ผวาหน้ากากขาว ขยายตัวเกินคาด วสิษฐจี้ปรามแดง
"เฉลิม" หนาว หน้ากากขาวโตเร็วยอดพุ่ง 3,000 สั่งสายจับตาความเคลื่อนไหว "มาร์ค" ร้องรัฐบาลปราบอันธพาลแดง หยุดระรานกลุ่มเห็นต่าง ชี้หากปล่อยชุมนุมอย่างสงบสะท้อนวุฒิภาวะประชาธิปไตยมากขึ้น "วสิษฐ" สอนมวยรุ่นน้อง เหตุการณ์เชียงใหม่จะเกิดขึ้นอีก ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ใช้กฎหมายเคร่งครัด
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันจันทร์ถึงกรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มหน้ากากขาว ว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ตนนั่งกรอหนังกลับตั้งแต่ปี 2548 และมาปี 2549 ก่อนปฏิวัติ หลังปฏิวัติยึดทำเนียบรัฐบาล ที่น่าสังเกตภายใน 4 สัปดาห์ กลุ่มหน้ากากขาวโตเร็วจาก 200 คน กระทั่งเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.กลายเป็น 3,000 คนขึ้นไป ตนมีทีมงานที่ใช้งานการเมือง ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แต่เป็นเด็กหนุ่มจบกฎหมาย 70 เปอร์เซ็นต์
"ชุมนุมทีไรตนให้ไปขึงและดู ซึ่งผู้ที่มาชุมนุมดังกล่าวคือต่างคนต่างมา บุคลิกคนชั้นกลาง กทม. ต่างจังหวัดแค่ริมตะเข็บ เช่น สมุทรปราการ, นนทบุรี, สมุทรสาคร ลักษณะการแต่งกายเป็นพวกเดินห้าง จะมีคนส่งสัญญาณแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ที่แปลกที่สุดเวลาที่พวกนี้มาอยู่หน้าสยามพารากอน คนในห้างและคนซื้อของจะมายืนดู ที่น่ากลัวคือคนในห้างมายืนดู อย่างเสื้อแดงคนในห้างไม่ออกมา อาจไม่ตรงที่ตำรวจรายงาน แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ไม่มี ตนไม่ใช้ความรุนแรง จะมีได้อย่างไร ก็มาๆ ไปๆ จะอย่างไรก็เอา สุดท้ายเหนื่อยไปเอง เมื่อถามว่า เจตนากลุ่มหน้ากากขาวคือจะล้มรัฐบาลใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ต้องถามกลับว่าล้มรัฐบาลแล้วจะเอาใครมาเป็นรัฐบาล จะเอามาช่องทางไหน ทำไม่ได้ ผิดรัฐธรรมนูญ เขาเอาม็อบ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ หรือ เสธ.อ้ายมาเป็นตัวตั้ง บอกว่าม็อบ เสธ.อ้ายโตเร็ว อันนี้ต้องโตช้าๆ
เมื่อถามว่า หน้ากากขาวจะกระจายออกมาอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า กรณีนี้เป็นกรณีที่น่าศึกษา เริ่มต้นจาก 200 คน มา 3,000 คน ตนจะตามละเอียด ตนมีวิธีของตน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกทำร้ายกลุ่มหน้ากากขาวที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ตนเป็นห่วงว่าการเคลื่อนไหวเพื่อชุมนุมจะมีถี่ขึ้น ซึ่งสะท้อนความอึดอัดที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล โดยการแสดงออกภายใต้กฎหมายเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ปัญหาคือ รัฐบาลซึ่งมีอำนาจน่าจะปรามไม่ให้กลุ่มผู้สนับสนุนตัวเองไปขัดขวางกิจกรรมของคนอื่น เพราะถ้าคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยอยากเคลื่อนไหวก็ทำในส่วนของตัวเอง โดยที่คนอื่นก็ไม่เข้าไปยุ่งกับกิจกรรมเหล่านั้น
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในทางกลับกันเมื่อมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลต้องการแสดงออก ก็ต้องปล่อยให้คนเหล่านี้มีสิทธิ์แสดงออกได้ บ้านเมืองจึงจะเดินหน้าโดยที่ไม่มีปัญหา และไม่อยากให้พรรคเพื่อไทยไปกล่าวหาว่า การชุมนุมของหน้ากากขาวเป็นการยั่วยุ
"เพราะการเคลื่อนไหวไม่ว่าของฝ่ายใด ย่อมมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถ้าใช้ตรรกะเดียวกับพรรคเพื่อไทย ก็ต้องบอกว่าเวลาแดงชุมนุมก็มีคนจำนวนมากอึดอัด แต่เขาก็ให้สิทธิ์ชุมนุมตามกฎหมาย ดังนั้น ในเมื่อกลุ่มหน้ากากขาวใช้สิทธิ์ตามกฎหมายก็ย่อมมีสิทธิ์" นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า หากไม่พอใจก็แยกไปจัดเวทีต่างหาก เพราะหากรัฐบาลปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างมวลชนขยายความขัดแย้งมากขึ้นก็ไม่เป็นผลดี สุดท้ายรัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับบ้านเมืองเสียหาย ภาพลักษณ์ของประเทศ เรื่องความขัดแย้งจะดูแย่ลง แต่ถ้าปล่อยให้มีการแสดงออกซึ่งสิทธิโดยความสงบ ก็จะสะท้อนว่าวุฒิภาวะเรื่องประชาธิปไตยมีเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่เกิดความรุนแรง ทุกอย่างจะถอยหลังกลับไปอีก
ด้าน พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร กล่าวว่า สิ่งที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติควรปฏิบัติโดยเร็วที่สุด ได้แก่ การกำชับและสั่งการให้ตำรวจรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นธรรม และโดยไม่ต้องกลัวว่าผู้ละเมิดกฎหมายจะเป็นใคร สังกัดพรรคใด ถ้าหากเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพิกเฉย หรือลังเลใจไม่กล้าสั่งการ ปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องตัดสินใจเอง เหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นที่ลำพูนและที่เชียงใหม่ก็จะเกิดขึ้นอีก และอาจลุกลามไปจนกลายเป็นการใช้กำลังปะทะต่อสู้กัน ถึงตอนนั้นตำรวจก็จำเป็นต้องใช้วิธีปราบจลาจล ความ เสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่บ้านเมืองอาจร้ายแรงกว้างขวางเกินคาด สงสารบ้านเมือง เป็นห่วงบ้านเมือง ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ด้วยการรักษากฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างฉับพลันและเคร่งครัด
ขณะที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน พร้อมด้วย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี พร้อมผู้ชุมนุมกว่าพันคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มพลังธรรมาธิปไตยในเครื่องแบบคล้ายทหาร ใส่หมวกแก๊ปมีดาวแดงบริเวณด้านหน้าหมวก ได้รวมตัวเดินมายังสำนักพระราชวัง เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอนายกฯ พระราชทาน โดยแนวร่วมกลุ่มคนไทยฯ ได้ส่งตัวแทนจำนวน 5 คนเข้าทางประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น