วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เร่งล่าตัว'อาร์ม ตามาร'เหิมเกริมแหกห้องขังศาลสุราษฎร์ฯ เมื่อ 1 ส.ค.57



เร่งล่าตัว'อาร์ม ตามาร'เหิมเกริมแหกห้องขังศาลสุราษฎร์ฯ
 
ผู้ต้องหาคดียาเสพติดแก๊งตามาร อาศัยจังหวะช่วงชุลมุนขณะนำตัวส่งศาลฝากขังนัดแรก หลบหนีลอยนวล

นายปองบุริศร์ เอียดนิมิต อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติด เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี หลบหนีจากห้องควบคุมตัว ด้านหลังศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจศาล กำลังไขกุญแจเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องหารายอื่น โดยถีบประตูห้องควบคุมออกมา และใช้ช่วงชุลมุนหลบหนีไป

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ภรศักดิ์ นวนหนู รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี และตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานีออกติดตาม อย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ นายปองบุริศร์ เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด และอาวุธปืน และเป็นสมาชิกแก๊งตามาร เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกจับกุมโดยตำรวจภูธรขุนทะเล และถูกนำตัวมาที่ศาลเพื่อฝากขังนัดแรกในวันนี้ จนกระทั่งมาก่อเหตุหลบหนีออกจากห้องขัง
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แพทช์ มช.เผยแมงมุมที่สันป่าตองเป็นแม่ม่ายสีน้ำตาลพิษไม่ร้ายแรง แค่จิ๊บๆ เมื่อ 1 ส.ค.57



แพทช์ มช.เผยแมงมุมที่สันป่าตองเป็นแม่ม่ายสีน้ำตาลพิษไม่ร้ายแรง แค่จิ๊บๆ
 
รศ.ดร.ปรัชญา สมบูรณ์ หัวหน้าภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.)

เปิดเผยว่า  ผลตรวจแมงมุมที่สันป่าตอง วันที่ 31 กรกฎาคมพบว่าเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล  ที่พบได้ทั่วไปพบได้ทั่วโลกและมักจะเข้าใจผิดว่ามันเป็นแมงมุมแม่หม้ายดำที่จริงไม่ใช่


โดยปกติแล้วแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลไม่ค่อยมารบกวนมนุษย์เท่าไหร่  
ถึงแม้โดนกัดมันก็ไม่มีอาการรุนแรงจนถึงต้องวิตกกันอย่างที่เป็นข่าว เพราะฉะนั้นควรจะให้ความรู้ที่ถูกต้องกับประชาชนไว้ว่าไม่ควรไปตื่นตระหนกหากเจอแมงมุมที่ใต้โต๊ะ หรือมุมตึก เพราะความจริงแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล  หากโดนกัดพิษเหมือนมด  ยกเว้นในบางรายที่มีการแพ้มากกว่าคนอื่น 


"ที่ว่ากันมาว่าพิษมันร้ายแรงกว่าแมงมุมสีดำ  มากกว่าพิษงูเห่าหลายเท่านี่ไม่จริง เพราะไปเทียบกันในลักษณะว่างูเห่ากัดทีพิษออกมากี่ซีซี  แต่แมงมุมนี่กัดปริมาณพิษออกมานิดเดียวอาจไม่มาก  เอาไปเทียบกันความจริงแล้วแมงมุมกัดพิษมันแค่กินเหยื่อของมัน  เพราะฉะนั้นที่ว่ากัดแล้วถึงกับช็อคตาย หรือเป็นอันตรายเหมือนงูเห่านี่เป็นความเข้าใจผิดครับ  สื่อนี่จะต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าไม่มีอันตรายอะไร  อย่าวิตกให้เกินเหตุ"
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

"หรั่ง" การ์ดกปปส. มอบตัวที่สน.ทุ่งสองห้อง กรณีทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส หลังยกกรวย เมื่อ 1 ส.ค.57



"หรั่ง" การ์ดกปปส. มอบตัวที่สน.ทุ่งสองห้อง กรณีทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส หลังยกกรวย
 
"หรั่ง" การ์ดกปปส. มอบตัวที่สน.ทุ่งสองห้อง กรณีทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส หลังยกกรวย

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 31 กรกฎาคม ที่สน.ทุ่งสองห้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายเจษฎา หรือ หรั่ง ทันแก้ว อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 118/48-49 หมู่ 2 ต.หนองป่าคลั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่  ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความส่วนตัว  เพื่อเข้ามอบตัวกับ ร.ต.ท. ณรงค์  สุวรรณรักษ์  พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง หลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหา ก่อเหตุร่วมกับพวกกว่า 10 คน ทำร้ายร่างกาย พ.อ.วิทวัส วัฒนกุล  รองผอ.กองวิเทศสัมพันธ์ สำนักวิเทศสัมพันธ์  กรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ต่อมาทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางมายังห้องสืบสวน หลังจากทราบข่าว เมื่อนายเจษฎาเจอหน้าผู้สื่อข่าว ได้ชี้หน้า พร้อมขู่ว่า หากกลุ่มผู้สื่อข่าวถ่ายรูปและลงหนังสือพิมพ์ จะฟ้องร้องในกรณีนำภาพไปเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ พร้อมนำมือถือมาพยายามบันทึกภาพผู้สื่อข่าวตลอดเวลา

ด้าน ร.ต.ท. ณรงค์  เปิดเผยว่า นาย เจษฎา นั้น มีหมายจับของ ศาลอาญา เลขที่ 1257/2557 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2557

ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่า หรือร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต  เหตุเกิด เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 24 เมษายน ที่ศูนย์ราชการหลังอาคาร A ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่    โดยหลังจากนี้จะสอบปากคำนายเจษฎาอย่างละเอียด เพื่อประกอบสำนวน ก่อนนำตัวส่งศาลในวันที่ 2 สิงหาคมนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเจษฎานั้น เป็นกลุ่มการ์ดของผู้ชุมนุมกปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ

ซึ่งมีหลวงปู่พุทธอิสระ เป็นแกนนำ  และตกเป็นผู้ต้องหาเนื่องจากได้ก่อเหตุพร้อมกับพวกกว่า 10 คนรุมทำร้ายพ.อ.วิทวัส  วัฒนกุล  น้องชายของพ.ต.อ.ธนวัตร  วัฒนกุล ผกก.สน.โชคชัย  ขณะลงจากรถไปยกกรวยที่ขวางถนนอยู่ เพื่อเดินทางกลับเเฟลตที่พัก
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

กองสลากเพิ่มเงินรางวัลแจ๊กพ็อต เริ่มตั้งแต่งวด 1 สิงหาคม เป็นต้นไป เมื่อ 1 ส.ค.57



กองสลากเพิ่มเงินรางวัลแจ๊กพ็อต เริ่มตั้งแต่งวด 1 สิงหาคม เป็นต้นไป
 
รายงานข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯได้ปรับเงินรางวัลที่ 1 พิเศษ (แจ๊กพ็อต)

โดยเพิ่มอีก 2 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่งวดวันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป เนื่องจากมีการพิมพ์สลากฯเพิ่มอีก 2 ล้านฉบับ ส่งผลให้รางวัลสลากฯต้องปรับเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยรางวัลที่ 1 พิเศษ สำหรับเลขชุดที่ 1-30 เงินรางวัล 30 ล้านบาท และเลขชุดที่ 49-70 เงินรางวัล 22 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 20 ล้านบาท

สำหรับบรรยากาศการซื้อขายสลากฯที่เป็นช่วงใกล้ออกรางวัลเป็นไปด้วยความเงียบเหงาอย่างมาก

เนื่องจากราคาสลากฯได้ปรับตัวสูงกว่าที่ คสช.กำหนดกรอบราคาขาย ใบละ 80-92 บาท แต่ปัจจุบันพบว่าผู้ค้าสลากฯรายย่อยทั้งที่ตั้งแผงขาย เร่ขาย และจักรยาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับโควต้าจำหน่าย ทำการขายในราคาใบละ 90-100 บาท ทำให้ประชาชนที่ต้องการเสี่ยงโชคลดลง

"สาเหตุหลักที่มีการขายสลากฯเกินราคา เกิดจากการปรับเพิ่มราคาสลากฯของผู้ที่ได้รับโควต้า เมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมาราคาขายส่งใบละ 80 บาท ปรับเป็นราคาใบละ 85-88 บาทตามกรอบราคาของ คสช. ทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องซื้อในราคาที่สูงเกินกว่าปกติ เมื่อนำมาเร่ขายให้กับประชาชน จึงตกที่ใบละ 90-100 บาท เพราะมีต้นทุนสูง" แหล่งข่าวกล่าว
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

วันชัย หนุน ประยุทธ์ นั่งนายกฯ ตั้ง ครม. ตามความเหมาะสม เมื่อ 1 ส.ค.57



 วันชัย หนุน ประยุทธ์ นั่งนายกฯ ตั้ง ครม. ตามความเหมาะสม
 
"อดีต ส.ว.วันชัย" หนุนเต็มที่ พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกฯ แนะตั้ง ครม. ตามความเหมาะสม ไม่ควรเป็นพรรคพวกของตนเองมากเกินไป 
นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า จากกระแสข่าวที่มีการสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ตนเองเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะว่าเป็นผู้เข้าควบคุมอำนาจ ย่อมต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะเกิดขึ้น เพราะหากเลือกผู้อื่นมารับตำแหน่ง แต่ไม่สามารถทำงานขับเคลื่อนประเทศไปในแนวทางที่ คสช. ประกาศไว้ในวันยึดอำนาจ ความรับผิดชอบและแรงกดดันก็จะย้อนกลับไปหา พล.อ.ประยุทธ์ เอง 
ทั้งนี้ อดีต ส.ว.วันชัย ยังกล่าวถึงตำแหน่งคณะรัฐมนตรีด้วยว่า

จากสถานการณ์บ้านเมือง ณ ปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องโควตาเหมือนในอดีต แต่ควรที่จะหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่ง แต่ก็ไม่ควรเป็นพรรคพวกของตนเองมากเกินไป ควรมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของประเทศมากที่สุด
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว และรูปภาพ คุณภาพดี โดย: INN NEWS

รอง ผบ.ตร. แจ้งข้อหา "จารุพงศ์" ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.เมื่อ 1 ส.ค.57



รอง ผบ.ตร. แจ้งข้อหา "จารุพงศ์" ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.
 
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แจ้ง 3 ข้อหานายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ พร้อมจัดชุดติดตามจับกุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ซึ่งขณะนี้หลบหนีไปยังต่างประเทศในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า

ขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือ ปอท. เร่งดำเนินการกับนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังเผยแพร่คลิปวิดีโอแถลงการณ์ไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และได้มีการดำเนินคดีใน 3 ข้อหา ได้แก่ ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, หมิ่นประมาท และฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช. แล้ว 
พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

จัดชุดติดตามจับกุม พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ตามหมายจับข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งขณะนี้ พ.อ.อภิวันท์ ได้หลบหนีไปยังต่างประเทศแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่ประเทศใด ขณะนี้เร่งประสานงานกับต่างประเทศเพื่อดำเนินการจับกุมตัว

ผู้สื่อข่าว : ทีมข่าวสปริงนิวส์

หนีไปแล้ว หนุ่มอวดอ้างพุทธเจ้า หวั่นข้ามแดนเขมร-โผล่ไทย เมื่อ 1 ส.ค.57



หนีไปแล้ว หนุ่มอวดอ้างพุทธเจ้า หวั่นข้ามแดนเขมร-โผล่ไทย
 

หนุ่มเขมรอ้างตัวเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด เผ่นหนีหายไปจากวัดแล้ว ไม่มีใครรู้หลบไปอยู่ที่ไหนเผยประวัติเป็นถึงหลานรองนายก กัมพูชา จึงมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งหลงเชื่อ แห่กราบไหว้ ด้านเจ้าคณะอำเภออรัญประเทศ ยันไม่ต้องกังวลจะบวชแล้ว ข้ามมาอยู่ฝั่งไทย คณะสงฆ์มีกฎระเบียบรัดกุม ขณะที่ผอ.สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมเตือนคนไทยอย่าหลงเชื่อ สั่งสำนักพุทธจังหวัด ประสานเจ้าคณะปกครองตามแนวชายแดนตรวจสอบ เฝ้าระมัดระวังอย่าง ใกล้ชิด

จากกรณีเจ้าหน้าที่บริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เตือนคนไทยที่เดินทางข้ามไปยังประเทศกัมพูชา ให้ระมัดระวังอาจถูกหลอกลวงต้มตุ๋น เนื่องจากมีการส่งภาพและข้อมูลเกี่ยวกับผู้ชายชาวกัมพูชา ที่วัดตวลราชา จ.ก็อนดาล อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปประมาณ 50 ก.ม. 

