ชัดๆ แกนนำม็อบยาง ลั่น!! เผาโลงคณะรัฐ ชี้พลิกลื้น( 10 กันยายน 56 )
แกนนำม็อบยาง ลั่นชัด!! จ่อเผาโลงนายกรัฐมนตรี กิตติรัตน์ ยุคล รวมถึงพล.อ.ประชา เหตุรับปากแล้วที่ราคายาง 90 บาท แต่สุดท้ายกลับตาลปัตรไม่เป็นไปตามที่ให้ไว้
วันนี้ ( 10 กันยายน 56 ) นายมนูญ อุปรา แกนนำและผู้ประสานกลุ่มผู้ชุมนุมเกษตรกรชาวสวนยาง กล่าวยืนยันกับสำนักข่าวทีนิวส์ว่า เกษตรกรสวนยางพารา ไม่เคยเรียกร้องเงินชดเชยค่าปัจจัยการผลิต เหมือนอย่างที่ กนย. เสนอให้ จึงทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งยอมรับกับค่าปัจจัยการผลิต 2,520 บาทต่อไร่ แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่ไม่พอใจ เพราะไม่ครอบคลุมถึงคนรับจ้างกรีดยาง และคนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์พื้นที่ปลูกยางพารา ทั้งนี้ นายมนูญ ย้ำว่า สิ่งที่เรียกร้องและต้องการ คือ ราคายางแผ่นดิบ กิโลกรัมละ 90 บาท ตามที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี รับปากว่าไว้จะให้ วันนี้มันมีปฏิกิริยาออกมาจากพี่น้องประชาชนบางส่วน แต่เราก็ต่อต้านในเชิงสัญลักษณ์ว่า รัฐหยิบยื่นให้แบบนี้หมายถึงว่ารัฐพูดอย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่ง วันนี้พูดอีกอย่าง พรุ่งนี้พูดอีกอย่าง ทำให้เกิดความสับสน
ทีนิวส์ : สรุปแล้ววันนี้กำหนดการคุยกันจะประมาณกี่โมง
มนูญ : วันนี้ของผมยังไม่ได้ไปคุย วันนี้ผมนัดชาวสวนยางที่เขาไม่ได้รับผลประโยชน์จากภาครัฐ เราก็เลยบอกว่า ไปเผาโลงดีกว่า เผาโลงศพนายกรัฐมนตรี และ 3 รองนายกรัฐมนตรี บ่ายนี้
ทีนิวส์ : คือวันนี้หมายถึงว่า จะมีบางกลุ่มไปที่หน้าที่ว่าการอำเภอ อย่างนั้นหรือครับ
มนูญ : ครับ ในกลุ่มของผม จะไปหน้าที่ว่าการอำเภอเวียงสระก่อน ในกลุ่มย่อย เวลาบ่าย 3 โมงเย็น
ทีนิวส์ : เราจะไปที่ไหน อ.ไหนครับ
มนูญ : ที่อ.เวียงสระครับ
ทีนิวส์ : คือวันนี้จะเคลื่อนไหวให้เห็นภาพก่อนก็คือจะเผาหุ่น
มนูญ : เผาโลงศพเลยครับ เผาโลงนายกฯ เผานายกิตติรัตน์ เผานายยุคล เพราะ 3 คนนี้เขาหลอกเรา รวมทั้งพล.อ.ประชา พรหมนอกด้วย ผมเชื่อเหลือเกินว่า เขารับปากไปแล้ว ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนอยู่ที่ 90 บาท แต่เมื่อวานนี้กลับตาลปัตร กลับไปอยู่ที่เดิม จริงๆ แล้วประเด็นนี้ผมเคยบอกเสมอว่า อย่ามองแค่มิติเดียว คนปักษ์ใต้ที่มีสวนยางพาราทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ คนรับจ้างกรีดยางก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แล้วก็ภูมิประเทศของภาคใต้ สวนยางมันอยู่บนขุนเขาต่างๆ
ทีนิวส์ : คุณมนูญเอาอย่างนี้ ทำไมคิดว่าตัวเอง กลุ่มพี่น้องชาวสวนยาง กำลังโดนหลอกกับราคาปัจจัยการผลิตที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นมา
มนูญ : ที่โดนหลอกผมหมายถึงว่า เขาไม่เคยถามเรา อยู่ๆ เขาก็ให้ 1,260 บาท แล้วเราก็ปฏิเสธโดยในเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ ที่นัดมาชุมนุม 40,000-50,000 คน นี่เป็นสิ่งบ่งบอกว่า เราไม่รับนโยบาย เสร็จแล้วมีการเจรจาที่จ.นครศรีธรรมราช ท่านประชาก็มา ท่านกิตติรัตน์เจรจาล้มเหลวไปแล้ว เพราะท่านกิตติรัตน์มีปมอยู่ในใจแล้วว่า แนวทางนี้ไม่เอา เพราะว่าท่านนายกฯได้มอบหมายให้ท่านประชามามาเจรจา ในที่สุดท่านประชาก็รับปากว่าอยู่ที่ 90 บาท และคนที่เป็นนายกฯท่านรัฐมนตรียืนยันว่าให้สัมภาษณ์ยืนยันอยู่แค่ 90 บาท ก่อนไปต่างประเทศ ความคาดหวังของพี่น้องประชาชนชาวสวนยางทั้งหลายมันอยู่ที่ 90 บาท เราก็รับได้ ในส่วนของเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ เขารับได้แล้ว ก็รอผ่านมติครม.วันนี้ แล้วเมื่อวานเข้าคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) แต่กนย.กลับไม่เห็นด้วย ใช้วิธีการเดิม โดยเพิ่มมูลค่าเป็น 2,520 บาท มันไม่ใช่ประเด็น ประเด็นที่รัฐให้ความช่วยเหลือมันไม่ครอบคลุม มันไม่ทั่วถึง
ทีนิวส์ : คุณมนูญคือของเดิม 1,260 บาทไม่เอาแน่นอน แต่ว่าถ้าฟังของเมื่อวานนี้ที่อธิบายความว่า 2,520 บาท มันก็จะเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 12 บาท บวกกับยางปัจจุบันนี้ประมาณ 78 มันก็จะอยู่ที่ประมาณ 90 บาท อันนี้ไม่เอาหรือครับ หรือต้องเป็นประกันราคาอย่างเดียว
มนูญ : เราไม่เอาครับ ถ้าเราเพิ่มเป็น 2,520 บาท คนที่เอาก็ยังมีนะครับ คนที่่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐก็มี แต่คนที่ไม่ได้รับประโยชน์ คนที่ผมบอกว่า คนรับจ้างกรีดยางเขาจะไม่ได้อะไรเลย และหน่วยงานของคุณกิตติรัตน์บอกว่า ให้มาแล้ว มีเจ้าของที่ไหนบ้างที่เอาเงินไปแบ่งให้ลูกจ้าง
ทีนิวส์ : ผมเข้าใจแล้วครับ มุมหนึ่งเรื่องของปัจจัยการผลิต เจ้าของสวนยางซึ่งต้องแบ่งกับคนกรีด 60:40 ถูกไหมครับ ของที่ทำๆ กันอยู่ ถ้าเราจ่ายปัจจัยการผลิตเจ้าของได้ แต่คนกรีดไม่ได้แล้ว ถูกไหมครับ แล้วที่รัฐบอกว่า เอาเงินตัวนี้ไปจ่ายให้คนกรีด ทางคุณมนูญก็บอกว่า เจ้าของไม่ได้จ่ายเงินมาให้
มนูญ : มันพูดได้ แต่ในหลักวิชาการในเชิงปฏิบัติมันเป็นไปไม่ได้ ไปสอบถามเจ้าของสวนได้ว่ามันไม่มี คนที่กรีดยาง รับจ้างกรีดยางทั่วประเทศมันมีอยู่ประมาณ 40% ในภูมิประเทศในภาคใต้ของเรา หรือภาคอีสานอะไรก็แล้วแต่ พื้นที่สวนยางขุนเขาต่างๆ ในเขตป่าไม้ ในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่ในที่ของรัฐมากมายก่ายกอง แล้วคนที่อยู่ในเขตป่าไม้มันมีมติครม.นะครับ เมื่อปี 2545 คนที่มีมติครม. ที่ครอบครองที่ดินในเขตป่าไม้ก่อนปี 2545 อนุโลม แต่ว่าคนที่สร้างสวนยางอยู่ในเขตป่าไม้ เขาไม่มีสิทธิ์ใดๆ ที่รัฐรับรู้ เขาอนุโลมให้ทำกิน คนเหล่านี้เขาก็ไม่มีโอกาส
ทีนิวส์ : เข้าใจแล้วครับ แต่ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาลงทะเบียนเพื่อมารับโอกาสตรงนี้
มนูญ : อนุโลมให้ทำกินเรื่องข้อกฎหมาย ไม่มีเอกสารสิทธิ์รับรองใดๆ จากหน่วยงานรัฐ
ทีนิวส์ : เท่ากับว่าฟังคุณมนูญตอนนี้ คือถ้ามันเป็นการประกันเลย 90 บาทต่อกิโลมันจะได้อย่างทั่วถึง
มนูญ : ได้ทั้งคนกรีด ได้ทั้งคนที่มีที่ดินอยู่ นอกเขตที่รัฐกำหนด
ทีนิวส์ : ผมเข้าใจแล้ว ถ้าตอนนี้เขามอง เขามองค่าเฉลี่ยที่ 90 บาท แต่เกษตรกรก็ยังมองว่า คนกรีดไม่ได้ ถ้าจะใช้วิธีนี้ที่รัฐบาลทำอยู่
มนูญ : จะ 90 หรือ 92 บาทอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่เราบอกอยู่ตลอดว่า คนกรีดยางไม่มีส่วนได้เสีย คนที่ไม่มีคุณสมบัติไม่มีส่วนได้เสียในงบประมาณ 2 หมื่นล้านนี้ แต่ถ้ารัฐบาลยืนยันอยู่ในแนวนี้ มันได้อย่างทั่วถึง คนรับจ้างกรีดยางกิโลละ 90 บาท เขาก็ได้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น คนที่มีที่ดินอยู่นอกหลักเกณฑ์ของรัฐ คนเหล่านี้เขาก็ได้กิโลละ 90 บาท เขาก็มีแต่จะได้เพิ่มมากขึ้น ทั้งคนกรีด ทั้งคนรับจ้าง
ทีนิวส์ : คุณมนูญผมมีคำถามที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมคนใต้เวลากรีดยาง ต้องแบ่ง 60:40 ทำไมต้องแบ่งกันครึ่งต่อครึ่ง เพราะอะไรครับ
มนูญ : คนกรีดยางของผมเป็นคนทำงานกลางคืน ตี1-ตี2 เขาก็ออกไปแล้ว แล้วการแบ่งสัดส่วน 60:40 เจ้าของสวนได้ 6 คนกรีดได้ 40%ของรายได้ ถ้าอยู่ที่ 90 เขาก็ได้ 40%ของ 90 บาท
ทีนิวส์ : ผมอยากให้ช่วยอธิบายหน่อย เพราะสังคมคงสงสัยว่า ทำไมคนกรีดยางถึงได้ตั้ง 40% เพราะอะไร
มนูญ : เพราะมันเป็นวิถีทางความทุกข์ยาก
ทีนิวส์ : มันทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว
มนูญ : รายได้ส่วนตัวคนที่เป็นเจ้าของสวน มันต้องให้คนรับจ้างกรีดยางได้ด้วย ถ้าคนรับจ้างกรีดยางอยู่ไม่ได้ เขาก็ไม่มีรายได้จากสวน คือหมายความว่า ค่าครองชีพในวันนี้ คนตัดยางรับจ้างกรีดยาง เขาก็ต้องกิน เขาก็ต้องซื้อข้าวสาร เจ้าของเขาก็ต้องกิน ต้องซื้อข้าวสาร คือค่าครองชีพมันเหมือนกัน วิถีชีวิตมันเหมือนกัน การดำรงชีพก็เหมือนๆ กัน รายได้มันแตกต่างกันไม่มาก สังคมนี้จะอยู่ได้ต้องเป็นสังคมที่พึ่งพิงซึ่งกันและกัน
ทีนิวส์ : คือมันจะได้มองเห็นว่าคนใต้ไม่ได้มองแค่คนกรีดยาง ที่ควรจะได้รายได้ที่ต่ำ แต่ว่าเราควรจะให้เขาได้รายได้ที่เหมาะสมด้วย
มนูญ : ถูกต้องครับ ถ้าเขาคิดอย่างนี้แล้ว ทำไมชาวนาถึงไม่ให้ปัจจัยการผลิต เช่นเดียวกับชาวสวนยาง ความหมายก็เช่นเดียวกับไฟติดทุ่ง แล้วคนที่เขาทำนาเขาก็ไม่ได้รับประโยชน์ เพราะเอาไปให้กับเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินได้ไป แล้วทำไมไม่ได้ผลประโยชน์กับชาวนา มีชาวนาอีกมากมายที่สร้างที่ดินทำนาเลี้ยงชีพ
ทีนิวส์ : คุณมนูญสรุปแล้ว วันนี้นอกจากจะมีการไปเผาโลงที่หน้าอำเภอแล้ว มติจริงๆ ก่อนถึงวันที่ 14 จะเคาะออกมาได้วันไหน ว่าจะปิดการชุมนุม จะเคลื่อนไหวอะไรยังไง
มนูญ : ในส่วนของผมยังไม่ได้หารือกันเลย เพราะหาไม่ทัน แล้วความคาดหวังของเรามันอยู่ที่ 90 บาท แต่เมื่อวานมันพลิกกลับอย่างนี้มันตั้งหลักไม่ทัน วันนี้มันมีปฏิกิริยาออกมาจากพี่น้องประชาชนบางส่วน เราก็ต่อต้านในเชิงสัญลักษณ์ว่า รัฐหยิบยื่นให้แบบนี้หมายถึงว่ารัฐพูดย่างหนึ่งทำอย่างหนึ่ง วันนี้พูดอีกอย่าง พรุ่งนี้พูดอีกอย่าง ทำให้เกิดความสับสน แล้วพออยู่อีกวันหนึ่งก็กลับไม่ให้
ทีนิวส์ : หลายคนคงอยากจะรู้ว่า แนวทางที่จะปิดอ.สะเดา มันจะมีแนวทางอย่างไร
มนูญ : มันก็เป็นแนวความคิดของแต่ละกลุ่ม คนที่มีความกดดัน เขาก็อาจจะมีแนวคิดว่าจะต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ ต่อสู้กับอำนาจรัฐ อันนี้ผมไม่ขอออกความเห็นดีกว่า
ทีนิวส์ : ไม่ขอออกความเห็น แล้วจะไปร่วมกับเขาไหมครับ ถ้ามันมีการตกผลึกแล้ว
มนูญ : ยังไม่ได้มีการหารือ วันนี้รัฐบาลมองเห็นจุดอ่อนของเรา เราถือว่าไม่มีความเป็นเอกภาพที่เพียงพอ รัฐบาลไปอีกทางหนึ่ง ในส่วนของเกษตรกรมันต้องผลึกกำลังเป็นเอกภาพไปในทิศทางเดียวกัน
ทีนิวส์ : คุณมนูญครับ ผมขอปิดท้ายว่า เมื่อวานนี้คุณก่อแก้ว พิกุลทอง ตั้งคำถามกับชาวสวนยางว่า เวลาแถลงการณ์ทำไมต้องลงท้ายด้วยคำว่า ด้วยจิตคารวะ มันเหมือนกับพวกกลุ่มพันธมิตรเลย เป็นพวกกลุ่มพันธมิตรหรือเปล่าครับ
มนูญ : คุณก่อแก้วเขามีนิสัยเป็นของเขา เขาเป็นคนที่ลืมกำพืด เขาเสวยสุขอยู่ในที่สบาย วันไหนกลับมาเดินในสวนยาง ลองถามชาวบ้านดูสิว่า คนทำงานเขามีวิถีชีวิตอย่างไร อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง วันนี้ประชาชนเขามีความเดือดร้อน เพราะผลเกษตรกรที่ตกต่ำ แล้วมามองเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งมันไม่เกี่ยว ถ้ามองในเรื่องการเมือง รัฐบาลตัวเองนั่นแหล่ะที่ทำการเมืองไม่เป็นธรรม เพราะคำว่าการเมืองคือการจัดสรรทรัพยากรสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ แล้ววันนี้รัฐบาลมีคุณภาพหรือเปล่า มันมองย้อนมาเป็นเรื่องการเมือง มันไม่มีทางออก มันเสวยสุขอยู่แล้ว มันนอนอยู่บนฟูก แล้วมันมาเชื่อมโยงกับเราได้ยังไง เอาพวกเราไปเชื่อมโยงได้ยัง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น