วันอังคารที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ปธ.กกต.เตือนนายกเลือกตั้งต่ออยู่ไม่สุขแนะยึดชาติ เมื่อ 31 ธ.ค.56



ปธ.กกต.เตือนนายกเลือกตั้งต่ออยู่ไม่สุขแนะยึดชาติ
 

ปธ.กกต. เตือน นายกฯ และรัฐบาล หากเดินหน้าเลือกตั้งอาจอยู่ไม่สุข

 แนะยึดประเทศชาติและประชาชน ขณะไม่มั่นใจจะได้ ส.ส. ครบ 95%  

นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผย ขอเตือนไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล ถ้าหากเดินหน้าให้มีการเลือกตั้ง ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ต่อไป จะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลเอง และอาจจะอยู่รักษาการแบบไม่มีความสุขได้ 

พร้อมกันนี้ ยอมรับว่า ไม่มั่นใจ จะได้ ส.ส.ครบ 95% เพราะว่าปัญหาการรับสมัครจะไม่ราบรื่น และอาจเข้าข่ายก่อเหตุจลาจล อีกทั้ง จะทำให้จำนวนเขตเลือกตั้ง ขาด 26 เขตขึ้นไป และจะทำให้การเลือกตั้งไม่เกิดขึ้น และจะทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภานัดแรกได้ 

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้เสนอแนะให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล รับทราบปัญหาแล้ว พร้อมย้ำ นายกรัฐมตรี สามารถตัดสินใจเลื่อนเลือกตั้งได้

ปธ.กกต. ระบุด้วยว่า ภายหลังพูดคุยกับคนในรัฐบาล น่าจะเป็นไปด้วยดี และยอมรับได้ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม อยากเรียกร้องไปยังฝ่ายการเมืองและทุกฝ่าย อย่าพูดแต่ปากว่ารักชาติ

เพราะหากรักประเทศรักบ้านเมืองจริง ควรหันหน้ามาช่วยกันแก้ไข และหาทางออกให้กับประชาชนจะดีกว่า
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว และรูปภาพ คุณภาพดี โดย: INN NEWS

ตำรวจตั้งเวทีลานพระรูปฯก่อม็อบ ยืน 2 ข้อ'หาคนยิงตร.-นายดูแล' เมื่อ 31 ธ.ค.56



ตำรวจตั้งเวทีลานพระรูปฯก่อม็อบ ยืน 2 ข้อ'หาคนยิงตร.-นายดูแล'
 

30 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก.1 บก.จร. 

เป็นแกนนำในการจัดเวทีแสดงพลังปกป้องศักดิ์ศรี เพื่อชุมนุมตำรวจทั้งชั้นผู้น้อยและสัญญาบัตร เพื่อเรียกร้องต่อพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. และสังคม เนื่องจากขณะนี้ตำรวจกลายเป็นจำเลยของสังคม 

หลังเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. จนเป็นเหตุให้มีประชาชนผู้ชุมนุมเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บ21 ราย

รายงานระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้มีการไลน์บอกต่อๆกันในวงการตำรวจ เพื่อยื่นข้อเสนอ 2 ข้อคือ

 1.ต้องมีการสืบสวนสอแบสวนเพื่อดำเนินการจับกุมผู้ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต

 2.ตำรวจที่ถูกเรียกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ต้องได้รับความคุ้มครองจากผู้บังคับบัญชา และตามกฎหมาย

ทั้งนี้การชุมนุมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายแต่งเครื่องแบบ พร้อมอาวุธประจำกาย ขณะที่ฝ่ายสืบสวนแต่งกายชุดพลเรือน อย่างไรก็ตามมีการระบุด้วยว่าจะมี ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) จำนวน 2 กองร้อย (300 คน) ประจำอยู่ในพื้นที่ด้วย

สำหรับ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ แสงสว่าง ผกก. 1 บก.จร. นั้น จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน รุ่น 49

