล่นแบบหนัง แบบละคร เฮๆ ฮาๆ แล้วเปลี่ยนฉากฉุบฉับ  
    เพื่อเอามัน-เอาสนุก เอาสะใจแฟนๆ เป็นที่ตั้ง!
    ดังนั้นคนดู "ก็ควรปลดภาระหนักบนบ่า" วางกันด้วย  แล้วติดตามดูการบริหาร-จัดการต่อปัญหานั้นๆ ของคณะ คสช.เขาด้วยเข้าใจสักระยะหนึ่งก่อน
    ก็เข้าใจ กับหลายๆ ตัวแสบ อยากให้ชัวะชะไปเลย แต่ในความเป็นจริง ถ้าเราไปอยู่ในฐานะ คสช. มันทำอะไรอย่างที่ใจอยากทำเช่นนั้นไม่ได้หรอก
    บ้านเมืองไม่มีรัฐธรรมนูญก็จริง.....!
    แต่บ้านเมืองยังมีกฎหมาย ถึงไม่มีกฎหมาย คุณธรรม-ศีลธรรม, ความเป็นธรรม "เหนือประชาธิปไตย" บนความเป็นพี่น้องไทยด้วยกัน นั่นคือหัวใจการบริหารและปกครอง 
    "มันต้องมี"! 
    ถ้าละเลยสิ่งนี้ พลเอกประยุทธ์ไม่ต้องเสี่ยงเข้าควบคุมอำนาจบริหารประเทศให้เสียวก่อนเกษียณหรอก
    อยู่เฉยๆ ปล่อยให้อำนาจ "ระบอบทักษิณ" ยึดครองประเทศไทยไป อะไรที่มันเลวร้ายระยำทรามทางบริหารและปกครองเหล่านั้น
    คนไทย-ประเทศไทย ก็ได้ครบอยู่แล้ว!
    ฉะนั้น ให้เวลาเป็นโอกาสคณะ คสช.เขา "นวด" ปัญหาไปทีละเปลาะก่อน อย่างเพิ่งขยุกขยิกให้เร็วไปนัก
    ลองนึกย้อนตั้งแต่ ๒๒ พ.ค.๕๗ ที่เข้าควบคุมอำนาจปกครองประเทศ จะเห็นว่าที่ คสช.ทำทั้งหมด ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากแต่บทปฏิบัติการ มีแผน-มีขั้นตอน มีการจัดลำดับปัญหาที่ต้องจัดการเป็นหมวดหมู่
    อาวุธสงคราม ควบคู่ หัวโจก-หัวจ่าย จัดการก่อน จากนั้นไล่เลียงไปตามลำดับ กล่อมด้วยระนาดทุ้ม
    จะเห็นว่า คสช.ยังไม่แตะคน "ระบบข้าราชการ" และ "รัฐวิสาหกิจ" เลย!
    ทำไม...พอใจ วางใจ รู้กัน หรือ คสช.ก็พวก "ข้าราชการนิยม" เช้าชาม-เย็นชาม มีจังหวะก็อาหารเสริม ทั้งตามน้ำ ทวนน้ำ อย่างนั้นหรือ?
    ทำไม..น้ำมันแพง ไม่จัดการทันที มีอะไรกุ๊กกิ๊กกันมาแต่ดั้งเดิมงั้นหรือ?
    ผมอยากตอบแทนสั้นๆ ว่า....
    ถ้าปฏิวัติ-รัฐประหารเพียงแค่ "เอาใจ-เอาอำนาจ" ชั่วมื้อชั่วคราว อย่างปฏิวัติทุกครั้งมา จนพูดกันว่า ทหารนับเป็นแค่เลข ๑ อย่างเก่งถึงเลข ๒ จากนั้นนับต่อไม่เป็น 
    หมายถึงว่า ทหารปฏิวัติเป็น แต่ปฏิวัติแล้ว ไม่รู้จะบริหารนำพาประเทศไปทางไหน-อย่างไร ลงท้ายก็ เข้าป่า เข้ารก-เข้าพง
    คณะ คสช.โดยพลเอกประยุทธ์ กำลังลบล้างคำปรามาสนี้ สังเกตได้ แต่ละปฏิบัติ ใช้อดีตที่ล้มเหลวเป็นบทเรียน ปฏิบัติการจึงเป็นไปในลักษณะ ค่อยๆ บด ค่อยๆ กระชับพื้นที่ 
    จะยังไม่ "ขยี้"....ตรงนี้แหละที่ ขัดใจแฟนๆ!