มีพฤติกรรมนุ่งห่มชุดขาว แสดงท่าทางอิริยาบถเลียนแบบพระพุทธเจ้า แล้วอวดอ้างตัวเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด หรือพระศรีอารยเมตไตรย และมีผู้หลงเชื่อเดินทางไปทำบุญ อาจทำให้ถูกหลอกให้เสียทรัพย์สินได้ และจากการตรวจสอบทราบเบื้องต้นว่าชายคนดังกล่าวชื่อนายเธียน วุฑฒี อายุ 65 ปี เป็นหลานนักการเมืองที่มีตำแหน่งในรัฐบาลกัมพูชา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเหตุการณ์เกี่ยวกับนายเธียน วุฑฒี ชาวกัมพูชา ที่นุ่งห่มชุดขาวแอบอ้างตัวเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด ไปยังนายซก สุวรรณ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงกัมพูชา 

โดยนายซกเปิดเผยว่า ได้ส่งผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่วัดตวลราชา จ.ก็อนดาล ที่นายเธียนพักอาศัยอยู่ ปรากฏว่านายเธียนหลบหนีออกไปจากวัดแล้ว โดยไม่มีใครทราบว่าหลบหนีไปที่ไหน และจากการตรวจสอบล่าสุดยังทราบอีกว่านายเธียนเป็นหลานรองนายกรัฐมนตรีใน รัฐบาลกัมพูชา จึงทำให้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งหลงเชื่อสิ่งที่ นายเธียนอวดอ้าง 

ด้านพระสิริวุฒิเมธี เจ้าคณะอำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว กล่าวว่า การที่นายเธียนพูดชักจูงให้ญาติโยมหลงเชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด แสดงว่านาย เธียนมีพรสวรรค์ด้านการพูด ส่วนที่หลายคนวิตกกังวลว่านายเธียนจะแอบบวชเป็นพระแล้วข้ามมาอยู่ในฝั่งไทย นั้น ไม่ต้องวิตกกังวล 

เนื่องจากคณะสงฆ์ไทยมีกฎกติกาค่อนข้างรัดกุม ว่าห้ามรับพระสงฆ์ต่างชาติเข้ามาจำพรรษาในวัดอย่างเด็ดขาด ถ้าจะเข้ามาเยี่ยมญาติโยมก็อยู่ได้ไม่เกิน 7 วัน หรือถ้ามีความประสงค์จะเข้ามาศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมต้องทำเรื่องตาม ขั้นตอน และคณะสงฆ์ต้องพิจารณาอนุญาตด้วย 

ขณะที่นายภัค รธรณ์ เทียนไชย ผวจ.สระแก้ว กล่าวว่า ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแจ้งให้คนไทยทราบถึงกรณีชาวกัมพูชาแอบอ้าง เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว คงไม่มีใครไปหลงเชื่ออีก อย่างไรก็ตาม คนไทยที่หลงไปกราบไหว้และเชื่อถือคงมีไม่มาก คนไทยส่วนใหญ่ในกรุงพนมเปญเป็นนักธุรกิจ อาจมีบางคนที่มีปัญหาด้านธุรกิจ เมื่อมีเพื่อนชาวกัมพูชาพูดให้ฟังถึงกิตติศัพท์ของนาย เธียนก็คงจะเข้าไปให้นายเธียนรดน้ำมนต์ เพื่อหวังให้ธุรกิจราบรื่น

ด้าน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักพุทธฯ ขอเตือนคนไทยอย่าไปหลงเชื่อบุคคลผู้นี้ ว่าเป็นผู้วิเศษหรือเป็นพระพุทธเจ้ากลับชาติมาเกิด อย่าหลงเชื่อในปาฏิหาริย์ต่างๆ อาจทำให้ถูกหลอกเสียทรัพย์สิน แม้ชายคนดังกล่าวจะยังไม่ได้เข้ามาในประเทศไทยก็ตาม คงต้องฝากให้สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สระแก้ว พร้อมทั้งขอความร่วมมือพระสังฆาธิการเจ้าคณะปกครองต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชายแดนกัมพูชาคอยดูแลและติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ชาวบ้านตามแนวชายแดนหลงเป็นเหยื่อ 

พระราชรัตนา ภรณ์ เจ้าอาวาสวัดแก้วฟ้าจุฬามณี เขตดุสิต กทม. ในฐานะหัวหน้า พระวินยาธิการ หรือตำรวจพระ กล่าวว่า ฝากเตือนชาวพุทธ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตามแนวชายแดนกัมพูชา อย่าไปหลงเชื่อ เป็นการโกหกหลอกลวงให้คนเกิดความศรัทธาและบริจาคเงินให้เสียทรัพย์ แม้เรื่องราวที่เกิดขึ้นอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากพบการหลอกลวงลักษณะนี้ในจังหวัดใดในประเทศ ไทย ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมือง หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้จัดการได้ทันที

ขณะเดียวกัน พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ แห่งวัดสร้อยทอง พระสงฆ์ชื่อดังในโลกสังคมออนไลน์ ร่วมโพสต์เฟซบุ๊กว่า หากพูดถึงการอวดอ้างการเป็นร่างทรง ร่างผ่าน หรือเป็นอวตารของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็มีอยู่ทั่วไปและเห็นบ่อยครั้ง ในทัศนะส่วนตัวของอาตมาคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล 

โดยเฉพาะพวกที่อ้างว่าเป็นร่างทรงของเทพ ยิ่งเชื่อไม่ได้ ถ้ากลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ทางศาสนาให้ดี เรื่องเทพเทวดาถูกสร้างขึ้นมาจากมนุษย์ทั้งนั้น มนุษย์เราอุปทานสร้างเทพขึ้นมาจากความกลัว อย่างคนสมัยก่อนเห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ ก็คิดว่าเป็นเพราะอำนาจลี้ลับที่มองไม่เห็น เป็นเรื่องของเทพเจ้ากำลังลงโทษ แล้วเชื่อกันจากสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ก็กลายเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงได้

พระมหาไพรวัลย์ระบุว่า คนพุทธเดี๋ยวนี้ชอบเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประเภททรงเจ้าเข้าผี เรื่องของอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ การบันดาลโชคลาภ เชื่อสิ่งที่มองไม่เห็น มากกว่าสิ่งที่พิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง คนพุทธจึงถูกมองว่าโง่งมงายและหลอกง่าย บางคนเมื่อรู้ว่าถูกหลอกก็โวยวายเอาเรื่อง 

แต่ตอนที่เชื่อเขาทำไมไม่ใช้ปัญญาพิจารณา และไม่ตั้งคำถามถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังเชื่อหรือกำลังทำอยู่ว่าสมเหตุสมผลแค่ ไหน ทำไมไม่แยกระหว่างเรื่องของศรัทธากับปัญญา หรือไม่เชื่อพระพุทธเจ้าที่สอนว่าให้เรารู้จักใช้สติกับปัญญาให้มากในการ ดำเนินชีวิต และควรดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท ส่วนพระดำรัสสุดท้ายก่อนที่จะทรงปรินิพพาน ก็เตือนไว้ชัดเจนว่า อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ แปลว่า ขอให้พวกท่านจงดำเนินชีวิตให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด

พระ มหาไพรวัลย์ระบุต่อว่า เรื่องแบบนี้ต้องเริ่มที่ตัวเอง คือต้องโทษตัวเองก่อน โทษความคิดที่ไม่ตริตรองถึงเหตุและผล โทษความงมงายงี่เง่า ความหวังแต่จะพึ่ง คนอื่น การคิดว่าชีวิตนี้จะไปฝากผีฝากไข้กับผีสางนางไม้ที่ไหนได้ ความเชื่อที่จะได้หรือมีอะไรโดยไม่ต้องลงทุน ความมักง่าย ความอ่อนแอ ความไม่รู้จักการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง 

เมื่อรู้จักโทษตัวเองแบบนี้มันจะทำให้ตาสว่างได้ แล้วเราจะฉลาดขึ้นมาเอง แต่ถ้ายังไม่รู้จักการเริ่มใช้สติปัญญากับเรื่องแบบนี้ ยังพร้อมที่จะเชื่ออะไรต่อมิอะไรโดยปราศจากการตั้งคำถามด้วยตนเอง ก็สมแล้วที่ผู้ชายในรูปนี้จำเป็นต้องเป็นพระพุทธเจ้า อวตารมาเตือนสติชาวพุทธกันอีกครั้ง
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด