วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ยิงขู่ศาล-ข่มขวัญฝ่ายต้านโกง “อำนาจมืด” ย่ามใจทำชั่วไม่หยุด โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2557 07:23 น.

ยิงขู่ศาล-ข่มขวัญฝ่ายต้านโกง “อำนาจมืด” ย่ามใจทำชั่วไม่หยุด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์17 กุมภาพันธ์ 2557 07:23 น.

สะเก็ดไฟ
       
       เวลานี้ถือเป็นยุค “อำนาจมืด” ภายใต้รัฐตำรวจครองเมืองอย่างแท้จริง
       
       เหตุการณ์ข่มขู่ที่เกิดขึ้นหลายครั้งนับแต่การเกิดขึ้นของมวลมหาประชาชน ตั้งแต่ 31 ตุลาคม 2556 จนถึงปัจจุบัน เช่น การปาระเบิดบ้านตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร, ปาระเบิดใส่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์, เหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง หรือที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, การยิงเอ็ม 79 ใส่เวทีชุมนุม กปปส. เช่นที่แจ้งวัฒนะ และห้าแยกลาดพร้าว เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตำรวจไม่เคยจับคนร้ายได้เลย ทั้งที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดที่น่าจะสืบสวนขยายผลได้ แต่ก็เกียร์ว่างกันไปหมด
       
       ล่าสุดกับเหตุการณ์ที่สร้างความตระหนกตกใจให้ผู้คนจำนวนมากก็คือ เหตุการณ์คนร้ายลอบใช้เครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 จำนวน 1 ลูก ยิงใส่ที่หน้าต่างชั้น 7 อาคารศาลอาญา เหตุเกิดเมื่อดึกสงัด 14 ก.พ.ที่ผ่านมา จน ธงชัย เสนามนตรีอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ที่เป็นคนไม่ให้สัมภาษณ์อะไรกับใคร ยังต้องออกมาระบุว่าศาลอาญาก่อตั้งมาจะครบ 132 ปี ยังไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่ก็ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้ศาลหวั่นไหวแต่อย่างใด
       
       การสอบสวนของตำรวจคงดำเนินกันไป แต่ดูแล้วก็คงไม่แตกต่างจากเหตุการณ์อื่นๆ คือ ยากที่ตำรวจจะจับมือใครยิงได้
       
       แต่ที่น่าสนใจก็คือ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ในวันรุ่งขึ้นคือ 15 ก.พ. จะเป็นวันซึ่งดีเอสไอจะยื่นคำร้องขอฝากขัง สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อดีต ผอ.สำนักข่าวทีนิวส์ และหนึ่งในแกนนำ กปปส.ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ก่อนหน้านี้ ในกรณีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อันเป็นการยื่นคำร้องขอฝากขังผลัดแรก ตั้งแต่วันที่ 15-26 ก.พ. รวมระยะเวลา 12 วัน
       
       ที่ศาลอาญาพิจารณาคำร้องฝากขังของดีเอสไอ และคำร้องขอประกันตัวของสนธิญาณแล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องของผู้ร้อง-สนธิญาณ แล้วประกอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งศาลอาญาก่อนหน้านี้ ที่มีคำสั่งเมื่อ 13 ก.พ.ที่ศาลอาญาสั่งยกคำร้อง ไม่อนุญาตให้ตำรวจคุมตัวนายสนธิญาณต่อ เพราะเห็นว่าตำรวจควบคุมตัวสนธิญาณมา 4 วัน มีการสอบปากคำไปมากแล้ว จึงเกินความจำเป็นที่จะควบคุมตัวต่อไป
       
       ทางศาลอาญาจึงมีคำสั่ง 15 ก.พ.ไม่ให้อนุญาตขยายเวลาควบคุมตัวนายสนธิญาณ และให้ปล่อยชั่วคราวไปแล้ว
       
       เหตุคนร้ายลอบใช้เครื่องยิงลูกระเบิดชนิดเอ็ม 79 ใส่ตึกศาลอาญา จะเป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ข่มขู่ทางการเมือง และมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของสนธิญาณหรือไม่ นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองก็พยายามจะวิเคราะห์กันไป
       
       แต่สิ่งสำคัญก็คงต้องสะท้อนกันตรงๆ ว่า ศาลยุติธรรม เป็นองค์กรซึ่งทุกคนเชื่อมั่นในความยุติธรรม เป็นที่พึ่งได้ แล้วถ้าศาลที่มีภูมิคุ้มกันทางสังคมสูงมาก ต้องมาโดน “ข่มขู่-คุกคาม” กันแบบนี้ โดยเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถคลี่คลายคดี หรือปกป้องศาลได้ แล้วประชาชนจะเหลืออะไร 
       
       ขณะเดียวกัน เมื่อห่างจากเหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ศาลอาญาไม่กี่ชั่วโมง ก็มาเกิดเหตุคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนกราดยิง 4 นัด ใส่บ้าน ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด - กรรมการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) - อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติหลังรัฐประหาร 19 ก.ย.49 แต่บทบาททางสังคม และการเมืองที่คนรู้จักกันดีก็คือ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน เครือข่ายนี้เป็นการเกิดขึ้นขององค์กรต่างๆ ที่มาจับมือกันในลักษณะภาคีความร่วมมือเพื่อรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชัน
       
       กรณีของศาลอาญา ดูแล้วการกระทำของคนร้าย มุ่งหวังผลในเชิงสัญลักษณ์ คือต้องการแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจในตัวองค์กร-สถาบันศาลจึงก่อเหตุต่อตัวอาคารศาลอาญา แต่กรณีของประมนต์ ซึ่งเจ้าตัวยืนกรานกับตำรวจว่า ไม่เคยมีเรื่องอะไรกับใคร จึงน่าจะมุ่งหมายข่มขู่แบบเฉพาะเจาะจง ไม่ได้ทำในเชิงสัญลักษณ์
       
       ทั้งนี้ ชื่อของประมนต์ก่อนจะมาเจอกับเหตุการณ์ระทึกขวัญแบบนี้ไม่กี่วันมานี้ ก็ตกเป็นข่าวว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อท่อน้ำเลี้ยงของ กปปส. ที่สื่อรายงานว่าประมนต์เป็นหนึ่งในลิสต์รายชื่อท่อน้ำเลี้ยงของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ซึ่งจนถึงป่านนี้ ศรส.ก็ไม่เห็นจะมีการแถลงรายชื่ออย่างเป็นทางการตามที่ออกมาขู่แต่อย่างใด
       
       อย่างไรก็ตาม บทบาทที่โดดเด่นที่สุดของภาคีเครือข่ายฯ ที่ทำให้หลายคนพูดถึงมากที่สุด ในช่วง 3-4 เดือน ที่ผ่านมาแต่หลายคนอาจลืมไปแล้วก็คือ บทบาทของภาคีเครือข่ายฯ ในการออกเป็น แถวหน้ากลุ่มแรกๆ ที่เคลื่อนไหวต่อต้าน “ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ” ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรกๆ เลยด้วยซ้ำ ที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายล้างผิด อุ้มคนชั่วปล่อยคนโกงลอยนวล เช่น การที่ คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม รองประธานภาคีฯ ไปยื่นหนังสือที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เพื่อประจานสภาทาสในการเห็นชอบ พ.ร.บ.ล้างผิดดังกล่าว ก่อนที่จะเกิดกระแสลุกฮือของคนทั้งประเทศในเวลาต่อมา
       
       ดังนั้น หากจะถามว่าอะไรที่ทำให้คนในเครือข่ายระบอบทักษิณไม่พอใจภาคีเครือข่ายฯ มากที่สุด ก็น่าจะเป็นเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ยิ่งหากไปเชื่อข้อมูลมั่วๆ ของ ศรส.ที่โยงว่า ประมนต์ เป็นกลุ่มทุนให้ กปปส.ล้มรัฐบาลเพื่อไทย จึงน่าจะมีเหตุผลพอที่เชื่อได้ว่าเป็นชนวนเหตุที่คนร้ายไปยิงปืนใส่บ้านพักประมนต์
       
       เพื่อเป็นการสั่งสอน และต้องการส่งสัญญาณเตือนพวกฝ่ายต่อต้านทักษิณ 

ชาวนาตายลูกเดียว “ปู” แบ่งแยกจ่ายเงินไม่ครบ-ขู่ห้ามทวงหนี้!! โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2557 06:23 น

ชาวนาตายลูกเดียว “ปู” แบ่งแยกจ่ายเงินไม่ครบ-ขู่ห้ามทวงหนี้!!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์17 กุมภาพันธ์ 2557 06:23 น

ผ่าประเด็นร้อน 
       
       ตามกำหนดการที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โม้เอาไว้ว่า วันที่ 17 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะเริ่มจ่ายเงินให้ชาวนา พร้อมทั้งเรียกร้องให้เลิกชุมนุม
       
       สอดรับกับคำพูดของ “จอมโกหก” รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ยืนยันว่า เวลานี้รัฐบาลสามารถ “กู้เงิน” ย้ำว่า “กู้เงิน” จากสถาบันการเงินหลายแห่งได้แล้ว ซึ่งต่อมาก็มีการเปิดเผยกันว่า สถาบันการเงินที่ว่านั้นก็คือ ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งแต่ละธนาคารมี “นิติกรรมอำพราง” แตกต่างกันไป
       
       เริ่มจากสองธนาคารแรกก่อน คือ ระหว่างธนาคารออมสิน กับ ธ.ก.ส. โดยธนาคารออมสินจะให้กู้แบบ “กู้ระหว่างธนาคาร” แบบมีดอกเบี้ย แต่จำนวนเงินเท่าไหร่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ ชำระคืนกี่เดือนกี่วัน ยังสบสนและปิดลับ โดยที่กระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกัน เป้าหมายก็เพื่อนำไปจ่ายหนี้โครงการจำนำข้าวให้ชาวนา
       
       ความหมายก็คือ “มีความเสี่ยงสูงมาก” เพราะคลังไม่ได้ค้ำประกัน อีกทั้งถ้าค้ำก็เสี่ยงผิดกฎหมาย เพราะอยู่ในช่วงรักษการ และทั้งสองธนาคารดังกล่าว โดยเฉพาะ ธ.ก.ส.ก็ไม่ได้มีสถานะขาดสภาพคล่องจนมีความจำเป็นต้องกู้เงินในลักษณะนั้น และไม่ใช่หน้าที่ และนำเงินแบบนี้ออกไปใช้หนี้ แต่เป็นเพราะผู้บริหาร ทั้งกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการบริหารของธนาคารล้วนแต่เป็นคนของระบอบทักษิณ ก็สามารถซิกแซกทำได้ในทางลับอยู่ตลอดเวลา
       
       หันมาทางธนาคารกรุงไทยบ้าง กรณีใช้วิธีซิกแซกปล่อยกู้อีกก้อนหนึ่งให้กับ “พ่อค้าข้าว” เพื่อให้มีเงินหมุนเวียน มีสภาพคล่องมาร่วมประมูลข้าวของรัฐบาล ซึ่งแม้ว่าวิธีนี้อาจเป็นการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าเก่าของธนาคาร แต่คำถามก็คือ มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องใช้วิธีพิเศษในการปล่อยกู้ เพื่อนำเงินมาซื้อข้าวรัฐบาลเพื่อที่จะนำเงินไปจ่ายชาวนาอีกทอดหนึ่ง และแน่นอนว่าการ “ขายแบบนี้” มันก็ต้อง “ราคาถูกแบบพิเศษ” และ “ขาดทุนมากเป็นพิเศษ” เพราะรีบขาย
       
       ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความจริงว่า การขายราคาถูกแบบนี้รับรองว่าต้องมี “พ่อค้าคนกันเอง” มาซื้อไปขายต่อเอากำไร เรียกว่า “ได้ช่องโกง” กันอีกรอบ
       
       อย่างไรก็ดี หากพิจารณาทั้งสองกรณีไม่ว่าจะมาในแบบที่ธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้กับ ธ.ก.ส.แบบ “อินเตอร์แบงก์” ซึ่งวิธีนี้มีวงเงินอย่างมากก็ไม่น่าจะเกิน 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่วิธีการหลังให้ธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ให้พ่อค้าข้าวเพื่อนำเงินมาประมูลซื้อข้าวจากรัฐบาล ที่ตามข่าวบอกว่า กระทรวงพาณิชย์ ของนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ทยอยนำข้าวมาประมูลเดือน 4-5 แสนตัน หรือแม้แต่ให้ตัวเลขเวอร์ก็ได้ ให้เดือนละ 1 ล้านตัน มันก็ถือว่าจำนวนน้อย ไม่ทันการณ์กับความเดือดร้อนของชาวนา ที่กำลังจ่อคิว “ผูกคอตาย” อีกนับสิบรายอยู่ในเวลานี้ เนื่องจากปัญหาหนี้สินที่รุมเร้า จนรัดติ้ว ดิ้นไม่ออกแล้ว
       
       แน่นอนว่า การจ่ายเงินให้ชาวนาตามที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวให้ความหวังกับชาวนาว่า จะเริ่มจ่ายให้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์นั้น คำถามก็คือ จะจ่ายจำนวนเงินเท่าใด และจ่ายให้ชาวนาได้กี่ราย และจ่ายให้ชาวนาพวกไหนก่อน เพราะคิดว่า เงินที่ซิกแซก “รีด” มาได้ ก็แค่หลักหมื่นล้านบาท ยังเหลือหนี้ชาวนาอีกนับแสนล้านบาท จะทำอย่างไร จะจ่ายเมื่อไหร่ เพราะในความเป็นจริงชาวนาเขารอเงินมานาน 5-6 เดือนแล้ว ให้รออีกแค่วันเดียวก็ไม่ไหวแล้ว และที่สำคัญก็คือ เงินที่จ่ายให้นั้นได้ “รวมดอกเบี้ย” ให้ด้วยหรือเปล่า
       
       หากกล่าวกันโดยสรุปก็คือ “จ่ายไม่ครบ” ยังค้างจ่ายอีก “บานเบอะ” เพราะยังมีชาวนาอีกนับแสนรายที่ยังไม่ได้รับเงิน ความเดือดร้อนก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
       
       ที่น่าจับตาก็คือ จะมีการ “เลือกจ่าย” ให้ชาวนาบางกลุ่มที่ “เส้นใหญ่” คนกันเองก่อน จะสร้างความแตกแยกกันเอง และแม้ว่ารัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เพราะเสียฐานเสียงสำคัญที่สุด แต่มันช่วยไม่ได้ ในเมื่อมันหมดทาง สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ก็คือ “การข่มขู่คุกคาม” ไม่ให้ชาวนากล้าหือออกมาประท้วง หรือการเข้าร่วมกับกลุ่ม กปปส.ในการขับไล่รัฐบาล เหมือนกับเวลานี้ที่รัฐบาลหุ่นเชิดกำลังระดมตำรวจเข้ามานับหมื่นนายเข้ามาปิดล้อมศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทางหนึ่งก็เพื่อสกัดการยกขบวนเข้ามาชุมนุมของชาวนาที่ประกาศจะเริ่มเคลื่อนไหวใหญ่ เพื่อทวงหนี้โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สำหรับกลุ่ม “เครือข่ายชาวนาไทย” และวันที่ 19 กุมภาพันธ์ สำหรับกลุ่มชาวนาในภาคเหนือและภาคอีสานหลายจังหวัด นี่แหละถึงได้ “ตาลีตาเหลือก” ต้องหากทางสกัดกั้นกันทุกทาง
       
       แต่ถึงอย่างไรเชื่อเถอะ มันไปไม่รอดหรอก เพราะความจริงก็คือ รัฐบาล “ถังแตก” เจ๊งกับโครงการจำนำข้าวหมดแล้ว เพราะถ้าสังเกตก็คือ สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำได้ตอนนี้ก็คือหาทาง “กู้ กู้ และกู้” เท่านั้น หรืออย่างมากก็ทยอยขายข้าวออกไป ซึ่งก็ “ยิ่งขายก็ยิ่งขาดทุน” จะเหลือเงินกลับเข้าคลังได้สักกี่หมื่นล้านบาท และทุกทางก็นับวันตีบตัน เพิ่มความเสี่ยงให้ระบบการเงินของประเทศพลอยพังพินาศไปด้วย และถ้าพังคราวนี้ ฉิบหายกันถึงรากแน่นอน เพราะคราวนี้ฐานรากในชนบทโดยเฉพาะภาคเกษตร ได้พังทลายไปหมดแล้ว
       
       ดังนั้น สิ่งที่ต้องจับตาไม่กะพริบก็คือ รัฐบาลจะจ่ายเงินให้ชาวนาได้กี่ราย จำนวนเงินเท่าไหร่ และจ่ายให้กลุ่มไหนก่อน!!

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

มาฆะบูชา-วาเลนไทน์-ตำรวจ-เอ็ม 16 วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557



บันทึกประวัติศาสตร์ วันศุกร์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เป็นวันมาฆะบูชา
และตรงกับวันวาเลนไทน์ Valentine's day, February 14, 2014


วันมาฆบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางศานาพุทธ เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน คือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ท่าม กลางที่ประชุมมหาสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพระพุทธศาสนา โดยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ คือ พระสงฆ์สาวก 1,250 รูปได้มาประชุมพร้อมกันยังวัดเวฬุวันโดยมิได้นัดหมาย, พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" หรือผู้ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง, พระสงฆ์ที่มาประชุมล้วนเป็นพระอรหันต์ผู้ทรง อภิญญา 6, และวันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญมาฆปุรณมีดิถี ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ดังนั้น จึงเรียกวันนี้อีกอย่างหนึ่งว่า "วันจาตุรงคสันนิบาต" หรือ วันที่มีการประชุมพร้อมด้วยองค์ 4
จากวิกิพิเดีย สารานุกรมเสรี

การปฎิบัติตนสำหรับพุทธศาสนาในวันมาฆะบูชานี้ก็คือ

การทำบุญ ตักบาตรในตอนเช้า หรือไม่ก็จัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด ตอนบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา ในตอนกลางคืน จะพากันนำดอกไม้ ธูปเทียน ไปที่วัดเพื่อชุมนุมกันทำพิธีเวียนเทียน รอบพระอุโบสถ พร้อมกับพระภิกษุสงฆ์โดยเจ้าอาวาสจะนำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำ ถวาย ดอกไม้ธูปเทียน ทุกคนว่าตาม จบแล้วเดิน เวียนขวา ตลอดเวลาให้ระลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชาตามที่ทางวัด เตรียมไว้ เป็นอันเสร็จพิธี

จากเวบไซต์ธรรมะไทย

เป็นวันแห่งการแสดงถึงความรัก ความห่วงใย ปรารถนาดี และอยากให้ทุกคนมีความสุข

ภาพจาก Twitter William Davies AFP



ภาพจาก facebook anthony.cartalucci



ภาพบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า จาก V Chusangkh Love King



ภาพจาก Bluesky TV

ภาพจาก Bluesky TV

ภาพจาก Bluesky TV

 ภาพจาก Nation TV

กปปส.แจ้งวัฒนะ ขอน้อมนำอาณุภาพพุทธองค์คุ้มหัว รอดพ้นภัยตำรวจวันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557



สวัสดีครับ พี่น้องผู้รักขาติรักแผ่นดิน
         ในเมื่อกำนันสั่งเอาไว้ว่า หากพบเหตุการณ์ตำรวจขอคืนพื้นที่เมื่อไร ก็ให้พี่น้องนั่งลง แล้วสวด 'อิติปิโส ภวค
วา ... ' ขออาณุภาพแห่งองค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้ามาปกป้องภัยพาล แล้วที่เวทีแจ้งวัฒนะก็เป็นแห่งแรกที่ได้ใช้วิธี
การนี้ แล้วก็ได้ผลเป็นอย่างดีเสียด้วย เพราะตำรวจต้องถอยร่นไปมือเปล่าๆ ไม่ได้จับเอาพี่น้องคนใดคนหนึ่งในมวล
มหาประชาชนเลยสักคน
(คลิก www.blueskychannel.tv ติดตามรายการสดโทรทัศน์ช่อง Blue Sky Channel TV)


 **

*                  *   


           **
ขอขอบคุณภาพพุทธรูปจากเว็บ www.oknation.net


คม ชัด ลึก

 


ชมภาพ!'สวดมนต์'ประจันหน้าตร.
ประมวลภาพพ!กลุ่มกปปส.เวทีแจ้งวัฒนะนั่ง'สวดมนต์'ประจันหน้าตร.ที่เตรียมขอพื้นที่คืน

*
*
**

แนวหน้า


วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557, 12.53 น.
tags : มือมืด, บึ้ม, สะพานมัฆวาน, ช่างภาพ, สยามรัฐ, ลูกหลง, เจ็บ
 
*     **

14 ก.พ. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลา 11.10 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุระเบิดไม่ทราบชนิด ที่บริเวณเชิงสะพานมัฆวาน
ด้านทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นผู้ชุมนุมหญิง 1 ราย และช่างภาพจากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ถูก
สะเก็ดระเบิดกระเด็นใส่ ทราบชื่อ นายวัชรินทร์ กลิ่นมะลิ ช่างภาพสายอาชญากรรม หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ได้รับบาดเจ็บที่
ข้อเท้าด้านขวา ถูกนำส่งโรงพยาบาลเดชา



'สาทิตย์'ชูอิติปิโสไล่ตร.พ้นพื้นที่ เย้ย'เหลิม'ทำเข้มกลัวหลุด'ศรส.'
*         *
  วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557



วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557, 14.16 น.

tags : สาทิตย์ วงศ์หนองเตย, กปปส., อิติปิโส, ไล่ตำรวจ, คืนพื้นที่, ชุมนุม, เฉลิม, ศรส.


14 ก.พ.57 ที่เวที กปปส.แยกปทุมวัน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ขึ้นเวทีปราศรัยต่อมวลชน ว่า เมื่อคืนวานนี้มีข่าว
แพร่สะพัดว่า เวลา 04.00 น.มีการระดมตำรวจนับหมื่นนายเพื่อสลายการชุมนุม โดยมีการส่งข้อความจาก ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศ
ภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ส่งไปยังผู้สื่อข่าวว่า ทาง ศรส.ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส.ขอนัดผู้สื่อ
ข่าว เวลา 05.00 น.โดยบอกว่ามีข่าวใหญ่ให้พาดหัว

ทั้งนี้ พอ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ทราบข่าว เกิดอาการนอนไม่หลับ เกรงว่าตำรวจจะสลายการชุมนุม และกลัวจะ
เสียเลือดเนื้อ เพราะเป็นวันพระใหญ่ พอถึงเวลา 05.00 น.นายสุเทพโทรปลุกตนและบอกว่าตำรวจระดมพลเตรียมพร้อมที่ลานพระ
บรมรูปทรงม้า เพื่อสลายมวลชนกลุ่ม คปท.และกองทัพธรรม หลังจากนั้น ตนโทรบอกทีมงานของเวทีราชประสงค์ เพื่อให้จัดเตรียม
มวลชนเพื่อช่วยเหลือ แต่หลังจากตรวจสอบข่าวกับ นายนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่ม คปท.ปรากฏว่า มวลชนไม่ได้มีความหวั่นไหว
แต่อย่างใด โดยมีการยกมวลชนมาเยี่ยมเยียนและร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชาที่เวทีปทุมวัน และตำรวจได้เข้ารื้อเต็นท์เปล่าของมวลชน
อิสระ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่าง คปท.กับกองทัพธรรม โดยตำรวจอ้างว่า รื้อที่เพื่อรถยนต์วิ่งผ่านได้ แต่ตำรวจไม่สามารถทำอะไรกับเต็นท์ของ
กลุ่ม คปท.และกองทัพธรรมได้

ส่วนเหตุการณ์ที่เวทีแจ้งวัฒนะ ทาง ร.ต.อ.เฉลิม ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปิดถนนหัวท้ายเพื่อหวังจะสลายการชุมนุม แต่ทาง หลวงปู่
พุทธะอิสระ บอกกับมวลชนว่าอย่าตื่นตระหนก และให้มวลชนยืนประจันหน้ากับแถวตำรวจ และสวดอิติปิโส หลังจากนั้น ตำรวจก็เสริม
กำลังมากขึ้น แต่มวลชนก็พร้อมใจสวดอิติปิโส จนตำรวจถอนกำลังออกไป แสดงให้เห็นว่า ธรรมะชนะอธรรม ซึ่งในเวลานี้เวทีที่แจ้ง
วัฒนะกลับมามีบรรยากาศคึกครื้นอีกครั้ง

"ตนมองว่า ร.ต.อ.เฉลิม กลัวถูกปลดจากตำแหน่ง ผอ.ศรส.และสร้างเงื่อนไขเพื่อให้คงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่มวลชนยึด
หลัก สงบ สันติ อหิงสา ทำให้รัฐบาลหมดเหตุประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่แกนนำและมวลชนก็จะไม่ประมาท พร้อมรับมือสถานการณ์
ต่างๆ ด้วยสติและการตื่นรู้" นายสาทิตย์ กล่าว

ดังนั้น ขอให้ช่วยเฝ้าระวังต่อไป ในวันนี้ ศรส.พ่ายแพ้กับธรรมะ ซึ่งพวกเขาอาจจะคิดร้ายต่อไป แต่มวลชนก็จะยึดความสงบมวลชนก็
จะชนะ และในโอกาสในวันมาฆบูชานี้ ทางแกนนำและมวลชนจะส่งความรัก ความเมตตา ให้สรรพสัตว์ใน ศรส.ให้สลายตัวในเร็ววัน
ด้วย



**

“มัลลิกา” ปูด “นช.แม้ว” สั่งสมุนล็อบบี้ กดดันองค์กรยุติธรรม ล้มคดีทุจริต “รัฐบาลปู”วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557

รองโฆษก ปชป.โชว์หลักฐาน “ยิ่งลักษณ์” ลงนามคำสั่งเอี่ยวทุจริตจำนำข้าว พร้อมปูด “นช.แม้ว” สั่งลิ้วล้อล็อบบี้ กดดันองค์กรยุติธรรม ล้มคดีทุจริตโครงการต่างๆ ของรัฐบาล ช่วยน้องสาวพ้นคดีโกง 

      
       น.ส.มัลลิกา บุญมีตระ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางมายังประเทศพม่าแล้วมีบุคคลในรัฐบาลเดินทางไปพบ ทราบว่าได้มีการพูดคุยถึงการล็อบบี้ช่วยเหลือรัฐบาลเกี่ยวกับกรณีที่ถูกดำเนินคดีทุจริตในโครงการต่างๆ อีกทั้งยังมีการส่งบุคคลไปประกบครอบครัวของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้พิพากษาในคดีสำคัญๆ เพื่อเป็นการกดดันการทำหน้าที่ ให้การพิจารณาคดีหยุดชะงัก และเป็นผลดีต่อรัฐบาล
      
       นอกจากนี้ยังทราบอีกว่า การพูดคุยที่ประเทศพม่ายังมีการพูดคุยถึงการกดดันธนาคารต่างๆ เพื่อให้ปล่อยกู้กับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าว รวมถึงเตรียมกดดันรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยเฉพาะ ปตท. ให้ซื้อพันธนบัตรรัฐบาลที่เตรียมออกมา เพื่อรวบรวมเงินมาจ่ายชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวที่ล้มเหลว
      
       น.ส.มัลลิกายังได้มีการนำเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคำสั่งของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่ ลงนามโดน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธาน กขช. ในทุกคำสั่ง มาแสดงต่อสื่อมวลชน อาทิ คำสั่งเกี่ยวกับการแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการระบายข้าวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวตั้งแต่ต้น ดังนั้น ต้องถูกดำเนินคดีอาญาเช่นเดียวกับนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และเรียกร้องไปยัง ป.ป.ช.ให้นำเอกสารเหล่านี้ไปร่วมพิจารณาในสำนวนด้วย เนื่องจากทราบว่ามีการคัดแยกเอกสารเหล่านี้ออกมาจากสำนวนคดีในชั้นของอนุกรรมการเพื่อตัดตอนไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกดำเนินคดีอาญา

นัก รบ ผ้า ขาว ม้า.. ซัด เปรี้ยงงง! ตะ กวด ถอยยย ดีกว่า...???วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ...



 14 ก.พ.57 ตับ..เปรี้ยง..คั่วข้าวโพดถวายทาน วันมาฆบูชา..เปิดตัวนักรบผ้าขาวม้า 
 
Photo


หลังการประชุมที่พม่าระหว่างชายดูไบ และสมุนอเวจีของแก๊งค์อั้งยี่แดง จึงเป็นที่มาของการลุยทุกวิธีด้วยงบ 1,000 ล้าน ดังนี้
1. สั่งให้ลอบบี้ และบีบประกบบ้านครอบครัวองค์กรอิสระ และคณะอนุกรรมการ ปปช. รวมทั้งเปาบุ้นจิ้น ที่ทำคดีนี้ เพื่อให้หวาดกลัว และติดสินบนทำลายและคัดแยกเอกสารลายเซ็นต์ปูเน่าทุกฉบับเกี่ยวกับจำนำข้าว ให้พ้นคุก
2. ยื่นเงื่อนไขเจรจากับบิ๊กชาย 3 สี ตั้งนายกฯ คนกลางของตัวเอง ( วิษณุ เนติบริกร) พร้อมขอให้นิรโทษกรรมพ้นคุกอีกรอบ

การทำลายชาติก็ทำแล้ว , การทำลายสถาบันเบื้องสูงก็ทำแล้ว , วันนี้จึงถึงคิวการทำลายศาสนา เมื่อการเจรจาทุกอย่างล้มเหลวคว่ำไม่เป็นท่า ชายดูไบจึงสั่งลุยให้ปฏิบัติการ “ มาฆ่าบูชาอำมหิต" กับประชาชน โดยมี เป็ดเหลิม อับดุล ย้อย วันนี้เพราะพี่ให้ รับคำสั่งชั่วจากทรราชให้มาเบียดเบียนบุกทำร้ายประชาชนในวันพระใหญ่ ขณะกำลังตักบาตรทำบุญ และฟังพระสวด

ส่วนเป็ดเหลิม ต้องทำ “ มาฆ่าบูชาอำมหิต" อำมหิตนี้ เพื่อเอาอกเอาใจสร้างผลงานให้ท่านตู่คากคกเห็น ไม่งั้นจะถูกสั่งเฉดหัวจาก ผอ.ศูนย์รวมสัตว์ (ศรส.) และเพื่อสร้างหลักฐานเท็จให้เปาบุ้นจิ้นเห็น เพราะจะมีการพิพากษาถอน พรก.ฉุกเฉินฯ เทียมนี้ในวันพุธที่ 19 กุมภา นี้

ชายดูไบให้ฤกษ์พานาทีมาว่า ถ้าทำภายใน 12.00 น.จะทำลายศาสนาพุทธ ในไทยสำเร็จ
จึงเป็นที่มาของการสั่งชายชุดดำปราบจลาจล และหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายพันคนพร้อมอาวุธสงครามครบมือ เช่น M16 ปืนพกประจำกาย และรถหุ้มเกราะ ลุยทำร้ายประชาชนหลายจุดชุมนุมย่อย ในวันพระใหญ่ที่เป็นวันสำคัญทางศาสนา..

จึงต้องเร่งที่ปิดเกมส์โดยทำทุกวิถีทางให้เกิดการปะทะกัน ระหว่างผู้ชุมนุมกับชายชุดดำ และอันธพาลเสื้อแดงจัดตั้งของรัฐอั้งยี่แดง เพื่อให้เกิดสถานการณ์ที่รุนแรง และกระหยิ่มใจว่าจะเปิดโฉมหน้าที่แท้จริง ของกลุ่ม กปปส. และ คปท. ว่าไม่ได้เป็นการชุมนุมที่ถูกต้องด้วยกฏหมาย เป็นคลังแสงอาวุธขนาดใหญ่

