| สุดทน! รถถูกราดน้ำกรด 4 ครั้งรวด - พ่นสีประจาน ′ฝีมือเมียน้อย′ | |||
| |||
วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
สุดทน! รถถูกราดน้ำกรด 4 ครั้งรวด - พ่นสีประจาน ′ฝีมือเมียน้อย′ เมื่อ 6 ก.พ.57
ลอบสังหาร “แม้ว” โหรฟันธง19ก.พ. เมื่อ 6 ก.พ.57
| ลอบสังหาร “แม้ว” โหรฟันธง19ก.พ.! | |||
| |||
กินของไหว้เจ้าหนุ่มหลอนฆ่าตัวตาย โดดสะพานลอยรถทับซ้ำดับคาที่ เมื่อ 6 ก.พ.57
| กินของไหว้เจ้าหนุ่มหลอนฆ่าตัวตาย โดดสะพานลอยรถทับซ้ำดับคาที่ | |||
| |||
เปิด'บันทึกทหาร'แยกหลักสี่ เมื่อ 6 ก.พ.57
| เปิด'บันทึกทหาร'แยกหลักสี่ | |||
|
วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม 2557 ไทยโพสต์ฉบับวานนี้ขายเกลี้ยงแผง เพราะบทความนี้. สหรัฐอเมริกากับรัฐบาลยิ่งลักษณ์
16 ม.ค. 2557, 08:01 น.
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
เวลานี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังเพลี่ยงพล้ำด้านการเมืองในประเทศ เพราะถูกกดดันในทุกด้าน ไม่เพียงแต่ถูกกดดันจากมวลมหาประชาชนของ กปปส.เท่านั้น ยังมีตัวละครอื่นตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. กกต. เป็นต้น ที่เตรียมพิพากษาความผิดของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งคงไม่นานเกินรอ ดังนั้น ผู้จัดการรัฐบาลจึงวางแผนดึงมหาอำนาจนอกประเทศเข้ามาเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยใช้การปล่อยข่าวปฏิวัติเพื่อสร้างเงื่อนไข
แหล่งข่าวในวงการทูตอเมริกัน เปิดเผยว่า วอชิงตันมีท่าทีชัดเจนว่า หากทหารปฏิวัติ อเมริกาอาจเข้าแทรกแซง และอ้างว่าจะมีประเทศอื่นเข้าร่วมด้วย ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศลงข่าวว่า อเมริกาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย และเสนอให้คู่ขัดแย้งหาทางประนีประนอมกันโดยสันติวิธี โดยพร้อมที่จะเป็นตัวกลางเจรจาให้ ส่งเสริมการเจรจาและเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยอย่างสันติ ขณะเดียวกัน อเมริกาก็แสดงความชื่นชมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีความอดทนอดกลั้นไม่ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนที่ออกมาต่อต้าน
ก่อนหน้านี้ นายบันคีมุนได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์การเมืองในไทย และอยากให้คู่ขัดแย้งหาทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธีผ่านการเจรจา เขาเปิดเผยด้วยว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว แต่หลังจากที่อภิสิทธิ์มีจดหมายชี้แจงว่า สิ่งที่ยิ่งลักษณ์แจ้งให้บันคีมุนทราบนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มุ่งช่วยพี่ชาย องค์กรอิสระเป็นต้นตอของความขัดแย้ง ผู้ชุมนุม กปปส.เป็นพวกติดยาเสพติด เป็นที่ทราบกันดีว่า บันคีมุน ซึ่งอเมริกาสนับสนุนให้เป็นเลขาธิการสหประชาชาติถูกอเมริกาลากเข้ามาเล่นในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ดี หลังจากที่อภิสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบแล้ว นายบันคีมุนดูชะงักไป แต่ต้องดูต่อว่าอเมริกาจะบีบให้บันคีมุนเล่นเกมนี้อีกหรือไม่อย่างไร
ทั้งหมดน่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของ มร.ที. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับอเมริกามาก เขาเก่งในเรื่องการเล่นเกมระหว่างประเทศ เมื่อใดที่พลาดพลั้ง ก็จะใช้ยุทธศาสตร์ “โลกล้อมประเทศ” เขาเกี่ยวข้องกับอเมริกันมานานแล้ว ก่อนเข้าสู่อำนาจครั้งแรก เขาจ้างบริษัทอเมริกันให้มาวางแผนการเลือกตั้งจนได้ชัยชนะอย่างท่วมท้น หลังตกจากอำนาจ เขาได้ไปจ้าง “บริษัทล็อบบี้” ที่มีชื่อเสียงในอเมริกา 3 บริษัท บริษัทละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (30 ล้านบาท) หนึ่งในสามนั้นคือ บริษัทล็อบบี้ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่มุ่งล็อบบี้สมาชิกสภาคองเกรส และพุ่งตรงไปยังประธานาธิบดีได้เลย นอกจากนั้น มร.ที. ได้จ้าง “บริษัทประชาสัมพันธ์” อเมริกันให้วางแผนประชาสัมพันธ์เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น ให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ให้ยิ่งลักษณ์มีภาพลักษณ์ที่ดี วาทกรรมทางการเมืองต่างๆ ออกมาจากบริษัทประชาสัมพันธ์นี้ รวมทั้งการวางแผนให้ยิ่งลักษณ์ไปปรากฏตัวในการประชุมระหว่างประเทศในที่ต่างๆ รวมทั้งการกล่าวหาคำปราศรัยที่อูลันบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ฯลฯ บริษัทอเมริกันที่รับจ้างประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าตนเองเป็นลูกจ้างของ มร.ที
ไม่เพียงเท่านั้น “กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย” ของอเมริกายังจัดสรรงบประมาณเอามาแจกจ่ายให้กับกลุ่มการเมืองนอกสภาที่กดดันรัฐบาลอภิสิทธิ์ขณะนั้น โดยอ้างว่าเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตย เป็นที่รู้กันดีว่า กองทุนนี้เป็น “องค์การบังหน้า” ของอเมริกันในการสนับสนุนด้านการเงินให้กับกลุ่มหรือองค์กรในต่างประเทศเพื่อล้มรัฐบาลที่ขัดผลประโยชน์ของอเมริกา
อเมริกาและ มร.ที. มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะเป็นกลุ่มทุนโลกาภิวัตน์ มร.ที. ดึงอิทธิพลของอเมริกามาสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะที่อเมริกาสนับสนุนให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อผลประโยชน์ในการใช้ไทยเป็นฐานต่อต้านอิทธิพลจีน และแสวงประโยชน์ร่วมกันกับแหล่งพลังงานในอ่าวไทย และ ฯลฯ
อเมริการู้ว่า เมื่อต้องการอะไร เขาพูดกับ มร.ที. คนเดียวจบ พูดกับ มร.ที. ง่ายกว่าพูดกับอภิสิทธิ์หรือคนอื่น เอาจาก มร.ที. ง่ายกว่าจากคนอื่น ตกลงกับ มร.ที.แล้ว ยิ่งลักษณ์รับไปทำ อเมริกาไม่สนใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะถูกประชาชนนับล้านคนต่อต้าน แต่อเมริกามองผลประโยชน์ของเขาเป็นสำคัญ
กปปส.ค่อนข้างอ่อนในเรื่องการทำความเข้าใจกับต่างประเทศ โชคดีที่ยังมีคนไทยในต่างประเทศคอยช่วยเหลือทำคลิปชี้แจงให้ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่รู้เรื่องประเทศไทยดี เช่น มร.ไมเคิล ยอน มร.โทนี่ ตาคาร์ลุคซี่ เป็นต้น คอยเขียนตอบโต้ผู้สื่อข่าวต่างชาติด้วยกันที่รับจ๊อบมาเขียน เช่น แอนดรู แมคเกรเกอร์ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี สุเทพ เทือกสุบรรณ โชคดีอยู่บ้างที่ได้รับการโหวตโดยสื่อต่างประเทศของอเมริกันให้เป็น “บุคคลแห่งเอเชีย ประจำปี 2556” โดยมีคะแนนสูงถึงร้อยละ 87 แซงตัวเก็งคนอื่นมาตลอด ทำให้ภาพลักษณ์ของสุเทพดีขึ้นในสายตาต่างประเทศ อย่างน้อยใครที่คิดจะ “อุ้ม” สุเทพ ต้องคิดหนักขึ้น ตำแหน่งนี้ มร.ที.เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็หวังไว้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ ซ้ำสถาบันจัดลำดับต่างประเทศยังจัดให้เขาเป็นผู้นำที่คอร์รัปชั่นมากที่สุดลำดับต้นๆ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ห่วยลำดับต้นๆ เสียอีก ส่วนยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ห่วยที่สุด
กิจการภายในประเทศไม่ได้อยู่แบบโดดๆ เรื่องภายในอาจลามไปยังภายนอกได้ ขณะเดียวกัน ภายนอกอาจเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในได้ อเมริกาสร้างทฤษฎีที่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งแม้เป็นเรื่องภายในประเทศ แต่จะส่งผลถึงภายนอกในทุกกรณี ดังนั้น ประเทศที่เสียประโยชน์ย่อมมีสิทธิเข้าแทรกแซง เป็นทฤษฎีที่อเมริกาตั้งขึ้นมาจากกรณีอิรัก ที่อเมริกามองว่ากระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในตะวันออกกลาง ดังนั้น อเมริกาจึงเข้าไปแทรกแซง ทฤษฎีห้ามแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน เป็นเพียงตัวหนังสือ|เท่านั้น อาจทำได้สำหรับประเทศเล็กๆ แต่ใช้ไม่ได้กับประเทศมหาอำนาจ
กล่าวโดยสรุป หากไม่มีเงื่อนไข ทหารก็ไม่ปฏิวัติ เมื่อทหารไม่ปฏิวัติ ก็ไม่มีเงื่อนไขให้อเมริกาเข้ามาแทรกแซง กปปส.ก็ไม่ต้องการให้ทหารปฏิวัติ โดยมวลมหาประชาชนจะทำการ “ปฏิวัติประชาชน” เอง เมื่อเป็นเช่นนี้ อเมริกาจะมาอ้างว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงผ่านการปฏิวัติรัฐประหารของทหารก็ไม่ได้ หากทำตัวเป็นหมาป่าจะขย้ำลูกแกะ ลูกแกะนับล้านๆ ก็พร้อมจะสู้กับหมาป่าตัวนี้
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
เวลานี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังเพลี่ยงพล้ำด้านการเมืองในประเทศ เพราะถูกกดดันในทุกด้าน ไม่เพียงแต่ถูกกดดันจากมวลมหาประชาชนของ กปปส.เท่านั้น ยังมีตัวละครอื่นตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. กกต. เป็นต้น ที่เตรียมพิพากษาความผิดของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งคงไม่นานเกินรอ ดังนั้น ผู้จัดการรัฐบาลจึงวางแผนดึงมหาอำนาจนอกประเทศเข้ามาเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยใช้การปล่อยข่าวปฏิวัติเพื่อสร้างเงื่อนไข
แหล่งข่าวในวงการทูตอเมริกัน เปิดเผยว่า วอชิงตันมีท่าทีชัดเจนว่า หากทหารปฏิวัติ อเมริกาอาจเข้าแทรกแซง และอ้างว่าจะมีประเทศอื่นเข้าร่วมด้วย ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศลงข่าวว่า อเมริกาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย และเสนอให้คู่ขัดแย้งหาทางประนีประนอมกันโดยสันติวิธี โดยพร้อมที่จะเป็นตัวกลางเจรจาให้ ส่งเสริมการเจรจาและเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยอย่างสันติ ขณะเดียวกัน อเมริกาก็แสดงความชื่นชมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีความอดทนอดกลั้นไม่ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนที่ออกมาต่อต้าน
ก่อนหน้านี้ นายบันคีมุนได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์การเมืองในไทย และอยากให้คู่ขัดแย้งหาทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธีผ่านการเจรจา เขาเปิดเผยด้วยว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว แต่หลังจากที่อภิสิทธิ์มีจดหมายชี้แจงว่า สิ่งที่ยิ่งลักษณ์แจ้งให้บันคีมุนทราบนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มุ่งช่วยพี่ชาย องค์กรอิสระเป็นต้นตอของความขัดแย้ง ผู้ชุมนุม กปปส.เป็นพวกติดยาเสพติด เป็นที่ทราบกันดีว่า บันคีมุน ซึ่งอเมริกาสนับสนุนให้เป็นเลขาธิการสหประชาชาติถูกอเมริกาลากเข้ามาเล่นในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ดี หลังจากที่อภิสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบแล้ว นายบันคีมุนดูชะงักไป แต่ต้องดูต่อว่าอเมริกาจะบีบให้บันคีมุนเล่นเกมนี้อีกหรือไม่อย่างไร
ทั้งหมดน่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของ มร.ที. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับอเมริกามาก เขาเก่งในเรื่องการเล่นเกมระหว่างประเทศ เมื่อใดที่พลาดพลั้ง ก็จะใช้ยุทธศาสตร์ “โลกล้อมประเทศ” เขาเกี่ยวข้องกับอเมริกันมานานแล้ว ก่อนเข้าสู่อำนาจครั้งแรก เขาจ้างบริษัทอเมริกันให้มาวางแผนการเลือกตั้งจนได้ชัยชนะอย่างท่วมท้น หลังตกจากอำนาจ เขาได้ไปจ้าง “บริษัทล็อบบี้” ที่มีชื่อเสียงในอเมริกา 3 บริษัท บริษัทละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (30 ล้านบาท) หนึ่งในสามนั้นคือ บริษัทล็อบบี้ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่มุ่งล็อบบี้สมาชิกสภาคองเกรส และพุ่งตรงไปยังประธานาธิบดีได้เลย นอกจากนั้น มร.ที. ได้จ้าง “บริษัทประชาสัมพันธ์” อเมริกันให้วางแผนประชาสัมพันธ์เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น ให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ให้ยิ่งลักษณ์มีภาพลักษณ์ที่ดี วาทกรรมทางการเมืองต่างๆ ออกมาจากบริษัทประชาสัมพันธ์นี้ รวมทั้งการวางแผนให้ยิ่งลักษณ์ไปปรากฏตัวในการประชุมระหว่างประเทศในที่ต่างๆ รวมทั้งการกล่าวหาคำปราศรัยที่อูลันบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ฯลฯ บริษัทอเมริกันที่รับจ้างประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าตนเองเป็นลูกจ้างของ มร.ที
ไม่เพียงเท่านั้น “กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย” ของอเมริกายังจัดสรรงบประมาณเอามาแจกจ่ายให้กับกลุ่มการเมืองนอกสภาที่กดดันรัฐบาลอภิสิทธิ์ขณะนั้น โดยอ้างว่าเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตย เป็นที่รู้กันดีว่า กองทุนนี้เป็น “องค์การบังหน้า” ของอเมริกันในการสนับสนุนด้านการเงินให้กับกลุ่มหรือองค์กรในต่างประเทศเพื่อล้มรัฐบาลที่ขัดผลประโยชน์ของอเมริกา
อเมริกาและ มร.ที. มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะเป็นกลุ่มทุนโลกาภิวัตน์ มร.ที. ดึงอิทธิพลของอเมริกามาสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะที่อเมริกาสนับสนุนให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อผลประโยชน์ในการใช้ไทยเป็นฐานต่อต้านอิทธิพลจีน และแสวงประโยชน์ร่วมกันกับแหล่งพลังงานในอ่าวไทย และ ฯลฯ
อเมริการู้ว่า เมื่อต้องการอะไร เขาพูดกับ มร.ที. คนเดียวจบ พูดกับ มร.ที. ง่ายกว่าพูดกับอภิสิทธิ์หรือคนอื่น เอาจาก มร.ที. ง่ายกว่าจากคนอื่น ตกลงกับ มร.ที.แล้ว ยิ่งลักษณ์รับไปทำ อเมริกาไม่สนใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะถูกประชาชนนับล้านคนต่อต้าน แต่อเมริกามองผลประโยชน์ของเขาเป็นสำคัญ
กปปส.ค่อนข้างอ่อนในเรื่องการทำความเข้าใจกับต่างประเทศ โชคดีที่ยังมีคนไทยในต่างประเทศคอยช่วยเหลือทำคลิปชี้แจงให้ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่รู้เรื่องประเทศไทยดี เช่น มร.ไมเคิล ยอน มร.โทนี่ ตาคาร์ลุคซี่ เป็นต้น คอยเขียนตอบโต้ผู้สื่อข่าวต่างชาติด้วยกันที่รับจ๊อบมาเขียน เช่น แอนดรู แมคเกรเกอร์ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี สุเทพ เทือกสุบรรณ โชคดีอยู่บ้างที่ได้รับการโหวตโดยสื่อต่างประเทศของอเมริกันให้เป็น “บุคคลแห่งเอเชีย ประจำปี 2556” โดยมีคะแนนสูงถึงร้อยละ 87 แซงตัวเก็งคนอื่นมาตลอด ทำให้ภาพลักษณ์ของสุเทพดีขึ้นในสายตาต่างประเทศ อย่างน้อยใครที่คิดจะ “อุ้ม” สุเทพ ต้องคิดหนักขึ้น ตำแหน่งนี้ มร.ที.เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็หวังไว้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ ซ้ำสถาบันจัดลำดับต่างประเทศยังจัดให้เขาเป็นผู้นำที่คอร์รัปชั่นมากที่สุดลำดับต้นๆ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ห่วยลำดับต้นๆ เสียอีก ส่วนยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ห่วยที่สุด
กิจการภายในประเทศไม่ได้อยู่แบบโดดๆ เรื่องภายในอาจลามไปยังภายนอกได้ ขณะเดียวกัน ภายนอกอาจเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในได้ อเมริกาสร้างทฤษฎีที่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งแม้เป็นเรื่องภายในประเทศ แต่จะส่งผลถึงภายนอกในทุกกรณี ดังนั้น ประเทศที่เสียประโยชน์ย่อมมีสิทธิเข้าแทรกแซง เป็นทฤษฎีที่อเมริกาตั้งขึ้นมาจากกรณีอิรัก ที่อเมริกามองว่ากระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในตะวันออกกลาง ดังนั้น อเมริกาจึงเข้าไปแทรกแซง ทฤษฎีห้ามแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน เป็นเพียงตัวหนังสือ|เท่านั้น อาจทำได้สำหรับประเทศเล็กๆ แต่ใช้ไม่ได้กับประเทศมหาอำนาจ
กล่าวโดยสรุป หากไม่มีเงื่อนไข ทหารก็ไม่ปฏิวัติ เมื่อทหารไม่ปฏิวัติ ก็ไม่มีเงื่อนไขให้อเมริกาเข้ามาแทรกแซง กปปส.ก็ไม่ต้องการให้ทหารปฏิวัติ โดยมวลมหาประชาชนจะทำการ “ปฏิวัติประชาชน” เอง เมื่อเป็นเช่นนี้ อเมริกาจะมาอ้างว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงผ่านการปฏิวัติรัฐประหารของทหารก็ไม่ได้ หากทำตัวเป็นหมาป่าจะขย้ำลูกแกะ ลูกแกะนับล้านๆ ก็พร้อมจะสู้กับหมาป่าตัวนี้
ทำไมทหารจึงออกมาไม่ได้ เมื่อ 6 ก.พ.57
ทำไมทหารจึงออกมาไม่ได้?
เอกสารสำคัญจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา กรณีการตั้งฐานทัพเรือในประเทศไทย
เนื้อความในเอกสารนี้ จะทำให้การชุมนุมที่มีคนออกมาร่วมเป็นล้านคน หรือเรื่องการปฎิรูปประเทศ กลายเป็นเรื่องเล็กๆไปเลย เนื่องจาก การที่เราให้ รมว. ต่างประเทศของเราเป็นคนลงนามในสัญญาจ้างนี้ ผูกพันกับไทย ตามกฎหมายระหว่างประเทศจ่ายเงินไปบางส่วน สัญญาจึงสมบูรณ์แล้ว ระยะเวลาของสัญญา 22 พ.ย. 2556 ถึง 28 ก.พ. 2557 ประมาน 3 เดือน สั้นมากสำหรับเรื่องใหญ่และสำคัญขนาดนี้แสดงว่าเตรียมการมาก่อนแล้ว
การเปิดเผยรายละเอียดของสัญญาในเวบไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ถึงแม้จะเป็นไปตามกฎหมายของเขา แต่ก็เป็นการประกาศโดยเปิดเผยว่า รัฐบาลไทย และ บริษัทล๊อบบี้ Davenport McKesson Corporation ได้ทำการโดยสมัครใจ และเปิดเผย ถ้าขึ้นศาลก็แพ้เขา
เนื้อหาสำคัญ รัฐบาลไทยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สุรพงศ์ โตวิจักรชัยกุล ได้ว่าจ้าง Davenport McKesson Corporation ให้เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยในการล๊อบบี้ให้สมาชิกสภาคองเกรส ของประเทศสหรัฐอเมริกา ให้อนุมัติ ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ มาสร้างฐานทัพเรือ ในประเทศไทย รวมทั้งประเทศไทยจะช่วยเหลือทางทหารในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในอ่าวบริเวณน่านน้ำของราชอาณาจักรไทย "หมายความว่าเราจะเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ในอ่าวไทยทั้งหมดแก่สหรัฐทันที อย่างนี้จะไม่เรียกว่าขายชาติได้อย่างไร"
เหตุที่รัฐบาลไทยไปจ้างบริษัทล๊อบบี้ เช่นนี้เพราะอเมริกา มีความประสงค์ที่จะมาตั้งฐานทัพเรือในประเทศไทยมานานแล้วเนื่องจากเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ และเป็นการปิดล้อมประเทศจีนไม่ให้แผ่อิทธิพลลงสู่ประเทศอาเซียน แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เสนอเรื่องเข้าสภาคองเกรสฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะจะถูกตั้งคำถามว่าทางประเทศไทยว่าอย่างไร จึงส่งสัญญานให้ฝ่ายไทย เสนอผ่านบริษัทล๊อบบี้ เขาก็จะรับลูกทันที หากสภาคองเกรส อนุมัติ ก็จะมีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศทันที
"เขาจึงออก พรบ. นิรโทษกรรมสุดซอย เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม. 190 ซึ่งผ่านสภาในอีก 2 วันถัดจาก พรบ. สุดซอย"
จึงไม่แปลกใจที่ อดีตนายก สามารถเดินทางเข้าออกสหรัฐได้ โดยไม่กลัวว่าจะถูกจับกุม เพราะศาลประจำวอชิงตันได้รับฟ้องกรณีฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ ไว้แล้ว
ทั้งหมดจึงเป็นการวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เป้าหมายน่าเป็นแหล่งพลังงานในอ่าวไทย เพราะถ้าจะสร้างฐานทัพเรือ ก็คงต้องใช้ที่สนามบินอู่ตะเภา เพราะสร้างเพิ่มเติมอีกไม่มาก และเป็นทั้งสนามบินและท่าเรือ แล้วประกาศเขตปลอดภัยของฐานทัพ อาจมีรัศมีถึง 300 กม. เพราะจะมีเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือดำนำพลังนิวเคลียร์ เครื่องบินรบชนิดต่างๆ รวมทั้งต้องนำอาวุธนิวเคลียร์ติดมาด้วยแน่นอน พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย- เขมร ก็ไม่มีใครเข้ามาได้ เพราะต้องได้รับอนุญาติจากสหรัฐ เขาจึงขุดน้ำมันได้แต่เพียงผู้เดียว และขณะนี้ เซฟรอน ได้สัมปทานจากรัฐบาลไทยไปทั้ง 15 แปลงแล้ว
แต่พอศาลรัฐธรรมนูญรับฟ้อง กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม. 190 ทำให้ติดขัด เขาจึงเปลี่ยนตัว จากประชา พรหมนอก ไปเป็น สุรพงศ์ ที่ไม่มีบารมีในกองทัพ และตำรวจ เลยแปลกไหมครับ ก็เพราะให้สุรพงศ์ มาแล้วเรียกแขกอย่างเดียว เพื่อบีบให้เกิดการนองเลือด แล้วบีบให้ทหารปฎิวัติ , ม. 190 ก็จะหายไป ทางสหรัฐก็ลงมติอนุมัติทันที แล้วก็มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยก็จะสูญเสียเอกราชทางดินแดน เสียน่านน้ำในอ่าวไทย และอาจจะเลยไปถึงฝั่งอันดามันบางส่วนด้วย กองทัพสหรัฐก็จะเข้ามาควบคุมประเทศในอาเซียนได้มาขึ้น โดยใช้ไทยเป็นฐาน
นอกจากนั้นจะเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับเพื่อนบ้าน และที่สำคัญกับประเทศจีน ซึ่งอาจถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ ประเทศชาติก็จะเสียหายมากมาย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของใครบางคน บางกลุ่ม
ทั้งหมดถูกวางแผนและเตรียมการมาก่อนทั้งสิ้น
วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557
การให้คนเลวมีอำนาจ อันตรายต่อบ้านเมืองขนาดไหน ก็จงดูนี่เป็นตัวอย่าง*ป๋าเปลว วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557
วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557
การให้คนเลวมีอำนาจ อันตรายต่อบ้านเมืองขนาดไหน ก็จงดูนี่เป็นตัวอย่าง...!
พ.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษก สตช. แถลงสรุปผลประชุม ศรส. (๔ ก.พ.๕๗) โดย ศรส.เร่งรัดขอออกหมายจับแกนนำ กปปส.ที่ขัดขวางเลือกตั้ง
ทั้งจะมีหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สถานทูต และ UN เพื่อแจ้งข้อมูลการกระทำผิดของแกนนำ กปปส.ในทุกมิติที่มีการดำเนินคดี
ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสั่งเนรเทศ "นายสาธิต เซกัล" นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย ย่านสีลม ฐานร่วมเป็นแกนนำ กปปส. ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ครับ....เลวบริสุทธิ์จริงๆ!ลุแก่อำนาจ ขาดจิตพินิจใคร่ครวญในสิ่งที่ทำ ไม่ได้หมายถึงผู้แถลง หากแต่ผมหมายถึง "คนไหนก็ได้" ใน ศรส.ที่ออกคำสั่งนี้!?
ณ วันนี้...ขณะนี้ มีไอ้พวกสัตว์นรก มันขนนักฆ่าเขมรเข้ามาบ่อนทำลายภายในประเทศ แทรกซึมอยู่กับกองกำลังระบอบทักษิณ ทั้งฆ่า ทั้งทำร้ายคนไทย ขนาด ผบ.หน่วยซีล บอกว่า ขนผ่านแดนกันเข้ามาเป็น ๑๐ คันรถ!
ทั้งคนไทยและคนเทศที่รักเมืองไทย...เขาสะดุ้ง มองเห็นพิษภัยจากนอกชาติที่ระบอบทักษิณชักนำเข้ามา ด้วยเป้าหมายจะเปลี่ยนประเทศไทยเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน"
คนรักบ้าน-รักเมือง พากันร้องบอก แต่ ศรส.เฉย...เฉยไม่เฉยเปล่า ปกป้องอีกตะหาก!
ไม่เพียงขนเขมรเข้ามาเป็นกองกำลังเข่นฆ่าคนไทยด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเองและคณะเท่านั้น ยังเป็นที่ประจักษ์ด้วยว่า.....
อสัตย์ทรามตัวนี้ ยังใช้อำนาจเหนือประเทศบงการผ่านยิ่งลักษณ์ ไปเพื่อตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับต่างชาติ โดยเฉพาะชาติตะวันตก โดยเอาทรัพยากรและแผ่นดินประเทศ.... เป็นทุนธุรกิจตระกูล!
ดังจะเห็นว่า สหรัฐ-อังกฤษ แสดงท่าทีปกป้องและเข้าข้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในทุกกรณี แม้ขณะมวลมหาประชาชนเฉียด ๑๐ ล้าน ลุกฮือพร้อมกันขับไล่ยิ่งลักษณ์ แต่ สหรัฐ-อังกฤษ กลับตัดต่อพันธุกรรมประชาธิปไตยโดยมองเฉพาะเปลือกคลุมรัฐบาลน้องสาวทักษิณเป็นตัวสรุป ไม่ว่าหมู หมา กา ไก่ เมื่อใช้พิธีกรรมเลือกตั้งชุบตัว ถือเป็นประชาธิปไตยหมด โดยแสร้งไม่รู้-ไม่เห็นเนื้อหาเป็นจริงว่า พิธีกรรมเลือกตั้งชุบตัว ที่อำนวยให้คนเลวเข้าไปมีอำนาจทุจริต คอร์รัปชัน โกงบ้าน-กินเมืองนั้น มันยัดห่าธิปไตย
ไม่ใช่ประชาธิปไตย ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ตามเนื้อหาปรัชญาประชาธิปไตยแท้จริง!
