วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สถานีเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ กองทัพเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา




สถานีเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ กองทัพเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา
ความเป็นมา
           ตามที่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (ศบภ.ทร.) ได้อนุมัติให้กองเรือลำน้ำ
กองเรือยุทธการ
จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางน้ำ (ฉก.บภ.ทางน้ำ) มีหน้าที่รับผิดชอบช่วยเหลือและอพยพผู้ประสบภัยในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองสาขาต่างๆ ที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยา นำส่งให้แก่หน่วยเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางบก (ฉก.บภ.ทางบก)  ฐท.กท. นำส่งไปยังศูนย์อพยพหรือพื้นที่ปลอดภัยต่อไป  ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่จังหวัดปทุมธานีถึงจังหวัดสมุทรปราการ
           จากภารกิจดังกล่าวที่ว่าเป็นจุดศูนย์รวมกำลังพลกับยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือและอพยพทางน้ำ กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ จึงได้เสนอแนวความคิดในการจัดตั้งสถานีเรืออพยพลอยน้ำ กองทัพเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่กระแสน้ำได้หลากท่วมพื้นที่โดยรอบปริมณฑลและแผ่กระจายมาตั้งแต่ด้านเหนือของกรุงเทพฯ มีทิศทางลงใต้ ทำให้พื้นที่อพยพ
บนบกมีขีดจำกัด
วัตถุประสงค์ของสถานีเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ กองทัพเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา
           เพื่อเป็นจุดศูนย์รวม สั่งการ บัญชาการ และเป็นสถานที่อพยพประชาชนบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตรับผิดชอบ ซึ่งบนสถานีเรือที่จะจัดตั้งขึ้นมี ๒ ที่ ที่แรกบริเวณหน้าวัดไทรม้าใต้ สะพานพระนั่งเกล้า อีกที่หนึ่ง ที่บริเวณหน้าวัดเฉลิมพระเกียรติ สะพานพระราม ๕
ขนาดและยุทโธปกรณ์ประจำสถานีเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ กองทัพเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา
           สถานีเรือแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย แพลอยน้ำขนาด ๘ X ๑๒.๕ ตารางเมตร (๑๐๐ ตารางเมตร) จำนวน ๒ – ๓ แพ ในแต่ละพื้นที่สามารถรองรับผู้อพยพได้ จำนวนประมาณ ๒๐๐ – ๓๐๐ คน
โดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำแพประมาณ ๑๐
– ๒๐ นาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อพยพ มีหน่วยแพทย์ เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาลเบื้องต้นกับผู้อพยพ รวมถึงมีเรือพยาบาล สำหรับเป็นหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสามารถนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ เพื่อส่งต่อยังโรงพยาบาลใกล้เคียงได้
           นอกจากสถานีเรือจะทำหน้าที่คัดแยกและส่งต่อผู้อพยพไปส่งพื้นที่พักพิงแล้ว ยังสามารถรองรับผู้อพยพที่ไม่สามารถส่งต่อไปยังที่ปลอดภัย หรือไม่มีสถานที่หรือญาติพี่น้องที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย เช่น เครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่ หน่วยแพทย์ ที่พักอาศัย สุขา รวมถึงยังสามารถเป็นที่เทียบเรือ จำนวน ๔ – ๕ ลำ เพื่อเตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และอพยพเคลื่อนย้ายตามที่ได้รับการร้องขอ โดยเรือที่จอดประจำแพ ประกอบด้วย
           ๑.       เรือปฏิบัติการพิเศษความเร็วสูง (เรือ พ.) สามารถสนับสนุนการลำเลียงผู้อพยพได้ครั้งละประมาณ ๔๐ – ๖๐ คน และสามารถลำเลียงถุงยังชีพได้ประมาณ ๑,๐๐๐ ถุง
           ๒.      เรือกวาดทุ่นระเบิดน้ำตื้น (เรือ ท.) สามารถสนับสนุนการลำเลียงผู้อพยพได้ครั้งละประมาณ ๓๐ – ๔๐ คน และสามารถลำเลียงถุงยังชีพได้ประมาณ ๕๐๐ ถุง 
           ๓.      เรือยางเครื่องยนต์ติดท้าย สามารถสนับสนุนการลำเลียงผู้อพยพได้ครั้งละประมาณ
๘
– ๑๐ คน และสามารถลำเลียงถุงยังชีพได้ประมาณ ๘๐ - ๑๐๐ ถุง
           ๔.      เรือท้องแบนเครื่องยนต์ติดท้าย สามารถสนับสนุนการลำเลียงผู้อพยพได้ครั้งละประมาณ ๑๐ – ๑๕ คน และสามารถลำเลียงถุงยังชีพได้ประมาณ ๑๐๐ - ๑๕๐ ถุง
           ๕.      เรือ LCVP (เรืออพยพ) สามารถสนับสนุนการลำเลียงผู้อพยพได้ครั้งละประมาณ ๒๐ – ๓๐ คน และสามารถลำเลียงถุงยังชีพได้ประมาณ ๑๐๐ – ๒๐๐ ถุง
           ๖.       เรือ SEA LEG สามารถวิ่งได้ทั้งบกและน้ำ สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ทั้งบก และน้ำ 
           ๗.      เรือพยาบาล  สนับสนุนการลำเลียงทางการแพทย์ 

ผังสถานีเรือช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ กองทัพเรือ ในแม่น้ำเจ้าพระยา
๑๒.๕ เมตร
 
๑๒.๕ เมตร
 

Text Box:   ๘ เมตร
ศูนย์คัดแยกฯ
 
จุดพักถุงยังชีพ
 
Text Box:   ๘ เมตร
ที่พักผู้อพยพ
 
หน่วยแพทย์
 

Pentagon: เรือพยาบาล
Pentagon: เรือ ท. / เรือ LCVP
Pentagon: เรือ พ.

เรือยาง
 



--------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น