วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กินของไหว้เจ้าหนุ่มหลอนฆ่าตัวตาย โดดสะพานลอยรถทับซ้ำดับคาที่ เมื่อ 6 ก.พ.57



กินของไหว้เจ้าหนุ่มหลอนฆ่าตัวตาย โดดสะพานลอยรถทับซ้ำดับคาที่
 
หนุ่มหลอนโดดสะพานลอยรถชนซ้ำทับตายสยองหลังกินของไหว้เจ้า บอกโดนคุณไสยเส้นผมมัดร่างพันไส้สุดทรมานวิ่งหนีกระเจิงออกจากบ้านไปฆ่าตัว ตาย

อาถรรพณ์! หนุ่มหลอนโดดสะพานลอยรถชนซ้ำทับตายสยองหลังกินของไหว้เจ้า แฟนสาวเผยเป็นลูกจ้างร้านอะลูมิเนียมย่านฝั่งธนฯ ปกติแข็งแรง แถมไม่เคยมีเรื่องเครียด เผยเมื่อช่วงต้นเดือนหิ้วของไหว้วันตรุษจีนจากร้านมาให้ทำกับข้าวกินอ้าง เจ้านายให้แล้ว จู่ ๆ นิสัยเปลี่ยน มักพูดบ่นคนเดียว ถึงขั้นเพ้อเจ้อ บอกโดนคุณไสยเส้นผมมัดร่างพันไส้สุดทรมานวิ่งหนีกระเจิงออกจากบ้านไปฆ่าตัวตาย โปลิศสุดมึนรีบส่งผ่าชันสูตรหาสารแปลกปลอม
หนุ่มหลอนกระโดดสะพานลอยฆ่าตัวตายรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 5 ก.พ. 
ร.ต.ท.สุธน ธีรพงษกร พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งมีผู้กระโดดจากสะพานลอยคนข้ามเสียชีวิตบริเวณหน้าสถาบันเนติบัณฑิต ถนนกาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร รพ.ศิริราช และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนฝั่งขาออกทิศทางมุ่งหน้าบางแค โดยในช่องคู่ขนานพบศพนายเกรียงศักดิ์ เมืองขวา อายุ 30 ปี ชาว จ.นครพนม
สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีเดียวกันสภาพนอนคว่ำหน้า มีแผลถูกกระแทกอย่างแรงทั่วร่าง กระดูกหักหลายแห่งกลางหลังมีรอยถูกล้อรถยนต์ทับผ่าน เลือดทะลักออกจมูกและปากอย่างน่าสยดสยอง ห่างไปประมาณ 30 เมตร พบรถเก๋ง ยี่ห้อออดี้ รุ่น เอ 6 สีเทา ทะเบียน ภฮ 399 กรุงเทพมหานคร ซึ่งที่กันชนและกระโปรงหน้าบุบยุบทั้งแผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถยังหลุดเสียหาย โดยมีนายณรงค์ ธนานุรักษ์ อายุ 58 ปี คนขับยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ
สอบสวนนายณรงค์ ให้การว่าเป็นพนักงานให้ผู้บริหารบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุเพิ่งจะนำรถออกจากอู่ 
ย่านต่างระดับฉิมพลีเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักแถวหลักสองใช้ความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแต่เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งผ่านใต้สะพานลอยพอดี จู่ ๆ ก็เห็นเงาดำร่วงลงมาหน้ารถอย่างกะทันหันก่อนจะกลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถจึง พยายามเหยียบเบรก แต่ด้วยความเร็วทำให้ลากศพมาไกลดังกล่าว
ด้าน น.ส.ทองสัย ดัชถุยาวัตร อายุ 30 ปี แฟนของผู้ตายให้การทั้งน้ำตาว่าผู้ตายทำงานเป็นลูกจ้างร้านอะลูมิเนียมแห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ
ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ตายก็ปกติดีไม่มีความ เครียดใด ๆ แต่เมื่อวันตรุษจีนที่ผ่านมาผู้ตายได้นำเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าที่อ้างว่า นายจ้างให้เอามาให้ตนทำกับข้าวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย แต่หลังจากนั้นผู้ตายกลับเกิดอาการประหลาดโดยมักพูดคนเดียว ใจลอย เพ้อเจ้อ ทั้งยังบ่น พึมพําติดต่อกันเป็นเวลานาน
“เมื่อ 2 วันก่อนเขาอาการหนักมากถึงกับไม่หลับไม่นอน จึงไม่ได้ไปทำงาน ทั้งยังทำตัวประหลาดเพราะจากปกติเคยดื่มเหล้าเป็นประจำ แต่กลับไม่แตะเลย ที่สำคัญยังบอกมีเส้นผมพันอยู่ทั่วร่างและในท้องแล้วจึงพยายามโทรฯหาพี่ชาย ของเขาให้มาช่วยพาไปหาหมอ ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้า จู่ ๆ เขาก็กระวนกระวายวิ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว โดยเอาแต่พูดว่า “กูอยู่ไม่ได้แล้ว” จึงรีบชวนพี่ชายขับรถออกไปตามกระทั่งเห็นเดินอยู่กลางถนน ก่อนจะวิ่งไปกระโดดสะพานลอยลงมาถูกรถชนซ้ำดังกล่าวจึงไม่รู้ว่าจะเป็น อาถรรพณ์หรือเกี่ยวกับปีชงของเขาหรือไม่” แฟนสาวให้การอย่างเศร้าสร้อย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ตายอาจเกิดความเครียดบางอย่างจึงตัดสินใจ ฆ่าตัวตาย ซึ่งจะได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรเพื่อหาสารพิษในร่างกายตามขั้นตอนและ ประสานให้ญาติมารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามขั้นตอนต่อไป.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เปิด'บันทึกทหาร'แยกหลักสี่ เมื่อ 6 ก.พ.57



เปิด'บันทึกทหาร'แยกหลักสี่
 

เปิด'บันทึกทหาร'แยกหลักสี่ ทั้ง2ฝ่ายต่างใช้ความรุนแรง! : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง

เหตุปะทะเดือดที่แยกหลักสี่ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ผ่านมาเกือบ 1 อาทิตย์ แต่ข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ก็ยังสับสน และแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเองก็มองกันไปคนละทางกัน โดยตำรวจแถลงว่า เหตุความรุนแรงเกิดจากการ์ดกปปส. และมือที่สาม ขณะที่ทหารท้วงติงว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุป โดยทหารที่อยู่ใน "พื้นที่ปะทะ" ที่แยกหลักสี่ได้ส่งรายงานสถานการณ์ต่อผู้บังคับบัญชา มีรายละเอียดดังนี้
  
              11.50 น. มีกำลังตำรวจ 200-250 นาย เดินทางเข้าไปบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ หลักสี่ เพื่อเตรียมเจรจากับกลุ่ม กปปส.ที่อยู่ในสำนักงานเขตหลักสี่
  
              12.15 น. ตำรวจเดินทางไปที่สำนักงานเขตหลักสี่เพื่อเจรจากับแกนนำกปปส. นำโดย พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (รอง ผบก.น.2) เพื่อขอให้ผู้ชุมนุมยอมให้ขนอุปกรณ์และหีบเลือกตั้งออกมา แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ โดยระหว่างนั้นมีผู้ชุมนุม กปปส.300-400 คน อยู่ที่หน้าสำนักงานเขตหลักสี่ และมีกลุ่มผู้สนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง หรือกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานี ประมาณ 250-300 คน มารวมตัวกันที่วัดหลักสี่เพื่อเตรียมทวงคืนสำนักงานเขตหลักสี่ แต่กลุ่ม กปปส.ใช้รถบัส และเรียกระดมการ์ดเพื่อป้องกันการบุกทวงคืนสำนักงานเขตหลักสี่
  
              12.50 น. ตำรวจเดินทางกลับไปที่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ เพื่อประเมินสถานการณ์ เพราะเกรงว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม
  
              14.50 น. กลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งได้ออกจากวัดหลักสี่ เลี้ยวขวาไปทางห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ มุ่งหน้าสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งก่อนหน้านั้น พ.ต.อ.เจริญ ได้เข้าไปเจรจาในวัดหลักสี่แล้ว โดยขอร้องไม่ให้ออกมาปะทะกัน แต่ไม่สำเร็จ
  
              15.05 น. ตำรวจได้เข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งอีกครั้งที่สะพานข้าม คลองเปรมประชากร ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อไม่ให้เข้าไปที่เขตหลักสี่
  
              15.45 น. กลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่ปักหลักตรงแยกหลักสี่ได้เลิกการชุมนุม กะทันหัน เเพราะแกนนำแจ้งว่าทหารเตรียมที่จะ "รัฐประหาร"
  
              15.49 น. แต่ในระหว่างที่กลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งจะเคลื่อนตัวกลับได้มีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี ทะเบียน ฌจ 2476 ขับเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใจผิด และฮือเข้ามาทุบรถ โดยรถยนต์คันดังกล่าวเป็นของ พ.อ.บุญชัย ศรีหะ ทหารสังกัดมณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12)
  
              15.51 น. มีคนนำ "ประทัดยักษ์" ขว้างลงมาจากสะพานข้ามแยกหลักสี่ 2 ลูก ลูกแรกลงหน้าศาลพระพรหม หน้าห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ลูกที่ 2 ลงใกล้ตอม่อสะพานข้ามแยกหลักสี่ ซึ่งระหว่างนั้นทางชุดปฏิบัติการมวลชนของทหาร ได้เข้าปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บจากการถูกสะเก็ดระเบิดประทัดยักษ์ 4 ราย
  
              16.15 น. กลุ่ม กปปส. ที่ปักหลักอยู่ห้าแยกลาดพร้าว 400-500 คน ได้เดินทางมาสมทบที่แยกหลักสี่ และมีการโต้เถียงก่อนจะมีการขว้างปาก้อนหิน และยิงหนังสติ๊กตอบโต้กับกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า ไอทีสแควร์
  
              16.45 น. คนร้ายปาประทัดยักษ์อีก 2 ลูก มาตกบนถนนแจ้งวัฒนะ ใกล้ป้อมตำรวจแยกหลักสี่ จากนั้นกลุ่มผู้ใช้อาวุธทั้งสองฝั่ง จึงใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กันอย่างดุเดือด
  
ทั้ง 2 ฝ่ายมีการใช้อาวุธปืน และวัตถุระเบิดหลายชนิด ทั้งยิง และขว้างใส่กันนานประมาณ 1 ชั่วโมง โดยที่มีคนติดค้างอยู่กลางพื้นที่ปะทะ โดยเฉพาะป้อมตำรวจที่มีทั้งชุดปฏิบัติการมวลชนของทหาร ตำรวจ และสื่อมวลชน
    

              17.45 น. เสียงปืน และระเบิดสงบลง 17.50 น. ชุดปฏิบัติการมวลชนของปตอ.พัน.6, หน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บไปรักษา เวลา 18.00 น. สื่อมวลชน และผู้บาดเจ็บสามารถออกจากพื้นที่ได้ โดยมีผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.วิภาวดี 6 ราย เป็นชาย 4 ราย หญิง 2 ราย 19.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจการณ์ ไม่พบผู้ชุมนุมตกค้าง
    น่าสังเกตว่า บันทึกของทหารไม่ได้ระบุว่า ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ความรุนแรงก่อน และชายชุดดำถืออาวุธเป็นใคร ซึ่งเป็นเรื่องที่ตำรวจจะต้องค้นหาความจริงมาตอบคำถามสังคมต่อไป

............................................
 

(หมายเหตุ : เปิด'บันทึกทหาร'แยกหลักสี่ ทั้ง2ฝ่ายต่างใช้ความรุนแรง! : ตะลุยกองทัพ ทีมข่าวความมั่นคง)

วันเสาร์ ที่ 18 มกราคม 2557 ไทยโพสต์ฉบับวานนี้ขายเกลี้ยงแผง เพราะบทความนี้. สหรัฐอเมริกากับรัฐบาลยิ่งลักษณ์



16 ม.ค. 2557, 08:01 น.

โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ

เวลานี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังเพลี่ยงพล้ำด้านการเมืองในประเทศ เพราะถูกกดดันในทุกด้าน ไม่เพียงแต่ถูกกดดันจากมวลมหาประชาชนของ กปปส.เท่านั้น ยังมีตัวละครอื่นตามรัฐธรรมนูญ อาทิ ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลยุติธรรม องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. กกต. เป็นต้น ที่เตรียมพิพากษาความผิดของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งคงไม่นานเกินรอ ดังนั้น ผู้จัดการรัฐบาลจึงวางแผนดึงมหาอำนาจนอกประเทศเข้ามาเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยใช้การปล่อยข่าวปฏิวัติเพื่อสร้างเงื่อนไข

แหล่งข่าวในวงการทูตอเมริกัน เปิดเผยว่า วอชิงตันมีท่าทีชัดเจนว่า หากทหารปฏิวัติ อเมริกาอาจเข้าแทรกแซง และอ้างว่าจะมีประเทศอื่นเข้าร่วมด้วย ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศลงข่าวว่า อเมริกาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย และเสนอให้คู่ขัดแย้งหาทางประนีประนอมกันโดยสันติวิธี โดยพร้อมที่จะเป็นตัวกลางเจรจาให้ ส่งเสริมการเจรจาและเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตยอย่างสันติ ขณะเดียวกัน อเมริกาก็แสดงความชื่นชมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่มีความอดทนอดกลั้นไม่ใช้ความรุนแรงในการปราบปรามประชาชนที่ออกมาต่อต้าน

ก่อนหน้านี้ นายบันคีมุนได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์การเมืองในไทย และอยากให้คู่ขัดแย้งหาทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธีผ่านการเจรจา เขาเปิดเผยด้วยว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว แต่หลังจากที่อภิสิทธิ์มีจดหมายชี้แจงว่า สิ่งที่ยิ่งลักษณ์แจ้งให้บันคีมุนทราบนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างว่าการออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ได้มุ่งช่วยพี่ชาย องค์กรอิสระเป็นต้นตอของความขัดแย้ง ผู้ชุมนุม กปปส.เป็นพวกติดยาเสพติด เป็นที่ทราบกันดีว่า บันคีมุน ซึ่งอเมริกาสนับสนุนให้เป็นเลขาธิการสหประชาชาติถูกอเมริกาลากเข้ามาเล่นในเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ดี หลังจากที่อภิสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบแล้ว นายบันคีมุนดูชะงักไป แต่ต้องดูต่อว่าอเมริกาจะบีบให้บันคีมุนเล่นเกมนี้อีกหรือไม่อย่างไร

ทั้งหมดน่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของ มร.ที. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับอเมริกามาก เขาเก่งในเรื่องการเล่นเกมระหว่างประเทศ เมื่อใดที่พลาดพลั้ง ก็จะใช้ยุทธศาสตร์ “โลกล้อมประเทศ” เขาเกี่ยวข้องกับอเมริกันมานานแล้ว ก่อนเข้าสู่อำนาจครั้งแรก เขาจ้างบริษัทอเมริกันให้มาวางแผนการเลือกตั้งจนได้ชัยชนะอย่างท่วมท้น หลังตกจากอำนาจ เขาได้ไปจ้าง “บริษัทล็อบบี้” ที่มีชื่อเสียงในอเมริกา 3 บริษัท บริษัทละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (30 ล้านบาท) หนึ่งในสามนั้นคือ บริษัทล็อบบี้ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่มุ่งล็อบบี้สมาชิกสภาคองเกรส และพุ่งตรงไปยังประธานาธิบดีได้เลย นอกจากนั้น มร.ที. ได้จ้าง “บริษัทประชาสัมพันธ์” อเมริกันให้วางแผนประชาสัมพันธ์เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น ให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ให้ยิ่งลักษณ์มีภาพลักษณ์ที่ดี วาทกรรมทางการเมืองต่างๆ ออกมาจากบริษัทประชาสัมพันธ์นี้ รวมทั้งการวางแผนให้ยิ่งลักษณ์ไปปรากฏตัวในการประชุมระหว่างประเทศในที่ต่างๆ รวมทั้งการกล่าวหาคำปราศรัยที่อูลันบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ฯลฯ บริษัทอเมริกันที่รับจ้างประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น ยอมรับอย่างเปิดเผยว่าตนเองเป็นลูกจ้างของ มร.ที

ไม่เพียงเท่านั้น “กองทุนพัฒนาประชาธิปไตย” ของอเมริกายังจัดสรรงบประมาณเอามาแจกจ่ายให้กับกลุ่มการเมืองนอกสภาที่กดดันรัฐบาลอภิสิทธิ์ขณะนั้น โดยอ้างว่าเป็นการสนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตย เป็นที่รู้กันดีว่า กองทุนนี้เป็น “องค์การบังหน้า” ของอเมริกันในการสนับสนุนด้านการเงินให้กับกลุ่มหรือองค์กรในต่างประเทศเพื่อล้มรัฐบาลที่ขัดผลประโยชน์ของอเมริกา

อเมริกาและ มร.ที. มีผลประโยชน์ร่วมกัน เพราะเป็นกลุ่มทุนโลกาภิวัตน์ มร.ที. ดึงอิทธิพลของอเมริกามาสนับสนุนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ขณะที่อเมริกาสนับสนุนให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์เพื่อผลประโยชน์ในการใช้ไทยเป็นฐานต่อต้านอิทธิพลจีน และแสวงประโยชน์ร่วมกันกับแหล่งพลังงานในอ่าวไทย และ ฯลฯ

อเมริการู้ว่า เมื่อต้องการอะไร เขาพูดกับ มร.ที. คนเดียวจบ พูดกับ มร.ที. ง่ายกว่าพูดกับอภิสิทธิ์หรือคนอื่น เอาจาก มร.ที. ง่ายกว่าจากคนอื่น ตกลงกับ มร.ที.แล้ว ยิ่งลักษณ์รับไปทำ อเมริกาไม่สนใจว่ารัฐบาลชุดนี้จะถูกประชาชนนับล้านคนต่อต้าน แต่อเมริกามองผลประโยชน์ของเขาเป็นสำคัญ

กปปส.ค่อนข้างอ่อนในเรื่องการทำความเข้าใจกับต่างประเทศ โชคดีที่ยังมีคนไทยในต่างประเทศคอยช่วยเหลือทำคลิปชี้แจงให้ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศที่รู้เรื่องประเทศไทยดี เช่น มร.ไมเคิล ยอน มร.โทนี่ ตาคาร์ลุคซี่ เป็นต้น คอยเขียนตอบโต้ผู้สื่อข่าวต่างชาติด้วยกันที่รับจ๊อบมาเขียน เช่น แอนดรู แมคเกรเกอร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี สุเทพ เทือกสุบรรณ โชคดีอยู่บ้างที่ได้รับการโหวตโดยสื่อต่างประเทศของอเมริกันให้เป็น “บุคคลแห่งเอเชีย ประจำปี 2556” โดยมีคะแนนสูงถึงร้อยละ 87 แซงตัวเก็งคนอื่นมาตลอด ทำให้ภาพลักษณ์ของสุเทพดีขึ้นในสายตาต่างประเทศ อย่างน้อยใครที่คิดจะ “อุ้ม” สุเทพ ต้องคิดหนักขึ้น ตำแหน่งนี้ มร.ที.เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีก็หวังไว้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ ซ้ำสถาบันจัดลำดับต่างประเทศยังจัดให้เขาเป็นผู้นำที่คอร์รัปชั่นมากที่สุดลำดับต้นๆ และเป็นนายกรัฐมนตรีที่ห่วยลำดับต้นๆ เสียอีก ส่วนยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีที่ห่วยที่สุด