    ที่ยังใช้คนเก่า-คนเดิม ไม่แตะข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ  ลองคิดกันเล่นๆ ซีครับ สมมุติเราเป็นเจ้าของบ้าน โจรบุกเข้าปล้น 
    ปล้น คือประสงค์ทรัพย์ ดังนั้น โจรจะไม่ฆ่าเจ้าของบ้าน  ถ้าไม่ต่อสู้-ขัดขืน สิ่งที่โจรจะได้ทรัพย์เร็ว เพื่อล่าถอยไปเร็วๆ คือ
    ใช้เจ้าของบ้านพาไปชี้ที่เก็บทรัพย์สิน!
    ได้ทรัพย์แล้ว จากนั้นค่อยว่ากันไปแต่ละกรณี ซึ่งวิธีนี้ดีกว่า เอ้าเฮ...ฆ่าเรียบหมดทั้งบ้าน แล้วตัวเองก็มืดแปดด้าน 
    ไม่รู้ข้าวของเงินทองซุกอยู่ตรงไหน เสียเวลาค้นหา ซ้ำเปลืองคน มารื้อ-มาค้น เผลอๆ ไม่ได้อะไร เสียเวลาปล้นเปล่า
    ดังนั้น ค่อยๆ ดูไปก่อน การบริหารที่มีแผน เขาจะทำตามขั้นตอน ไม่ต้องรื้อกระจุยกระจายพร้อมกันไปหมดทุกที่  สุดท้าย ที่รื้อไว้จะกลายเป็น "กับดัก" ทางออกตัวเองเปล่าๆ
    นี่...ที่ "การบินไทย" พวกบอร์ดถูกริบตั๋วฟรีแล้วมิใช่หรือ  นั่นคือการส่งสัญญาณไปยังแต่ละบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ว่าจะอยู่รักษาประชาธิปไตย หรือจะรีบไปเองเสียแต่เนิ่นๆ
    เรื่องพลังงาน ปตท.แค่กิ่งก้าน ต้นใหญ่อยู่ที่กระทรวงพลังงาน การตีงูที่ถูกจุด ต้องตีหัว ตอนนี้ พลเอกประยุทธ์เข้าไปตรงจุดนั้นแล้ว ฉะนั้น...จะกินอาหารให้อร่อย ต้องใจเย็นๆ!
    ก็จะเห็นนะครับ คสช.คืบเข้าระบบบริหารแบบรัฐบาลมี ครม.แล้วแต่เมื่อวาน (๙ มิ.ย.๕๗)
    พลเอกประยุทธ์ทำหน้าที่นายกฯ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ หัวหน้าทีมกระทรวงเศรษฐกิจ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกฯ หัวหน้าทีมกระทรวงสังคม    
    มี "นายอำพน กิตติอำพน" ขวัญใจระบอบทักษิณ ทำหน้าที่เลขาฯ ครม.!
    งบประมาณปี ๕๘ เป็นตัวแล้ว ด้วยยอดเงิน ๒.๕๗๕ ล้านล้านบาท มากกว่าปี ๕๗ ประมาณ ๕ หมื่นล้าน
    ก็เบาใจได้ งบประมาณใหม่ ยังไงก็ออกใช้ทันเดือนตุลา และก็ค่อนข้างแน่ จะได้รัฐบาลใหม่-นายกฯ ใหม่ ภายใต้ธรรมนูญปกครองชั่วคราว...ราวๆ นั้นด้วย.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น