วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

'บนทางที่ไม่รู้...ก็ต้องเดินไป' เมื่อ 9 ต.ค.56


'บนทางที่ไม่รู้...ก็ต้องเดินไป'

ผมละยอมรับนับถือหัวจิต-หัวใจพลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ กับ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ จริงๆ อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่า ประเทศไทยวันนี้ยังไม่สูญพันธุ์คนไทยที่อุทิศตนเพื่อชาติ และเพื่อคนอื่นได้ กิน-ขี้-ปี้-นอน โดยไม่อนาทรกับเรื่องใด
    การที่ท่านนำกลุ่ม "กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ" มาแสดงเจตนารมณ์อยู่หน้าทำเนียบฯ ขณะนี้ ผมไม่วัดความสำเร็จหรือล้มเหลวจากผลสรุปว่า ล้มระบอบทักษิณได้สำเร็จ หรือไม่สำเร็จ แต่ผมวัดจาก "ความเข้มข้นของเลือด" ในร่างท่านทั้งคณะ ในขณะที่ไทยเกือบทั้งประเทศ 
    ต่างป่วยเป็นโรค "โลหิตไทยจาง"!
    พลเอกปรีชา เป็นทหารบก พล.ร.อ.ชัย เป็นทหารเรือ  ประเทศยามนี้มีทั้งดินและน้ำผนึกทำหน้าที่ ก็ถูกต้องแล้ว เพราะโลกใบนี้ส่วนผสมหลักคือดินกับน้ำ
    "ลม" กำลังมา
    "ไฟ" กำลังมา
    เมื่อ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ และอากาศ มาบรรจบ โลกธาตุจะสะท้านสะเทือน สิ่งมีชีวิตใหม่จะเคลื่อนไหว "อุบัติ" ใน "วิบัติ"
    นั่นคือ ท่านทั้งหลายควรต้องเข้าใจเรื่อง "ห่วงโซ่สถานการณ์" แห่งความเป็นไป เหมือนการเรียกไพ่ดูหน้าทีละใบ นอกจากใช้หัวใจแล้วยังต้องใช้เดิมพันในการอ่านด้วย  เทียบให้เห็นขั้นตอนของความเป็นไปต่อจากนี้ ก็ละม้าย
    ห่วงโซ่ "อิทัปปัจจยตา" เพราะมีสิ่งนี้เกิด...สิ่งนี้จึงเกิด!
    ครับ...ดูจะยากต่อความเข้าใจ แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นความตั้งใจที่ผมต้องการพูดไม่ให้ท่านทั้งหลายเข้าใจ (ง่าย)  ด้วยประสงค์ให้ท่านใช้ญาณแห่งปัญญา หรี่ตาสอยเข็มสถานการณ์ยามค่ำ
    ดูข่าวในแวดวง "คนกฎหมาย" ที่น่าสนใจกันไว้บ้าง เพราะท่านเหล่านี้คือตัวละครใน "เส้นทางสายเปลี่ยน" สู่อนาคตใหม่ของสยามประเทศ
    ข่าวแรก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่าน ประชุมวาระพิเศษเมื่อวาน (๘ ต.ค.๕๖) มีมติเลือก "นายจรูญ อินทจาร" ขึ้นเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ แทนนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ที่ลาออกไป
    จะว่าไปแล้ว "ศาลรัฐธรรมนูญ" ชุดนี้ ใช้ตัวประธานค่อนข้างเปลือง เพราะเปลี่ยนมาแล้ว ๒ ท่าน ครั้งนี้ถือว่าเป็นท่านที่ ๓ 
    ท่านแรกคือ นายชัช ชลวร ลาออกจากตำแหน่งประธาน  แต่ยังคงอยู่เป็นคณะตุลาการ ท่านที่สองคือนายวสันต์ ท่านลาออกทั้งตำแหน่งประธานและตุลาการ นายจรูญที่เลือกกันเมื่อวาน นับเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญคนที่ ๓ ในชุดนี้
    และนับจากนี้ ขอให้ท่านทั้งหลาย ที่มีทัศนคติทั้งด้านมิตรและด้านศัตรู โปรดจงสนใจดู ความน่าตื่นตา-ตื่นใจที่จะบังเกิด!
    อีกหนึ่งบุคคลกฎหมายที่ผมอยากให้สนใจบทบาทต่อจากนี้ คือ "นายอรรถพล ใหญ่สว่าง" ผู้เพิ่งขึ้นมาเป็น อสส.หรือ "อัยการสูงสุด" เมื่อไม่กี่วันมานี้
    นายอรรถพลเป็นคนที่น่าสนใจมาก โดดเด่น-โด่งดัง ด้วยงานท้าทายและทดสอบความเป็นตัวตนคนอัยการมาตั้งแต่ครั้งเป็นอธิบดีอัยการคดีพิเศษ ทำคดียุบพรรคไทยรักไทย  พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ที่สร้างสีสันให้วงการอัยการมีชีวิต-ชีวา
    ต้องยอมรับกันว่า ภาพลักษณ์อัยการวันนี้คือ "องค์กรที่น่ารังเกียจ" ในสายตาและทัศนคติของประชาชนบางส่วน ยิ่งทักษิณประกาศต่อสาธารณชนด้วยใช้คำพูดว่า "อัยการของผม-อัยการเป็นพวกเรา"
    และวงในของคนอัยการบางส่วนก็ยกย่องทักษิณ ประหนึ่งบิดาคนอัยการยุคใหม่ กระทั่งมีศัพท์ซุบซิบในระดับผู้ใหญ่อันเป็นที่รู้กันภายในและภายนอกบ้างถึงเส้นทางเดิน "ลิฟต์ลับตึกชิน"
    นั่นยิ่งทำให้ผู้คน "สิ้นศรัทธา"!
    ประกอบกับการพิจารณาคดีสั่งไม่ฟ้องและสั่งฟ้องหลายต่อหลายเรื่องที่เกี่ยวกับ "แวดวงทักษิณ" มันค้านสายตาและความรู้สึกสังคมเอามากๆ พูดง่ายๆ คล้ายว่า อัยการในระบอบทักษิณ
    สั่งคดีแต่ละคดี เหมือนแก้ผ้าสั่ง!?
    ผมไม่ทราบว่า เมื่อนายอรรถพลขึ้นมาเป็น อสส.คนใหม่  ประชาชนจะใช้สายตาและทัศนคติใหม่ในการมองท่าน หรือจะยังใช้ทัศนคติและสายตาเดิมๆ อันได้มาจากพฤติกรรมคนเดิมๆ ในการมองประเมิน
    แต่สำหรับผม บอกตรงๆ เมื่อทราบว่าท่านขึ้นมาเป็นอสส. รู้สึกพอใจ และแอบหวังได้เห็นบทบาท-หน้าที่ "ทนายแผ่นดิน เพื่อแผ่นดิน-เพื่อประชาชน" กลับคืนมา ซึ่งเป็นการหวังด้วยใช้ผลงานเก่าๆ ของท่านเป็นฐานประเมิน
    ผมไม่เคยต้องการคนบริสุทธิ์ ๑๐๐% มาทำงาน-มาทำหน้าที่ นอกจากคนชนิดนี้ไม่มีในโลกแล้ว ถึงมีก็ไร้ประโยชน์  เหมือนน้ำมันขุดจากใต้ดินเพียวๆ ความเพียวแทบจะใช้ขับเคลื่อนอะไรไม่ได้ 
    ต่อเมื่อ "เติมสาร" ลงไปผสมนั่นแหละจึงมีพลัง!
    ใครจะโกง ใครจะกิน หรือไม่โกง ไม่กิน ไม่ใช่สาระหลัก  สาระหลักอยู่ตรงว่า เมื่อทำหน้าที่ต้องตรงต่อความเป็นคนข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยึดธรรม-ยึดกฎหมายเป็นบรรทัดฐาน และยึดสังคมด้วยวิตก-วิจารณ์เป็นหางเสือ
    ก็น่าจะเห็นจากนายอรรถพล ใหญ่สว่าง บนตำแหน่งอัยการสูงสุด ซึ่งเมื่อวาน ท่านพิจารณาแต่งตั้ง-โยกย้ายอัยการระดับอธิบดีและรองอธิบดี สลับสับเปลี่ยนถึง ๕๖ ตำแหน่ง
    ท่านก็เสือตัวหนึ่ง อยู่ในกรงเสือ ต้องทำหน้าที่ฝึกและควบคุมเสือด้วย "จัดระเบียบใหม่" เมื่อดูบุคลิกแล้ว ท่านต้องไม่เป็นคน "แหยเสือ" เท่ากับที่ "เสือแหย" ท่าน ดังนั้น การเข้าถ้ำจัดระเบียบเสือกินเนื้อ 
    ท่านคงไม่ถูกเสือรุมขย้ำฉีกเนื้อ ด้วยไป "ขัดนิสัยชิน" แน่!
