วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

มินิบัสสาย 1 ซิ่งไล่ชนดะถ.เจริญกรุง-ราชประสงค์ รถยับนับสิบคัน เมื่อ 1 พ.ค.57



มินิบัสสาย 1 ซิ่งไล่ชนดะถ.เจริญกรุง-ราชประสงค์ รถยับนับสิบคัน
 
มินิบัสสาย 1 ซิ่งไล่ชนดะถ.เจริญกรุง-ราชประสงค์ รถยับนับสิบคัน เจ็บ 4 พบศพคนขับถูกแทงดับ!! เวลา 02.45 น. วันที่ 1 พ.ค. รถโดยสารมินิบัส สาย 1 สีส้ม 14-8230 กทม. คนขับเมา ขับชนรถ 3 คัน ซ.เจริญกรุง 83 ชิดลม และไล่ชนรถจนสุดท้ายมาชนจยย.หน้าด่านตรวจ แยกราชประสงค์ และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมไว้ได้ สน.ลุมพินี สรุปเหตุมินิบัสสาย 1 เมาขับชนรถหลายคัน รวมรถเสียหาย 12 คัน พบผู้บาดเจ็บ 4 คนขณะที่คนขับถูกกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ตามมาทุบรถมินิบัส และขึ้นไปรุมทำร้าย ก่อนคนขับจะหายตัวไป

 ทั้งนี้ ตร.เผยเหตุมินิบัสชนดะ 12 คัน พบว่า คนขับวัย 19 ปี ขโมยรถจากอู่ แล้วขับชนรถคันอื่น ตั้งแต่ ซ.เจริญกรุง111 ถึงโรงแรมเอราวัณ ก่อนถูกรุมแทงดับ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ
 ร.ต.ท.สุรศักดิ์ สังข์แก้ว พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี กล่าวว่า กรณีสกัดจับรถเมล์ มินิบัส สาย 1 ได้ที่ด่านความมั่นคง หน้า โรงแรมเอราวัณ คนขับทิ้งรถหนี ส่วน จยย. ที่ติดใต้ท้องรถ จากการที่มินิบัสลากมา คนขับ จยย.มีสติ เลือดออกที่ศีรษะ ส่ง ร.พ.ตำรวจ เบื้องต้นทราบว่า มีการไล่ชนมาจาก พื้นที่ สน.วัดพระยาไกร

 ล่าสุดตร.แจ้งยอดรถที่เสียหายทั้งหมด 12 คัน พื้นที่ สน.ลุมพินี 6 คัน เป็นแท็กซี่ 4 คัน รถ จยย. 1 คัน รถเข็นผลไม้ 1 คัน พื้นที่สน.ยานนาวา แท็กซี่ 2 คัน สน.วัดพระยาไกร รถยนต์ 2 คัน แท็กซี่ 1 คัน จยย. 1 คัน 
 ล่าสุดพบคนขับรถเมล์แล้ว ถูกแทงเสียชีวิต ทราบชื่อ คือ นายศิริศักดิ์ แสงศรี อายุ 19 ปี
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แก๊งรถซิ่งยิงกันสนั่นสนามแข่งมิดไนท์สปีดปาร์ตี้ ลูกอดีตรองผวจ.ปทุมฯสาหัส เมื่อ 1 พ.ค.57



แก๊งรถซิ่งยิงกันสนั่นสนามแข่งมิดไนท์สปีดปาร์ตี้ ลูกอดีตรองผวจ.ปทุมฯสาหัส
 
แก๊งรถซิ่งยิงกันสนั่นสนามแข่งมิดไนท์สปีดปาร์ตี้ ลูกอดีตรองผวจ.ปทุมฯสาหัส เจ็บ7-รถพรุน2คัน
 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.ภูริภัทร ภูเมฆ ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองห้า ได้รับแจ้งเหตุยิงกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากบริเวณสนามแข่งรถบางกอกแดรก อเวนิว เลขที่ 16 ถนนเลียบคลองห้า ม.11 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร ผกก. สภ.คลองห้า และชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง

 ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อมาสด้า สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆล 880 กทม. ถูกลูกปืนที่กระจกหลัง 3 รู ฝากระโปรงหลัง 1 รูประตูหน้าซ้าย 3 รู และรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ฐก 1712 กทม. ถูกลูกปืนเข้าที่ กระจกหน้า 1 รูกระจกประตูซ้าย 1 รู กระจกประตูขวา 1 รูประตูขวา 1 รู ประตูซ้าย 1 รู
 ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย เจ้าหน้าที่ของสนามแข่งนำตัวส่งร.พ.คลองหลวง อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุไปก่อน 3 ราย
คือ นายฉัตรชัย พระครูฐิน อายุ 26 ปี ถูกยิงที่ต้นคอด้านหลัง นายฉัตรวัตร รัตนวงค์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ด้านหลัง 1 นัด นายเอกชัย ดวงเกิด อายุ 33 ปี ถูกยิงที่หลัง 1 นัด และอีก 4 คนไม่ทราบชื่อถูกนำตัวส่ง ร.พ.ใกล้เคียง ส่วนนายฉัตรวัตร รัตนวงศ์ ยังเป็นลูกนายเฉลิมพล รัตนวงศ์ อดีตรองผวจ.ปทุมธานี อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีรถยนต์เก๋งโดนลูกกระสุนปืนได้รับความเสียหายอีก 2 คัน

 จากการสอบถามนายนายฉัตรชัย พระครูฐิน ได้บอกว่า ตนมาดูรถแข่ง โดยวันนี้มีการจัดงานมิดไนท์สปีดปาร์ตี้ครั้งที่ 7 ขึ้น
และระหว่างที่ตนเดินอยู่ที่จุดปล่อยรถ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นจำนวนมาก และตนรู้สึกเจ็บที่หลัง เมื่อจับดูจึงรู้ว่าตนถูกยิง ส่วนเพื่อนของตนเจ็บ อีกกลุ่มหนึ่งบอกว่า คนที่ยิง คือ นายเคน หัวแก๊งนาระกะสีแดง แก๊งรถซิ่งชื่อดัง ย่านปากน้ำ จ.สมุทรปรากการ

 ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เป็นการแก้แค้นกันระหว่างแก๊งรถ
ซิ่ง 2 แก๊ง ได้แก่ หัวหน้าแก๊งนาระกะสีแดง กับ แก๊งนากาโอกะ ที่เคยมีเรื่องกันมาตั้งแต่แข่งรถที่บางแสน และอาวุธปืนที่ใช้ยิงมีไม่ต่ำกว่า 5 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิด พอรู้ตัวมือปืนที่ยิงแล้วและจะติดตามมาดำเนินคดีต่อไป 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ไฟไหม้บ้านไม้สักทองหรู อดีตส.ว.แพร่ วอดนับ 100 ล้าน เมื่อ 1 พ.ค.57



ไฟไหม้บ้านไม้สักทองหรู อดีตส.ว.แพร่ วอดนับ 100 ล้าน
 
ไฟไหม้บ้านไม้สักทองหรู อดีตส.ว.แพร่ วอดนับ 100 ล้าน หวิดลามหลังติดกันนายกเทศมนตรี เวลา 22.30 น. วันที่ 30 เม.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.ณรงค์ ซ้อนกลิ่น พนักงานสอบสวน สภ.เมืองแพร่ได้รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้ ที่บ้านเลขที่ 7/8 ถนนศศิบุตร เขตเทศบาลเมือง อ.เมือง จ.แพร่ ซึ่งเป็นบ้านของนายขวัญชัย พนมขวัญ และนางจิตรภัทร พนมขวัญ ซึ่งนายขวัญชัย พนมขวัญ คือ อดีต ส.ว. จังหวัดแพร่ สมัยที่ผ่านมา จึงได้แจ้งรถดับเพลิงเทศบาลเมืองแพร่และจากหลายหน่วยงานที่อยู่ใกล้เข้าระงับเหตุเพลิงไหม้โดยเร่งด่วนเนื่องจากบ้านหนังดังกล่าวเป็นบ้านไม้สักขนาดใหญ่ ระดมช่วยกันดับเพลิงในครั้งนี้  รถดับเพลิงพร้อมรถบรรทุกน้ำกว่า 20 คัน ช่วยกันฉีดน้ำสกัดการลุกลามของเปลวเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรงนานกว่า 1 ชั่วโรง ทำให้บ้านหลังดังกล่าวถูกไฟไหม้หมดไปทั้งหลัง พร้อมทรัพย์สินมีค่าจำนวนมาก

 รถดับเพลิงทำได้เพียงสกัดไม่ให้เปลวเพลิงลุกลามไปถึงบ้านของนายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่
ซึ่งอยู่ติดกัน บ้านของนายขวัญชัย พนมขวัญที่ถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง เฉพาะตัวบ้านเป็นไม้สักทองทั้งหลังสร้างมานานกว่า 20 ปีแล้ว มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท และทรัพย์สินที่อยู่ในบ้านถูกไฟไหม้ไปทั้งหมด ไม่สามารถขนย้ายออกมาได้เลย มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท นายขวัญชัย พนมขวัญ อดีต ส.ว.จังหวัดแพร่ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นมีพายุฝนรุนแรงหลังจากลมพายุสงบได้ออกไปนอกบ้าน เข้าไปทำธุระในตลาด มีคนโทรศัพท์บอกว่าบ้านไฟไหม้จึงได้รีบเข้ามา แต่ไม่สามารถเก็บข้าวของได้ทัน เนื่องจากไฟลุกไหม้รุนแรงมาก ยังโชคดีที่ออกจากบ้านไปพร้อมกันไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายแต่อย่างใด
 นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังติดกันและเป็นน้องชายของนายขวัญชัย
พนมขวัญ กล่าวว่า วันนี้ตนอยู่ในบ้าน เห็นมีเปลวไฟลุกไหม้บริเวณห้องชั้นล่างก่อน จากนั้นลุกลามไปอย่างรวดเร็วรถดับเพลิงของเทศบาลเมืองแพร่และจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ๆ เข้ามาช่วยกันดับเพลิงแต่ไม่ทัน เนื่องจากบ้านดังกล่าวเป็นไม้สักทั้งหลัง 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

"จตุพร" เลื่อนชุมนุมใหญ่นปช.ที่ถ.อักษะ มาเป็น 5 พ.ค. วันเดียวกับกปปส.เมื่อ 1 พ.ค.57



"จตุพร" เลื่อนชุมนุมใหญ่นปช.ที่ถ.อักษะ มาเป็น 5 พ.ค. วันเดียวกับกปปส.
 
"จตุพร" เลื่อนชุมนุมใหญ่นปช.ที่ถ.อักษะ มาเป็น 5 พ.ค. วันเดียวกับกปปส. ลั่นไม่มีเผชิญหน้า 
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวปราศรัยที่ จ.อุตรดิตถ์ว่า เดิม นปช.จะมีการชุมนุมครั้งใหญ่ที่ถนนอักษะในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศชุมนุมใหญ่วันที่ 5 พฤษภาคม เพื่อดึงมวลชนเสื้อแดงไม่ให้ไปชุมนุมกับ นปช.ที่ถนนอักษะ นปช.จึงเลื่อนวันชุมนุมจากวันที่ 6 พฤษภาคมมาเป็นวันที่ 5 พฤษภาคมวันเดียวกัน โดยการนัดชุมนุมใหญ่ของ นปช.ครั้งนี้ เพื่อต้องการประกาศให้นายสุเทพทราบว่า สิ่งที่นายสุเทพประกาศนั้น จะไม่สามารถทำอย่างที่ประกาศได้ โดยเฉพาะเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 20 กรกฎาคมออกไป

"อีกอย่างที่สำคัญที่ นปช.ต่อสู้ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้คือ การต่อสู้กับองค์กรอิสระ โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองคือ การจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม พร้อมทั้งจะเชิญชวนพี่น้อง นปช.และคนเสื้อแดงให้เปลี่ยนแปลงประเทศไทยจากระบบเผด็จการให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สิ่งที่นายสุเทพเรียกร้องนายกรัฐมนตรี ม.7 ก็จะไม่มีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าตราบไดยังมีคนเสื้อแดงอยู่ และจะย้ำอีกครั้งว่า การชุมนุมวันที่ 5 พฤษภาคมจะไม่มีการเผชิญหน้าระหว่าง นปช.กับ กปปส.อย่างแน่นอน เพราะมีการชุมนุมคนและฝั่งของกรุงเทพฯ" นายจตุพร กล่าว
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน!! จำคุก2ปีื"เจ๋ง ดอกจิก" ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นเบื้องสูง เมื่อ 1 พ.ค.57



ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน!! จำคุก2ปีื"เจ๋ง ดอกจิก" ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นเบื้องสูง
 
ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนจำคุก2ปีืเจ๋ง ดอกจิก ไม่รอลงอาญา คดีหมิ่นเบื้องสูง ขณะที่ทนายความเตรียมหลักทรัพย์5แสนบาทขอประกันตัว

เมื่อเช้าวันนี้ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากกรณีที่ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่ม นปช. ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2553 โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นเคยมีพิพากษาจำคุก 3 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ลงโทษให้ 1 ใน 3 หนึ่งเหลือจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อต่อสู้ขอจำเลยที่ระบุว่าในการปราศรัยกล่าวพาดพิงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เท่านั้น
แต่ว่าคำพูดและกิริยาหลังถ้อยคำปราศรัยที่มีการพาดพิงอาจทำให้ประชาชนที่ฟังการปราศรัยเข้าได้ว่าเป็นการหมิ่นสถาบัน ประกอบกับพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำเพียงพอให้รับฟังได้ว่านายยศวริศ หมิ่นประมาทจริง จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น 


ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความได้เตรียมหลักทรัพย์เงินสด 5 แสนบาทยื่นประกันตัว

สำหรับคดีหมิ่นเบื้องสูงนี้ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก อดีตที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ และแกนนำนปช. และจำเลยคดีก่อการร้าย เป็นจำเลยความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 2,8, และ 12 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มี.ค.53 ขณะจำเลยขึ้นปราศรัยบนเวทีเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์

 โดยศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2556 ว่า จำเลยมีความผิด มาตรา 112 ให้จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ซี่งนายยศวริศได้ยื่นขออุทธรณ์คดี กระทั่งวันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นดังกล่าว
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

จ๊าก!รัฐปรับขึ้นค่าเอฟทีไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้มครัวเรือน เริ่มรีดเลือดพ.ค.นี้ เมื่อ 1 พ.ค.57



จ๊าก!รัฐปรับขึ้นค่าเอฟทีไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้มครัวเรือน เริ่มรีดเลือดพ.ค.นี้
 
30 เม.ย.57 นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) หรือ เรกูเลเตอร์
เปิดเผยว่า เรกูเลเตอร์ได้พิจารณาปรับขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)ประจำงวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2557 อีก 10 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าเอฟทีโดยรวมประจำงวด พ.ค.-ส.ค. 2557ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 69 สตางค์ต่อหน่วย และเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานอีก 3.27 บาทต่อหน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าโดยรวมของประชาชนอยู่ที่ 3.96 บาทต่อหน่วย
       
สำหรับอัตราค่าเอฟทีดังกล่าวเป็นตัวเลขที่เรกูเลเตอร์พยายามปรับลดลงหลังจากที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)
พิจารณาขอขึ้นค่าเอฟทีจริงที่13.94 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้ค่าเอฟทีโดยรวมอยู่ที่ 72.94 สตางค์ต่อหน่วย ดังนั้น การพิจารณาให้ค่าเอฟทีปรับขึ้นเพียง 10 สตางค์ต่อหน่วย จึงเหลือค่าเอฟทีอีก 3.94 สตางค์ต่อหน่วย ที่ต้องให้ กฟผ.เป็นผู้แบกรับภาระแทนประชาชน ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 2,247 ล้านบาท      
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ให้ค่าเอฟทีงวดนี้ปรับขึ้น เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลง 0.12 บาทต่อดอลล่าร์ จาก 32.21 บาทต่อดอลล่าร์ เป็น 32.33 บาทต่อดอลล่าร์ 
รวมทั้งการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นเป็น 2,003 ล้านหน่วย จาก 38,652 ล้านหน่วย เป็น 40,656 ล้านหน่วย เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นประกอบกับราคาก๊าซฯเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9.11 บาทต่อล้านบีทียู จาก 316.88บาทต่อล้านบีทียู เป็น 325.99 บาทต่อล้านบีทียู

นอกจากนี้ การผลิตไฟฟ้าด้วยน้ำมันเตา มีต้นทุนเพิ่มขึ้น 246 ล้านบาท จาก 3,403 ล้านบาท เป็น 3,649 ล้านบาท 
รวมทั้งยังมีการเตรียมสำรองน้ำมันเตาและดีเซลรองรับการหยุดจ่ายก๊าซฯแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(เจดีเอ) ถึง 28 วัน ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 2557 จึงมีผลกระทบต่อค่าเอฟที 1.78 สตางค์ต่อหน่วย แต่หากภาคอุตสาหกรรมร่วมลดใช้ไฟฟ้าได้ 250 เมกะวัตต์ในวันดังกล่าว จะเหลือผลกระทบจากค่าเอฟทีเพียง 1.3-1.4 สตางค์ต่อหน่วย
        
สำหรับแนวโน้มค่าเอฟทีงวดสิ้นเดือน(ก.ย.-ธ.ค.2557) ยังคงมีทิศทางปรับขึ้น

เนื่องจากแนวโน้มการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ที่นำเข้าจากต่างประเทศมาผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของไทยและหากรัฐบาลยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฯเป็นเชื้อเพลิงอื่นที่มีต้นทุนถูกกว่าได้ ในอีก 10 ปีข้างหน้าค่าไฟฟ้าอาจจะสูงขึ้นเป็น 5 บาทต่อหน่วยได้

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้ปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)ภาคครัวเรือน ประจำเดือน พ.ค. 2557 อีก 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม
ทำให้ราคาแอลพีจีเป็น 22.63 บาทต่อกิโลกรัม หรือรวมปรับขึ้นแล้วทั้งสิ้น 4.50 บาทต่อกิโลกรัม นับตั้งแต่เดือนก.ย.2556 ที่ผ่านมา
 อย่างไรก็ตามราคาแอลพีจีจะปรับขึ้นไปจนถึงราคา 24.82 บาทต่อกิโลกรัมตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่ผ่านมาต่อไป
    
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า 

รวบขโมยฉกของในเซเว่น สารภาพเอาแต่ช็อคโกแลต กินเอง - แจกเพื่อน เมื่อ 1 พ.ค.57



รวบขโมยฉกของในเซเว่น สารภาพเอาแต่ช็อคโกแลต กินเอง - แจกเพื่อน
 
รวบขโมยฉกของในเซเว่น สารภาพเอาแต่ช็อคโกแลต กินเอง - แจกเพื่อนเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 เม.ย. พ.ต.ท.ศยาม  อินทร์สุวรรณโณ รองผกก.สส.สน.ทุ่งมหาเมฆ พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แถลงจับกุมนายมนัส รื่นวงสา อายุ 33 ปี พร้อมของกลางเป็นขนมช็อคโกแลต ยี่ห้อต่างๆ รวม 35 ชิ้น เหตุเกิดที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาตลาดสวนพลูวานิช ตรงข้ามซอยสวนพลู ซ.8 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ

พ.ต.ท.ศยาม กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุนายมนัสได้เดินเข้ามาทำทีว่ามาซื้อสินค้าภายในร้านดังกล่าว
ก่อนที่จะฉวยโอกาสหยิบขนมต่างๆ ใส่ในเสื้อแจ็คเกตที่คลุมทับไว้ภายใต้เสื้อยืดคอปก แต่ทางเจ้าพนักงานของร้านจดจำใบหน้าได้ เนื่องจากเคยก่อเหตุมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงแจ้งนายธงชัย ภักดีรัตนโชติ ผช.ผจก.ประจำสาขา เมื่อคนร้ายรู้ตัวจึงรีบวิ่งหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึง จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการตรวจสอบการหลบหนีของคนร้ายพบว่า คนร้ายวิ่งหนีไปทางปากซอยสวนพลู และขณะตรวจสอบอยู่นั้นก็ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าคนร้ายหลบหนีอยู่บริเวณตรงข้ามปากซอยสวนพลู6 จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบก็พบคนร้ายตามลักษณะที่แจ้งไว้ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม

จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า นายมนัส เคยถูกจับในข้อหาลักทรัพย์มาแล้ว 4 ครั้ง
ทั้งในพื้นที่ของสน.ทุ่งมหาเมฆ และ สน.บางโพงพาง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 จำคุก 2 เดือน ก่อนที่จะมาก่อเหตุในครั้งนี้ โดยสารภาพว่านำขนมที่ได้มาไปกินเองและแจกเพื่อนแถวบ้านและระหว่างที่ลงมือก่อเหตุคนร้ายอยู่ในอาการเมายาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวก่อนจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด