วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2555

ม.4 สายน้ำผึ้งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย เมือ 5 ก.ย.55



ม.4 สายน้ำผึ้งกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

พ.ต.ท.ศรัณยพงศ์ พันธุ์เพ็ง พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.บางนาได้รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณคอนโดแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ที่เกิดเหตุเป็นโครงการคอนโดขนาดใหญ่ สูงประมาณ 22 ชั้น ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอุดมสุข บริเวณลาดจอดรถชั้นที่ 4 ของคอนโด เจ้าหน้าที่พบศพหญิงสาววัยรุ่น ทราบชื่อต่อมา น.ส.ปิ่นสุดา ทรัพย์มี อายุ 16 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนสายน้ำผึ้ง สภาพศพสวมกางเกงขาสั้นลายดอก เสื้อกล้ามเสียขาว นอยตะแคงขวา มีบาดแผลที่ศรีษะกระแทกอย่างรุนแรง จากการสอบสวน น.ส.ปาระมี ทรัพย์มี อายุ 38 ปี มารดาที่อยู่ในอาการตกใจ ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกตลอดเวลาเล่าว่า เดิมทีตนกับลูกพักอยู่ที่หมู่บ้านย่านประเวศกันสองคน เนื่องจากบิดาของน้องได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตอนน้องอายุ 5 ขวบ แต่เนื่องจากน้องต้องเดินทางไปเรียนที่โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ซึ่งมีระยะทางไกลจึงสงสารลูกที่เดินทางลำบาก เลยตัดสินใจเช่าคอนโดฯ ดังกล่าวต่อจากเพื่อนให้ลูกอยู่เพียงลำพัง โดยเพิ่งอยู่มาได้แค่เพียงเดือนเดียว เพราะสะดวกต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า ล่าสุดก่อนเกิดเหตุตนได้คุยโทรศัพท์กับน้อง 2 ครั้ง เมื่อวานนี้เวลาประมาณ 16.00 น. ถึงเรื่องการโอนเงินค่าทำฟัน และครั้งสุดท้ายเวลา 21.00 น. ลูกก็ได้บอกว่าไม่ค่อยสบาย เนื่องจากถูกฝน ตนก็บอกกับลูกว่าให้แม่ไปอยู่เป็นเพื่อนไหม แต่ลูกบอกว่าไม่เป็นไร จนมาวันนี้ทราบว่าน้องเสียชีวิตแล้วรู้สึกตกใจและช็อคมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุการตายนั้นไม่ได้ติดใจอะไรเพียงแต่ทราบว่ามีชายหนุ่มมาติดพันน้องแต่ก็ไม่รู้รายละเอียดใดมากนัก

ด้าน พ.ต.ท.นฤดล พุ่มพวง สว.สส.สน.บางนา เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการเข้าไปตรวจสอบภายในห้องที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้และทรัยพ์สินภายในห้องยังอยู่ครบ จึงได้รวบรวมพยานวัตถุในที่เกิดเหตุเช่น โทรศัพท์มือถือยี่ห้อแบล็คเบอร์รี่ 1 เครื่อง ไอโฟน 1 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง นำมาตรวจสอบหาเบาะแสและสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนภาพได้ล่าสุดวานนี้ (4 ก.ย.) เวลาประมาณ 17.00 น. เห็นน้องใส่ชุดนักเรียนเข้าไปภายในห้องและไม่มีการเข้าออกอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ที่พบว่าเสียชีวิตดังกล่าว หลังจากนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ พฐ. ทำการเก็บลายนิ้วมือและนิ้วเท้าแฝงไปตรวจสอบว่ามีบุคคลที่สองเข้าไปภายในห้องหรือไม่ จึงต้องใช้วลาอย่างเร็วประมาณ 2 วัน ในการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าเร็วนี้

เบื้องต้นได้สอบปากคำมารดาผู้เสียชีวิตไปแล้ว หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม อีกทั้งต้องรอผลจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และผลการผ่าพิสูจน์จากทางแพทย์เสียก่อน ซึ่งคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะทราบสาเหตุการเสียชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น