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า  

DSIยันประกัน'ตั้ม-พิชิต'ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจศาล เมื่อ 31 ธ.ค.56



DSIยันประกัน'ตั้ม-พิชิต'ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจศาล
 
อธิบดีดีเอสไอ เผย การให้ประกัน "ตั้ม-พิชิต ชัยมงคล" แกนนำ คปท. ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล 

คาด ส่งฝากขัง 31 ธ.ค. หากศาลไม่เปิดทำการวันนี้ - ขณะที่เจ้าตัวอยู่ในที่ปลอดภัย  

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยถึงกรณี ทนายความของกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. มีความพยายามยื่นขอประกันตัว นายพิชิต ชัยมงคล หรือ ตั้ม โฆษกกลุ่ม คปท. ที่ถูกตำรวจเข้าควบคุมตัว ตามหมายจับกรณีปิดล้อมกระทรวงการต่างประเทศ 

โดย นายพิชิต ถูกจับระหว่างทำธุระที่ห้างซีคอนสแควร์ เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ 3 ฝ่าย ประกอบไปด้วย พนักงานสอบสวนดีเอสไอ อัยการ และตำรวจ ว่าจะค้านประกันตัว นายพิชิต หรือไม่ แต่ทั้งนี้การจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาล 

ซึ่งดีเอสไอไม่สามารถก้าวล่วงได้ ส่วนการควบคุมตัวนายพิชิตไปขออนุมัติศาลฝากขังในวันนี้หรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าศาลเปิดทำการหรือไม่ แต่ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะนำตัวฝากขังในพรุ่งนี้ 
 
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ นายพิชิต อยู่ในที่ ที่ปลอดภัย และมีตำรวจคอยดูแล 

ซึ่งทางดีเอสไอ และตำรวจ ได้มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว และรูปภาพ คุณภาพดี โดย: INN NEWS

7มาตรการคืนเคานท์ดาวน์'การ์ดคปท.'คุมเข้ม เมื่อ 31 ธ.ค.56



7มาตรการคืนเคานท์ดาวน์'การ์ดคปท.'คุมเข้ม
 

นับตั้งแต่คนร้ายใช้อาวุธสงครามบุกกราดยิงกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) 

ซึ่งยึดพื้นที่ใกล้ทำเนียบรัฐบาล บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ชุมนุมขับไล่รัฐบาล เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บอีก 3 คน ถัดมาอีกวันเกิดเหตุร้ายซ้ำ เมื่อคนร้ายนำประทัดยักษ์ปาใส่เต็นท์การ์ดอาสากองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น)เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 5 คน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นบาดเจ็บสาหัส

 เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมวิตกว่า ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ต่อเนื่องวันที่ 1 มกราคม ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมการชุมนุม และร่วมเคานท์ดาวน์ อาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสก่อเหตุความวุ่นวายขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย ล่าสุดแกนนำสั่งการให้การ์ดและผู้ที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยผู้ชุมนุมเสริมแนวป้องกันการถูกผู้ไม่หวังดีลอบทำร้าย โดยมีการเสริมยางรถยนต์ กระสอบบรรจุทราย รวมถึงกำแพงแบร์ริเออร์ มาทำเป็นแนวกำบังเพื่อความปลอดภัย ขณะที่จุดเสี่ยงต่อการถูกโจมตี 4 จุดสำคัญ คือ1.สะพานลอยหน้าโรงเรียนราชวินิต 2.สะพานอรทัย 3.สะพานมิสกวัน 4.บริเวณหน้าเวที คปท. มีการเพิ่มกำลังการ์ดเข้าไปเฝ้าระวังเหตุร้ายตลอด 24 ชั่วโมง

นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ "ทนายนกเขา" แกนนำกลุ่ม คปท. เปิดเผยว่า เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้ป้องกันเหตุร้ายในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ไว้ 7 มาตรการ คือ 1.เพิ่มแสงสว่างบริเวณจุดที่ผู้ชุมนุมเข้าออกทั้งหมด 2.ติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณรอบๆ พื้นที่ชุมนุม เพื่อบันทึกภาพคนเข้าออก 3.วางแนวป้องกัน เช่น ยางรถยนต์ ถุงทราย ไว้ตรงบริเวณถนนรอบเวทีสำคัญ 4.ขยายพื้นที่ปิดถนนรอบนอกเพิ่มมากขึ้น 5.ประสานงานตำรวจให้ดูแลปิดกั้นการจราจรบางส่วน พร้อมตั้งด่านเพื่อประสานงานซึ่งกันและกัน 6.ขอความร่วมมือพี่น้องมวลชนให้เปิดกระเป๋าเพื่อตรวจดูภายในกระเป๋า 7.เพิ่มการ์ดบริเวณเวทีให้มากขึ้น

 "ยอมรับว่า คปท.เป็นเป้าหมายการถูกทำร้ายมากกว่าเวทีอื่น เพราะที่ผ่านมาเราเหมือนด่านหน้าเข้าไปเผชิญกับเรื่องต่างๆ แต่ไม่อยากให้ผู้ร่วมชุมนุมตื่นตระหนก และอยากให้ช่วยกันสังเกตคนรอบข้างว่าใครมีพฤติการณ์แปลกๆ หรือเปล่า ถ้าพบให้แจ้งการ์ดทันที เช่น มีการมาแอบถ่ายรูปในจุดที่ไม่ควรถ่าย หรือ มีการโทรศัพท์ด้วยข้อความมีพิรุธ โดยเฉพาะใครที่นำกระเป๋าหรือสิ่งของมาวางแล้วเดินหนีไป ให้ช่วยกันแจ้งเตือนทันที" นายนิติธร กล่าว

 สอดคล้องกับ "เคน" หนึ่งในการ์ด คปท. ซึ่งรับผิดชอบในการดูแลความปลอดภัยให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุม ให้ข้อมูลว่า หลังจากคนร้ายนำอาวุธสงครามเข้ามากราดยิงใส่กลุ่ม คปท.เมื่อคืนวันที่ 28 ธันวาคม เป็นเหตุให้ นายยุทธนา องอาจ วัย 26 ปี การ์ด คปท.เสียชีวิต บรรดาการ์ด คปท.ได้เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น และได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือหากเกิดเหตุร้ายซ้ำอีก 

 "คืนเกิดเหตุผมอยู่ร่วมในเหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่เราจนหมดแม็กซ์แล้วหนีไป ที่เขาก่อเหตุได้ เพราะช่วงนั้นเป็นเวลาตีสาม เป็นช่วงที่การ์ดมีอาการสะลึมสะลือ เพราะนอนน้อย ในแต่ละคืนนอนกันเพียง 3 ชั่วโมง อีกทั้งปกติแล้วพี่น้องชาวใต้ ซึ่งขันอาสามาทำหน้าที่การ์ดจะเคยชินกับการตื่นไปกรีดยางในช่วงเวลาตีสาม ไม่ได้ระวังตัว เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้าย หลังเกิดเหตุได้เสริมกำลังการ์ดในช่วงกะดึกมากขึ้น พร้อมทั้งเสริมแนวบังเกอร์ เพื่อป้องกันการถูกโจมตีในจุดเสี่ยง" การ์ด คปท.บอก

ขณะที่การ์ดอาสา ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณหน้าสนามม้านางเลิ้ง บอกว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายบุกโจมตีกลุ่มผู้ชุมนุมในคืนวันที่ 28 ธันวาคม ได้มีมาตรการคุมเข้มรถยนต์เข้าออกพื้นที่ตั้งแต่หน้าสนามม้านางเลิ้งไปจนถึงหลังเวทีสะพานชมัยมรุเชฐ โดยจะอนุญาตให้รถยนต์ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้ พร้อมกันนี้ได้มีการนำกำแพงแบร์ริเออร์เข้ามาเสริมเพื่อใช้เป็นที่กำบังตัวหากถูกโจมตี

"คืนเกิดเหตุคนร้ายใช้รถสองคันขับตามกันมา คันแรกเป็นกระบะนำทาง คันที่สองเป็นรถเก๋งเก่าๆ คาดว่าคนร้ายที่นั่งอยู่ในรถเก๋งจะเป็นผู้ลงมือลั่นไก ก่อนขับหนีไป" การ์ดอาสา เล่าย้อนเหตุการณ์

 สำหรับการดูแลความปลอดภัยของตัวการ์ดเอง มีการสวมเสื้อกันกระสุนที่ทำขึ้นเอง โดยนำฟิล์มเอกซเรย์มายัดใส่ไว้ในเสื้อ พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างกันในการป้องกันตัวเอง

 โดยมีการกำชับกันว่า หากได้ยินเสียงปืนให้หมอบกับพื้น ห้ามลุกวิ่ง เพราะจะตกเป็นเป้ากระสุนได้ง่าย
                         
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

'นิติธร'เจอดี!มือมืดไล่ล่ากลางดึก 30 ธ.ค.56



'นิติธร'เจอดี!มือมืดไล่ล่ากลางดึก
 

'นิติธร'เจอดี!มือมืดไล่ล่ากลางดึก

'นิติธร'เจอดี!ชายฉกรรจ์ไล่ล่ากลางดึก สะกดรอยตามจากที่ชุมนุมก่อนขับรถปาดหน้า-เล็งปืน 'เจ้าตัว'ไหวตัวทัน เร่งความเร็วหนีกลับเวที เชื่อกลุ่มผู้ไม่หวังดีหวังอุ้มฆ่า

 30 ธ.ค.56 เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุมีชายฉกรรจ์จำนวนหลายคนใช้ยานพาหนะสะกดรอยตาม นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. หลังออกจากเวทีบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ด้วยยานพาหนะไปตามถนนพิษณุโลก เพื่อไปปฏิบัติภารกิจภายนอกที่ชุมนุม 

นายนิติธร กล่าวว่า เมื่อกลางดึกของคืนที่ผ่านมาระหว่างการเดินทางออกไปนอกพื้นที่การชุมนุมที่สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ขณะที่ขับรถไปถึงแยกอุรุพงษ์ มุ่งหน้าราชเทวี ได้สังเกตพบมีรถยนต์ต้องสงสัยหลายคันขับตามประกบรถ ก่อนปาดหน้า และใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดเล็งมาที่รถจึงตัดสินใจเร่งความเร็ว ฝ่าไฟแดง หลบหนีกลับไปยังเวทีสะพานชมัยมรุเชษฐ์ทันที ทำให้รอดไปได้อย่างหวุดหวิด ลักษณะการก่อเหตุเชื่อว่าไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นลักษณะของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามอุ้มฆ่า ขณะนี้อยู่ในที่
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปฏิวัติประชาชนจบเร็วต้องบี้"ประยุทธ์" เลิกอุ้ม ปู-ช่วย แม้ว !! โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 31 ธันวาคม 2556 06:22 น.

ปฏิวัติประชาชนจบเร็วต้องบี้"ประยุทธ์" เลิกอุ้ม ปู-ช่วย แม้ว !!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์31 ธันวาคม 2556 06:22 น.

ผ่าประเด็นร้อน 
       
       ยังไม่กำหนดวันเวลาแน่ชัดว่าจะเป็นวันไหนในการ "ปฏวัติประชาชน" ปฏิบัติการ "ยึดเมือง" แต่จากปากของ "กำนัน" สุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ประกาศเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ปลายปีว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่หลังปีใหม่ตอนนี้ก็ให้พี่น้องประชาชนทั้งหลาย เตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะพร้อมรับสถานการณ์ "ชิงอำนาจ"ของประชาชนคืนมาจากรัฐบาล ทรราช ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และระบอบทักษิณ
       
       ขณะเดียวกันได้เรียกร้องให้บรรดาข้าราชการทั้งหลายให้มายืนเคียงข้างกับมวลมหาประชาชนที่รวมพลังกันออกมา เพราะทนไม่ไหวกับการใช้อำนาจที่ "ห่วยแตก" สร้างประโยชน์และหาผลประโยชน์ให้กับครอบครัวชินวัตรเท่านั้น
       
       แน่นอนว่ามวลมหาประชาชนออกมาคราวนี้มากมายเป็นประวัติการณ์ ไม่มีเคยมีมาก่อน ไม่ต้องเถียงกันแล้วจำนวนกี่หมื่น กี่แสนหรือกี่ล้านคน เอาเป็นว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีประชาชนพร้อมใจกันออกมามากมายล้นหลามแบบนี้มาก่อนก็แล้วกัน
       
       ที่สำคัญมากกว่า"ม็อบเสื้อแดง"ของ ทักษิณ ชินวัตรที่ระดมมาเผาบ้านเผาเมืองก่อนหน้านี้ก็แล้วกัน เพียงแต่ว่ามวลมหาประชาชนคราวนี้เป็นการแสดงพลัง ไม่ยอมรับระบอบทักษิณ ไม่เอารัฐบาลห่วยแบบนี้อีกแล้ว ไม่ได้กดดันด้วยการ "เผา" สร้างแรงกดดันด้วยการก่อจลาจล ไม่ได้ฆ่าตำรวจ ไม่ได้ฆ่าทหาร ไม่มีกองกำลังติดอาวุธ มี"ชายชุดดำ"คอยซุ่มยิงสร้างสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
       
       การชุมนุมแบบสันติของประชาชนแบบนี้แน่นอนว่าต้องใช้เวลากว่าจะเผด็จศึกลงได้ หรือการบีบให้รัฐบาลลาออกไป แต่เมื่อต้องมาพบกับ "รัฐบาลทรราช"ที่หน้าด้าน ทำทุกทางเพื่อรักษาอำนาจ เพราะการมีอำนาจคือเครื่องมือในการ"สร้างความร่ำรวย"ให้กับตัวเองและพวกพ้องคนพวกนี้ก็ต้อง "ด้านและยื้อ"จนถึงที่สุด ไม่สนใจ ไม่แคร์ว่าว่าบ้านเมืองจะต้องสูญเสีย มากมายแค่ไหนก็ตาม เพราะหากเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยจริงรับรองว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลจะต้องลาออกไปแล้ว
       
       อย่างไรก็ดีปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นย่อมไม่อาจมาเปรียบเทียบกับรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ภายใต้การสั่งการของ ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นพี่ชายเป็นอันขาด เพราะมันเป็น "ของปลอม"เป็นประชาธิปไตยแต่เปลือก แอบอ้างประชาธิปไตยมาหากิน รวมทั้งความหมายของประชาธิปไตยเพียงแค่ "เลือกตั้ง" เพื่อใช้เสียงส่วนใหญ่มาหาประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่
       
       ดังนั้นเมื่อเป็นของปลอม มันก็ใช้มาตรฐานทางจริยธรรมแบบสากลทั่วไปไม่ได้เป็นอันขาด ทุกอย่างที่เห็นล้วน "ด้าน"เหลือกำลัง ทำทุกทางเพื่อรักษาอำนาจเอาไว้ให้นานที่สุด สิ่งที่กำลังทำอยู่ในเวลานี้ก็คือใช้กลไกข้าราชการ เป็นฐานรักษาอำนจอย่างที่เป็นอยู่ในเวลานี้ และสำหรับระบอบทักษิณ รวมไปถึงรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ความหมายก็คือใช้ "รัฐตำรวจ"ข่มขู่ คุกคาม ปราบปรามฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งมวลมหาประชาชนที่กำลังออกมาขับไล่รัฐบาลทรราชกันอยู่ในเวลานี้
       