โดยการสั่งระดมนักข่าวสื่อต่างๆ ให้เข้ามาทำข่าวในตอนเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ หวังให้มีนักรบป๊อบคอร์น ออกมาสันติอหิงสวนเหมือนเหตุการณ์ที่หลักสี่ แต่นกกระจอกก็คือนกกระจอกวันยังค่ำ ไม่มีวันเข้าใจกลศึกของพญาอินทรีย์ เพราะแผนการต่างๆ ของชายชุดดำมีใส้ศึกส่งข่าวให้แกนนำ กปปส.ล่วงรู้ภายในทุกนาที และได้มีการประชุมรับมือต่อสถานการณ์ในวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้บอกให้ความลับรั่วไหลแพร่งพรายออกไป

เมื่อชายชุดดำเริ่มปฏิบัติการณ์โดยใช้รถยนต์จอดขวางปิดถนน ตั้งแถวรุกคืบขอคืนพื้นที่ 2 จุดในช่วงเช้า คือที่ หลวงปู่พุทธอิสระ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และ จุด คปท. มัฆวาน ท่ามกลางความกระหยิ่มยิ้มย่องของเหล่าบรรดานกกระจอก ว่างานนี้เคี้ยวหมูไม่หน้าแตกเหมือนแผนปะทะหลักสี่ที่ผ่านมา !!
 
Photo


1. ที่จุดแรก..คปท.มัฆวาน แกนนำได้ใช้กลศึกตามพิชัยสงคราม “ ทิ้งค่ายแล้วมาเอาคืน “ สร้างความปวดหัวให้เป็ดเหลิม และชายชุดดำอย่างมาก
- เมือจู่ ๆ เวลา 08.00 น.แกนนำ คปท.นำมวลชนเคลื่อนพลออกจากชมัยมรุเชฐ ผ่านสนามม้านางเลิ้ง ผ่านกองทัพชายชุดดำมหาศาลที่หลีกทางให้ผ่านแบบงง ๆ ..ไรฟะ แล้วแกนนำและมวลชนก็หลบแดด ไปนั่งจิบกาแฟกับกำนัน และไปนอนเล่นกับเพื่อน ๆ ที่กระทรวงคลองหลอด
- กองทัพชายชุดดำจึงดาหน้าเดินเข้าพื้นที่ แต่กลับไร้การต่อต้านใด ๆ..ไม่มีนักรบป๊อบคอนมายิงชายชุดดำ อุตส่าห์พอชายชุดดำมาเยอะ กะให้ถูก คปท.ยิงตายสักร้อยคนในวันพระ..ทำไมๆๆ ไม่ยิง
- เลยเจอแต่ค่ายพักว่างเปล่า ไร้ผู้คน เต้นท์พักโล่ง ไม่พบอาวุธใดๆ..หน้าแตกหงายเงิบ หันรีหันขวาง เอาไงดี จึงไปคว้าเอาหนังสติ๊กที่ ลูกหิน กระป๋องเปล่าผูกโบว์ธงชาติ ที่ชายชุดดำเตรียมมือ เอามาวางเรียงแถลงข่าวด้วยความภูมิใจ แล้วเป็ดเหลิมและชายชุดดำก็ค่อย ๆ สลายตัวเดินเลี่ยงกลับออกไปด้วยความอับอายไปทั่วโลก
- ส่วน คปท.เมื่อไปกินกาแฟกับกำนันเสร็จแล้ว ก็เคลื่อนมวลชนกลับฐานค่ายเดิมเรียบร้อยแล้ว และร้องรำทำเพลงฉลองวันพระกันบนเวทีเป็นที่สนุกสนาน ยังไม่ได้ออกแรงอะไรสักนิด..ชนะซะและ!! ส่วนที่กระทรวงหลอดก็แหยงจากเมื่อวานไม่มีปิดล้อมจากชายชุดดำ ที่ขนาดกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเทียมกว่า 1,000 คน ยังวิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิง

2. จุดหลวงปู่พุทธอิสระ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
- ช่วงเช้า มีการทำพิธีทางศาสนา ทำบุญ ตักบาตร กันโดยไม่สนใจคำขู่ใด ๆ
- เมื่อชายชุดดำจำนวนมากเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา การ์ดของ กปปส. จัดกำลังนำแผงเหล็กและยางรถยนต์ มาวางขวางถนนไว้ ผู้ชุมบางส่วนได้เข้าผลักเล็ก ๆ ชายชุดดำไม่ให้เข้าพื้นที่ และนั่งขวางรถหุ้มเกราะไว้ “ พร้อมสวดมนต์อิติปิโส ภัคคะวา”
- มีมวลชนควายแดง 4 ตัว ใส่หมวกสีแดงทั้งหมด เดินมาจากแนวชายชุดดำตรงไปทะเลาะกับผู้หญิงสูงอายุคนนึงของ กปปส. สักพักได้มีชายชุดเขียวสวมโม่งดำ จากฝั่งผู้ชุมนุม กปปส.เดินแหวกเข้าไปตรงจุดนั้น แล้วจัดการลากกระชากตัวชายหมวกแดงทั้ง 4 คน และประเคนเข่า ศอก หมัด เท้า ทำบุญวันพระ จนควายแดงล้มลุกคลุกคลาน ระหว่างชุลมุนนั้นก่อนที่ควายแดงจะอิ่มบุญไปมากกว่านี้ ชายชุดดำในชุดปราบจลาจลต้องรีบมากันเอาตัวควายแดงทั้ง 4 ตัว หลบไปหลังแนวชายชุดดำอย่างเร่งรีบ และบอช้ำ..หงายเงิบ
ล่าสุดตะกวดขึ้นรถเตรียมถอยกำลังเผ่น!!
- เมื่อชายชุดำยังไม่รู้สำนึกว่าวันนี้เป็นวันพระ มารบกวนญาติโยมที่เขากำลังทำบุญกัน ขณะที่ชายชุดดำกำลังเคลื่อนพลดาหน้าเพื่อเข้าสลายการชุมนุม แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็ปรากฏ พิธีการแจกป๊อบคอร์นจึงเริ่มขึ้น ได้มีเสียงปืนดังสนั่น ตับๆ เปรี้ยงๆ จาก “ นักรบผ้าขาวม้า” คั่วข้าวโพดเข้าใส่เข้าไปบริเวณกองทัพชายชุดดำ ส่งผลให้แถวชายชุดดำแตก หลบตายกันกระจัดกระจายเข้าไปแอบตามตึกข้าง ๆ มีบางคนวิ่งไปหลบที่บริเวณหน้าบ้านประชาชน พร้อมส่องกล้องดูจุดที่มาของแหล่งข้าวโพดคั่วร้อน ๆ แต่ก็ไม่พบ
- ที่นี้เอาไงดีกว่า..ขืนเดินหน้าเข้าไปต่อ สงสัยจะเจอรถถังของชายชุดเขียว ปตอ.ที่คุ้มครองหลวงปู่เป็นแน่ สักพักมีคำสั่งลึกลับมาจากชายสีเขียวให้ยกเลิกปฏิบัติการเสียดี ๆ เพราะวันนี้เขาทำบุญกัน ไม่งั้นจะโดนกันไม่น้อย ชายชุดดำจึงถอนกำลังออกจากแจ้งวัฒนะ อย่างรวดเร็วหายเกลี้ยง

" มันคือมหกรรมต้มแม้ว" ของเป็ดเหลิมและเหล่าชายชุดดำ หลังจากแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ทุกอย่างพังพินาศ ล่มไปจนหมดสิ้นท่า ลงทุนไปหลัก 1,000 ล้าน แต่แพ้แค่พ่อครัว “ นักรบผ้าขาวม้า “...บอกแล้วไม่เชื่อว่าอย่าไปยุ่งกับหลวงปู่ฯ เพราะเจ้าที่แถวนั้นแรง วันนี้เขายังไว้ชีวิตเพราะวันพระ ถ้าวันหน้าถัดไปเขาคงไม่ปราณี..แถวนี้ถิ่น พล.ปตอ.เขาด้วย !!

วันนี้เป็นวันพระ..และไม่ว่าวันนี้หรือวันหน้า ธรรมะ ต้องชนะอธรรมเสมอ เจอคั่วข้าวโพดถวายทานวันมาฆบูชาเข้าไป และใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหว ก็ชนะแบบใสสะอาดโดยที่ไม่มีมวลชนฝ่ายธรรมต้องเจ็บหรือเสียชีวิตรุนแรงเลยสักคน..” ชนะโดยไม่ต้องรบ คือชัยชนะที่แท้จริง”

งานนี้รัฐอั้งยี่แดงเสียแรงเปล่า ชกลมวืดๆ หน้าแตกเสียแรงกำลังพลหลายพันคนไปเฉย!! ไปเวียนเทียนกันดีกว่า “ อิติปิโส ภัคคะวา” ..ฮา
 
Photo


@เสธ น้ำเงิน
ที่มา : https://www.facebook.com/topsecretthai

ประมวล ภาพ ศรส.สลายการชุมนุม วัน มา ฆ บู ชา !!!วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 ...


วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557
 ...เนื่องในวาระ มาฆบูชา...
 
คนหนึ่งที่ได้ดีเพราะพี่ให้ กับอีกคนที่ประกาศเป็นขี้ข้าทักษิณอย่างเป็นทางการ สร้างผลงานโชว์ คางคก !
เคลียร์พื้นที่ Zone ผู้้ชุมนุมอิสระ ฯ บริเวณ ราชดำเนินนอก ถึง มรรฆวาน







            อาวุธร้ายแรงที่ค้นพบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังสะติ๊กควบคุมกระสุนด้วยระบบ GPS ใช้ช่องสัญญานไทยคม ควบคุมวิถี ซึ่งคาดว่าผู้ชุมนุมจะใช้โจมตีตำรวจเพื่อยึดประเทศไทย ณ ค่ายพักย่าน มรรฆวาน-มิสกวัน
         ไอ้เหลิมว่า เป็นการขอคืนพื้นที่โดยไม่ใช้อาวุธ ที่ถือมานั้นไม่ใช่อาวุธ เขาเรียกว่า "ปืน ยาว" ??   ฮา..หรือ BB GUN
        ไม่มีเครื่องหมายยศ หรือ สังกัด  ตรวจสอบยากว่า โจรแต่งตำรวจ หรือ แต่งตำรวจแต่เป็นโจร?
       ช่วงเวลาเดียวกัน 2 สาวใหญ่ ชินวัตร และ น้องไปป์ กับ บริวาร ปรากฎตัวที่วัดมงคลบพิตร อยุธยา ขณะที่ ผู้ชุมนุมเวทีแจ้งวัฒนะ นั่งสวดอิติปิโส หน้าแถวตำรวจ  และ พล.ต. น.พ. เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ หวั่นนองเลือด ทนไม่ได้ มายันตำรวจเอง

Photo: ..สุดยอด ## ตะกวดมา ฉันสวด
 
 
              12.45น. ขบวนทัพหลังจากเวทีในเมืองเคลื่อนถึงหน้าบชน. แกนนำประกาศว่าพามวลชนมาทานมื้อเที่ยงที่นี่ 
 
 
                         
                         กองทัพนกหวีด กปปส. ไปเยี่ยม บิ้กแจ๊ด ที่ บชน.