กิจการภายในประเทศไม่ได้อยู่แบบโดดๆ เรื่องภายในอาจลามไปยังภายนอกได้ ขณะเดียวกัน ภายนอกอาจเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในได้ อเมริกาสร้างทฤษฎีที่ว่า เหตุที่เกิดขึ้นในประเทศหนึ่งแม้เป็นเรื่องภายในประเทศ แต่จะส่งผลถึงภายนอกในทุกกรณี ดังนั้น ประเทศที่เสียประโยชน์ย่อมมีสิทธิเข้าแทรกแซง เป็นทฤษฎีที่อเมริกาตั้งขึ้นมาจากกรณีอิรัก ที่อเมริกามองว่ากระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐในตะวันออกกลาง ดังนั้น อเมริกาจึงเข้าไปแทรกแซง ทฤษฎีห้ามแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน เป็นเพียงตัวหนังสือ|เท่านั้น อาจทำได้สำหรับประเทศเล็กๆ แต่ใช้ไม่ได้กับประเทศมหาอำนาจ

กล่าวโดยสรุป หากไม่มีเงื่อนไข ทหารก็ไม่ปฏิวัติ เมื่อทหารไม่ปฏิวัติ ก็ไม่มีเงื่อนไขให้อเมริกาเข้ามาแทรกแซง กปปส.ก็ไม่ต้องการให้ทหารปฏิวัติ โดยมวลมหาประชาชนจะทำการ “ปฏิวัติประชาชน” เอง เมื่อเป็นเช่นนี้ อเมริกาจะมาอ้างว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงผ่านการปฏิวัติรัฐประหารของทหารก็ไม่ได้ หากทำตัวเป็นหมาป่าจะขย้ำลูกแกะ ลูกแกะนับล้านๆ ก็พร้อมจะสู้กับหมาป่าตัวนี้

ทำไมทหารจึงออกมาไม่ได้ เมื่อ 6 ก.พ.57



ทำไมทหารจึงออกมาไม่ได้?

เอกสารสำคัญจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา กรณีการตั้งฐานทัพเรือในประเทศไทย
เนื้อความในเอกสารนี้ จะทำให้การชุมนุมที่มีคนออกมาร่วมเป็นล้านคน หรือเรื่องการปฎิรูปประเทศ กลายเป็นเรื่องเล็กๆไปเลย เนื่องจาก การที่เราให้ รมว. ต่างประเทศของเราเป็นคนลงนามในสัญญาจ้างนี้ ผูกพันกับไทย ตามกฎหมายระหว่างประเทศจ่ายเงินไปบางส่วน สัญญาจึงสมบูรณ์แล้ว ระยะเวลาของสัญญา 22 พ.ย. 2556 ถึง 28 ก.พ. 2557 ประมาน 3 เดือน สั้นมากสำหรับเรื่องใหญ่และสำคัญขนาดนี้แสดงว่าเตรียมการมาก่อนแล้ว

การเปิดเผยรายละเอียดของสัญญาในเวบไซต์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ถึงแม้จะเป็นไปตามกฎหมายของเขา แต่ก็เป็นการประกาศโดยเปิดเผยว่า รัฐบาลไทย และ บริษัทล๊อบบี้ Davenport McKesson Corporation ได้ทำการโดยสมัครใจ และเปิดเผย ถ้าขึ้นศาลก็แพ้เขา

เนื้อหาสำคัญ รัฐบาลไทยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สุรพงศ์ โตวิจักรชัยกุล ได้ว่าจ้าง Davenport McKesson Corporation ให้เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยในการล๊อบบี้ให้สมาชิกสภาคองเกรส ของประเทศสหรัฐอเมริกา ให้อนุมัติ ให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐ มาสร้างฐานทัพเรือ ในประเทศไทย รวมทั้งประเทศไทยจะช่วยเหลือทางทหารในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในอ่าวบริเวณน่านน้ำของราชอาณาจักรไทย "หมายความว่าเราจะเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต ในอ่าวไทยทั้งหมดแก่สหรัฐทันที อย่างนี้จะไม่เรียกว่าขายชาติได้อย่างไร"
เหตุที่รัฐบาลไทยไปจ้างบริษัทล๊อบบี้ เช่นนี้เพราะอเมริกา มีความประสงค์ที่จะมาตั้งฐานทัพเรือในประเทศไทยมานานแล้วเนื่องจากเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ และเป็นการปิดล้อมประเทศจีนไม่ให้แผ่อิทธิพลลงสู่ประเทศอาเซียน แต่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เสนอเรื่องเข้าสภาคองเกรสฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะจะถูกตั้งคำถามว่าทางประเทศไทยว่าอย่างไร จึงส่งสัญญานให้ฝ่ายไทย เสนอผ่านบริษัทล๊อบบี้ เขาก็จะรับลูกทันที หากสภาคองเกรส อนุมัติ ก็จะมีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศทันที

"เขาจึงออก พรบ. นิรโทษกรรมสุดซอย เพื่อเบี่ยงเบนประเด็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม. 190 ซึ่งผ่านสภาในอีก 2 วันถัดจาก พรบ. สุดซอย"

จึงไม่แปลกใจที่ อดีตนายก สามารถเดินทางเข้าออกสหรัฐได้ โดยไม่กลัวว่าจะถูกจับกุม เพราะศาลประจำวอชิงตันได้รับฟ้องกรณีฆ่าตัดตอน 2,500 ศพ ไว้แล้ว

