| ''นี่คืออันตรายของประเทศ'' |
บทสัมภาษณ์ นายปราโมทย์ ไม้กลัด โดย “ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์”
(ปล. ทำไมไม่เอาทีมข่าวเศรษฐกิจและสังคมมาสัมภาษณ์)
*************************************************
การแก้ไขปัญหา “น้ำท่วม” ยังเป็นเรื่องที่สังคมไทยให้ความสนใจ โดยเฉพาะโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมวงเงิน 3.5 แสนล้านบาทที่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนแถมยังถูกวิจารณ์หนาหูขึ้นเรื่อย ๆ ว่าใช้คนไม่ถูกกับงาน “ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์” ได้สัมภาษณ์ นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีต ส.ว.กรุงเทพฯ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ปัจจุบันเป็นกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) หนึ่งในขาประจำที่แสดงทรรศนะในเรื่องน้ำ
ทำไมปัญหาเรื่องภัยแล้งจึงถูกนำขึ้นมาพูดในช่วงนี้กันมากทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงฤดูฝน
เพราะมันเกิดขึ้นอย่างที่เห็นกันแล้วทางภาคอีสาน และมันจะหนักขึ้นเพราะการบริหารจัดการน้ำมันต้องมีข้อมูล และเป็นข้อมูลที่ชัดเจน ไม่อย่างนั้นบริหารจัดการอะไรได้ ต้องเข้าใจธรรมชาติ ต้องรู้ธรรมชาติให้ชัด ถามว่าเป็นข้อมูลแบบไหน คนเข้าใจข้อมูลหรือเปล่า ข้อมูลดิบที่มีต้องระวัง พวกได้ข้อมูลเยอะ ๆ ต้องระวังเพราะต้องวิเคราะห์สังเคราะห์ให้ดีก่อน จึงจะทำนายเหตุการณ์ขณะนั้นได้ว่าเป็นอย่างไร และอนาคตจะเป็นอย่างไร อันนี้สำคัญมาก ผมจึงบอกเสมอว่าใครจะทำอะไรเรื่องน้ำก็แล้วแต่ให้มองคนโบราณที่เขาอาศัยประสบการณ์จับมาวิเคราะห์ เวลานี้เหตุการณ์เรื่องน้ำในบ้านเมืองพวกเราเข้าใจกันหรือเปล่า ถ้ายังไม่เข้าใจจะไปอ่านอนาคตได้อย่างไร จะรู้ว่าต้องจัดการให้เกิดอุทกภัยน้อยที่สุดหรือไม่ให้เกิดเลยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องบริหารจัดการให้สมดุล ปริมาณน้ำในแต่ละเดือนมันแปรเปลี่ยนไปตลอด ไม่ใช่ลงมติการป้องกันน้ำท่วม ไม่ให้น้ำท่วมอย่างเดียว นี่ไม่ใช่ มันต้องมีน้ำพอใช้ให้ชาวบ้านเขาด้วย
แสดงว่าปีนี้เกิดน้ำแล้งเพราะบริหารผิดพลาด
น้ำเป็นสิ่งที่ธรรมชาติให้มา เขื่อนทำหน้าที่เก็บกักเพื่อไว้ใช้ยามขาดแคลน ยกตัวอย่างในช่วงต้นปี เรามีน้ำเต็มเขื่อน กระบวนการจัดการต้องใช้อย่างรู้คุณค่ามีประสิทธิภาพเพื่อการเพาะปลูกในหน้าแล้ง ส่วนน้ำท่วมน้ำมันมามากในช่วงไหน เราต้องรู้ช่วงเวลาและคาดเดาปริมาณได้ เช่น เดือนมกราคมน้ำเต็มเปี่ยม 98% ในเขื่อนใช้ไปแต่ละเดือนรู้หรือเปล่าว่าต้องใช้เท่าไร แล้วจะมา single command สั่งให้เร่งระบายน้ำให้เสร็จสิ้นภายในเดือนเม.ย.-พ.ค.อย่างนั้นอย่างนี้มันผิด ผมจึงต้องท้วงติงเพราะห่วงระบบของรัฐบาล ต้องสื่อไปยังลูกน้องเก่ากรมชลประทานว่าคุณต้องระวังนะระบายทิ้งระบายขว้าง ระบายมาร้อยล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งภูมิพลและสิริกิติ์ ระบายมาไม่ได้ใช้เลยนาปรัง น้ำท่วมมันยังไม่เกิดขึ้น ระบายวันละ 40-50 ล้านลูกบาศก์เมตรก็เต็มที่ ขนาดนั้นมันทิ้งไปกว่าครึ่ง สั่งไปได้อย่างไรให้น้ำเหลือไม่เกิน 45% จึงต้องท้วงติงผ่านสื่อต่าง ๆ จนถูกต่อว่าถูกกระแหนะกระแหน
