วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ยี้!!หนูตายคากระบอกข้าวหลาม ชาวเนตกุมขมับแขยงไม่กล้ากิน เมื่อ 27 พ.ค.57



ยี้!!หนูตายคากระบอกข้าวหลาม ชาวเนตกุมขมับแขยงไม่กล้ากิน
 
27 พ.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก "เกาะติดฅนกู้ภัย(ลั่นล้า18+)" ได้เผยแพร่ภาพกระบอกข้าวหลามชวนขนลุก เนื่องจากด้านในมีลูกหนูติดอยู่ก้นกระบอก โดยแฟนเพจดังกล่าวได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับภาพนี้ว่า "จะเป็นยังไงหากท่านกินข้าวหลามอันแสนอร่อย จนใกล้หมด แต่เมื่อคว้านลงไปถึงก้นกระบอกไม้ไผ่ ปรากฎว่าพบหนูทั้งตัวอยู่ในนั้น..!!"
โดยจากการตั้งข้อสังเกตคาดว่า หนูตัวนี้ได้กลิ่นหอมจากกระบอกไม้ไผ่ จึงมุดเข้าไปอยู่ด้านใน กระทั่งพ่อค้าแม่ค้า นำข้าวเหนียวยัดใส่ลงไปโดยไม่ได้สังเกต ก่อนนำไปตั้งไฟเผาจนสุกแล้วนำออกวางขาย โดยที่ไม่รู้ว่ามีหนูตายอยู่ด้านใน
ขณะที่ผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ต่างรู้สึกสะอิดสะเอียนกับภาพนี้ บางรายถึงขั้นแขยงไม่กล้ากินข้าวหลามอีกเลย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า 

หนุ่มกู้ภัยสุโขทัยถ่ายรูปเล่นในรถตู้ขนศพ อ้างเจอภาพติดวิญญาณ เมื่อ 27 พ.ค.57



หนุ่มกู้ภัยสุโขทัยถ่ายรูปเล่นในรถตู้ขนศพ อ้างเจอภาพติดวิญญาณ
 
วันที่ 27 พ.ค. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพสวรรคโลก จ.สุโขทัย
มีอาสาสมัครของกู้ภัยข่าวภาพได้ถ่ายรูปติดวิญญาณคนตาย ภายในรถตู้เลขทะเบียน นข 3186 สุโขทัย ซึ่งใช้สำหรับขนศพและไว้บริการผู้ประสบอุบัติเหตุ โดยภาพที่ถ่ายติดมาได้นั้น มองเห็นเป็นลักษณะวิญญาณครึ่งตัว และมีใบหน้าคล้ายเด็กหนุ่มวัยรุ่น ที่เคยขับรถจักรยานยนต์มาชนกับรถตู้คันดังกล่าวจนเสียชีวิต เมื่อช่วงปลายปี 56

นายอภิชัย  ติยวัฒน์ หัวหน้าศูนย์กู้ภัยข่าวภาพสวรรคโลก กล่าวว่า
เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 25 พ.ค. 57 อาสาสมัครของกู้ภัยข่าวภาพ 4 คน ได้ไปรอรับศพผู้เสียชีวิตรายหนึ่งที่โรงพยาบาลศรีสังวรสุโขทัย เพื่อจะนำมาส่งญาติที่บ้านหมู่ 5 ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก ระหว่างที่นั่งรออยู่ท้ายรถตู้นั้น ก็ได้เอากล้องออกมาถ่ายรูปกันเล่น กระทั่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลนำศพมาถึงที่รถ จึงเก็บกล้องแล้วก็ทำหน้าที่ต่อ


จนมาวันนี้ได้มีการเอารูปจากกล้องลงคอมพิวเตอร์ แล้วก็นั่งดูกัน
ปรากฏว่า มีรูปคล้ายวิญญาณคนติดมาด้วย อยู่ตรงเหนือศีรษะด้านขวาของอาสาสมัครกู้ภัย ลักษณะเป็นวิญญาณครึ่งตัวกอดอกเอียงไปทางขวา และที่น่าประหลาดใจอย่างมาก คือมีใบหน้าคล้ายเด็กหนุ่มวัยรุ่นอายุ 18 ปี ซึ่งขับรถจักรยานยนต์แหกโค้งมาชนกับรถตู้คันนี้ จนเสียชีวิตคาที่เมื่อเดือนต้นตุลาคม 56


“หลังจากรถตู้ประสบอุบัติเหตุก็เอาเข้าอู่ เพิ่งจะซ่อมเสร็จเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ก็เอาไปให้พระท่านเจิมปัดเป่า พร้อมทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้ตายด้วย ก่อนนำรถออกมาใช้อีกครั้ง” นายอภิชัย กล่าว
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

ผู้เสียหายกว่า 20 ราย ขึ้นโรงพักแจ้งความโดนตุ๋นซื้อ "กล้องเซลฟี่" เมื่อ 27 พ.ค.57



ผู้เสียหายกว่า 20 ราย ขึ้นโรงพักแจ้งความโดนตุ๋นซื้อ "กล้องเซลฟี่"
 
ผู้เสียหายกว่า 20 ราย ขึ้นโรงพักแจ้งความโดนตุ๋นซื้อ "กล้องเซลฟี่" โอนเงินแต่ไม่ได้ของเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 คน เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าได้ถูก น.ส.พชรพรรณ หรือ บาธ หลอกขายกล้องถ่ายรูปยี่ห้อคาสิโอ รุ่น ซีอาร์ 1200 ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในขณะนี้ในชื่อกล้องเซลฟี่ โดยอ้างว่าสามารถหาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาในท้องตลาด โดยนำหลักฐานสลิปการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร และเอกสารการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา แสดงเป็นหลักฐาน

ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ได้พบเห็นการประกาศขายกล้องถ่ายรูปรุ่นดังกล่าว ผ่านทางร้านค้าในอินสตราแกรม (ไอจี)
ที่ใช้ชื่อว่า มิฮารุชอป (Miharo Shop) ซึ่งมี น.ส.บาธ นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรังสิต เป็นเจ้าของไอจี โดยจำหน่ายให้ในราคา 10,500 บาท ถูกกว่าราคาปกติตามท้องตลาดกว่า 5,000 บาท และเห็นว่ามีผู้ติดต่อสั่งซื้อจำนวนมาก จึงสนใจและได้พูดคุยเพื่อสั่งซื้อทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ก่อนจะโอนเงินค่าสินค้าไปให้ มีกำหนดนัดรับของวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา

แต่เมื่อถึงกำหนดกลับไม่มีการส่งสินค้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังทราบว่ามีผู้เสียหายอีกกว่า 50 ราย ที่หลงเชื่อไม่ได้รับสินค้าเช่นเดียวกัน ทั้งหมดได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความที่ บก.ปคบ.ไปก่อนหน้านี้แล้ว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ ทางสื่อมวลชนประจำ บก.ป.ได้ให้คำแนะนำ ให้ผู้เสียหายรวมตัวกันเข้าแจ้งความเพื่อยืนยันดำเนินคดี 
โดยให้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้พิจารณาว่า เข้าข่ายกระทำความผิด ฐานใด อยู่ในหน้างานหรืออำนาจหน้าที่ในการพิจารณาสอบสวนดำเนินคดีหรือไม่ จากนั้นผู้เสียหายจึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ชนะ ขำทอง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.

ด้าน ร.ต.ท.ชนะ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้ร้องไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบกับเอกสารหลักฐานต่างๆ ก่อนจะเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ทหาร 1 กองร้อยบุกยึดสถานีโกตี๋ แดงปทุมธานี - ปีนถอดเสาสัญญาณ เมื่อ 27 พ.ค.57



ทหาร 1 กองร้อยบุกยึดสถานีโกตี๋ แดงปทุมธานี - ปีนถอดเสาสัญญาณ
 
ทหาร 1 กองร้อยบุกยึดสถานีโกตี๋ แดงปทุมธานี - ปีนถอดเสาสัญญาณ
ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่สถานีวิทยุคนเสื้อแดง คลื่น FM 106.10  ภายในซอยปิยนนท์ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  ซึ่งเป็นสถานีวิทยุชุมชนของโกตี๋ ที่ถูกหมายจับคดีหมิ่นเบื้องสูง  ปรากฎว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 1 กองร้อย พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 20 นาย นำหมายเข้าตรวจยึดสถานี
 จากนั้นมีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นายได้ปีนขึ้นไปถอดเสาสัญญาณการออกอากาศรายการวิทยุออกและรื้อถอนอุปกรณ์การออกอากาศ รวมทั้งได้ปิดถนนภายในซอยปิยนนท์ ทั้งขาเข้าและขาออก ตรวจค้นผู้ที่สัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงเข้ามาคัดค้านแต่อย่างใด 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

นาทีทหารปฏิบัติการ คุมตัว ′จาตุรนต์ ฉายแสง′ กลางสโมสรผู้สื่อข่าว เมื่อ 27 พ.ค.57



นาทีทหารปฏิบัติการ คุมตัว ′จาตุรนต์ ฉายแสง′ กลางสโมสรผู้สื่อข่าว
 
รองโฆษก"ทบ."ย้ำ"จาตุรนต์"ขัดขืนคำสั่ง"คสช." พฤติกรรมไม่เหมาะสม เตรียมส่งฟ้องศาลทหาร
 
เวลา 14.30 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่อาคารกำลังเอก สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ไม่ได้เข้ารายงานตัวตามประกาศของคณะรักษาความสงบ (คสช.) และไปเปิดแถลงข่าวที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ก่อนทหารเข้าควบคุมตัวว่า นายจาตุรนต์ขัดขืนไม่ปฏิบัติตามประกาศของ คสช. และจนถึงขณะนี้เลยเวลาที่กำหนด จึงถือว่านายจาตุรนต์มีความผิด

พ.อ.วินธัยกล่าว่า การดำเนินการใดๆ จะเป็นเรื่องขั้นตอนตามกฎหมาย
เพราะว่าเนื้อหาที่นายจาตุรนต์เผยแพร่ก่อนหน้ามีส่วนในการสร้างปัญหานำมาสู่ความไม่สงบ ขัดนโยบายของ คสช.อย่างชัดเจน และการแถลงข่าวของนายจาตุรนต์เป็นเพียงความต้องการช่วงชิงพื้นที่สื่อ แต่ทาง คสช.มั่นใจในเหตุผลความจำเป็น และมีข้อมูลที่เพียงพอในการความเข้าใจกับสื่อต่างประเทศว่า สิ่งที่ปฏิบัติเป็นเรื่องทางกฎหมาย

“นายจาตุรนต์มีความผิดในการฝ่าฝืนประกาศ คสช. ขัดต่อการประกาศกฎอัยการศึก รวมทั้งพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการควบคุม และนำตัวเข้าสู่กระบวนการ เพื่อส่งฟ้องต่อศาลทหารต่อไป”พ.อ.วินธัยกล่าว

ต่อมาเวลา 15.30น. ระหว่างนายจาตุรนต์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวไทยอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้ามาควบคุมตัวนายจาตุรนต์ไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22พฤษภาคม 2557  คสช.ได้ออกคำสั่งเรียกบุคคลเข้ารายงานตัว ทั้งอดีตรัฐมนตรี นักการเมือง นักวิชาการ ส่วนใหญ่เดินทางเข้ารายงานตัวต่อคสช.อย่างต่อเนื่อง  แต่ปรากฎว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรมว.มหาดไทย ไม่เข้ามารายงานตัวตามคำสั่งของคสช.

ต่อมา คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 10/2557 ห้ามทำธุรกรรมของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง
โดยระบุบุคคลทั้งสองคนฝ่าฝืนคำสั่ง”คสช.” ไม่เข้ารายงานตัวตามวันเวลาที่กำหนด  พร้อมกับสั่งห้ามบุคคลหรือสถาบันการเงิน ธนาคาร นิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้โอนเงินทางอิเลกทรอนิกส์ ช่วยเหลือหรือสนับสนุนด้านการเงินให้กับนายจารุพงศ์และนายจาตุรนต์

คสช.ยังมีคำสั่งให้สถาบันการเงินและนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจการเงินการธนาคารแจ้งและส่งข้อมูลการทำธุรกรรมของบุคคลทั้งสองที่กระทำขึ้นตั้งแต่วันที่1มีนาคม2557-24พฤษภาคม2557


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

ตื่นขุดทอง! พบทองแผ่นเป็นร้อยแผ่น คาดตกค้างสมัยสงครามโลกครั้งที่2 เมื่อ 27 พ.ค.57



ตื่นขุดทอง! พบทองแผ่นเป็นร้อยแผ่น คาดตกค้างสมัยสงครามโลกครั้งที่2
 
ตื่นขุดทอง! พบทองแผ่นเป็นร้อยแผ่น คาดตกค้างสมัยสงครามโลกครั้งที่2
เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 27 พ.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากชาวบ้านว่าขุดพบทองคำแผ่นจำนวนมาก จึงเดินทางเข้าตรวจสอบในพื้นที่ ม.7 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนปาล์มน้ำมันของนายวิ ทับแสง อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 234 ม.7 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ที่ขุดคูยกร่องเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ ปลูกปาล์มมาได้ประมาณ 15 วัน บรรยากาศในพื้นที่มีชาวบ้านกว่า 500 คน กำลังขุดทองคำ บางคนที่สามารถขุดเจอทองคำต่างตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจ ส่วนคนที่ยังไม่เจอก็ต่างตั้งหน้าตั้งตาขุดท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา

นายสามารถ หนูอุ่น  ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน กล่าวว่า ทองคำที่ขุดเจอจะมีลักษณะเป็นทองคำแผ่น จี้ ตุ้มหู และเศษไหแตก 
ซึ่งทองคำแผ่นจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีขนาดประมาณ 5x5 ซม. ขุดพบในดินลึกประมาณ 10-20 ซม. โดยชาวบ้านเชื่อว่าทองคำทั้งหมดน่าจะอยู่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากที่บริเวณมุมของแผ่นทองคำมีภาษาญี่ปุ่นจารึกไว้ และ 2 วันที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ขุดพบประมาณ 100 แผ่น ราคาขายประมาณ 25,000 บาท รวมมูลค่า 2 ล้าน 5 แสนบาท

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

'ผบ.พล.ร.9'ยันน้ำชาผสมกาวจริง 'มทภ.3'สั่งเจอตัวการจับแหลก เมื่อ 27 พ.ค.57



'ผบ.พล.ร.9'ยันน้ำชาผสมกาวจริง 'มทภ.3'สั่งเจอตัวการจับแหลก
 
27 พ.ค. 57 พล.ต.ไพโรจน์ ทองมาเอง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (พล.ร.9) 
ให้สัมภาษณ์ยืนยันกรณีมีข่าวในสังคมออนไลน์ ระบุว่ามีผู้ไม่หวังดีนำกาวผสมน้ำชามาแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร ย่านพระราม 2 ว่า เป็นความจริง และทางทหารจาก กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31) ก็ได้รับเครื่องดื่มชูกำลังปลอมเช่นกัน
พล.ต.ไพโรจน์ กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ทหารที่ประจำการย่านพระราม 2 แจ้งว่า
พบเครื่องดื่มชาเขียว ที่ได้รับบริจาค น้ำมีลักษณะเหนียวข้น จากการตรวจสอบพบมีรอยใช้เข็มฉีดยาขนาดเล็ก เจาะลงไปบริเวณขอบขวด แล้วใช้กาวปิดทับ ก่อนจะนำมาบริจาค ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหารสังเกตเห็นก่อนจึงไม่ได้ดื่มลงไป
ขณะที่ พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า ได้สั่งการให้ทหารคอยระมัดระวัง และหากพบผู้กระทำให้ดำเนินการจับกุมอย่างเด็ดขาด เพราะกลุ่มคนเหล่านี้หวังสร้างให้ทหารเกิดความหวาดระแวง
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า