วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สุดเศร้า พบยีราฟเสียชีวิตบนไฮเวย์ เพราะหัวไปโขกกับสะพานระหว่างขนย้าย เมื่อ 1 ส.ค.57



สุดเศร้า พบยีราฟเสียชีวิตบนไฮเวย์ เพราะหัวไปโขกกับสะพานระหว่างขนย้าย
 

สุดเศร้า พบยีราฟเสียชีวิตบนไฮเวย์ เพราะหัวไปโขกกับสะพานระหว่างขนย้าย
        เช้าวานนี้ในโลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพยีราฟ 2 ตัวที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างการขนย้ายบนถนนไฮเวย์ เวลาต่อมามีคนแชร์ทวิตว่าเจ้ายีราฟ 2 ตัวนี้ได้เสียชีวิตแล้วอยู่บนถนน Pretoria’s N1 เหตุเพราะหัวไปชนกับสะพานนั่นเอง  

ขอบคุณภาพจาก rt.com


น้ำท่วมอ.พนาอ่วมหนักในรอบ50ปี ตัดขาดถนน-บ้านจมกว่า100หลัง เมื่อ 1 ส.ค.57



น้ำท่วมอ.พนาอ่วมหนักในรอบ50ปี ตัดขาดถนน-บ้านจมกว่า100หลัง
 
น้ำท่วมอ.พนาอ่วมหนักในรอบ50ปี ตัดขาดถนน-บ้านจมกว่า100หลัง
 เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด ได้รับรายงานว่า ที่อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ 
เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลังจากฝนที่ตกกระหน่ำลงมาตลอดทั้งคืนของวันที่ 30 ก.ค. จนถึง ช่วงบ่ายของวันที่ 31 ก.ค. ทำให้ถนนสายหลักบริเวณหน้าสถานีขนส่งของอำเภอพนาถูกตัดขาดด้วยระดับน้ำที่สูงถึง 70 ซ.ม. ตัดขาดถนนบริเวณคอสะพานกุดขาวพระเหลา รถโดยสารที่วิ่งมาจากอำเภอโขงเจียม เพื่อที่จะไปยังกรุงเทพมหานครไม่สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรผ่านไปได้ และยังไหลท่วมเข้าบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ประชาชนต้องพากันย้ายข้าวของเครื่องใช้ขึ้นที่สูง

 ด้านว่าที่พันตรีเผชิญลาภ อินทรจันทร์ นายกเทศมนตรีพนา กล่าวว่า ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่อำเภอพนา
มีน้ำท่วมขึ้นอย่างฉันพลัน ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหาย ถนนเส้นด้านหลังของอำเภอพนาที่ติดต่อไปยังอำเภออื่นๆภายในจังหวัดอำนาจเจริญ ถูกตัดขาดลง ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เบื้องต้นทางเทศบาลพนาได้ออกช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมครั้งนี้ ด้วยการนำกระสอบทรายไปกั้นน้ำ ขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ชาวบ้านขึ้นไปอยู่ในที่สูง นำเรือออกมารับส่งชาวบ้านที่ติดอยู่ตามที่ต่างๆ ขณะที่รอหน่วยงาน จากตัวจังหวัดเข้ามาช่วยเหลือ และคาดว่าปริมาณน้ำ จะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอีกอย่างแน่นอน

 นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า 
วันนี้ถนนรอบๆบายพาสเส้นรอบเมือง น้ำยังท่วมหนักอยู่ จำเป็นจะต้องเจาะถนนเส้นรอบเมืองให้น้ำระบายลงคลองระบายน้ำให้รวดเร็วขึ้น แต่ก็หนักใจเพราะน้ำในอ่างเก็บน้ำพุทธอุทยานยังมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และไหลล้นช่องระบายน้ำหรือสปิลเวย์ออกมาจำนวนมาก ส่งผลให้ท้ายเขื่อนยังท่วมขังอยู่ นานนับ 1 อาทิตย์แล้ว นาข้าวและบ้านเรือนที่อยู่ใกล้คลองห้วยปลาแดกต้องจมใต้น้ำ อย่างไรก็ตามหากวันนี้ฝนตกลดน้อยลง และไม่มีน้ำป่ามาสมทบ ปริมาณน้ำคงลดลงและกลับเข้าสู่สภาวะปกติในอีก 2-3 วันนี้ จึงประกาศให้ประชาชนงดใช้ถนนเส้นรอบเมืองไปก่อนเพราะน้ำยังท่วมขังอยู่ 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ฮือฮาอดีตวิศวกรชาวสวิส ผันตัวเองมาขาย "ผัดไท - หอยทอดลอยฟ้า"เมื่อ 1 ส.ค.57