รัฐบาลมีเจตนาต้องการพื้นที่ให้เขื่อนไว้เก็บน้ำ หากมีน้ำมากจะท่วม
การเข้าใจว่าน้ำท่วมใหญ่ในปี 54 เกิดจากน้ำในเขื่อนทำให้ท่วมเป็นการเข้าใจผิด เวลานี้ก็ยังเข้าใจผิด ๆ ว่าเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนต่าง ๆ ใช้ป้องกันน้ำท่วม ต้องทิ้งน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม คิดอย่างนี้ผิดเลย วัตถุประสงค์ของเขื่อนเขาทำเพื่ออะไรเข้าใจหรือเปล่า เขาไว้บริหารน้ำเก็บน้ำยามน้ำมาก ยามมีอุทกภัยเอาไว้กินไว้ใช้หน้าแล้ง ไม่มีเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ที่ไหนในโลกสร้างไว้เพื่อป้องกันน้ำท่วม เป้าหมายสำคัญแต่เอามาดูแลจัดการเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ตั้งอยู่ยอดแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน จะมาดูแลอุทกภัยให้กรุงเทพฯ ได้อย่างไร ปี 54 น้ำล้นตลิ่งนครสวรรค์ ต้นเดือนก.ย.ล้นเอา ๆ เพราะฝนตกที่ไหน มันหนักแถวลุ่มแม่น้ำยม ภาคกลางตอนบน ส่วนเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ทำหน้าที่ดักน้ำด้านบนไว้ไม่ปล่อยลงมาเลย กักไว้ไม่ให้น้ำลงมาเพิ่มซ้ำ แต่ใครจะไปรู้อนาคตว่าต้นเดือนตุลาคม มีพายุไทห่าง เนสาด เข้ามาอีกระลอกหนึ่ง มาเติมน้ำในเขื่อนจนกักไม่อยู่ต้องระบาย ใครจะรู้ พายุคาดเดายาก นักเทคโนโลยีเขื่อนเขารู้ดี รัฐบาลอยู่ไหนไม่รู้ หน้ามืดตามัวอยู่ที่ไหนไม่รู้ มาพูดตอนหลังเดือนธันวาคมกล่าวหาว่าบริหารเขื่อนผิดพลาด โอ๊ยเขาไม่เข้าใจมันเกิดอุทกภัยล้นตลิ่งตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนแล้ว หากยังจำ
ได้ตอนนั้นนายกรัฐมนตรี ไปโวยวายที่บางระกำ ไปกันเป็นขบวนจะตั้งบางระกำโมเดล โมเดลอะไรที่ไหนจะไล่น้ำไปไหน ธรรมชาติบางระกำมันต้องท่วม มันก็มาสายน้ำยม น้ำน่าน ไล่น้ำมามันก็เข้าท่วมนครสวรรค์และมาเรื่อยอย่างที่เห็นในอุทกภัยปี 54
ข้อสรุปอุทกภัยในปี 54 มีการระบุสาเหตุและข้อผิดพลาดแล้วหรือยัง
ผมไม่อยากบอกว่าเป็นความผิดพลาด มันเป็นการเรียนรู้เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย มันไม่น่าเกิดแบบนี้ มันไม่ควรโทษใคร เราควรให้อภัยและเดินหน้ากันต่อไป เราต้องบริหารน้ำจัดการให้มีคุณภาพและมีความระมัดระวังมากขึ้น หากน้ำปริมาณเหนือความคาดหมายมากมายขนาดนั้นเป็นเรื่องที่รับมือได้ยาก เราช่วยได้บรรเทาได้ ปัญหามันคือแบบนี้ไม่เคยมี และที่สำคัญการเข้ามาก้าวก่ายการจัดการระบบน้ำขนาดนี้มันไม่เคยมี ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไม่รู้กี่ชุด คณะกรรมการบริหารน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ(กบอ.) มันรวมทุกอย่างทั้งน้ำท่วมน้ำแล้ง และกรรมการน้ำชุดใหญ่ที่ทำเนียบฯอีกระดมกันเข้ามาแต่ผู้ปฏิบัติงานหลักยังเป็นกรมชลประทาน ซึ่งตอนนี้คิดเองไม่ได้ ต้องรับฟังคำสั่งการอย่างเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้ปฏิบัติเขาเข้าใจมากกว่าพวกที่สุมหัวกันอยู่อีก
ช่วงเกิดอุทกภัยผมเสนอระบบ single command ให้สั่งการจากศูนย์แห่งเดียว แต่มันเป็นช่วงที่เกิดอุทกภัยมันกำลังวิกฤติ ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการแก้ไข ตอนนั้นมันมีแต่ฝ่ายเสนาธิการ มีแต่คนคิด ไม่มีคนสั่งการไม่มีแม่ทัพ หาคนรับผิดชอบไม่ได้ ไม่มีใครกล้ากลัวมีความผิด กลัวถูกฟ้องร้องภายหลัง เลยต้องปล่อยกันเลยตามเลย ซึ่งปัญหาทุกอย่างมันก็คลี่คลายไปตามเวลาของมันเอง เสร็จแล้วก็มาดูความเสียหายกันจบไป แต่ถ้ามีแม่ทัพลงมาสั่งการให้อำนาจมาเต็มที่ และแม่ทัพมีความรู้ยอมฟังความเห็น ปัญหาที่ต่างคนต่างกั้น ชาวบ้าน นักการเมืองตีกันจะเป็นจะตายก็ไม่เกิดขึ้น อันนี้พื้นที่ส.ส.คนนี้น้ำเข้าไม่ได้ อันนี้ของฉันห้ามน้ำไปฉันเสียคะแนน มันจะจัดการได้ดีกว่านี้ น้ำน่าจะลดลงได้เร็วกว่านี้ ปริมาณน้ำในแต่ละพื้นที่คงไม่สูงเท่าที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นไม่ให้ท่วมคงเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นธรรมชาติที่น้ำมันมากเกินไป แต่ผันน้ำให้ไปในทางที่ไม่มีเครื่องมือจัดการ มันยุ่ง มันเข้าแล้วออกไม่ได้ มันเป็นความผิดของคนจัดการ
แม่ทัพไม่ใช่นายกฯ นะผมบอกไว้ก่อน เพราะนายกฯ ท่านไม่รู้เรื่อง ท่านไม่เคยเจอ แต่หาคนมานั่งประชุมแล้วเสนอนายกฯ ประชุมแล้วเสนอ มันจะทันอะไรกัน กรุงมันจะแตกมันยังนั่งประชุมแล้วเสนอ อนุมัติแล้วปฏิบัติทันกินอะไร ผมไม่อยากพูดแล้วเรื่องที่ผ่านมา ให้อภัยกันไป แต่ปีนี้ต้องทำให้ได้และจัดการให้ดี ไม่ใช่แค่ป้องกันน้ำท่วมแต่ต้องมีน้ำไว้ใช้ด้วย
โครงการจัดการน้ำแบบบูรณาการ 3.5 แสนล้านบาทของรัฐบาลเป็นอย่างไร
ผมไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร ไม่เคยมีการพูดกันชัด ๆ ให้ได้ยินสักที แต่ระบบยั่งยืนมันต้องผ่านการศึกษาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่แนวคิดแล้วทำ มันไม่ใช่เงินน้อย ๆ ซึ่งก็กำลังรอดูเขาว่าเขาจะทำอะไรและทำไมต้องรวมกันหมด ซึ่งเขาไม่ตอบคำถาม ผมนั่งประชุมด้วยกันยังไม่รู้เรื่อง จะทำอะไร ที่ไหน กี่ปีเสร็จ ไม่มีใครรู้ จะสร้างเขื่อนแม่วงก์ แก่งเสือเต้น มันผิดกฎหมายทำไม่ได้หรอก มันต้องศึกษาขออนุมัติเป็นขั้นตอนกันไป ไม่ใช่เปิดประมูลสร้างกันได้เลยทันที โครงการนี้เป็นเรื่องเสียเวลาแน่ ๆ เพราะมันคงทำอะไรไม่ได้ในความเป็นจริง สุดท้ายอาจเดินไปสู่ค่าโง่แบบโฮปเวลล์อีกงาน หากเอกชนเขาประมูลได้แล้วไม่สามารถให้เขาสร้างได้จริงเพราะติดปัญหาต่าง ๆ ของเราเอง เขาก็ฟ้อง
เอาค่าเสียหายจากเรา ผมอยากให้ภาคประชาชนรวมตัวกัน และเสนอให้รัฐบาลเปิดเผยเรื่องราวต่าง ๆ ว่าจะทำอะไรกันบ้างเพราะมันมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกคน การประชุมกยน.ครั้งสุดท้ายผมก็บอกกับเขาแล้วว่า เราต้องให้ประชาชนรับทราบบ้างว่าเราจะทำอะไร เขาจะได้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ถูก
ตอนแรกที่ผมเข้าไปเป็น กยน. เพราะเห็นว่าประเทศยังไม่มีระบบน้ำที่ยั่งยืน ท่านสมิทธ ธรรมสโรช ก็เช่นเดียวกันเข้าไปเพื่อชาติแต่ในการประชุมเพียงไม่กี่ครั้งวางกรอบวงเงินทันที 3.5 แสนล้านบาท ผมบอกท่านนายกฯ ควรศึกษาก่อน ใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีค่อยมาวางโครงการ แต่ถัดมาอีกสัปดาห์อนุมัติเงินกู้ทั้งหมดเพราะเขามีธงไว้แล้วแต่เอาพวกเราไปเป็นยันต์เท่านั้น เป็นผู้บริหารประเทศยังพูดตามที่คนอื่นบอกให้พูด นี่คืออันตรายของประเทศ.
ที่มา ...
http://www.dailynews.co.th/article/9/152625
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น