วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ล้างคำสั่งปปช.-กกต. ‘หัวเขียง’ยันครอบจักรวาล/ทักษิณลุย‘set zero’พวกค้านแค่หมื่น เมื่อ 25 ต.ค.56


ล้างคำสั่งปปช.-กกต. ‘หัวเขียง’ยันครอบจักรวาล/ทักษิณลุย‘set zero’พวกค้านแค่หมื่น

“ทักษิณ” ลั่นดันนิรโทษกรรม “Set Zero”  เริ่มต้นกันใหม่ อ้างถ้าไม่ทำบ้านเมืองเสียหาย เดินต่อไม่ได้ บอก ส.ส.เสื้อแดงโหวตสวนไม่เป็นไร เพราะเสียงในสภามีเกินพอแล้ว หยามคนคัดค้านมีอย่างมากก็หมื่นคน “หัวเขียง” แบไต๋ล้างผิดยกเข่ง เผยไม่ครอบคลุมแค่คดีอันเกิดจาก คตส. แต่ขยายรวมถึง กกต.-ป.ป.ช.ด้วย  ขณะที่ญาติเหยื่อแดงช้ำหนัก วิงวอนขอร้องแม้วให้เสียสละ เพื่อไทยเมินเสียงมวลชน ย้ำชัดดันสุดซอย
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนักโทษหนีคุกหนีคดี มีท่าทีชัดเจนในการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ฉบับแก้ไขเนื้อหาใหม่ที่เสนอโดยนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
นักโทษหนีคุกให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ว่าการนิรโทษกรรมคือ ก็ต้องถามก่อนว่าถึงเวลา Set Zero (เริ่มต้นกันใหม่) หรือยัง ถ้ายังไม่ถึงเวลาก็ไม่ว่ากัน ทะเลาะกันต่อไป แต่ถ้าถึงเวลา Set Zero ก็ต้องถามว่า อะไรที่มันเป็นผลพวงของความขัดแย้ง จนเป็นที่มาของการต่อสู้กัน ใช้กฎหมาย ใช้บุคลากร ใช้การปฏิวัติเพื่อห้ำหั่นกัน
“ผลพวงสิ่งเหล่านี้มันควรจะต้อง Set Zero อันนี้คือหลักมันง่ายๆ เลย ถามว่าการทะเลาะเบาะแว้งแบบนี้จะให้มีต่อไปหรือไม่ ถ้าเราคิดว่าไม่เป็นไรหรอก อยู่ไปแบบนี้ปล่อยไปเถอะ ก็ไม่ต้องไปทำ กลั่นแกล้งไป ใครได้เปรียบเสียเปรียบ ใครจะล้างแค้นใคร ใครจะลอบทำอะไรต่อไปก็ว่ากันไปแบบนี้ ถามว่าถ้าเบื่อหรือยัง เบื่อแล้ว บ้านเมืองมันไม่ไหวแล้ว ก็ต้องถามว่ามันขัดแย้งกันมานานแล้ว จะเริ่มต้นใหม่ไหม จะหยุดไหม จะ Set Zero มั้ย แล้วเมื่อ Set Zero แล้ว กฎหมายมีหลักความยุติธรรมถูกต้องมั้ย คนเป็นกรรมการจะรักษาความเป็นกลางมั้ย ถึงแม้ว่าใครจะถูกตั้งมาโดยฝ่ายไหนก็ตาม ต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งหลักนิติธรรม ถ้าเอาตรงนี้เริ่มต้นได้บ้านเมืองก็จะไปรุ่งเรือง”
เมื่อถามว่า มีคนระบุว่าหากนิรโทษสุดซอย ตัวท่านจะเอาเงินที่ถูกยึดคืน พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า “ก็นี่ไงหาเรื่อง ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย คิดดอกเบี้ยให้ผมแล้ว ผมไม่ได้คิดเลย จะได้คืน ได้คืนยังไม่รู้ แต่แม่งคิดดอกเบี้ยให้เสร็จแล้ว ผมไม่ได้คิดเลย ทุกวันนี้ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ขนาดเงินทำมาหากินมา เงินขายหุ้นก็ปล้นไป ยังบอกว่าโกงอีก คือสรุปแล้วอยากจะพูดอะไรก็พูด คือคนเราหน้าด้านซะอย่าง ก็พูดได้ทุกอย่าง แม่ผมสอนนักสอนหนาสู้กับคนเก่งสู้ไปเลย เราจะได้เก่งเท่าเขา แต่สู้กับคนหน้าด้านเราจะสู้ไม่ได้ เพราะเราหน้าไม่ด้านเท่าเขา แม่ผมสอนตั้งแต่ผมเด็กๆ”
    ถามว่า หวังแค่ไหนสำหรับนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณตอบว่า เฉยๆ ทุกอย่างเป็นเรื่องของ Principle (หลักการ) ก็ไม่เห็นเป็นไร ไม่เห็นมีอะไรเลย คิดว่าสภา โดยเพื่อไทยและก็พรรคร่วมได้เสนอแนวทาง เป็นแนวทางที่ Set Zero คิดว่าเป็นแนวทางที่ทำให้บ้านเมืองกลับมาดีครับ แต่ถ้า ปชป.บอกว่าผมไม่สนใจ ไม่อยากดีกับใคร อยากให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ต่อไป ทะเลาะกันแบบนี้ต่อไป ก็ไม่มีปัญหา แต่ต้องเคารพกติกานะ ก็เคารพกติกาหน่อย ข้อบังคับมีไว้ขว้าง เก้าอี้ไม่ได้มีไว้นั่ง มีไว้โยน ไม่เคยเห็นการเมืองที่แย่แบบนี้เลย บางทีคนเรามันต้องสำรวจกันเองนะว่าเกิดอะไรขึ้น
