วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

นายกฯบันทึก MOU ยกระดับสินค้า OTOP เมื่อ 6 ก.ย.55


นายกฯบันทึก MOU ยกระดับสินค้า OTOP

ที่โรงแรมแกรนด์ไอแอท นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และการแถลงข่าวโครงการยกระดับ ผู้ประกอบการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ (OTOP PLUS) พร้อมด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อบูรณาการในการทำงานร่วมกันระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโยลีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งหอการค้าไทย และบริษัทอสมท. จำกัด (มหาชน) ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และให้มีการดำเนินการอย่างบูรณาการเป็นรูปธรรม ตลอดจนเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการ การพัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์โดยใช้เอกลักษณ์ของท้องถิ่น การคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การหาช่องทางการตลาดในและต่างประเทศ และการพัฒนาระบบการจัดส่งสินค้าและโลจิสติกส์ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน จัดโดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาสินค้า OTOP นั้น รัฐบาลได้ความสำคัญและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื่องการดำเนินการดังกล่าวนอกจากจะทำให้ประชาชนในชุมชนได้สร้างงานรายได้ที่จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้นำความภาคภูมิใจซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการกับเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการที่จะสามารถไปอยู่ในเวทีโลก ขณะเดียวกันก็ขอบคุณกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเทคโนโยลีสารสนเทศและการสื่อสาร และกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ได้ร่วมกันดำเนินการโครงการดังกล่าวในการดูแลช่วยเหลือผู้ประกอบการ OTOP

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็นคือ การที่จะทำอย่างไร ให้ผู้ประกอบการ OTOP มีรายได้อย่างยั่งยืนถาวร ซึ่งที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ร่วมกันทำงานในเรื่องการพัฒนาสินค้า OTOP ได้ก้าวไกลขึ้นเป็นลำดับ พร้อมกันนี้จะต้องมีการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสินค้า OTOP ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงความคาดหวังของผู้ซื้อ เพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และให้สินค้า OTOP มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์สามารถมีรายได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้สิ่งที่ผู้ประกอบการ OTOP ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนคือ การเข้ามาช่วยหาแนวทางหรือวิธีการในการเพิ่มมูลค่าสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขยายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ขณะเดียวกันจะต้องมีการเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายหรือการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันบูรณาการให้ครบวงจร และสะดวกกับผู้ซื้อสินค้ามากขึ้น

สำหรับโครงการ OTOP PLUS ในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์กลุ่มที่มีความพร้อมในเชิงพาณิชย์และต้องการขยายช่องทางการตลาด ซึ่งสิ่งที่ตนต้องการเห็นคือการขยายร้านค้า OTOP ที่เป็น one stop service ให้มากขึ้น เพื่อจะได้ขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น รวมทั้งขอให้มีการพัฒนาเว็ปไซต์ เป็น one stop service อย่างแท้จริง เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ร่วมโครงการ ให้ผู้ซื้อหรือผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าและบริการเหล่านั้นสะดวก ขณะเดียวกันให้ใช้สื่อประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่มีอยู่ขยายช่องทางสินค้า OTOP ให้เป็นที่รับทราบอย่างกว้างขวางอีกทางหนึ่งด้วย

จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายยงยุทธ ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ และน.อ.อนุดิษฐ์ ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการขยายโอกาสทางการให้ผู้ประกอบการ OTOP สู่เวทีการค้าทั้งในและต่างประเทศระหว่างผู้แทนสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กระทรวงอุตสาหกรรม องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร บริษัทห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด กระทรวงการคลัง หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และบริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น