วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

'ปู'แหยงไม่โผล่หัวสู้หน้าชาวนา แกนนำลั่นให้3วันลาออกไป17 ก.พ.57



'ปู'แหยงไม่โผล่หัวสู้หน้าชาวนา แกนนำลั่นให้3วันลาออกไป
 
17 ก.พ.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายระวี รุ่งเรื่อง รักษาการประธานเครือข่ายชาวนา
นำชาวนาจากภาคต่างๆ เคลื่อนขบวนมาถึงสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี เพื่อเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องการจ่ายเงินจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาทให้ได้ทั้งหมดภายใน 7 วัน เมื่อมาถึงต้องเจอกับแนวรั้วที่ทหารกั้นไว้ ทำให้กลุ่มชาวนาต้องพังรั้วลวดหนามเข้าไปในบริเวณกระทรวงกลาโหม

จากนั้น นายระวีได้นำชาวนามานั่งพักอยู่หน้าอาคารสำนักงานปลัดกลาโหม
โดยมี พ.อ.ยุทธ พงษ์พรหม เป็นตัวแทนมาเจรจากับกลุ่มชาวนา ซึ่งชาวนายืนยันว่าต้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ลงมาพบเท่านั้น เพราะเป็นผู้เดียวที่มีอำนาจระบุได้ว่าจะจ่ายเงินค่าข้าวได้เมื่อไหร่ เพราะชาวนารอเงินมานาน อย่างไรก็ตามระหว่างการเจรจาก็มีการปราศรัยโจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์โดยตลอด

รายงานระบุว่า ตัวแทนชาวนายืนยันว่า ถ้าน.ส.ยิ่งลักษณ์ลงมาพบจะพูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างก็ไม่เป็นไร แล้วค่อยให้นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ มาอธิบายในรายละเอียดก็ได้ แต่ถ้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ลงมาพบจะให้เวลาอีก 3 วันให้ลาออกจากตำแหน่งไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า 

'เฉลิม' อัด 'สุเทพ' ตระบัดสัตย์ หลังขนม็อบบุกปิดล้อมทำเนียบฯ 17 ก.พ.57 เมื่อเวลา 10.30 น.



'เฉลิม' อัด 'สุเทพ' ตระบัดสัตย์ หลังขนม็อบบุกปิดล้อมทำเนียบฯ
 

'เฉลิม' อัด 'สุเทพ' ตระบัดสัตย์ หลังขนม็อบบุกปิดล้อมทำเนียบฯ ลั่นจากนี้เวทีไหนคนน้อยพร้อมตะปบทันที เดินหน้าขอคืนพื้นที่ 5 จุด


17 ก.พ.57 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.นำมวลชนไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ว่า นายสุเทพได้ระดมมวลชนมาประมาณ 4 พันคน เป็นการ์ด 500 คน โดยมีคนกทม.ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการนำปูนมาโบกหน้าทำเนียบฯนั้นไม่เป็นไร ใช้รถแบคโฮโขก 3 ทีก็เสร็จเรียบร้อย

                      
อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าคนอย่างนายสุเทพไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่รักษาคำพูด 
นายสุเทพบอกมาตลอดว่าจะชุมนุมที่อโศก ลุมพินี ราชประสงค์ และปทุมวัน ตนจึงไม่ไปยุ่ง แต่เมื่อนายสุเทพผิดคำพูด จากนี้ต่อไปเวทีไหนคนน้อยตนตะปบทันที จับในข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกีดขวางการจราจร แล้วอย่ามาโกรธ ตนทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ นายสุเทพเคลื่อนไหวในข้อหากบฎ ไม่มีใครกลัวใคร แต่ต้องยึดหลักกฎหมายเป็นที่ตั้ง ต่อไปอะไรที่จับกุมได้ต้องดำเนินคดี

                      
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า 3 วันที่ผ่านมานายสุเทพ ปราศรัยอารมณ์เสีย 
ด่ากราดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และตนอย่างรุนแรง เหตุผลเพราะนายสุเทพ ประกาศไว้ว่าวันที่ 14 - 16 ก.พ.ที่ผ่านมา จะระดมมวลชนกดดันให้นายกฯลาออก มั่นใจว่าจะมีประชาชนเต็มไปหมด แต่เอาเข้าจริงสูงสุดมีแค่ 1 หมื่นคน แล้วเริ่มลดลง เมื่อคืนวันที่ 16 ก.พ.มีประมาณ 7 พันคน ตนรับไม่ได้ที่กล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ และตน เป็นคำพูดที่เลวทรามและเท็จ นายสุเทพอารมณ์เสียไฟธาตุแตก พรรคพวกที่นัดหมายกันไว้ก็ไม่มา เงินทองร่อยหรอ สิ่งที่คิดไว้ไม่ได้ สิ่งที่หวังไม่มี ระดมคนไม่ได้แล้ว ปกติจะระดมได้หลายหมื่นคน ไม่เป็นไรหากนายสุเทพรักทำเนียบฯ ตนจะรื้อเวทีอื่นที่ไม่มีคน

                      
“กปปส.ไปทำเนียบฯ แพ้แล้ว เดี๋ยวมีจังหวะจะลักหลับ ผมจะยึดปทุมวัน ลุมพินี อโศก และราชประสงค์ บ่ายวันนี้ (17 ก.พ.) ผมจะประชุม เพราะนายสุเทพตระบัดสัตย์ การที่นายสุเทพ ท้าผม ไม่เป็นไร แต่คนใกล้แพ้ ใกล้อวสานก็เลยทำอย่างนี้ ขอเตือนอีกครั้งพี่น้องที่มาร่วมชุมนุมท่านกลับบ้านเถอะ นายสุเทพไม่ได้ปฏิรูปการเมือง ทำได้แค่นี้ แล้วทำด้วยความสะใจ ไร้กฎกติกา ฉะนั้นที่ผมเคยบอกว่าจะไม่เข้าไปม็อบนั้นเปลี่ยนแล้ว อาจจะเข้าไปใน 2 ชั่วโมงก็ได้” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

                      
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า สำหรับการขอคืนพื้นที่ 5 จุดนั้น ตนเริ่มเจรจาตลอด แต่หัวใจตนทำด้วยเนื้อ มีเจ็บปวด มีรัก มีชัง แต่ยึดหลักกฎหมาย
โดยการขอคืนพื้นที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัดสินใจ ฝ่ายการเมืองไม่ควรไปยุ่ง หากไปยุ่งมากจะหายนะอย่างพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะขอคืนพื้นที่ยังไม่ได้ไม่เป็นไร สุดท้ายประชาชนจะบอกตนว่าควรทำอย่างไร ขอให้ใจเย็น อย่าใจร้อน เพราะมีคนจ้องเล่นงาน ทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คนอยู่เบื้องหลังนายสุเทพตอนนี้จะคลั่งตายอยู่แล้ว ไม่คิดว่าตนจะมาทรงหลวงพ่อเฉย อย่ามายั่วยุ ทั้งนี้ในเวลา 14.00 น. วันนี้ ตนจะประชุมกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจเรื่องการขอคืนพื้นที่
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวเชียงใหม่แอนตี้"ทัวริสต์จีน"ใช้ห้องน้ำไม่ราดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.พ.57



ชาวเชียงใหม่แอนตี้"ทัวริสต์จีน"ใช้ห้องน้ำไม่ราด
 
ชาวเชียงใหม่ จวกนักท่องเที่ยวจีน ผ่านโชเชียลมีเดีย ชี้ไร้มารยาท ไม่เคารพประเพณี ใช้ห้องน้ำไม่ราด ด้าน ททท.และนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เร่งถกหาทางแก้ เกรงกระทบรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวจีน
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 15 ก.พ. ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ จ.เชียงใหม่ รายงานว่า จากกระแสความนิยม ภาพยนต์จีนชื่อดังเรื่องLost in Thailand
ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหล เข้ามาท่องเที่ยว ในจ.เชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆนี้ ได้เกิดกระแสต่อต้าน พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ทางเว็บบอร์ดชื่อดังต่างๆเช่น เว็บไซต์พันทิป หรือ เว็บไซต์ท้องถิ่นของคนเชียงใหม่ CM108 โดยมีทั้งการต่อว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาในเขตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้วแสดงพฤติกรรมไม่ให้ความเคารพสถานที่
อีกทั้งยังบุกรุกและทำลายทรัพย์สินราชการและบุกรุกเข้ามากางเต็นท์นอนค้างแรมบริเวณอ่างแก้วรวมไปถึงมีการเขียนข้อความเป็นภาษาจีนบนพื้นคอนกรีตใกล้อ่างแก้ว
ซึ่งล่าสุดทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกประกาศของมหาวิทยาลัย ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย ต้องแสดงพาสสปอร์ต บัตรประชาชน และแลกบัตรเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย อีกครั้งทางสถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้จัดทำแบบสอบถาม"ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนในเชียงใหม่ เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้เสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา


ทั้งนี้ มียอดผู้ตอบแบบสอบถามพุ่งสูงถึง จำนวน 2,220 ชุด ระหว่างวันที่ 4– 10 ก.พ. ที่ผ่านมา
โดย 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นสนับสนุนในระดับสูงว่า นักท่องเที่ยวจีนก่อความรำคาญให้ชุมชนและคนในพื้นที่เช่น ส่งเสียงดัง การแซงคิว ผลักผู้อื่น สูบบุหรี่ ไม่รักษาความสะอาด ถ่มน้ำลายทิ้งขยะไม่เป็นที่ เกิดความวุ่นวายจากการไม่เคารพกฏกติกาข้อบังคับในสถานที่ท่องเที่ยว รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะ สถานที่ราชการหรือแม้แต่ในมหาวิทยาลัย 70 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นสนับสนุนในระดับสูงว่า ตนเองสูญเสียความเป็นส่วนตัว และความสงบของพื้นที่เมื่อต้องใช้บริการพื้นที่ร่วมกับนักท่องเที่ยวจีน

นอกจากนี้ 53 เปอร์เซ็นต์ มีความเห็นว่า ภาครัฐไม่มีนโยบายหรือแผนปฏิบัติงานที่จริงจังในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีน
และต้องการให้มีการออกกฎระเบียบและบังคับใช้อย่างเร่งด่วน 51เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในปริมาณมากทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงการใช้บริการสาธารณะเช่น รถบริการ 48 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าคนท้องถิ่นไม่ได้มีความภาคภูมิใจเลยที่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในเชียงใหม่มาก38เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยว่าก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมเพิ่มมากขึ้น 32 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยว่าคนในท้องถิ่นเริ่มมีการปรับตัวต่อการเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีน 31 เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าภาครัฐไม่ได้มีส่วนช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวจีน ที่มีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวเชียงใหม่มากๆนี้ เกิดจากการทำการตลาดของบริษัทท่องเที่ยวจีนการบอกต่อของนักท่องเที่ยวรวมทั้งมีผลมาจากการแชร์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์


โดยในเว็บไซด์หลายเว็บ ยังมีการวิพากษ์ วิจารณ์ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวชาวจีน ทั้งการแก้ผ้าอาบน้ำในน้ำพุหน้าห้างดัง ใจกลางเมืองเชียงใหม่
การพูดคุยกันเสียงดังในทุกสถานที่ขับรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ ในลักษณะขวางไปขวางมา อยากจอดไหนก็จอดการเข้าห้องน้ำแล้วไม่ราดน้ำหรือทำความสะอาดหลังทำธุระเสร็จไม่ว่าจะเป็นที่ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ห้องน้ำสาธารณะ

นายสราวุฒิ แซ่เตี๋ยว นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ 
เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเชียงใหม่ จำนวนมากนับเป็นสิ่งที่ดีเพราะตลาดของนักท่องเที่ยวชาวจีนในปัจจุบันและอนาคตจะสำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทยเป็นอย่างมากโดยในรอบ 1ปีมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมากแต่การใช้ชีวิตและความคุ้นเคยของคนไทยกับคนจีนไม่เหมือนกันที่ผ่านมาก็มีเรื่องชาวจีนในการขับรถ จอดไม่เป็นที่เป็นทาง การเข้าห้องน้ำ และการตั้งเต็นท์นอนในสถานที่ที่ไม่ควรการแก้ผ้าอาบน้ำพุ หน้าห้างดังในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งตรงนี้ก็เป็นแค่ส่วนน้อยที่ทำอะไรไม่เหมาะสมไปเราจะเอามาเป็นประเด็นในการว่าคนจีนทั้งหมดก็ไม่ได้เพราะเท่าที่ทราบมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจากนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เข้ามา ตรงนี้เราก็มีการประสานกับกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสถานกงสุลจีนทำการชี้แจ้งให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาให้รับรู้ถึงวัฒนธรรมที่ต่างกันและการปฏิบัติตัว ซึ่งตรงนี้เชื่อว่าต่อไปและในอนาคตทุกอย่างจะดีขึ้น


ด้าน นายวิสูตร บัวชุมผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่กล่าวว่า
ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เดือนละประมาณ 50,000 คนและเชื่อว่าในอนาคตจะเพิ่มขึ้นอีกมากปัญหาที่มีการโพลส์กล่าวในเว็บไซด์ต่างๆ ทาง ททท. เราก็ได้รับทราบข้อมูลแต่ก็อยากชี้แจ้งให้ประชาชนทุกคนได้รับความเข้าใจในเรื่องการเขาห้องน้ำและไม่ราดไม่ทำความสะอาด ตรงนี้ยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงการส่งเสียงดังคนจีนเป็นคนเสียงดังอยู่แล้ว ตรงนี้ทุกฝ่ายต้องเข้าใจเรื่องการจราจรนั้นเป็นเพราะเขายังไม่รู้กฏจราจรการขับขี่บ้านเรากับบ้านเขานั้นต่างกัน และเรื่องการมากางเต็นท์นอนในอ่างแก้วการแก้ผ้าอาบน้ำในน้ำพุ ก็เป็นการเกิดเหตุเพียงครั้งเดียวจะมาว่าเหมารวมชาวจีนทั้งหมดก็ไม่ได้ ซึ่งปัญหาทุกอย่างเชื่อว่าจากนี้จะดีขึ้นเพราะทาง ททท.เองก็ร่วมกับหลายหน่วยงานทำใบปลิวชี้แจ้งให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วว่าควรปรับตัว

อย่างไรทำอย่างไรเหมาะสมไม่เหมาะสม กฏจราจรบ้านเราเป็นอย่างไร ซึ่งจากนี้เชื่อว่าตลาดของชาวจีนที่จะเป็นตลาดใหญ่มีอนาคตเพราะมีการบินตรงมาเชียงใหม่ทุกวันต่อไปจะเป็นตลาดหลักที่สำคัญต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และปัญหาที่เกิดขึ้นจะได้รับการแก้ไขให้หมดไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทึ่ง!'ตั้ง อาชีวะ'โผล่สนามคลอง5 ชาวเน็ตขำตร.ไร้น้ำยาตามจับตัว เมือ 17 ก.พ. 57



ทึ่ง!'ตั้ง อาชีวะ'โผล่สนามคลอง5 ชาวเน็ตขำตร.ไร้น้ำยาตามจับตัว
 
17 ก.พ. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกสังคมออนไลน์มีการแชขร์รูปภาพ
ซึ่งอ้างว่าเป็น นายเอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ” อายุ 22ปี ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยปรากฎอยู่สนามแข่งรถ คลอง 5 วานนี้(16 ก.พ.)

โดยเพจ สายตรงภาคสนาม เป็นผู้แชร์รูปภาพดังกล่าว
พร้อมระบุข้อความว่า "เหยียบหน้าตำรวจซ้ำสอง ตั้ง อาชีวะ โผล่สนามแข่งรถคลอง 5 ไม่กลัวหมายจับ ตั้ง อาชีวะ โผล่สนามแข่งรถคลอง 5 เมื่อวันที่ 16 ก.พ.57 ใช้รถนำเข้า ยี่ห้อProton ทะเบียน ฌต 1659 ลงแข่ง สำหรับตั้ง อาชีวะ เป็นบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดีหมิ่นสถาบันจากการปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดงที่สนามราชมังคลาฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.56"
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า 

รวบโจรฉกกระเป๋า “ แจ็กกี้ ” นางเอกชื่อดังและภรรยา หม่อมปลื้มเมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 16 ก.พ.57



รวบโจรฉกกระเป๋า “ แจ็กกี้ ” นางเอกชื่อดังและภรรยา หม่อมปลื้ม
 
ตำรวจสืบ สน.บางนา รวบโจรฉกกระเป๋า “ แจ็กกี้ ” นางเอกภาพยนตร์ดัง "ปืนใหญ่จอมสลัด" และเป็นภรรยา "หม่อมปลื้ม" พิธีกรชื่อดัง สารภาพก่อเหตุมาโชกโชน เลือกก่อเหตุกับเหยื่อที่เผลอขณะซื้อของในห้าง
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 1 6ก.พ. ที่ สน.บางนา พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.บางนา 
พ.ต.ท.ภาสกร รัตนปนัดดา รอง ผกก.(สส.) พ.ต.ต.ปรัชญา บุญยืน สว.สส. ร.ต.อ.ณรงค์ แป้นปลื้ม ร.ต.อ.สมใจ รอดดัง ร.ต.ท.พิทักษ์ มีจิตร์ รอง สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ร่วมกันจับกุมตัว นายอัครเดช ศรีบุญเรือง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ 12 ต.หนองใหญ่ อ.หนองกุศรี จ.กาฬสินธ์ พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง รุ่นแกแลคซี่โน๊ต2 จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ภายในท็อปซุปเปอร์มาเกต สาขาเซ็นทรัลบางนา แขวงและเขตบางนา



พ.ต.ต.ปรัชญา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากทางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลบางนาว่า 
มีคนร้ายเป็นชายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ ทาง พ.ต.ท.ภาสกร จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.ณรงค์ ร.ต.ท.พิทักษ์พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งต่อมาเมื่อเวลา 15.30 วันเดียวกันนี้ ได้รับแจ้งจากพนักงานท็อบซุปเปอร์มาเกต สาขาเซ็นทรัลบางนา ว่าพบคนร้ายลักษณะตามกล้องวงจรปิดเข้ามาหาเหยื่อและลักทรัพย์สินของทางร้าน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าไปจับกุมได้ดังกล่าว



พ.ต.ต.ปรัชญา กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยก่อเหตุตระเวนลักษณ์ทรัพย์มาแล้ว 4 ครั้ง โดยพฤติการณ์จะทำทีเข้าไปซื้อสินค้าภายในห้างเซ็นทรัล สาขาบางนา ซึ่งจะรอเวลาให้เหยื่อเผลอในขณะที่เลือกซื้อสินค้า ก่อนที่จะเข้าไปฉกกระเป๋าแล้วหลบหนี ทั้งนี้ทรัพย์สินที่ได้จะเอาไปเฉพาะเงินสดและโทรศัพท์มือถือ ส่วนเอกสารต่างๆ และกระเป๋าจะนำไปทิ้งในถังขยะ โดยเงินที่ได้จะนำไปเที่ยวเตร่



อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนยังพบอีกว่า ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักษณ์ทรัพย์ น.ส.ณัฐรดา หรือแจ็คกี้ อภิธนานนท์ นางเอกภาพยนตร์เรื่อง "ปืนใหญ่จอมสลัด"
และยังเป็นภรรยา ม.ล.ณัฏฐกรณ์ หรือคุณปลื้ม เทวกุล นักจัดรายการโทรทัศน์ชื่อดัง ซึ่งได้ถูกคนร้ายรายนี้ขโมยกระเป๋าภายในท็อบซุปเปอร์มาเก็ต สาขาเซ็นทรัลบางนา เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสด 2 หมื่นบาท และเอกสารสำคัญต่างๆ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนที่จะส่งให้พนักงานสอบสวน สน.บางนาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

วอนช่วยหนูน้อยโชคร้ายมะเร็งกินดวงตาวันนี้ 16 ก.พ.57



วอนช่วยหนูน้อยโชคร้ายมะเร็งกินดวงตา
 
วอนช่วยหนูน้อยโชคร้ายมะเร็งกินดวงตา แม่ใจสลายลูกเสี่ยงพิการ-ตาย ด้านพี่สาวหวังพึ่งป่ฏิหาริย์
วันนี้ (16 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่652ชุมชนหมู่บ้านเปรมปรีดิ์ หมู่5ซอยรังสิต-นครนายก54ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังได้รับแจ้งจากนางชะลอสะลาแก้ว อายุ46ปี ว่าน้องน่ารัก(นามสมมติ) ลูกชายวัย1ปี8เดือน ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่จอตาด้านซ้าย และอาจต้องเป็นเด็กพิการบอดหรือเสียชีวิต หากไม่ได้รับการบริจาคดวงตาเพื่อผ่าตัดเปลี่ยนช่วยเหลือได้ทันกาล


นางชะลอ กล่าวทั้งน้ำตาว่า มีลูก 2 คน โดยคนแรกเป็นหญิง ซึ่งโตเป็นสาวแล้ว 
ส่วนน้องภูมิ ถือว่าเป็นลูกหลง เพราะคิดว่าอายุมากไม่น่าจะท้องแล้ว แต่เมื่อลูกเกิดมาก็ดีใจมาก และตั้งแต่เลี้ยงมาก็ไม่เคยป่วยหนัก จะมีบ้างที่มีอาการของโรคหอบเท่านั้น แต่ช่วงหลังสังเกตเห็นตาลูกเริ่มเหล่ ทั้งยังมีขี้ตาเยอะผิดปกติ จึงพาไปหาหมอ และต้องตกใจแทบช็อกเมื่อทราบว่าลูกป่วยหนัก ถึงขั้นต้องผ่านำลูกตาออกในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ทันที เนื่องจากเชื้อมะเร็งลุกลามกินไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว จึงอยากขอให้ผู้มีจิตเมตตายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือด้วย


ด้าน น.ส.เกวลีสะลาแก้ว22 ปี พี่สาวของหนูน้อย กล่าวอย่างเศร้าสร้อยว่า ปกติน้องจะเป็นเด็กร่าเริง
แต่เดือนเศษที่ผ่านมากลับเปลี่ยนไปมีอาการงอแงคล้ายเจ็บปวดทั้งยังมักขยี้ตาบ่อยเป็นประจำ ห้ามก็ไม่ฟัง อีกทั้งเห็นว่าตาของน้องเริ่มเอียงตก จึงพาน้องไปพบแพทย์ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน กระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สังเกตเห็นดวงตาของน้องเป็นวาวใส จึงลองค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และพบกับบทความของ ศ.พญ.ละอองศรีอัชชะนียะสกุล ภาควิชาจักษุวิทยา อธิบายถึงอาการของโรคมะเร็งจอตา ตรงกับอาการของน้อง จึงพาไปพบแพทย์อีกครั้งและต้องอึ้งเมื่อทราบว่าน้องต้องผ่าตัดด่วน เพื่อรักษาชีวิต จึงอยากวอนให้ผู้ใจบุญช่วย โดยการขอรับบริจาคลูกตาเด็ก ซึ่งส่วนตัวคิดว่าคงเป็นเรื่องยาก แต่ยังหวังให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นในครอบครัว


"มะเร็งชนิดนี้ถือเป็นอันดับ3ที่พบในเด็ก ส่วนใหญ่จะมีอายุน้อยกว่า5ปีโดยอาจเกิดขึ้นกับตาข้างเดียวหรือพร้อมกัน2ข้างก็ได้ ในประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยใหม่ประมาณ30-40รายต่อปีโดยเด็กที่เป็นจะมีลักษณะตาวาวมีสีขาวใสวาวกลางตาดำ ประกอบกับมีตาเหล่ ตาอักเสบ หรือม่านตา2 ข้างสีไม่เหมือนกัน และยังไม่รายงานเรื่องสาเหตุที่แน่ชัด ทำให้การวินิจฉัยโรคนี้ทำได้ช้าคือจะเริ่มสังเกตเห็นเมื่ออายุประมาณ2ขวบแล้ว ทำให้ไม่มีการเตรียมใจมาก่อนเลย" พี่สาวหนูน้อยผู้โชคร้าย กล่าว.

ล้อมรณะปลิวจากทางด่วนปลิดชีพแม่ค้าหมูปิ้งวันที่ 16 ก.พ.57 เวลา 07.45 น



ล้อมรณะปลิวจากทางด่วนปลิดชีพแม่ค้าหมูปิ้ง
 

กงล้อมหาภัยปลิวออกจากช่องทางด่วนถ.บางนา-ตราด ปลิดชีพแม่ค้าหมูปิ้งหน้าโรงงานย่านบางปะกงดับ


วันที่ 16 ก.พ.57 เวลา 07.45 น. ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ เศษนาเวช พนักงานสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ ล้อรถบรรทุกคู่ขนาดใหญ่ปลิวลอยออกมาจากช่องทางด่วน บนถนนสายบางนา-ตราด บริเวณหลัก กม.ที่ 40-41 ลงมาตกใส่ชาวบ้านเสียชีวิต ที่บริเวณข้างถนนริมไหล่ทางคู่ขนาน ด้านฝั่งขาออกมุ่งหน้า จ.ชลบุรี พื้นที่ ม.2 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุที่บริเวณใกล้กับปากประตูทางเข้าด้านหน้าโรงงานผลิตสายไฟของบริษัทฮานาว่า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

พบร่างของผู้เสียชีวิตนอนในลักษณะคว่ำหน้าเกือกกลิ้งอยู่กับพื้นไหล่ถนน จนเนื้อตัวมอมแมม ที่ศีรษะมีเลือดไหลออกมากองกับพื้น ห่างจากร่างของผู้เสียชีวิตย้อนมาตามเส้นทางพบ รถจักรยานยนต์ดัดแปลงแบบพ่วงข้าง ยี่ห้อยามาฮา สีฟ้า ทะเบียน กบธ 446 สุโขทัย ใช้สำหรับปิ้งหมูย่าง ไก่ย่าง และไส้กรอกขาย จอดนิ่งลักษณะทแยงอยู่กับแนวถนน
สิ่งของบนรถซึ่งเป็นอุปกรณ์การค้าขาย ทั้งถาดวางสินค้า กระปุกน้ำจิ้ม เครื่องเคียงแตงกวา พริกสด  หมู ไก่ ไส้กรอก 
ที่เสียบไม้ปิ้งย่างแล้วปลิวลอยกระจัดกระจายตกอยู่เกลื่อนพื้น ส่วนเตาย่างตกลงไปอยู่ในคูน้ำข้างทาง เลยจากจุดพบร่างของผู้เสียชีวิตไปอีก 10 เมตรพบกงล้อรถบรรทุกขนาดใหญ่ แบบแพ็คคู่ ตกกองอยู่ที่พื้นถนน โดยมีร่องรอยเศษจารบี ตลับลูกปืน ตกเรี่ยลาดออกมาจากช่องทางด่วนเป็นระยะทางยาวกว่า 100 เมตร ทราบชื่อผู้เสียชีวิต ต่อมา คือ นางประเสริฐ อยู่ลับ อายุ 47 ปีภูมิลำเนาเดิม เลขที่ 223 ม.6 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย
จากการสอบสวน นางดาริกา นิ่มกิ่ง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/22 ม.3 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พนักงานโรงงานดังกล่าว
ระบุว่า ขณะเกิดเหตุได้เดินทางเข้ามาถึงยังที่หน้าโรงงานพอดี ได้เห็นล้อรถบรรทุกพ่วงคันสีเขียว ปลิวลอยออกมาจากช่องทางด่วนจนฝุ่นควันตลบ ก่อนที่จะพุ่งเข้ามากระแทกกับร่างของแม่ค้าหมูปิ้งอย่างจัง จนร่างกระเด็นออกไปไกลจากจุดที่กำลังปิ้งย่างหลายเมตร จากนั้นกงล้อยังได้พุ่งเข้าไปกระแทกเข้ากับเสาไฟส่องสว่างริมทาง และกระเด็นออกไปสิ้นฤทธิ์เลยจากร่างของผู้เสียชีวิตอีกกว่า 10 เมตร
ขณะที่รถบรรทุกคันก่อเหตุกับยังคงขับวิ่งมุ่งหน้าไปตามเส้นทางตามปกติ
และไม่เห็นว่าเขาจะชะลอรถ หยุดรถ หรือรู้ตัวว่าล้อรถได้หลุดออกมาจากตัวรถและทับคนตายแต่อย่างใด หลังเกิดเหตุเหตุการณ์ขึ้นตนไม้กล้าที่จะเข้าไปดู จึงได้รีบเอามือปิดหน้า และเดินเข้าไปภายในโรงงาน โดยเห็นแต่เพียงมีคนขับรถตู้ บขส.เข้ามาจอด และได้โทรศัพท์แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุที่หน้ากลัวมาก และแสดงให้เห็นว่าบนท้องถนนบ้านเราไม่มีความปลอดภัยเลย เหตุการณ์ต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 

ด้าน ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า เบื้องต้น เป็นอุบัติเหตุ ที่มีรถบรรทุกได้ทำล้อหลุดออกมาจากทางด่วน
ก่อนที่จะปลิวมาทับร่างของแม่ค้าขายหมูปิ้งจนเสียชีวิต และได้ขับเลยไปโดยไม่ได้จอด หรือหยุดรถ มุ่งหน้าไปยังทาง จ.ชลบุรี โดยเบาะแสที่ได้เป็นรถพ่วงคันสีเขียว ทะเบียน 70-0631 กทม. ขณะนี้ได้วิทยุแจ้งไปยังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเขต จ.ชลบุรี ช่วยสกัดจับแล้ว
พบแล้วพ่วงกงล้อมหาภัย กว่าจะรู้ว่าล้อหายไปไกลถึงเมืองชลบุรี
เวลา 10.30 น. ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ เศษนาเวช ร้อยเวรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีอุบัติเหตุแม่ค้าหมูปิ้งถูกกงล้อรถบรรทุกปริศนา ปลิวลอยมาตกใส่จนเสียชีวิต ได้รับการประสานกลับมาจากเขตพื้นที่ จ.ชลบุรี ว่า พบรถคันก่อเหตุแล้ว โดยมีอาสาสมัครมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ ได้ร่วมสังเกตการณ์และพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ที่บริเวณเลยจากทางต่างระดับข้ามแยกคลองตำหรุ ไปยังบริเวณด้านหน้าหมู่บ้านพระพรหมประมาณ 400 เมตร เขตพื้นที่ ม.4 ต.หนองไม้แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปสอบสวนยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุพบรถคันดังกล่าว จอดชิดขอบไหล่ทางด้านฝั่งขาออกบนถนนสายบายพาสชลบุรี มุ่งหน้าแหลมฉบัง 
โดยเป็นรถพ่วงแบบ 22 ล้อ หัวลากสีเขียว ยี่ห้อฮีโน่ รุ่นเมก้า ทะเบียน 70-3781 นครสวรรค์ และหางพ่วงบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ ทะเบียน 70-6631 นครสวรรค์ ที่บริเวณเพลาหลังของส่วนหางพ่วงคู่หน้าสุด จากทั้งหมด 3 เพลา ล้อคู่ด้านซ้ายได้หลุดหายไปทั้งสองล้อ โดยมี นายนิตต์ ธิตะปัน อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.9 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา แสดงตนเป็นคนขับ
นายนิตต์ กล่าวว่า ไม่ทราบเหตุว่าล้อรถคันที่ขับมานั้น 
ได้หลุดออกไปชนคนเสียชีวิต เพราะว่ารถพ่วงคันที่ขับมาเป็นรถบรรทุกหนักแบบ 3 เพลา จึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งหากเป็นแบบ 2 เพลาก็จะรู้สึกได้เพราะหางพ่วงจะเอียงต่ำลง และได้มารู้อีกครั้งว่าล้อหลุดหายก็ต่อเมื่อได้นำรถเข้ามาจอดแวะซื้อไก่ย่างริมทาง ที่บริเวณร้านค้าริมถนนก่อนถึงหมู่บ้านพระพรหมแห่งนี้ โดยแม่ค้าได้ชี้ร้องบอกว่าล้อรถหายไป จึงได้รับรู้ และได้ขับรถขยับเลยมาจอดตรงบริเวณดังกล่าว
ซึ่งตนได้ประกอบอาชีพขับรถมานานถึงกว่า 31 ปีแล้ว ยังไม่เคยประสบเหตุร้ายมาก่อน ในวันนี้ได้ไปรับตู้คอนเทรนเนอร์สินค้ามาจากย่านลาดกระบัง
เพื่อที่จะนำไปส่งลงเรือยังที่ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง แต่รถได้มาประสบเหตุนี้เสียก่อน โดยรถคันดังกล่าวนี้เป็นของ บริษัททีไลน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ตั้งอยู่ย่านกิ่งแก้ว 44 รับจ้างบรรทุกสินค้าให้กับบริษัท MAERSK โดยตนเป็นพนักงานขับรถของบริษัท ทีไลน์ และไม่ได้คิดที่จะหลบหนีไปไหน เพราะรถบรรทุกขนส่งคันนี้มีการทำประกันภัยไว้ และได้ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัย และแจ้งให้แก่ทางบริษัทเจ้าของรถทราบแล้ว
ขณะที่ ร.ต.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นจะแจ้งข้อกล่าวหา คนขับในข้อหาขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเอาไว้ก่อน ส่วนในเรื่องของคดีนั้น จะต้องดูรายละเอียดอื่นๆ อีกครั้ง โดยจะต้องนำรถพ่วงของกลางคันนี้กลับไปยัง สภ.บางประกง ด้วย