    ซักว่านิรโทษฯ ต้องสุดซอยหรือไม่ ถ้าไม่สุดซอยได้ไหม พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า อย่าเรียกสุดซอยนะ มันเรียก Set Zero สุดซอยคือเอาให้เต็มที่ มันไม่ใช่เรื่องเอามัน เป็นเรื่อง Set Zero เริ่มต้นใหม่ อย่าทำร้ายกันเลย บ้านเมืองเจ็บด้วย จะทิ้งบ้านเมืองไว้ให้กับคนรุ่นหลัง ในสภาพที่บอบช้ำอย่างนี้ไม่ได้ ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ทำอะไรไม่ได้ เพราะอะไร เพราะในจังหวะที่การเมืองทะเลาะกัน ข้าราชการไม่ทำอะไรเลยดีกว่า เดี๋ยวผิด กลัวกันไปหมด พอกลัวกันหมดสิ่งที่ไม่ดีก็งอกงาม
    “ไม่ต้องมากลัวผม 1.ผมไม่แก้แค้นใคร วันนี้ใครที่คิดว่ากลัวผม โกรธผม มาหาผม จะเลี้ยงข้าวให้ 2.อย่าคิดอะไรเกินกว่าว่าลูกหลานที่กำลังจะเกิดขึ้นมาตาดำๆ จะอยู่ในสังคมที่บอบช้ำแบบนี้ต่อไปได้ไหม เราจะทำบาปหรือเปล่า มองตรงนี้ดีกว่า” พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวตอนท้าย
“หัวเขียง” แบไต๋
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหารายละเอียดของมาตรา 3 ของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เสนอโดยนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นั้น ระบุว่า “ให้นิรโทษกรรมการกระทำความผิดของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม การแสดงออก หรือความขัดแย้งทางการเมือง และรวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 รวมถึงองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องต่อมา ที่เกิดระหว่าง พ.ศ.2547 ถึง 8 สิงหาคม 2556 ทั้งนี้ การนิรโทษกรรมดังกล่าว ไม่รวมถึงการกระทำความผิดตามประมวลอาญามาตรา 112”
    ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดี นายประยุทธ์ได้อธิบายว่า “ถ้าแปลกันง่ายๆ ก็หมายถึงผลพวงจากการรัฐประหาร แต่ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธ หรือยกเลิกองค์กรใด เพียงแต่ยกเลิกความผิด เพราะการนิรโทษกรรมต้องมีการกระทำก่อน เมื่อมีการกระทำที่เป็นความผิดไม่ให้ผิดเท่านั้น โดยไม่ได้ยกเลิกผลพวงอย่างอื่นเลย ผมคิดว่าองค์กรภายหลังรัฐประหารก็น่าจะรวมถึงกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.), คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับสืบเนื่องกับการปฏิวัติด้วย”
    ขณะที่การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม  ก่อนเข้าสู่วาระการชี้แจงของ ส.ส.ที่เสนอคำแปรญัตติ ได้มีเหตุวุ่นวายเล็กน้อย เมื่อกรรมาธิการพรรคฝ่ายค้านได้ซักถามเพื่อขอคำชี้แจงจากนายสามารถเกี่ยวกับวันเลื่อนการประชุม จากเดิมที่กำหนดให้นัดประชุมวันที่ 30-31 ต.ค. มาเป็นวันที่ 24-25 ต.ค. พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีธงต้องการให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาในวาระสองและวาระสาม วันที่ 6 พ.ย.นี้
นายสามารถชี้แจงว่า การเรียกประชุมดังกล่าว เป็นอำนาจประธานในที่ประชุม แต่ยืนยันว่าไม่มีธงในการทำงานใดๆ เช่นเดียวกับกรรมาธิการฝ่าย ส.ส.พรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนการกระทำของนายสามารถ ที่นัดประชุมสัปดาห์นี้ และอ้างว่านายสามารถไม่มีการรับใบสั่งจากใคร
    เมื่อเข้าสู่ในวาระรับรองบันทึกการประชุม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ.  หารือว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เกี่ยวข้องกับการเงิน  เมื่อการแก้ไขให้มีผลคืนเงินให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเป็นต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญู โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ต้องเป็นผู้ลงนาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสามารถชี้แจงว่าไม่เกี่ยวกับการคืนเงินให้ผู้ใด และไม่ถือว่าเป็นร่าง พ.ร.บ.เกี่ยวกับการเงิน แต่นายอรรถวิชช์กล่าวย้ำว่า ในที่ประชุมกรรมาธิการเสียงข้างมากเป็นมติแล้วใช่หรือไม่ว่าการเขียนแก้ไขถ้อยคำตามที่มีการแก้ไข จะไม่ส่งผลต่อการคืนเงินใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นขอให้บันทึกไว้ในข้อสังเกตได้หรือไม่
ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ฐานะกรรมาธิการได้พยายามตัดบท และให้เข้าสู่การแปรญัตติของผู้ที่เสนอ  แต่กรรมาธิการพรรคประชาธิปัตย์ถามยืนยันถึงเจตนารมณ์ของการยกร่างกฎหมายที่ให้มีผลต่อการยกเลิกคดี คตส. จะไม่มีผลต่อการคืนเงินและไม่เป็นกฎหมายคืนเงินใช่หรือไม่ ขอให้เขียนให้ชัดในร่างกฎหมายดังกล่าว จนเกิดการตอบโต้ไปมาระหว่าง ส.ส.พรรคเพื่อไทย
อ้างไม่ใช่ พรบ.การเงิน
แต่ท้ายสุดนายสามารถกล่าวสรุปว่า “ร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่เกี่ยวการเงิน จะนิรโทษกรรมเฉพาะผู้ต้องคดีอาญา ไม่ใช่กฎหมายออกมาแล้ววันนี้ จะทำให้ใครได้เงินได้ทองตามที่หลายฝ่ายว่ากันไว้”
    นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กธม. กล่าวว่า เมื่อนายสามารถยืนยันโดยไม่มีการทักท้วงว่าคดีที่ขึ้นสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ตนขอให้ประธานกรรมาธิการฯ ใช้คำสั่งเรียกนำความเห็นของ คตส.และพนักงานอัยการคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคดีการซื้อ-ขายที่ดินรัชดาฯ เพื่อประกอบการซักถามผู้ที่ขอแปรญัตติ
นายแก้วสรร อติโพธิ กมธ. และเป็นอดีต คตส. สอบถามว่า กมธ.จะมีการแก้ไขมติหรือไม่ จากเดิมที่แก้ไขเนื้อหาให้มีผลกับคดีที่ถูกกล่าวหา โดย คตส.และกำหนดระยะเวลาให้มีผลการนิรโทษกรรมระหว่างปี 2547-2556 ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมทุกคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล อาทิ การแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2544 ดังนั้น กมธ.จะแก้ไขหรือไม่ ถ้าไม่แก้นายของพวกท่านจะไม่หลุดทุกคดี
ทำให้นายสามารถยืนยันว่า ไม่แก้ไข กรรมาธิการฯขอยืนตามร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่เป็นมติไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของ กมธ.พิจารณาถึงเหตุการณ์ไม่ใช่ตัวบุคคล
    จากนั้นที่ประชุมเข้าสู่การแปรญัตติของผู้ที่สงวนคำแปรญัตติ โดย นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง อภิปรายเหตุผลประกอบการแปรญัตติว่า ตนเห็นด้วยกับร่างเดิมของนายวรชัย ไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมากที่จะนิรโทษกรรมให้ชายชุดดำ กองกำลังติดอาวุธ และรัฐบาลที่สั่งปราบปรามประชาชน จึงอยากให้ กมธ.ทบทวนกลับมาใช้ร่างของนายวรชัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มประชุม นายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช (คนใกล้ชิดครอบครัวชินวัตร) ได้เข้ามานั่งภายในห้องประชุม โดยได้สังเกตการณ์อยู่ด้านหลัง และคอยมองการทำหน้าที่ของกรรมาธิการฝั่งเพื่อไทยบนภาพจอทีวีที่ถ่ายทอดสด โดยเฉพาะในช่วงของนาย นพ.เหวงได้อภิปรายเหตุผลประกอบคำแปรญัตติ ที่นายสาโรจน์ตั้งใจฟังเป็นพิเศษ ซึ่งหลังจากที่ นพ.เหวงแปรคำญัตติเสร็จ นายสาโรจน์ได้เดินออกจากห้องประชุมพร้อม นพ.เหวงด้วย
ชี้เจตนาล้างผิด-คืนเงิน
นายแก้วสรรให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า ขณะนี้มี 2 เข่ง เข่งแรกคือผู้กระทำความผิดจากการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งมีหลายความผิด การจะนิรโทษฯ แบบยกเข่งทั้งหมดในข้อนี้ก็สามารถเถียงกันได้ ว่าเหมาะสมอย่างไร โดยเสียงข้างน้อยเห็นว่าการก่อการร้ายทางการเมือง เช่น ปล้น ฆ่า วางเพลิง นิรโทษฯ ให้ได้ ซึ่งเดิมทีไม่ได้คลุมถึงแกนนำและผู้สั่งการ แต่มาใหม่นี้ครอบคลุมทั้งหมด ตรงนี้จะไปมีปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐมีอำนาจคุ้มครองผู้คน แต่ในเมื่อเขาถูกฆ่าตายโดยชายชุดดำ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ รัฐมีอำนาจไปนิรโทษฯ หรือไม่  
เขากล่าวว่า ส่วนเข่งที่ 2 คือคดีคอร์รัปชัน ซึ่งเขียนว่าบรรดาคดีทั้งหลายที่ คตส.กล่าวหา 16 กว่าคดี  70  กว่าคน 10 เรื่อง หากเป็นการกระทำผิดให้พ้นผิดทั้งสิ้น  นี่คือการออกใบอนุญาตให้คอร์รัปชันได้ ต่างจากที่นิติราษฎร์เคยเสนอ ตรงนั้นเป็นเรื่องยกเลิกคดี ที่มีการกล่าวหาว่า คตส.ดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และต้องดำเนินคดีใหม่ ไม่ได้พ้นผิดไปเลย แต่เรื่องนี้คือการยกเลิกความผิดที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งกลายเป็นอภิสิทธิ์ชน อยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน และจะเรียกแขกมาก
    นายแก้วสรรกล่าวด้วยว่า สำหรับเรื่องคืนเงิน กมธ. ได้เติมความท้ายมาตรา 4 ว่า ทั้งนี้ให้ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อผู้กระทำการตามมาตรา 3 ให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญโดยเคร่งครัดต่อไป ถามว่าเติมมาทำไม เพราะหากนิรโทษคดีอาญา ก็ไม่จำเป็นต้องเติมแบบนี้ แน่จริงก็เติมมาตรงๆ เลยว่าให้กระทรวงการคลังจัดสรรงบประมาณคืนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ การเขียนแบบนี้ทำให้หางโผล่ แม้มาตรา 5 บอกว่าการนิรโทษกรรมไม่ครอบคลุมถึงการเรียกร้องค่าเสียหาย ก็มีการมาเติมว่า อันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง นั่นหมายความว่า หากเป็นคดียึดทรัพย์ คุณไม่ได้ตัดสิทธิ์ตรงนี้ไว้ ช่องนี้เองที่จะเป็นช่องที่ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณเรียกดอกเบี้ยได้
    ขณะที่ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า วันที่ 25 ต.ค. จะขอความชัดเจนจากนายประยุทธ์ ถึงข้อความในมาตรา 3 ที่ระบุถึงคณะบุคคล หรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย. นั้นแปรความและครอบคลุมถึงองค์กรใดบ้าง ซึ่งยังไม่มีการถกแถลงเรื่องนี้มากนัก แต่เบื้องต้นมองได้ว่าครอบคลุม คตส. แต่ก็มีบางคนให้ความเห็นว่าอาจครอบคลุม กกต., ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้ตั้งข้อสังเกต  ว่าการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในมาตรา 3 ตามคำเสนอของนายประยุทธ์ นอกจากประเด็นว่าขยายสุดซอยครอบคลุมการนิรโทษกรรมแก่ พ.ต.ทักษิณแล้ว ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือการแก้ไขระบุว่า "...หรือถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549" นั้น หมายความว่านอกจากจะหมายความถึง คตส. แล้ว ยังอาจหมายถึง ป.ป.ช., กกต. ชุดที่ตั้งโดยประกาศคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ด้วย
“แม้จะหยิบมาจากรายชื่อที่ผ่านวุฒิสภามา และแม้ว่าตัวองค์กรจะมีอยู่ก่อนแล้ว แต่คณะบุคคลที่ขับเคลื่อนองค์กรตั้งโดย คมช. ซึ่งหากตีความเช่นนี้คดีคอร์รัปชันที่ถูกชี้มูลและดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547 ถึงวันที่ 8  สิงหาคม 2556 โดย ป.ป.ช. ได้แก่ คดีจำนำข้าว คดีบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เป็นอันได้รับการนิรโทษทั้งหมด” นายคำนูณระบุ
ญาติเหยื่อแดงโวยถูกต้ม
    วันเดียวกัน ที่รัฐสภา นางพะเยาว์ อัคฮาค มารดา น.ส.กมนเกด อัคฮาด ยื่นหนังสือต่อนายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน (กมธ.นิรโทษกรรม) ผ่านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.เพื่อไทย   เพื่อขอให้ทบทวนการปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมในมาตรา 3
นางพะเยาว์กล่าวว่า การแปรญัตติครั้งนี้เกินกว่าที่จะรับได้ และถือว่าขัดกับสิ่งที่เพื่อไทยเคยหาเสียงไว้ว่าจะนำตัวผู้ที่กระทำผิดมารับโทษ ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเพื่อไทยก็พูดผ่านสื่อมวลชนมาโดยตลอด จึงอยากขอให้พิจารณาในเรื่องนี้ เพราะการจะมาบังคับให้เราลืม เราลืมไม่ได้ ส่วนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุให้ทุกคนเสียสละและเซตซีโรนั้น ที่ผ่านคนเสื้อแดงก็สูญเสียญาติพี่น้อง ยังไม่ถือว่าเป็นการเสียสละอีกหรือ ดังนั้นจึงขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เสียสละบ้าง
         นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด แนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า เราปักหลักชัดเจน หากพรรคเพื่อไทยไม่กลับไปใช้ฉบับของนายวรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จะได้รับแรงกดดันอย่างชัดๆ ตอนเข้ามาบอกเป็นนิรโทษกรรมฉบับประชาชนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับแกนนำ หรือผู้สั่งการ ไปๆ มาๆ ก็มาขนาดสุดซอย อย่างนี้หลอกลวงประชาชน ไม่น่าเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะทำอย่างนี้
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงญาติผู้เสียชีวิตเขายังไม่ยอมรับในส่วนของร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ว่าต้องเข้าใจว่าถ้าเราจะทำอะไรในภาพรวมของประเทศ มัวแต่ไปติโน่นตินี่ก็เลยไม่ได้ทำ จนวันนี้ก็เป็นเวลา 7 ปีแล้วที่ไม่ได้ทำเรื่องนี้ รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ 2 ปีกว่าแล้ว เหลืออีกปีกว่าเท่านั้นเอง ถ้าไม่ทำจะไปตอบสังคมได้อย่างไร เพราะหาเสียงมาว่าจะดำเนินการเพื่อให้เกิดการสมานฉันท์กัน  
    ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้การนิรโทษกรรมครั้งนี้อาจจะมีผลไปคลี่คลายเรื่องราวของคนที่เป็นฆาตกร เราก็ไม่ได้สบายใจขมขื่นเหมือนกัน แต่วันนี้เพื่อให้สังคมเดินหน้าต่อไปได้ ทำให้คนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบได้คลี่คลายอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ เชื่อว่าวันนี้พรรคเดินมาถูกทางแล้ว แต่สังคมจะเป็นผู้ตัดสิน ตอนนี้กรรมาธิการต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่สภาต้องพิจารณา
    มีรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม  พ.ต.ท.ทักษิณได้ต่อสายพูดคุยกับแกนนำเสื้อแดง ยืนยันที่จะให้พรรคเพื่อไทยโหวตวาระ 3 ซึ่งแกนนำเสื้อแดงที่เป็น ส.ส.ชี้แจงว่า เสื้อแดงไม่ได้คัดค้านล้างผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะล้างผิดให้กับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เพราะจะตอบกับมวลชนไม่ได้ 
“หากพรรคเพื่อไทยยืนยันจะให้นิรโทษกรรมให้กับคนทุกกลุ่ม ส.ส.เสื้อแดงก็ต้องขอลงมติโหวตสวน ขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่เป็นไรถ้าจะโหวตสวน เชื่อว่าในสภาเสียงข้างมากมีพอ และเชื่อว่าประชาชนที่คัดค้านมีเพียง 1 หมื่นคน ถ้าโหวตสวนก็ไม่เป็นไร” แหล่งข่าวระบุ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น