    แต่นี่ก็แค่ "ด้วยหวังว่า" ส่วนจะสมหวังหรือผิดหวัง โปรดติดตามจากการสั่งคดีที่ประชาชนจับตาว่าจะออกมาแบบไหน  โดยเฉพาะคดี "ตัวการก่อการร้าย เผาบ้าน-เผาเมือง" ที่ ส.ส.ถาวร เสนเนียม อดีตอัยการเก่าที่รู้ทางอัยการด้วยกัน "ตีปลาหน้าไซ" ไว้แล้ว
    สรุปก็คือ จากเดือนตุลาเป็นต้นไป น้ำมาแล้ว ลมหนาวก็จะตามมา เมื่อลมหนาวมา คดีความค้างคาทั้งหลาย ทั้งในศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ อัยการ รวมทั้ง ป.ป.ช.ก็จะมีผลทยอยออกมาให้เห็น
    ระวัง..."ฟ้าผ่ากลางวัน" ชนิดไม่มีใครทันได้ตั้งตัว!
    เรื่องที่รู้ และตั้งใจดู จะไม่ร้าย แต่เรื่องอะไรที่ไม่ได้คาดหมาย ไม่ได้เตรียมตัว-เตรียมใจมาก่อน แล้วจะได้ตาค้าง ครางกันไม่เป็นส่ำ
    ส่วนจะหนำใจ หรือขัดใจ นั่นก็เข้าทำนอง "นานาจิตตัง" อยู่ที่ว่าคิดเห็นเป็นข้างไหน!?
    เออ...แล้วนายกฯ คนสวยของผมล่ะ พรุ่งนี้-๑๐ ตุลา จะกลับมาต้อนรับนายกฯ หลี่เค่อเฉียง ที่ไทยก่อนไปตะลอนดาวต่อ เรียกว่าเธอไปที่ไหน ก็ทิ้งรอยจารึกไว้เป็นเบื้องหลังให้เขากล่าวขานที่นั่น
    เมื่อวาน (๘ ต.ค.) เห็นขึ้นไปโชว์วิสัยทัศน์ที่ประชุมเอเปก ใครนะ...ช่างร่างให้นายหญิงขึ้นไปอ่านประจานตัวเองชนิดไม่กลัวเสียงฮา กู้ ๒ ล้านล้านก็เอาสิ่งที่ไม่ได้ทำไปคุยว่าทำ สร้างโครงการพื้นฐานเชื่อมอาเซียน แค่นั้นยังไม่พอ
    ยังโม้ให้เขาฟังกันอีกว่า ไม่เพียงเชื่อมภูมิภาคนี้ ยังจะทำทางรถไฟจากเอเชียไปเชื่อมยุโรปผ่านทางเส้นทางสายไหม!
    โถ...คุยว่า "โรตีสายไหม" ของไทยที่อยุธยาอร่อยที่สุดในโลก ยังจะน่าฟัง น่าเชื่อ มีฐานความจริงมากกว่า แม่คุณ..แม่ทูนหัว อ่านไปด๊ายยยย!
    เอ้า...แล้วอ่าน Bloomberg View ที่พ่อ William Pesek เขาวิพากษ์ในหัวข้อ Asia's Crisis of Leadership เมื่อวานซืนดูหรือยัง ในส่วนประเทศไทย เขาวิพากษ์นายกฯ คนสวยซะเสียฟอร์มสตรีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกหมดเลย
    THAILAND: Prime Minister Yingluck Shinawatra is also failing the subsidies test, displaying a lack of political  will to stand up to rice and rubber farmers and to gasoline  consumers. She's been too distracted with tweaking the  constitution to implement a $64 billion infrastructure plan  to boost growth. After two years in office, Yingluck must  work harder to put to rest speculation she's a mere placeholder for her fugitive brother, former Prime Minister  Thaksin Shinawatra.
    อ่านแล้ว ใครช่วยแปลให้ผมฟังด้วยนะ....แหม วิพากษ์ซะนายกฯ หญิงมีค่าเท่าตุ๊กตาเสียกบาลไปเลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น