ฮือฮาอดีตวิศวกรชาวสวิส ผันตัวเองมาขาย "ผัดไท - หอยทอดลอยฟ้า"
 
ฮือฮา "โทนี่" อดีตวิศวกรชาวสวิส ผันตัวเองมาขาย "ผัดไท - หอยทอดลอยฟ้า" คนอ่างทองอุดหนุนแน่นร้าน
เมื่อเวลา 12.30 น. ของวันนี้ (1 ส.ค. 57) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังร้านอาหารตามสั่งชื่อร้าน ส.นายฝรั่ง

ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 1 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติเป็นพ่อค้าขายผัดไท-หอยทอด และอาหารตามสั่ง จนมีลูกค้ามาอุดหนุนเป็นจำนวนมาก เมื่อไปถึงร้านดังกล่าวเป็นร้านไม่ใหญ่มาก ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าสำนักงานเทศบาลตำบลไชโย ภายในร้านพบนายโทนี่ สมิท ชาวสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 54 ปี กำลังยืนสาละวนทำผัดไทและหอยทอดให้กับลูกค้าอย่างขะมักเขม้นคล่องแคล่ว โดยมีนางศิริพร  สมิท ภรรยาวัย 60 ปี ยืนทำอาหารตามสั่งอยู่ใกล้ ๆ

จากการสอบถามนายโทนี่ กล่าวว่า ตนเป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อก่อนทำงานเป็นวิศวกรเกี่ยวกับเครื่องปั้มน้ำ

แต่ช่วงหลังเริ่มเบื่อ และดูข่าวสารบ้านเมือง ก็เห็นว่าเมืองไทยเป็นเมืองน่าอยู่ เลยตัดสินใจเข้ามาเมืองไทย และได้พบรักกับนางศิริพรที่เปิดร้านขายอาหารอยู่กรุงเทพฯ ระหว่างที่คบอยู่กับนางศิริพรนั้น รู้สึกชอบการทำอาหาร ประกอบกับอาหารไทยอร่อยและตนก็ติดใจรสชาติอาหารไทย จึงเรียนรู้การทำอาหารไทยจากนางศิริพร จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน ได้มีโอกาสหัดทำผัดไทย-หอยทอด เพื่อเป็นการช่วยภรรยาอีกทางหนึ่ง ซึ่งหลังจากทำผัดไท-หอยทอด ก้เป็นติดที่อกติดใจกับลูกค้าที่มาสั่งอาหาร
ด้านนางศิริพร กล่าวว่า ตนได้อยู่กับกับนายโทนี่มาหลายปีแล้ว โดยพบรักกันที่กรุงเทพฯ ซึ่งขณะนั้นตนเปิดร้านขายอาหารอยู่

ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกันนายโทนี่ก็มักมาช่วยตนทำอาหารเสมอ และมีใจรักที่จะทำอาหาร ตนก็สอนนายโทนี่ให้ทำเป็น และหากว่าบางวันลูกค้าที่ร้านเยอะ ตนทำไม่ทันก็ต้องให้นายโทนี่มาช่วย โดยนายโทนี่ก็จะลงมือแสดงฝีมือทำอาหารให้กับลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว และถือว่ามีฝีมือพอตัว และที่สำคัญอาหารที่นายโทนี่ทำนั้นอร่อยด้วย ตอนนี้ลูกค้าที่มาที่ร้านต่างเรียกร้องอาหารฝีมือนายโทนี่กันทั้งนั้น

ส่วนนางปัณณรัตน์ ธนรัตน์รุ่งเรือง อายุ 60 ปี ลูกค้าที่มานั่งทานผัดไทฝีมือโทนี่ กล่าวว่า
ตนเป็นลูกค้าขาประจำของนายโทนี่มาหลายปีแล้ว โดยตนยอมรับและทึ่งกับฝีมือของนายโทนี่คนนี้มาก เพราะนอกจากจะขยันช่วยภรรยาในเรื่องของการออกซื้อกับข้าวและจัดร้านแล้ว ยังเป็นคนที่ทำอาหารอร่อยอีกด้วย แตกต่างจากชาวต่างชาติอื่นที่ตนเคยเห็นมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหารตามสั่ง ร้าน ส.นายฝรั่งนี้ ทุกวันจะมีลูกค้ามาอุดหนุนกันเป็นจำนวนมาก บางวันลูกค้าเนืองแน่น

เพราะว่าผัดไท-หอยทอดที่นายโทนี่ทำนั้นอร่อย โดยเฉพาะสูตรหอยทอดลอยฟ้าของนายโทนี่ ที่ระหว่างการทำจะโชว์หอยทอดลอยฟ้าให้กับลูกค้าได้ดู จนเป็นที่ถูกใจของลูกค้า สำหรับตัวนายโทนี่สามารถพูดจาภาษาไทยได้อย่างชัดเจน 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

'เอกนัฏ'ลั่นกปปส.ไม่มีวันตาย เพราะมวลชนคนรักชาติล้นประเทศ เมื่อ 1 ส.ค.57



'เอกนัฏ'ลั่นกปปส.ไม่มีวันตาย เพราะมวลชนคนรักชาติล้นประเทศ
 
1 ส.ค.57 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.โพสต์ในเฟสบุ๊คส่วนตัว 'เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง)' ตอบข้อสงสัยที่หลายคนถามว่า กปปส.ตายไปหรือยัง ว่า กปปส.เกิดจาก มวลมหาประชาชน ผู้รักชาติ ที่กล้าหาญ และความพร้อมที่จะทำเพื่อประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งหากมวลมหาประชาชนยังอยู่ กปปส.ก็ยังอยู่ตลอดไป

หลายคนถามผมว่ากปปส.ตายไปหรือยัง?

ขอตอบง่ายๆชัดๆครับว่า... ถ้าในใจของเรานั้น ยังมี'ความรัก'ชาติรักความยุติธรรมความถูกต้อง 'ความกล้าหาญ'ที่จะต่อสู้ท่ามกลางภัยอันตราย 'ความพร้อม'ที่จะเสียสละเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมเหนือส่วนตน ถามตัวเองครับ... ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตายหายไปจากใจของท่าน กปปส.ก็ยังไม่ตาย ความดีที่เราได้ร่วมกันสร้างไว้ไม่มีวันตาย ถ้าท่านมีความรัก..ความกล้า..ความพร้อม วันนี้ท่านคือมวลมหาประชาชน กปปส.มีอยู่เพราะมีมวลมหาประชาชน ตราบใดยังมีมวลมหาประชาชน ตราบนั้นกปปส.ก็จะไม่ตายครับ

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า 

โจ่งครึ่ม! นักเรียนทำออรัลเซ็กซ์ในร้านฟาสต์ฟู้ด เมื่อ 1 ส.ค.57



โจ่งครึ่ม! นักเรียนทำออรัลเซ็กซ์ในร้านฟาสต์ฟู้ด
 
สังคมเสื่อม นักเรียนชายทำออรัลเซ็กซ์ให้นักเรียนสาวในร้านฟาสต์ฟู้ด ส่วนใหญ่เชือเป็นประเทศจีน แต่ห่วงเด็กไทยเลียนแบบ

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. โลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก หลังจากที่มีภาพ นักเรียนชายหญิง กำลังมีกิจกรรมทางเพศ โดยฝ่ายชายกำลังทำออรัลเช็กช์ ให้ฝ่ายหญิง ภายในร้านอาหารร้านฟาสต์ฟู้ดอย่างโจ๋งครึ่ม โดยไม่สนใจคนที่อยู่ในร้านดังกล่าว

โดยหลังมีการเผยแพร่ออกมาหลายคนได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าสังคมทุกวันนี้มันเสื่อมลงทุกๆวัน พร้อมต่างค้นหาว่าพฤติกรรมไม่เหมาะสมนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือต่างประเทศกันแน่ ซึ่งส่วนใหญ่ระบุว่าเป็นภาพวัยรุ่นที่ประเทศจีน แต่ก็อาจส่งผลให้กลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบของวัยรุ่นไทย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

หนุ่มใหญ่ร้อง! พิตบูล4ตัวของตร.ข้างบ้าน รุมขย้ำเมียสาหัส-กัดหมาตายคาโซ่อีกตัว เมื่อ 1 ส.ค.57



หนุ่มใหญ่ร้อง! พิตบูล4ตัวของตร.ข้างบ้าน รุมขย้ำเมียสาหัส-กัดหมาตายคาโซ่อีกตัว
 
หนุ่มใหญ่ร้อง! พิตบูล4ตัวของตร.ข้างบ้าน รุมขย้ำเมียสาหัส-กัดหมาตายคาโซ่อีกตัว
 เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 ส.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า นายสัมพันธ์ แตงทอง อายุ 50 ปี ได้ร้องขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว

ว่า ภรรยาของตน คือ นางสุวิน บุญเทียม อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 249/2 หมู่ 9 บ้านหนองน้ำขาว ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯ ถูกสุนัขพิตบูลจำนวน 4 ตัว ของตำรวจยศนายดาบชื่อ เสม เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานอยู่ที่ สภ.คลองวาฬ รุมกัดภรรยาของตน จนเกือบเสียชีวิต ขณะตัดหญ้าทำความสะอาดรอบบ้าน เกรงว่าจะไม่ได้รับการดูแลและได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาเพื่อนบ้านถูกรุมกัดไปแล้ว 2 ราย พ่อตาของตนได้ถูกรุมกัดจนนิ้วขาดไป 1 นิ้ว ก็ไม่ได้รับการชดเชยแต่อย่างใด เพียงแค่พามาหาหมอรักษาโยนค่ายาให้ จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน

 นายสัมพันธ์ เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 31 ก.ค.

ภรรยาของตนเลิกงานกลับมาจากไปรับจ้างปลอกมะพร้าวกำลังทำความสะอาดตัดหญ้าข้างบ้าน อยู่กับหลานสาว 2 คน ได้มีสุนัขของตำรวจพันธุ์พิตบูล จำนวน 4 ตัว กระโดดข้ามกำแพงรั้วบ้าน ในจุดที่ต่ำสุด มารุมกัดจนมีแผลฉกรรจ์ทั่วทั้งตัว กว่า 30 แผล น้องเขยซึ่งอยู่บ้านถัดไป เลิกงานผ่านกลับมาเห็นพอดี จึงได้เข้าช่วยโดยใช้เหล็กไล่ตีหมาแล้วดึงร่างของภรรยาตนเข้ามาในบ้าน ปิดประตูล็อกเพื่อหนีหมาดังกล่าว ส่วนหลานสาวได้วิ่งหนีเข้าไปหลบในบ้านได้ทัน

 จากนั้นหมาพันธุ์ไทยสีดำ ชื่อ เก้อ ที่ตนได้เลี้ยงไว้พยายามเข้าช่วยแต่ถูกล่ามโซ่ไว้
จึงได้แค่เห่าไล่หมาที่มาทำร้ายเจ้าของ จึงถูกหมาพิตบูล 4 ตัว ไปรุมกัดจนเสียชีวิตคาโซ่ตรวนที่ผูกไว้ใต้ต้นไม้ ตนกลับมาจากรับจ้างขับสิบล้อบรรทุกทราย จึงได้โทรแจ้งขอความช่วยเหลือ 1669 หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบธรรมสถานมารับภรรยาไปส่งที่โรงพยาบาลประจวบฯ เพื่อให้แพทย์ดำเนินการรักษา ปัจจุบันนอนอยู่ที่ห้องรวมเตียงที่ 14 อาคารศัลยกรรมชั้น 2 แพทย์เจ้าของไข้ นายแพทย์วิฑูรย์ ศรีศุกร์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ร.พ.ประจวบฯ