โดยสันดานแห่งประเทศจักรวรรดินิยมทุน ชอบคบหารัฐบาลประชาธิปไตยโจร เพราะพวกนี้ไม่มีอุดมการณ์ชาติ ขี่ง่าย เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยเด็กดีสำหรับเขา ตกลงผลประโยชน์กันง่าย
อย่างที่ทักษิณเอาประเทศไทยไปชำแหละแลก แล้วให้รัฐบาลนังมารร้ายแหกขา เปิดท่า-เปิดประเทศ ให้พวกมันเข้ามาทั้งลับ-ทั้งแจ้ง ซึ่งหมิ่นเหม่ต่ออธิปไตยชาติอยู่ขณะนี้!
นี่...อย่างนี้ ศรส.จะโดยเฉลิม โดยปึ้ง โดยอดุลย์ โดยธาริต หรือใครก็ช่าง รู้ทุกข์ เห็นโทษ จากภัยนอกชาติที่กรายถึงหัวบ้างมั้ย
และทำอะไรเป็นทางสกัดกั้น-ป้องกันบ้าง?
ทุกวันนี้ คนระดับอำนาจประเทศ มากต่อมาก นอกจากไม่รู้สึกเจ็บแค้น-แสนอายที่ชาติอื่นแทรกแซงเข้ามาแสดง "อำนาจเหนือ" บ้านเราเท่านั้น ยังพอใจเปิดประตูบ้าน-ประตูเมือง กวักมือเชื้อเชิญ "อำนาจนอกชาติ" ให้เข้ามาเป็นพวก แบบให้เขาเข้ามามี "อำนาจเหนือประเทศ" ตัดสินเรื่องราวภายในของพวกเรากันเอง ลืมเรื่อง ตาอิน-ตานา และตาอยู่ กันแล้วหรือ?
สถานทูต และยูเอ็นน่ะ ยกให้มันเป็นพ่อพวกมึงใน ศรส.น่ะได้....!
แต่ที่จะดึงให้มามีอำนาจ-อิทธิพลเหนือกลไกบริหารและปกครองประเทศของเราน่ะ....อย่าทะลึ่ง!
ขอถามหน่อย...มันเรื่องอะไรที่ ศรส.จะต้องนำเรื่องราวในบ้าน-ในเมืองขณะนี้ไปรายงานให้เขาทราบ ขนาดว่า "ทุกมิติที่มีการดำเนินคดี"!?
แต่ที่จะดึงให้มามีอำนาจ-อิทธิพลเหนือกลไกบริหารและปกครองประเทศของเราน่ะ....อย่าทะลึ่ง!
ขอถามหน่อย...มันเรื่องอะไรที่ ศรส.จะต้องนำเรื่องราวในบ้าน-ในเมืองขณะนี้ไปรายงานให้เขาทราบ ขนาดว่า "ทุกมิติที่มีการดำเนินคดี"!?
การไปดึง "นอกชาติ" มาเป็นพวก เพื่อต่อยตีกับคน "ในชาติ" กันเองอย่างนี้ เข้าข่าย "ขายชาติ" รู้มั้ย มันช่างบัดซบนัก
ยุโรป-สหรัฐ นอกจากบุญแห่งอำนาจเก่าที่มันเกาะกินมาจนหมดแล้วขณะนี้ มันมีลักษณะสังคมชาติอะไรดีกว่าของเราไม่ทราบ ถึงได้เอาหัวล้านไปเช็ดเกือกเขา?
ไอ้พวกไพร่เพื่อไทยนี่...กระทั่งสำนึกมันก็ยังไพร่!
เราแค่เห็นต่างกันภายใน กลับไม่ใช้จิตสำนึกแห่งชั่ว-ดี สำนึก กลับแร่ๆ ไปยกอำนาจบ้านเมืองให้เขา ทำนองชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้าน ด้วยการไปรายงาน "ทุกมิติคดี" มันเท่ากับเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามา "มีอำนาจเหนือ" ในกิจการภายใน ทำอย่างนั้น มันไม่ต่างอะไรกับยกบ้าน-ยกเมืองให้เขาครอง! เพราะอย่างนี้ สหรัฐพ่อมึง ถึงย่ามใจ ทำเป็นคำรามข้ามโลกเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องราวของไทยแทบทุกวัน นี่...วานซืน ทำเป็นฮึ่ม...อย่ารัฐประหารนะ
เสือกให้มันน้อยๆ หน่อยได้มั้ย บอกผ่านสถานทูตสหรัฐไปถึงนางโฆษกทำเนียบขาวนั่นด้วย!
และนี่ จะเจ้าธาริต เจ้าเหลิม เจ้าปึ้ง เจ้าไหนก็แล้วแต่ ไอ้นักรบเขมรที่ขนมาฆ่าคนไทยน่ะ
ทำไมไม่ตามจับ แล้วเนรเทศมันออกไป....หือ?
แต่กับ "นายสาธิต เซกัล" เขาอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่อ้อนแต่ออก เรียกว่าเป็นคนไทย "ทางจิตวิญญาณ" มากกว่าคนไทยอย่างพวกมึงด้วยซ้ำ ไม่เคยประพฤติเสื่อมเสีย ไม่เคยทำอะไรให้ประเทศไทยเสียหาย ตรงกันข้าม เขาเป็น "นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย" ซึ่งไม่ต้องอธิบายว่าสำคัญและเป็นคุณกับประเทศทั้งสองขนาดไหน และที่สำคัญ นายสาธิต เซกัล มีความเคารพ เทิดทูน "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทั้งกาย วาจา และใจ อันประจักษ์ชัดแล้ว แค่ไม่สวมเสื้อแดง ไม่ยอมเป็นขี้ข้าทักษิณ ไปขึ้นเวทีกปปส.ขับไล่นังมารร้ายกับกำนันสุเทพเท่านั้นแหละ นังยิ่งลักษณ์ ให้ ศรส....สั่งเนรเทศ?
นี่แหละถึงว่า อำนาจเมื่ออยู่ในมือโจร ทั้งบ้านเมือง และสุจริตชน พากันเดือดร้อน
สมมุติว่า นายสาธิตต้องถูกเนรเทศพ้นประเทศไทยไปจริงๆ ด้วยสถานภาพของเขา เฉพาะตัวคนไม่เดือดร้อนอันใด
แต่ความเป็น "ไทย-อินเดีย" บนสถานภาพ "นายกสมาคมฯ" และความเป็นคนไทยโดยจิตวิญญาณที่สร้างคุณให้กับสังคมชาติทั้งสองมายาวนานนี่ซี หมอง และแตกร้าว เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยโมหะแห่งโจรหน้ามืด! หมองกับอินเดียพลเมืองนับพันล้านก็ว่าหนักหนา
แต่ความเป็น "ไทย-อินเดีย" บนสถานภาพ "นายกสมาคมฯ" และความเป็นคนไทยโดยจิตวิญญาณที่สร้างคุณให้กับสังคมชาติทั้งสองมายาวนานนี่ซี หมอง และแตกร้าว เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยโมหะแห่งโจรหน้ามืด! หมองกับอินเดียพลเมืองนับพันล้านก็ว่าหนักหนา
แต่ว่าปัญหาข้าวที่นางบานฉ่ำทำไว้มากมายจนประเทศเสียหายยับเยินยากแก้ไขให้กลับคืนได้ในระยะเวลาอันสั้นนี่ซี....
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ไข่ทองแดงเม็ดขวาทักษิณ และนางยิ่งลักษณ์ ช่วยกันหลอกลวงโลกว่าขายข้าว G to G กับจีน ๑.๒ ล้านตัน จีนเคยปฏิเสธแล้วด้วยซ้ำว่า...ไม่เคยซื้อข้าว G to G กับไทย แทนที่ ๒ ตนจะสำนึกผิด ขอโทษ-ขอโพยเขาแต่ต้น กลับตีขลุมแบบทำเฉย รัฐบาลกลางจีนดูจะไม่พอใจพฤติกรรมไม่ซื่อตรงรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาก สุดท้าย เมื่อวาน (๔ ก.พ.) เมื่อแถกต่อไม่ไหว นายนิวัฒน์ธำรงก็สารภาพ บริษัทจีนอุปโลกน์ ขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว!
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ไข่ทองแดงเม็ดขวาทักษิณ และนางยิ่งลักษณ์ ช่วยกันหลอกลวงโลกว่าขายข้าว G to G กับจีน ๑.๒ ล้านตัน จีนเคยปฏิเสธแล้วด้วยซ้ำว่า...ไม่เคยซื้อข้าว G to G กับไทย แทนที่ ๒ ตนจะสำนึกผิด ขอโทษ-ขอโพยเขาแต่ต้น กลับตีขลุมแบบทำเฉย รัฐบาลกลางจีนดูจะไม่พอใจพฤติกรรมไม่ซื่อตรงรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาก สุดท้าย เมื่อวาน (๔ ก.พ.) เมื่อแถกต่อไม่ไหว นายนิวัฒน์ธำรงก็สารภาพ บริษัทจีนอุปโลกน์ ขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว!
สรุปคือ ไม่มีข้าว G to G ระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ๑.๒ ล้านตัน อย่างที่เคยโกหกตอแหลกันไว้!
ทั้งจีน ทั้งอินเดีย ซึ่งมีประชากรรวมแล้ว "ครึ่งหนึ่ง" ของพลโลก ๖,๐๐๐ ล้าน รัฐบาลโจรสร้างปัญหาให้ประเทศแก้เรียบร้อย
เหลือแต่ "เขมรฮุน เซน" เท่านั้น เป็นทองแผ่นเดียวกับตระกูลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เปิดด่านให้ขนข้าวมาขาย "จ่ายสด" เหมือนชาวนาเชียงใหม่ /ชาวนาทั่วไปได้แต่ "ใบประทวน" ไว้ต้มกิน!
http://thaipost.net/news/050214/85584
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)