ทั้งหมดจึงเป็นการวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เป้าหมายน่าเป็นแหล่งพลังงานในอ่าวไทย เพราะถ้าจะสร้างฐานทัพเรือ ก็คงต้องใช้ที่สนามบินอู่ตะเภา เพราะสร้างเพิ่มเติมอีกไม่มาก และเป็นทั้งสนามบินและท่าเรือ แล้วประกาศเขตปลอดภัยของฐานทัพ อาจมีรัศมีถึง 300 กม. เพราะจะมีเรือบรรทุกเครื่องบิน เรือดำนำพลังนิวเคลียร์ เครื่องบินรบชนิดต่างๆ รวมทั้งต้องนำอาวุธนิวเคลียร์ติดมาด้วยแน่นอน พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนไทย- เขมร ก็ไม่มีใครเข้ามาได้ เพราะต้องได้รับอนุญาติจากสหรัฐ เขาจึงขุดน้ำมันได้แต่เพียงผู้เดียว และขณะนี้ เซฟรอน ได้สัมปทานจากรัฐบาลไทยไปทั้ง 15 แปลงแล้ว
แต่พอศาลรัฐธรรมนูญรับฟ้อง กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม. 190 ทำให้ติดขัด เขาจึงเปลี่ยนตัว จากประชา พรหมนอก ไปเป็น สุรพงศ์ ที่ไม่มีบารมีในกองทัพ และตำรวจ เลยแปลกไหมครับ ก็เพราะให้สุรพงศ์ มาแล้วเรียกแขกอย่างเดียว เพื่อบีบให้เกิดการนองเลือด แล้วบีบให้ทหารปฎิวัติ , ม. 190 ก็จะหายไป ทางสหรัฐก็ลงมติอนุมัติทันที แล้วก็มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ ประเทศไทยก็จะสูญเสียเอกราชทางดินแดน เสียน่านน้ำในอ่าวไทย และอาจจะเลยไปถึงฝั่งอันดามันบางส่วนด้วย กองทัพสหรัฐก็จะเข้ามาควบคุมประเทศในอาเซียนได้มาขึ้น โดยใช้ไทยเป็นฐาน
นอกจากนั้นจะเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับเพื่อนบ้าน และที่สำคัญกับประเทศจีน ซึ่งอาจถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ ประเทศชาติก็จะเสียหายมากมาย เพื่อแลกกับผลประโยชน์ของใครบางคน บางกลุ่ม
ทั้งหมดถูกวางแผนและเตรียมการมาก่อนทั้งสิ้น

วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2557

การให้คนเลวมีอำนาจ อันตรายต่อบ้านเมืองขนาดไหน ก็จงดูนี่เป็นตัวอย่าง*ป๋าเปลว วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2557

การให้คนเลวมีอำนาจ อันตรายต่อบ้านเมืองขนาดไหน ก็จงดูนี่เป็นตัวอย่าง...!

พ.ต.ท.หญิง พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล รองโฆษก สตช. แถลงสรุปผลประชุม ศรส. (๔ ก.พ.๕๗) โดย ศรส.เร่งรัดขอออกหมายจับแกนนำ กปปส.ที่ขัดขวางเลือกตั้ง
ทั้งจะมีหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สถานทูต และ UN เพื่อแจ้งข้อมูลการกระทำผิดของแกนนำ กปปส.ในทุกมิติที่มีการดำเนินคดี

ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสั่งเนรเทศ "นายสาธิต เซกัล" นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย ย่านสีลม ฐานร่วมเป็นแกนนำ กปปส. ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ครับ....เลวบริสุทธิ์จริงๆ!ลุแก่อำนาจ ขาดจิตพินิจใคร่ครวญในสิ่งที่ทำ ไม่ได้หมายถึงผู้แถลง หากแต่ผมหมายถึง "คนไหนก็ได้" ใน ศรส.ที่ออกคำสั่งนี้!?

ณ วันนี้...ขณะนี้ มีไอ้พวกสัตว์นรก มันขนนักฆ่าเขมรเข้ามาบ่อนทำลายภายในประเทศ แทรกซึมอยู่กับกองกำลังระบอบทักษิณ ทั้งฆ่า ทั้งทำร้ายคนไทย ขนาด ผบ.หน่วยซีล บอกว่า ขนผ่านแดนกันเข้ามาเป็น ๑๐ คันรถ!
ทั้งคนไทยและคนเทศที่รักเมืองไทย...เขาสะดุ้ง มองเห็นพิษภัยจากนอกชาติที่ระบอบทักษิณชักนำเข้ามา ด้วยเป้าหมายจะเปลี่ยนประเทศไทยเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน"

คนรักบ้าน-รักเมือง พากันร้องบอก แต่ ศรส.เฉย...เฉยไม่เฉยเปล่า ปกป้องอีกตะหาก!
ไม่เพียงขนเขมรเข้ามาเป็นกองกำลังเข่นฆ่าคนไทยด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเองและคณะเท่านั้น ยังเป็นที่ประจักษ์ด้วยว่า.....
อสัตย์ทรามตัวนี้ ยังใช้อำนาจเหนือประเทศบงการผ่านยิ่งลักษณ์ ไปเพื่อตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับต่างชาติ โดยเฉพาะชาติตะวันตก โดยเอาทรัพยากรและแผ่นดินประเทศ.... เป็นทุนธุรกิจตระกูล!

ดังจะเห็นว่า สหรัฐ-อังกฤษ แสดงท่าทีปกป้องและเข้าข้างรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในทุกกรณี แม้ขณะมวลมหาประชาชนเฉียด ๑๐ ล้าน ลุกฮือพร้อมกันขับไล่ยิ่งลักษณ์  แต่ สหรัฐ-อังกฤษ กลับตัดต่อพันธุกรรมประชาธิปไตยโดยมองเฉพาะเปลือกคลุมรัฐบาลน้องสาวทักษิณเป็นตัวสรุป ไม่ว่าหมู หมา กา ไก่ เมื่อใช้พิธีกรรมเลือกตั้งชุบตัว ถือเป็นประชาธิปไตยหมด  โดยแสร้งไม่รู้-ไม่เห็นเนื้อหาเป็นจริงว่า พิธีกรรมเลือกตั้งชุบตัว ที่อำนวยให้คนเลวเข้าไปมีอำนาจทุจริต คอร์รัปชัน โกงบ้าน-กินเมืองนั้น มันยัดห่าธิปไตย
ไม่ใช่ประชาธิปไตย ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ตามเนื้อหาปรัชญาประชาธิปไตยแท้จริง!

โดยสันดานแห่งประเทศจักรวรรดินิยมทุน ชอบคบหารัฐบาลประชาธิปไตยโจร เพราะพวกนี้ไม่มีอุดมการณ์ชาติ ขี่ง่าย เป็นรัฐบาลประชาธิปไตยเด็กดีสำหรับเขา ตกลงผลประโยชน์กันง่าย

อย่างที่ทักษิณเอาประเทศไทยไปชำแหละแลก แล้วให้รัฐบาลนังมารร้ายแหกขา เปิดท่า-เปิดประเทศ ให้พวกมันเข้ามาทั้งลับ-ทั้งแจ้ง ซึ่งหมิ่นเหม่ต่ออธิปไตยชาติอยู่ขณะนี้!

นี่...อย่างนี้ ศรส.จะโดยเฉลิม โดยปึ้ง โดยอดุลย์ โดยธาริต หรือใครก็ช่าง รู้ทุกข์ เห็นโทษ จากภัยนอกชาติที่กรายถึงหัวบ้างมั้ย
และทำอะไรเป็นทางสกัดกั้น-ป้องกันบ้าง?

ทุกวันนี้ คนระดับอำนาจประเทศ มากต่อมาก นอกจากไม่รู้สึกเจ็บแค้น-แสนอายที่ชาติอื่นแทรกแซงเข้ามาแสดง "อำนาจเหนือ" บ้านเราเท่านั้น ยังพอใจเปิดประตูบ้าน-ประตูเมือง กวักมือเชื้อเชิญ "อำนาจนอกชาติ" ให้เข้ามาเป็นพวก แบบให้เขาเข้ามามี "อำนาจเหนือประเทศ" ตัดสินเรื่องราวภายในของพวกเรากันเอง  ลืมเรื่อง ตาอิน-ตานา และตาอยู่ กันแล้วหรือ?
สถานทูต และยูเอ็นน่ะ ยกให้มันเป็นพ่อพวกมึงใน ศรส.น่ะได้....!
แต่ที่จะดึงให้มามีอำนาจ-อิทธิพลเหนือกลไกบริหารและปกครองประเทศของเราน่ะ....อย่าทะลึ่ง!
ขอถามหน่อย...มันเรื่องอะไรที่ ศรส.จะต้องนำเรื่องราวในบ้าน-ในเมืองขณะนี้ไปรายงานให้เขาทราบ ขนาดว่า "ทุกมิติที่มีการดำเนินคดี"!?

การไปดึง "นอกชาติ" มาเป็นพวก เพื่อต่อยตีกับคน "ในชาติ" กันเองอย่างนี้ เข้าข่าย "ขายชาติ" รู้มั้ย มันช่างบัดซบนัก
ยุโรป-สหรัฐ นอกจากบุญแห่งอำนาจเก่าที่มันเกาะกินมาจนหมดแล้วขณะนี้ มันมีลักษณะสังคมชาติอะไรดีกว่าของเราไม่ทราบ ถึงได้เอาหัวล้านไปเช็ดเกือกเขา?

ไอ้พวกไพร่เพื่อไทยนี่...กระทั่งสำนึกมันก็ยังไพร่!
เราแค่เห็นต่างกันภายใน กลับไม่ใช้จิตสำนึกแห่งชั่ว-ดี สำนึก กลับแร่ๆ ไปยกอำนาจบ้านเมืองให้เขา ทำนองชักน้ำเข้าลึก-ชักศึกเข้าบ้าน ด้วยการไปรายงาน "ทุกมิติคดี" มันเท่ากับเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามา "มีอำนาจเหนือ" ในกิจการภายใน ทำอย่างนั้น มันไม่ต่างอะไรกับยกบ้าน-ยกเมืองให้เขาครอง! เพราะอย่างนี้ สหรัฐพ่อมึง ถึงย่ามใจ ทำเป็นคำรามข้ามโลกเข้ามาจุ้นจ้านเรื่องราวของไทยแทบทุกวัน นี่...วานซืน ทำเป็นฮึ่ม...อย่ารัฐประหารนะ

เสือกให้มันน้อยๆ หน่อยได้มั้ย บอกผ่านสถานทูตสหรัฐไปถึงนางโฆษกทำเนียบขาวนั่นด้วย!
และนี่ จะเจ้าธาริต เจ้าเหลิม เจ้าปึ้ง เจ้าไหนก็แล้วแต่ ไอ้นักรบเขมรที่ขนมาฆ่าคนไทยน่ะ
ทำไมไม่ตามจับ แล้วเนรเทศมันออกไป....หือ?

แต่กับ "นายสาธิต เซกัล" เขาอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่อ้อนแต่ออก เรียกว่าเป็นคนไทย "ทางจิตวิญญาณ" มากกว่าคนไทยอย่างพวกมึงด้วยซ้ำ ไม่เคยประพฤติเสื่อมเสีย ไม่เคยทำอะไรให้ประเทศไทยเสียหาย   ตรงกันข้าม เขาเป็น "นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย" ซึ่งไม่ต้องอธิบายว่าสำคัญและเป็นคุณกับประเทศทั้งสองขนาดไหน   และที่สำคัญ นายสาธิต เซกัล มีความเคารพ เทิดทูน "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" ทั้งกาย วาจา และใจ อันประจักษ์ชัดแล้ว   แค่ไม่สวมเสื้อแดง ไม่ยอมเป็นขี้ข้าทักษิณ ไปขึ้นเวทีกปปส.ขับไล่นังมารร้ายกับกำนันสุเทพเท่านั้นแหละ  นังยิ่งลักษณ์ ให้ ศรส....สั่งเนรเทศ?

นี่แหละถึงว่า อำนาจเมื่ออยู่ในมือโจร ทั้งบ้านเมือง และสุจริตชน พากันเดือดร้อน
สมมุติว่า นายสาธิตต้องถูกเนรเทศพ้นประเทศไทยไปจริงๆ ด้วยสถานภาพของเขา เฉพาะตัวคนไม่เดือดร้อนอันใด
แต่ความเป็น "ไทย-อินเดีย" บนสถานภาพ "นายกสมาคมฯ" และความเป็นคนไทยโดยจิตวิญญาณที่สร้างคุณให้กับสังคมชาติทั้งสองมายาวนานนี่ซี หมอง และแตกร้าว เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยโมหะแห่งโจรหน้ามืด!  หมองกับอินเดียพลเมืองนับพันล้านก็ว่าหนักหนา
แต่ว่าปัญหาข้าวที่นางบานฉ่ำทำไว้มากมายจนประเทศเสียหายยับเยินยากแก้ไขให้กลับคืนได้ในระยะเวลาอันสั้นนี่ซี....
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ไข่ทองแดงเม็ดขวาทักษิณ และนางยิ่งลักษณ์ ช่วยกันหลอกลวงโลกว่าขายข้าว G to G กับจีน ๑.๒ ล้านตัน   จีนเคยปฏิเสธแล้วด้วยซ้ำว่า...ไม่เคยซื้อข้าว G to G กับไทย แทนที่ ๒ ตนจะสำนึกผิด ขอโทษ-ขอโพยเขาแต่ต้น กลับตีขลุมแบบทำเฉย  รัฐบาลกลางจีนดูจะไม่พอใจพฤติกรรมไม่ซื่อตรงรัฐบาลยิ่งลักษณ์มาก สุดท้าย เมื่อวาน (๔ ก.พ.) เมื่อแถกต่อไม่ไหว นายนิวัฒน์ธำรงก็สารภาพ  บริษัทจีนอุปโลกน์ ขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว!

สรุปคือ ไม่มีข้าว G to G ระหว่างรัฐบาลไทย-จีน ๑.๒ ล้านตัน อย่างที่เคยโกหกตอแหลกันไว้!
ทั้งจีน ทั้งอินเดีย ซึ่งมีประชากรรวมแล้ว "ครึ่งหนึ่ง" ของพลโลก ๖,๐๐๐ ล้าน รัฐบาลโจรสร้างปัญหาให้ประเทศแก้เรียบร้อย
เหลือแต่ "เขมรฮุน เซน" เท่านั้น เป็นทองแผ่นเดียวกับตระกูลทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เปิดด่านให้ขนข้าวมาขาย "จ่ายสด" เหมือนชาวนาเชียงใหม่ /ชาวนาทั่วไปได้แต่ "ใบประทวน" ไว้ต้มกิน!
http://thaipost.net/news/050214/85584

วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"กำนันสุเทพ" ขอทุกหมู่เหล่า รวมใจ !!! ฮึดสู้ ยึดอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนแบบเบ็ดเสร็จ วันนี้ ( 31 ธ.ค.56)


"กำนันสุเทพ" ขอทุกหมู่เหล่า รวมใจ !!! ฮึดสู้ ยึดอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนแบบเบ็ดเสร็จ

"สุเทพ"  ซัดรบ.สุดด้าน  จนบานปลายการ์ดคปท. ต้องสังเวยชีวิต  -ปชช.ต้องปฏิรูปทันที ให้ประชาชนเดินหน้าสามัคคี  ทุกภาคส่วน   ชักช้าไม่ได้  ทำต่อเนื่องตั้งแต่หลังปีใหม่เพื่อให้เกิดความเด็ดขาด
             วันนี้ ( 31 ธ.ค.56) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 19.30 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นปราศรัยที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย์ โดยไล่ลำดับเวลาเหตุการณ์ตั้งแต่การตั้งเวทีที่สามเสนเรื่อยมา จนกระทั่งกลายมาเป็น กปปส. ซึ่งนำมวลมหาประชาชนมาชุมนุมครั้งใหญ่หลายครั้งในกรุงเทพฯ
          ทั้งนี้ เลขาธิการ กปปส. ยืนยันว่า การยุบสภาไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหาประเทศ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการปฏิรูปประเทศไทย แต่รัฐบาลยังดื้อด้าน ไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชน ดังนั้น 22 ธ.ค. ประชาชนจำนวนมหาศาลได้ออกมาเรียกร้อง ออกมากันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 ธันวาคม เป็นวันที่เศร้าสลดที่สุด โดยมีผู้เสียชีวิตของมวลมหาประชาชนเป็นรายแรก คือ นายวสุ สุฉันทบุตร และมีผู้บาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ตามคำสั่งของ ศอรส. รวมทั้งตำรวจเช่นกัน คือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ จราจร สน.ตลาดพลู มือปืนที่สังหารตำรวจและประชาชน ยังไม่มีถ้อยแถลงว่ามาจากไหน แต่มีคลิปที่แพร่หลายเห็นชัดว่าเป็นชายชุดดำ กราดยิงมาจากอาคารกระทรวงแรงงาน ใส่ผู้ชุมนุมและตำรวจ
          เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ตอนตี 3 มีคนร้ายใช้เอ็ม 16 กราดยิงผู้ชุม และทำให้นายยุทธนา องอาจ การ์ด คปท.ต้องเสียชีวิต และวานนี้ 30 ธ.ค. กลางวันแสกๆ ก็มีการปาระเบิดปิงปอง เมื่อคืนนี้ตอน 5 ทุ่มเศษ มีคนร้ายสองคนบุคเข้าไปใช้ปืนพกยิงใส่ผู้ชุมนุมที่ คปท.บาดเจ็บสาหัส 1 คน ที่สี่แยก จปร. มาจนถงวันนี้ ชัดเจนว่าระบอบทักษิณ ซึ่งใช้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯหุ่นเชิด แสดงให้ประชาชนเห็นว่าอปกครองโดยใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่เคารพกฎหมาย
          ประชาชนจึงเห็นพ้องว่าต้องปฏิรูปประเทสไทยทันที ชักช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว และการปฏิรูปต้องทำโดยรัฐบาลและสภาของประชาชน วิธีเดียวที่ทำได้คือการปฏิวัติของประชาชน คือการยึดคืนอำนาจอธิปไตยให้คืนมาเป็นของประชาชน หรือประชาภิวัฒน์นั้น เราจะทำกันหลังปีใหม่ โดยทำพร้อมกันทั้งประเทศและทำกันต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเด็ดขาดและสมบูรณ์
          หลังปีใหม่นี้เราจะหลอมรวมหัวใจทุกสาขาอาชีพ รวมทั้งข้าราชการ ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จัดตั้งสภาประชาชน เพื่อเร่งรัดสภาปฏิรูปประชาชน เพื่อจัดการกฎหมายคอร์รัปชั่นรวมถึงรัฐธรรมนูญบางประเด็น ให้เสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ปลอดภัยสมบูรณ์แข็งแรง
          โดยสรุปของการเคลื่อนไหวมวลมหาประชาชน 1. สามารถสกัดกฎหมายนิรโทษกรรม ที่จะช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นผิดได้ด้วยมือและเท้าของพวกเรา 2.การยุบสภา ซึ่งทำให้ ส.ส.หมดไปจากสภาด้วยตัวเอง 3.ทำให้ประชาชนตื่นรู้ และมีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าต้องปฏิรูปประเทศไทยโดยทันที และการปฏิรูปประเทศต้องทำโดยประชาชน ไม่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และที่สำคัญคือต้องทำก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 โดยประชาชนเห็นว่าไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้
          เรามากันไกลมาก 2 เดือนเต็มๆ ที่เราต้องต่อสู้ แต่พวกเราไม่มีย่อท้อ มีแต่เพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นทุกวัน มาบัดนี้ เราต้องรวมพลังและยึดอำนาจอธิปไตยมาเป็นของมวลมหาประชาชนให้สำเร็จให้ได้ หลังเทศกาลปีใหม่นี้เราจะเดินหน้าสามัคคี ประชาชน สามัคคีประชาชนทุกภาคส่วน ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะสาขาอาชีพใด รวมทั้งบรรดาข้าราชการ ตำรวจ ทหาร เราต้องร่วมแรง ร่วมใจทำให้สำเร็จ เมื่อตั้งรัฐบาลของประชาชนได้แล้วก็จะมอบหน้าที่ให้สภาประชาชน และรัฐบาลประชาชน ตามแนวทางที่มวลมหาประชาชนได้กำหนดเอาไว้ ให้เสร็จโดยรวดเร็ว แต่หนนี้สู้กันยาว สู้กันนานหลายวัน และสู้ให้ได้ ทำให้เห็นว่าปิดกรุงเทพฯ มาได้ครึ่งวัน เที่ยวนี้จะต้องปิดให้ได้ ปิดจนอำนาจอธิปไตยมาเป็นของเรา ตนขอกราบขอบพระคุณ และจดจำไว้ชั่วลูกชั่วหลาน ด้วยความเคารพเป็นอย่างยิ่ง

"ดร.เสรี" แจงชัด!! มวลมหาปชช.มาไล่ "ทักษิณ-ขี้ข้า" เพราะความชั่ว -ไม่ได้ทำเพื่อใคร !วันนี้ ( 31 ธ.ค.56 )



"ดร.เสรี" แจงชัด!! มวลมหาปชช.มาไล่ "ทักษิณ-ขี้ข้า" เพราะความชั่ว -ไม่ได้ทำเพื่อใคร !
"ดร.เสรี" แจงชัดเหตุที่มวลมหาประชาชนออกมาขับไล่ทักษิณ และพวกพ้องเพราะความชั่ว ยืนยันไม่ได้ทำเพื่อนักการเมือง หรือ พรรคการเมืองใด
วันนี้ ( 31 ธ.ค.56 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน และการประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ดร.เสรี วงษ์มณฑา ระบุการออกมาชุมนุมของมวลมหาประชาชน โดยกล่าวว่าที่พวกเขาออกมาไม่ได้ทำเพื่อนักการเมือง หรือ พรรคการเมืองใด แต่ทนความเลวร้ายที่สุดของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวกพ้องไม่ได้ ยืนยันรัฐบาลอื่นทำผิดทำชั่วก็ด่าเหมือนกัน แต่ที่ด่าทักษิณมากเพราะชั่วมาก รุนแรงกว่าคนอื่น ย่ำยีประชาชนน้อยกว่า
โดยข้อความทั้งหมดมีดังนี้
เมื่อไหร่จะเข้าใจกันสักทีนะว่าที่มวลมหาประชาชนเขาออกมาต่อสู้กันครั้งนี้
เขาไม่ได้ทำเพื่อนักการเมืองคนไหน
เขาไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองใด
เขาไม่ได้บอกว่าพรรคการเมืองอื่นดี
เขาไม่ได้ยืนยันว่าพรรคการเมืองไหนไม่โกง
แต่เขาทนความเลวร้ายที่สุดของทักษิณไม่ได้ เขาต้องการกำจัดนักการเมืองที่เลวขนาดหนักจนเป็นภัยต่อแผ่นดินและใช้ความเจ้าเล่ห์ครอบงำประชาชนให้เป็นพวก ปกป้องตนเอง ขณะที่ตนเองนั้นกระทำการฉ้อฉลกลโกงในระดีบทำลายชาติ
เรามาไล่นักการเมืองที่มีอำนาจในเวลานี้ ไม่ได้หมายความว่าเราชื่นชมนักการเมืองคนอื่นและออกมาต่อสู้เพื่อนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง
ทำไมมาถามว่าตอนนักการเมืองอื่นโกงนั้น เราอยู่ไหน ทำไมไม่พูด เรื่องนี้ไม่จริง ตอนที่ใครเป็นรัฐบาลไม่ดี พวกเราก็ออกมาพูดทั้งนั้น แต่เวลานั้น พวกคุณไม่ได้สนใจ เพราะรัฐบาลเหล่านั้นไม่มีโครงการประชานิยมที่ให้ผลประโยชน์แก่คุณ ดังนั้นพวกเขาจะโดนเราวิจารณ์อย่างไรคุณก็ไม่สนใจ คุณจึงมากล่าวหาว่าเราไม่ได้ตำหนิรัฐบาลอื่น แต่รัฐบาลทักษิณตั้งแต่ปี 2544 มีโครงการประชานิยมมากมายที่หลายคนพอใจ ดังนั้นหลายคนเหล่านั้นจึงปกป้องรัฐบาลทักษิณ กลัวว่าผลประโยชน์ที่ได้จะหายไป จึงติดตามว่ารัฐบาลทักษิณทั้งตัวจีิงและหุ่นเชิดโดนอะไรบ้าง จึงคิดว่าพวกเราด่าแต่ทักษิณ ไม่ด่ารัฐบาลอื่น
ว่างๆย้อนกลับไปดูได้ว่านักคิดทั้งหลายเขาตำหนิรัฐบาลอื่นๆตั้งแต่สมัยพลเอกถนอม. พลเอกประภาสเรื่อยมาอย่างไรกันบ้าง อย่าเข้าข้างทักษิณจนตามัวหูหนวกใจบอดกันนักเลย
ส่วนที่ด่าทักษิณและบบรดาขี้ข้ามากกว่าพรรคอื่นนั้นก็เพราะทำชั่วมากกว่าคนอื่น รุนแรงกว่าคนอื่น ส่งผลร้ายต่อประเทศมากกว่าคนอื่น ย่ำยีหัวใจประชาชนมากกว่าคนอื่น ฝ่าฝืนกฎหมายและใช้นักกฎหมายใกล้ตัวตีความเข้าข้างตนเองมากกว่าคนอื่น
ทำชั่สมากกว่าคนอื่น โดนด่ามากกว่าคนอื่น คนที่นิยมชมชื่น อย่ามากล่าวหาว่าคนที่ด่านั้น มีอคติและไม่ได้ด่ารัฐบาลอื่นๆ พวกเขาด่า ไม่ใช่ไม่ด่า แต่ด่าน้อยกว่าเพราะทำชั่วน้อยกว่า รุนแรงน้อยกว่า ย่ำยีประชาชนน้อยกว่า แค่นี้เข้าใจไม่ได้หรือไร แค่ตรรกะแบบง่ายๆ ถ้าใจไม่มืดบอดจนเกินไป แค่นี้ย่อมเข้าใจได้
หาข้อมูลบ้าง เปิดใจบ้าง หูตาจะได้สว่าง สงบสติอารมณ์ได้เมื่อได้พบว่ามีคนด่าทักษิณและขี้ข้าที่ช่วยพายเรือให้โจรนั่ง จะได้ไม่มีอาการของขึ้น จนเสียสติลืมตัวและใช้จ้อความหยาบคาย