 นายสัมพันธ์ เล่าต่อว่า บ้านของนายดาบตำรวจนายนี้เลี้ยงสุนัขพิตบูลไว้จำนวนหลายตัวในบ้าน หน้าบ้านจะทำเป็นประตูลวดหนาม

ส่วนกำแพงข้างบ้านที่ติดกันกับบ้านตน เป็นไม้ไผ่ขัดแตะบางจุดก็สูงบางจุดก็ต่ำและผุพัง หมาจึงกระโดดข้ามมาได้บางทีก็มุดรูรั้วที่ผุออกมาเพ่นพ่านบริเวณถนนและในบ้านของตน ไล่กัดทำร้ายชาวบ้าน จนไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน ได้รับความเดือดร้อนมาก ตนจึงได้ใช้แผ่นปูนมาปิดรูรั่วอยู่บ่อยๆ รวมถึงพ่อตาของตน ซึ่งถูกกัดจนนิ้วขาดไปได้ไม่นาน หลังเกิดเหตุครั้งนี้ได้ให้หลานสาวของตนไปนอนหลบภัยอยู่ที่บ้านญาติ ส่วนตนไม่ได้ไปรับจ้างทำงาน ต้องมาเฝ้าภรรยาที่บาดเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาลประจวบฯ 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

หรือเงินเหรียญไร้ค่า!? ชาวเน็ตแห่เเชร์ "ธนาคารไม่รับฝากเงินเด็ก 5 ขวบ" เมื่อ 1 ส.ค.57



หรือเงินเหรียญไร้ค่า!? ชาวเน็ตแห่เเชร์ "ธนาคารไม่รับฝากเงินเด็ก 5 ขวบ"
 
หรือเงินเหรียญไร้ค่า!? ชาวเน็ตแห่เเชร์ "ธนาคารไม่รับฝากเงินเด็ก 5 ขวบ"
มีรายงานว่ามีธนาคารเเห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิเสธไม่รับฝากเงินจากเด็ก 5 ขวบ ที่นำ "เหรียญ" จำนวน 7000 บาท ซึ่งอดออมเพื่อเปิดบัญชีเงินฝากครั้งแรก โดยอ้างว่า "ตู้เซฟเต็ม" ให้ไปฝากธนาคารอื่นแทน

โดยผู้ที่โพสต์ลงรายละเอียด ดังนี้
เหรียญ 6600 บาทที่ลูกสาวหยอดกระปุกกับแบงก์ 400 บาท ที่คุณแม่เติมให้เป็น 7000 บาท เราอุตส่าห์ช่วยกัน 3 คนพ่อ แม่ ลูก นับใส่ถุงแล้วพาลูกไปฝากกธนาคาร(......)เชียงใหม่ แต่ถูกปฏิเสธหน้าหงายเงิบออกมาบอกว่าตู้เซฟเต็มไม่มีที่เก็บให้เอาไปธนาคาร(.......)ที่อยู่ติดกัน เราหน้าแตกไม่เท่าไรคะ แต่สงสารลูก เขาภูมิใจมากที่จะได้ฝากเงินครั้งแรก มีสมุดบัญชีเล่มแรก น้องกลับถูกปฏิเสธออกมา น้อง 5 ขวบถามแม่ว่า "ทำไม่เขาไม่รับเงินหนูคะ" เด็กน้อยทำหน้าเหมือนจะร้องให้ คุณแม่เลยได้แต่ปลอบน้องว่า "พี่เขาไม่ว่างค่ะลูก" ก็เลยพาลูกกลับบ้านก่อน ไม่อยากให้เขาผิดหวังซ้ำสอง
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน