วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวน้ำท่วม 2555 : น้ำเหนือมาแล้ว ถล่ม'พิจิตร-พิษณุโลก-อ่างทอง'อ่วม เมื่อ 13 ก.ย.55



ข่าวน้ำท่วม 2555 : น้ำเหนือมาแล้ว ถล่ม'พิจิตร-พิษณุโลก-อ่างทอง'อ่วม

      น้ำเหนือที่เชี่ยวกราก ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมตลิ่งใน จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และ จ.อ่างทอง ทำให้ประชาชนต้องขนย้ายสิ่งของหนีกันอย่างอลหม่าน ซ้ำบางพื้นที่มีฝนตกหนักซ้ำ...
      วันนี้ (13 ก.ย. 55) เช้าวันนี้ ที่ จ.พิจิตร ประชาชนส่วนใหญ่ได้ขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูงอย่างเร่งด่วน หลังจากน้ำจากแม่น้ำยม ที่ไหลผ่านพื้นที่ อ.สามง่าม ได้เพิ่มระดับสูงขึ้น และเอ่อล้นตลิ่งอย่างฉับพลัน ก่อนที่จะไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน เกือบ 20 หลังคาเรือน รวมไปถึงฟาร์มสัตว์ปีก ตลอดจนกระชังปลาในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีน้ำเหนือจาก จ.สุโขทัย และ จ.พิษณุโลก ไหลหลากลงมา ประกอบกับมีน้ำป่าไหลหลากมาจาก จ.กำแพงเพชร ที่ไหลเข้ามาสมทบเพิ่ม เพื่อระบายลงสู่แม่น้ำยมเพิ่มเติมอีก แต่เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำยมมีระดับสูงกว่า ทำให้น้ำหนุนเอ่อทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนริมตลิ่งแม่น้ำยมอย่างหนัก โดยมีระดับสูงกว่า 1 เมตร นอกจากนี้ ยังได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาของเกษตรกรอีกด้วย   

      ส่วนที่ ต.จำปาหล่อ อ.เมือง จ.อ่างทอง เวลา 08.00 น. ได้เกิดเหตุน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำกว่า 25 หลังคาเรือน โดยเฉพาะที่อยู่ติดกับวัดเสาธงทอง จนทำให้ประชาชน ต้องรีบเก็บทรัพย์สินหนีน้ำกันอย่างอลหม่าน โดยล่าสุดน้ำที่ล้นตลิ่งเข้ามายังคงขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ

      ส่วนสถานการณ์ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ล่าสุด ยังวิกฤติหนัก หลังน้ำเหนือจาก จ.แพร่ และ จ.สุโขทัย ยังคงไหลบ่าหลากล้นแม่น้ำยมสายเก่า เข้าท่วมบ้านเรือนและนาข้าว รวมทั้งพื้นที่การเกษตร ขยายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ได้หลากล้นลำคลองท่ามะขาม ซึ่งเป็นลำคลองสาขาของแม่น้ำยมสายเก่า ส่งผลให้ชาวบ้านหมู่ 9 บ้านคลองมะขาม ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม ต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แต่ยังหวั่นใจว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่ซ้ำเติม

 
นนทบุรี-ปทุมฯ ต้องลุ้น อาจมีน้ำท่วมฉับพลัน !!!!
 
      นายกฯ เผย เตรียมพร้อมตั้งรับน้ำที่จะไหลลงมาแล้ว เผย นนทบุรีและปทุมธานี อาจมีน้ำท่วมฉับพลัน เพราะอาจมีปัจจัยของสภาพอากาศเป็นตัวแปรสำคัญ
 
       สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนขณะนี้ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีก และเชื่อว่าปริมาณน้ำในปีนี้ยังไม่มากเท่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าพื้นที่ปลายน้ำทั้งจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานีจะไม่เกิดปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากยังมีปัจจัยในส่วนของร่องความกดอากาศและสภาพอากาศ ก็อาจจะมีบ้างในการท่วมขังบางพื้นที่หรืออาจทำให้บางพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ แต่รัฐบาลได้เตรียมการและวางแผนรองรับการไหลของน้ำที่จะลงมาจากน้ำตอนเหนือแล้ว และคงทำการระบายได้ดีขึ้นและเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน
 
      13 ก.ย. 2555  ชาวสามโคกเมืองปทุมธานีขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ต.คลองควายเจอเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าท่วมแล้ว 50 ซม. ทางหลวงเผยถนนเจอท่วม 6 เส้นทางใน 4 จังหวัด
     เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 12 ก.ย. นายยอด ภู่เฉลิมตระกูล นายก อบต.คลองควาย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ชุมชนวัดเจดีย์ทอง ม. 1 ต.คลองควาย ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำได้เริ่มล้นตลิ่งเข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนสูงราว 50 ซม. ซึ่งในช่วงเย็นคาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นจากน้ำหนุน โดยขณะนี้ประชาชนได้ทยอยขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงแล้ว
 
ภาพน้ำท่วม 2555

ภาพน้ำท่วม 2555 - น้ำท่วมสาโคก ปทุมธานี

      สำหรับจุดที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณประตูระบายน้ำคลองควาย ของกรมชลประทาน ซึ่งได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ให้ดำเนินการเสริมแนวประตูน้ำให้สูงขึ้น พร้อมยกระดับถนนคันดินเชื่อมต่อหูช้างของประตูระบายน้ำ ให้มาเชื่อมต่อกับถนนสายสามโคก-ปทุมธานี ก็ยังไม่มีการดำเนินการ เกรงว่าจะไม่ทันการ เพราะระดับน้ำสูงขึ้นเฉลี่ยวันละกว่า 20 เซนติเมตร โดยเฉพาะ 2 วันที่ผ่านมา

สำหรับพื้นที่ ต.คลองควายนั้นมีประชาชนอาศัยอยู่ทั้งสิ้น 194 ครัวเรือน ประชากร 774 คน

      ด้าน นายมนัส ปิ่นภู่ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กล่าวว่า เทศบาลตำบลสามโคก ได้เตรียมจัดหากระสอบทราย เพื่อเสริมแนวคันดิน และอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วม ไม่ให้ทะลักเข้าพื้นที่ชั้นใน โดยมีถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ปทุมธานี-สามโคก เป็นแนวป้องกันน้ำท่วมยาวกว่า 3 กิโลเมตร
น้ำท่วมทางหลวงได้รับผลกระทบ 4 จังหวัด 6 เส้นทาง      

เส้นทางน้ำท่วม น้ำท่วมถนน 2555

      ทางหลวงเผย น้ำท่วมถนน ใช้การไม่ได้แล้ว 2 สาย ขณะที่เส้นทางหลัก สายเอเชีย,มิตรภาพ ยังใช้การได้ปกติ 

       จากภาวะฝนตกหนัก และเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่อยู่ในขณะนี้ กรมทางหลวงได้ตรวจสอบพบเส้นทางชำรุดจากเหตุน้ำท่วมแล้วใน 4 จังหวัด โดยแบ่งเป็น 6เส้นทาง ใช้การไม่ได้ 2 เส้นทางได้แก่
- ทางหลวงหมายเลข 2181 ตอนแยกทางหลวงสาย 12 (ปากห้วยขอนแก่น) – หล่มสัก
- ท้องที่อำเภอหล่มสัก ที่ กม. 4-6 จ.เพชรบรูณ์ เนื่องจากมีระดับน้ำสูง 60 ซม.

      ส่วนเส้นทางสายหลัก ที่ใช้สัญจรไปยังภูมิภาคอื่นๆ ยังใช้การได้ปกติ ไม่ว่าจะเป็น
-ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จาก กรุงเทพ ฯ ผ่านไป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – สระบุรี – ลพบุรี – นครสวรรค์ ไปถึง เชียงราย
-ทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย)บางปะอิน – นครสวรรค์
-ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ จาก สระบุรี ผ่านนครราชสีมา – ขอนแก่น ไป จังหวัดหนองคาย
-ทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก )
-ทางหลวงหมายเลข24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี)
-ทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพ –สงขลา
-ทางหลวงหมายเลข 41 และ 44
 
        ด้าน นายวันชัย  ภาคลักษณ์  อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า จากสภาพฝนตกหนักและมีน้ำเริ่มท่วมในหลายพื้นที่ ของประเทศไทย กรมทางหลวงได้ตรวจสอบเส้นทาง พบว่า มีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ 4 จังหวัด จำนวน 6 สายทาง จำนวนรวม 6 แห่ง ผ่านได้ 4 แห่ง  ผ่านไม่ได้ 2 แห่ง โดยทางหลวงที่การจราจรผ่านไม่ได้ ได้แก่ พื้นที่จังหวัด เพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 2181  ตอนแยกทางหลวงสาย 12 (ปากห้วยขอนแก่น) - หล่มสัก และ ท้องที่อำเภอหล่มสัก ที่กม. 4-6 ระดับน้ำสูง 60 ซม.

      ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้ทางหลวงชนบท บ้านไร่-ท่ามะกล้วย และจังหวัดนครสวรรค์ ทางหลวงหมายเลข 3013 ตอนอุทัยธานี-ลาดยาว ท้องที่อำเภอลาดยาว ที่กม. 43-4 5ระดับน้ำสูง 35 ซม. และให้ใช้ทางหลวงชนบท เส้นทาง บ้านวังสวัสดี-วังม้า

       สำหรับทางสายหลักที่อยู่ในความรับผิดชอบและมีประชาชนใช้เป็นจำนวนมากในการเดินทางไปภาคต่างๆ ยังคงใช้การได้ โดยภาคเหนือ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จาก กรุงเทพ ฯ ผ่านไป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา – สระบุรี – ลพบุรี  - นครสวรรค์  ไปถึง เชียงราย  และ เส้นทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย )บางปะอิน – นครสวรรค์   , ภาคอีสาน ได้แก่  ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ จาก สระบุรี ผ่านนครราชสีมา – ขอนแก่น ไป จังหวัดหนองคาย ทางหลวงหมายเลข 21  (สระบุรี-หล่มสัก ) ทางหลวงหมายเลข 24 (สีคิ้ว-อุบลราชธานี)

      นอกจากนี้ การเดินทางไปภาคใต้ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพ –สงขลา  เส้นทางหลวงหมายเลข 41 และ 44  การจราจรสามารถผ่านได้  พร้อมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนอย่างเต็มที่

     สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง หรือต้องการความช่วยเหลือ  นอกจากจะสอบถามเส้นทางผ่านสายด่วน 1586 ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานประชาสัมพันธ์   (02) 354- 6530 ,  (02)354- 6668-76 ต่อ 2014 ,2031  ศูนย์บริหารงานอุบัติภัย    สำนักบริหารบำรุงทาง  (02) 354 -6551

 
เตือนอีก 5 วัน น้ำเหนือจาก จ.สุโขทัย ถึง จ.พิจิตร
เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนรับมือน้ำท่วมอีก 50 ซม. ช่วง 13-17 ก.ย. ปรับระบายน้ำเพิ่มเป็นวันละ 2,000 ลบม.ต่อวินาที
ระดับแม่น้ำยมสูงเป็น 7 เมตร ล่าสุดเอ่อล้นตลิ่งแล้ว ทำให้ชาวบ้าน อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ต้องเร่งเก็บของขึ้นที่สูงโดยด่วน
 
ภาพน้ำท่วม 2555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น