วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

กรุงเก่าเปิดศูนย์ส่วนหน้ารับมือน้ำท่วม เมื่อ 5 ก.ย.55



กรุงเก่าเปิดศูนย์ส่วนหน้ารับมือน้ำท่วม

ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเชื่อมโยงข่าวสารการติดตามความเคลื่อนไหวปัญหาอุทกภัยกับทางรัฐบาล โดยจะมีการเน้นเป็นศูนย์ประสานงานผ่านทางวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ระหว่างจังหวัดกับรัฐบาลและจังหวัดกับอำเภอต่างๆในพื้นที่ ซึ่งก่อนการเปิดผู้ว่าราชการจังหวัดฯเป็นประธานการประชุมนายอำเภอ หัวหน้าส่วน และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อทำความเข้าใจในการดำเนินการเกี่ยวกับศูนย์ปฎิบัติการแห่งนี้

นายวิทยา กล่าวว่า ในการเตรียมการหากเกิดอุทกภัยจะไม่เน้นการช่วยเหลือแบบกระจายเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากมีปัญหาร้องเรียนมาก จะมีการตั้งหัวหน้าคุ้ม คือให้แต่ละอำเภอตั้งหัวหน้าคุ้มดูแลตามหมู่บ้านในตำบลและในชุมชนเป็นตัวแทนเพื่อรับทราบปัญหาและแจ้งตรงมาถึงส่วนปฎิบัติการ เพื่อความรวดเร็ว และทั่วถึง ซึ่งหลังจากนี้ไปก็จะมีการสั่งการให้ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯติดตามสถานการณ์น้ำ และจัดห้องปฎิบัติการอยู่ที่ชั้น 1 ศูนย์ราชการ มีการติดตามสถานการณ์น้ำ ตั้งแต่ต้นน้ำและรายงานปริมาณน้ำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ส่วนกรณีการชุมนุมของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมและเดินทางมาเรียกร้องเงินช่วยเหลือนั้น ระหว่างรอการประชุมบรรดาญาติของนายนริช พรหมพงษ์ ได้นำศพของนายนริช เดินทางมาด้วย โดยใส่ในหีบศพ และพยายามที่จะนำเข้ามาในศูนย์ราชการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สกัดกั้นและเกิดการปะทะกันเล็กน้อยแต่ไม่รุนแรง ซึ่งทางกลุ่มของญาติได้เรียกร้องขอให้ทาง พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา ค้นหาความจริงถึงคนจ้างวานยิงนายนริช แกนนำเรียกร้องน้ำท่วม

หลังจากการประชุมได้สิ้นสุดเมื่อเวลา 17.30 น.วันเดียวกัน นางกัลยาณี จูปรางค์ ตัวแทนองค์กรอิสระตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอ และนายกเทศมนตรี นายกอบต.ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่การร้องเรียนทั้ง 3 อำเภอ ไปสอบสวนและแจ้งรายชื่อผู้เดือดร้อนภายใน 15 วัน เพื่อนำเรื่องส่งให้จังหวัดพิจารณา ซึ่งนายทวี นริศศิริกุล รองผวจ.กล่าวว่าอย่างไรก็ตามก็จะนำเรื่องที่เกิดขึ้นเข้าไปยังส่วนกลางพิจารณาเพื่อหาทางช่วยเหลือ ส่วนเรื่องเงินช่วยเหลือนั้นเป็นการพิจารณาจากส่วนกลาง ซึ่งจังหวัดไม่มีเงินในมือ แต่ยืนยันว่าจะเร่งติดตามเรื่องให้ ประชาชนจึงพากันแยกย้ายกลับไปก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น