"บรรจง" ฉะรัฐเงื่อนไขเยอะ หากไม่รับข้อเสนอ ลั่นกดดัน-ยกระดับต่อเนื่องอีกหลายจุด???
"บรรจง นะแส" ฉะยับ!! รัฐบาลมีเงื่อนไขยุบยิบ ชี้หากไม่รับข้อเสนอของพี่น้องชาวสวนยาง จะเกิดความวุ่นวายขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ในอีกหลายจังหวัดและอีกหลายจุด
วันนี้ ( 4 ก.ย.56 ) คุณบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวกับสำนักข่าวทีนิวส์ โดยกล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยนายบรรจงมองว่า วัตถุดิบของเกษตรกรนั้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในชีวิตประจำวัน แต่เราบริหารประเทศกันยังไง ถึงปล่อยให้ผู้ผลิต และหยาดเหงื่อแรงงาน ในการที่ให้มีผลผลิตออกมา แล้วเราไม่ดูแลเขา เราใช้งบประมาณแผ่นดินไปเท่าไหร่ ที่จะไปอุ้มธุรกิจเอกชน มาวันนี้พอจะดูแลเกษตรกรกัน ก็กลับมีเงื่อนไขยุบยิบเต็มไปหมด ซึ่งเรื่องนี้ต้องได้รับการทบทวน วันนี้จึงอยากจะขอความเห็นใจจากคนที่ยังไม่เข้าใจว่า เรื่องนี้ มันอาจจะต้องใช้ความอดทน ยืนยันว่าเราจะผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาในเชิงระยะยาว เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพวกเราทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะชาวสวนยางเท่านั้น
สำราญ : ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณบรรจงกำลังเดินทางอยู่หรือเปล่า
บรรจง : ตอนนี้อยู่แถวนี้ พอดีมันสลับไปสลับมาอยู่ 2-3 จุด เรามาแวะเยี่ยมพี่น้อง เราสนับสนุนอยู่ 2-3 ส่วน เอาข้าวปลาอาหาร พี่น้องประมงชายฝั่ง เอากุ้งหอยปูปลามาให้พี่น้องบ้าง ส่วนหนึ่งก็คือในนามคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.) ส่วนใหญ่เราก็เป็นลูกหลานภาคใต้ แต่มันก็ไม่สำคัญเท่ากับความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีสมาชิกทำงานอยู่ทั่วภาคใต้ ตั้งแต่ จ.นราธิวาส มาจนถึงจ.ชุมพร
วันนี้เราขอยืนยันว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้องจริงๆ แต่การเมืองมันอาจจะมีบ้าง ทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายอะไรก็แล้วแต่ แต่เนื้อหาจริงๆ มันเป็นความเดือดร้อนของเกษตรกร เรื่องผลผลิตของราคายาง อันนี้มันชัดเจนนะ แล้วมันก็มีสาเหตุ สาเหตุที่เราก็รู้อยู่ เรื่องปาล์มเราก็รู้อยู่ เมื่อเดือนพฤษภาคมให้มีการนำเข้าจากอินโดนีเซีย ไปดูในมติของกรรมาธิการเกษตรได้เลย ซึ่งบริษัทซี.พี.คอนซูเมอร์โพรดักส์ จำกัด เป็นผู้นำเข้า เพราะฉะนั้นประเด็นพวกนี้ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทบทวน เรื่องการดูแลเกษตรกรว่า อย่าทำเฉพาะหน้า อย่าเอามาเป็นการเมืองทั้ง 2 ฝ่าย ผมคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ องค์ประกอบในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน คุณสำราญก็ทราบดี ในครัวคุณสำราญมีน้ำมันพืชหรือเปล่าครับ
สำราญ : มีครับ
บรรจง : ผมคิดว่า คนในครัวเรือนก็ต้องมีน้ำมันพืชในการผลิตอาหาร เราก็มีปาล์มของเราอยู่แล้ว เหตุผลอะไรที่นำเข้ามา ตั้งแต่หัวจรดเท้าในบ้านเรา ในครัวคุณสำราญ มีองค์ประกอบของยางอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า เข็มขัด รถยนต์ วัตถุดิบของเกษตรกร มันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในชีวิตประจำวัน และเราบริหารประเทศกันยังไง ถึงปล่อยให้ผู้ผลิต และหยาดเหงื่อแรงงาน ในการที่ให้มีผลผลิตออกมา แล้วเราไม่ดูแลเขา เพราะฉะนั้น ในการลุกขึ้นมาของเขาครั้งนี้ ผมคิดว่าควรจะได้รับความเห็นใจ ได้รับความเข้าใจจากประชาชนทั่วประเทศ ผมคิดว่าอย่างนั้น ฉะนั้นเราต้องช่วยกันกดดันรัฐบาล ให้มีคนดูแลภาคธุรกิจเป็นแสนๆ ล้านๆ จำได้ไหมครับว่า เราใช้งบประมาณแผ่นดินไปเท่าไหร่ ที่จะไปอุ้มธุรกิจเอกชน แต่วันนี้พอจะดูแลเกษตรกรกันสักหน่อย ก็กลับมีเงื่อนไขยุบยิบเต็มไปหมด ซึ่งผมคิดว่า เรื่องนี้มันต้องได้รับการทบทวน ดังนั้นพวกเราจึงสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม
สำราญ : สรุปแล้วข้อเรียกร้องของเขา ยางแผ่นรมควัน 101 บาท และก็ยางแผ่นดิบชั้นสาม 92 บาท คุณบรรจงคิดว่า มันไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงของรัฐบาลใช่ไหมครับ
บรรจง : แต่ในความรู้สึกของผม ผมคิดว่ามันพอที่จะให้เขามีเงินเก็บ อันนั้นคือเขาคำนวณพอที่จะอยู่ได้ พอที่จะซื้อข้าวปลาอาหาร แต่เกษตรกรจะให้เขาอยู่อย่างนั้นเลยหรือครับ จะไม่ให้เขาลืมตาอ้าปากได้เลยหรอ
สำราญ : นี่เขาถอยลงมาถึง 101 บาทด้วยซ้ำ
บรรจง : ใช่ครับ ตอนนี้ถูกกดดันจากทุกส่วน ทางนู้นบ้าง ทางนี้บ้าง จนชาวบ้านเขายอมปล่อยให้เท่านี้แล้ว แต่ว่าทางรัฐบาลเขาไม่ยอมกัน ได้ข่าวว่า ท่านรองนายกฯ ก็จะมาที่อ.ชะอวด
สำราญ : เรียงคุณบรรจงนิดหนึ่ง ที่จ.สุราษฎร์ธานี ก็คือแค่รับฟังรับข้อเสนอ
บรรจง : ใช่ครับ แล้วจะเอาไปเข้าที่ประชุมอีกทีคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ ในวันที่ 5 กันยายน เรายังคาดผลได้อยู่ เพราะท่านนายกฯเป็นคนประกาศเองว่า ให้ไม่ได้ แต่ว่าเขารู้อยู่แล้ว รู้คำตอบอยู่แล้ว แกนนำหนองหงส์ที่นี่ เขายืนยันว่าจะไม่ไปกทม.
สำราญ : ท่าทีของผู้นำเกษตรกรที่จ.สุราษฎร์ธานี คุณมนูญ อุปลา ประธานสมาพันธ์เกษตรกรชาวสวนยาง อ.เวียงสระ และแกนนำเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารา จ.สุราษฎร์ธานี ใครต่อใครประกาศว่า ก็ทำได้แค่นี้ และวันนี้จะลงเวที จะยุติเวที แล้วก็ให้อิสระแต่ละกลุ่ม แต่ละก้อนว่า ใครจะเคลื่อนไหวอย่างไร ก็ว่าไปตามสบายเลย ให้ว่าไปตามสภาพความเดือดร้อนของตัวเอง
บรรจง : ผมเห็นบรรยากาศที่นั่นว่า คนที่ขึ้นไปรับปากมันเป็นความรู้สึกร่วมของคนที่นั่นหรือเป็นอะไร
สำราญ : ทีนี้ถ้าปล่อยให้แต่ละกลุ่มเคลื่อนไหวกันเอาเอง ไปศาลากลาง ไปนู้น ไปนี่กันเอาเอง ถ้าวันนี้ยังไม่มีคำตอบ แล้วต้องรอจนถึงวันพรุ่งนี้ถึงจะเข้ากรรมการนโยบายแห่งชาติ คุณบรรจงคิดว่า สถานการณ์มันจะลามไปยังไง
บรรจง : โดยส่วนตัวที่เราทำอะไรได้ไม่มาก ก็ทำได้แค่อยากจะขอความเห็นใจจากพี่น้อง แต่ผมคิดว่า คนใต้เท่าที่ผมสัมผัสอารมณ์ความรู้สึก ส่วนใหญ่เขาจะยอมหลีกเส้นทางให้ เอาข้าวปลาอาหารมาให้ ซึ่งคนทั่วไปคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม แต่อาจจะมีบางส่วนที่รู้สึกอึดอัดบ้างว่ามันนานไปแล้วนะ ก็ได้แต่เรียนเพื่อขอความเห็นใจว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนทุกคนในภาคใต้ก็ได้ ราคายางตกต่ำท่านก็รู้ว่า ร้านค้าต่างๆ ในตลาด การใช้จ่ายต่างๆ มันก็ฝืดไปหมด เราก็เห็นอยู่หลายครั้งว่า เวลาราคายางตกต่ำ สินค้าในชุมชุน ก็แทบจะไม่มีรายได้ ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้คนใต้รู้ดี วันนี้จึงอยากจะเรียนขอความเห็นใจจากคนที่ยังไม่เข้าใจว่า เรื่องนี้มันอาจจะต้องใช้ความอดทน แล้วเราจะผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหาในเชิงระยะยาว เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับพวกเราทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะพี่น้องชาวสวนยางเท่านั้น
สำราญ : ตอนนี้ก็คือ ต้องแก้กันเฉพาะหน้าให้ได้ก่อน
บรรจง : ใช่ครับ ดังนั้นถ้ารัฐบาลยืนยันที่จะเดินหน้า มีกลุ่มต่างๆ ที่ไม่พอใจ ผมประเมินว่า มันจะเกิดความวุ่นวาย และขยายตัวเพิ่มขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ในอีกหลายจังหวัด ที่เล็งกันอยู่ว่า ถ้าตรงนี้ไม่ได้ ผมประเมินว่ามันจะเกิดอีกหลายจุดเลย
สำราญ : อีกหลายจุด หมายถึงว่า จะมีการปิดถนน จะมีการชุมนุม ใช่หรือเปล่า
บรรจง : ใช่ครับ ผมคิดว่า สังคมปักษ์ใต้คงจะเข้าใจ แล้วก็คงจะเห็นใจพี่น้อง
สำราญ : วันก่อนเห็นภาพใน facebook ในภาพข่าวบนจอโทรทัศน์ต่างๆ เห็นว่าคุณบรรจง กับคุณหมอนิรันดร์ไปพบทางผู้ว่าฯ และทางผู้การนครศรีธรรมราช
บรรจง : ใช่ครับ พอดีวันก่อนก็ได้ส่งคุณหมอนิรันดร์มา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผมเป็นที่ปรึกษาของท่าน ติดตามท่านมาดูแลการชุมนุม มีการยิงกัน และมีข่าวปล่อยเยอะแยะไปหมดว่า คุณสรยุทธ์ได้ออกข่าวบอกว่า ถ้าผู้การนครศรีธรรมราชมีการข่มขืนกันในที่ชุมนุมอะไรบ้าง ก็ลงมาดูข้อเท็จจริงกัน แล้วก็ไปเจอคุณพ่อคุณแม่ของน้องที่เสียชีวิต ไปเจอผู้ว่าตำรวจนครศรีธรรมราช แล้วก็ท่านผู้การถามกันอย่างตรงไปตรงมา และถามข่าวที่ช่อง 3 ที่คุณสรยุทธ์เอาไปออกว่า ให้ข่าวจริงหรือเปล่า ท่านบอกว่า ก็พูดไปตามข่าวลือ มีการซักถาม มีการแจ้งความไหม ปรากฏว่าไม่มีการแจ้งความเลย ถามท่านผู้ว่า ท่านก็ไม่ยืนยัน แต่ทัศนคติผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ เกือบ 2 ชั่วโมงที่ผมเข้าร่วมวงคุยกับผู้การนครศรีธรรมราช
ผมคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทัศนคติต่อประชาชน ของหัวหน้าส่วนราชการระดับสูง ผมนั่งฟังอยู่ผมก็รู้ ในที่ประชุมก็เต็มไปด้วยเหล้า มีเด็กกินใบกระท่อม ซึ่งมันไม่ใช่เลย มีผู้ใหญ่ มีผู้หญิง มีเด็ก เขาดูแลกันไปหมด แต่ฝ่ายดูแลความสงบของผู้การ กลับให้ข่าวทัศนเชิงลบต่อผู้ชุมนุม ผมคิดว่า แทนที่จะเป็นการแก้ไขปัญหา มันกลายเป็นว่า ใช้เงื่อนไขความชอบธรมในการทำลายการชุมนุม ซึ่งไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ผมก็เสนอไปว่า ที่มืดๆ ที่จำเป็นต้องก่อไฟ ก็สั่งให้ทางอำเภอลากไฟไป เพื่อให้เขาปลอดภัย ไม่ให้เขาต้องมาก่อไฟ ท่านผู้ว่าฯทำได้แล้วทำไมไม่ทำ การที่คุณมองกลุ่มผู้ชุมนุมแบบมีอคติ ผมคิดว่าคุณต้องทบทวนกัน
สำราญ : แต่เห็นว่า จะขึ้นมาเป็นท่านอธิบดีแล้ว
บรรจง : อันนี้ผมก็ไม่รู้ แต่ในทัศนะของผม ผมคิดว่าแค่เป็นผู้ว่าฯยังไม่รอดเลย ผมว่าทัศนคติสำคัญต่อประชาชนแย่มากๆ ผู้การก็พอกันเลย เรื่องนี้จะถูกเปิดเผยในไม่ช้า ผมคิดว่า
สำราญ : กรรมการสิทธิมนุษยชนก็ทำเรื่องนี้อยู่
บรรจง : ใช่ครับ พอลงมาดูข้อเท็จจริงเสร็จ ก็เรียกตำรวจที่คุณไปทำร้ายผู้ชุมนุม นายตำรวจชื่อใครอยู่ตำแหน่งไหน เขาบอกว่า ถ้าถ่ายรูปแล้วโดนทำร้ายมันเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ให้ไปฟ้องกันเอง ผมคิดว่า ตำรวจในพื้นที่ควรจะตระหนักให้ดีว่า ถ้าคุณพลาดนะ เจ้านายคุณไม่ได้คิดจะการันตีคุณหรอก เพราะฉะนั้นจะต้องระวัง ภาคตำรวจทั้งหลายที่ดูแลการชุมนุมประชาชน ควรจะมีความรัก ความเมตตา ควรดูแลแบบพี่น้อง อย่าอคติ ผมคิดว่าเรื่องนี้อันตรายนะครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น