       ขณะเดียวกันนอกจากมีรัฐตำรวจ มี"ตำรวจขี้ข้า"คอยรับใช้รักษาอำนาจกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ยังถือว่าสร้างความ"เสี่ยงภัย"ให้กับชาวบ้านมากพออยู่แล้ว นาทีนี้ยังต้องเพิ่มความลำบาก "รำคาญใจ"กับ "นายทหารบางคน"ในกองทัพ ซึ่งจากท่าที และคำพูดแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น "ทหารแตงโม" ที่ถวายตัวรับใช้ ทักษิณ ชินวัตร ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นคือการปกป้องรับใช้รัฐบาลทรราช ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปด้วย อย่างที่บอกว่าให้ "ถอยกันคนละก้าว" หรือว่าตัวเองขอ "เป็นกลาง" ซึ่งในความเป็นจริงในความ "ชั่ว"กับความ"ดี"ถูกกับผิด หมือนกับรัฐบาลนี้ ระบอบทักษิณ ที่เห็นกันอยู่แล้วว่าทุจริต เลว ห่วย อย่างไรมันไม่มีทางเป็นกลางหรือถอยให้เป็นอันขาด คนที่พูดแบบนี้ถือว่า "เอาตัวรอด"เท่านั้นเอง
       
       อย่างไรก็ดีนาทีนี้ถือว่ามวลชนเขา"ตื่นรูั"และรับรู้ถึงที่มาที่ไปของ ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมไปถึงนายทหารรุ่นพี่ในกลุ่ม "บูรพาพยัคฆ์"อีกหลายคนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถึงเวลาก็ต้องกวาดพร้อมกันไปทีเดียวพร้อมกันให้หมด ไม่ต้องเกรงใจกันอีกแล้ว ดังนั้นถึงเวลาต้องกดดันให้เลิกนำกองทัพไปอุ้มรัฐบาลชั่วๆแบบนี้ได้แล้ว และต่อไปหากไม่ทำตามก่วยไม่ได้ที่จะต้องไล่ออกไปให้พ้นทาง เพราะการปฏิวัติประชาชนไม่มีทางสำเร็จได้เร็ว หากยังมีพวก "ทหารแตงโม"แบบนี้คอยขวางคลองอยู่ !!

“สุเทพ” ยันเป็นศัตรูเฉพาะกับตำรวจเลว - ปิดกรุงให้ ปชช.ตั้งเวทีทุกแยก โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 30 ธันวาคม 2556 22:00 น.

“สุเทพ” ยันเป็นศัตรูเฉพาะกับตำรวจเลว - ปิดกรุงให้ ปชช.ตั้งเวทีทุกแยก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์30 ธันวาคม 2556 22:00 น.

“สุเทพ” ยันมวลมหาประชาชนไม่พอใจเฉพาะบิ๊กตำรวจ “อดุลย์-วรพงษ์-คำรณวิทย์” หลังปราบปรามทำคนเจ็บ-ตาย ไม่ได้เกลียดชังในภาพรวม ชวนตำรวจที่ดีแยกตัวออกมาร่วมกับประชาชน พร้อมประกาศให้มวลชนตั้งเวทีทุกสามแยก-สี่แยก ปิดกรุงให้เป็นอัมพาตหลังปีใหม่ วอนข้าราชการทิ้งระบอบทักษิณเรื่องจะได้จบเร็ว 
       
       

       
        คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ปราศรัย  
       
       วันนี้ (30 ธ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ปราศรัยที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตอนหนึ่งว่า วันนี้มีการชุมนุมของตำรวจที่ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยมีการปราศรัยกันว่า กปปส.ไปพูดจาให้คนเกลียดตำรวจ ซึ่งตนขอยืนยันกับตำรวจทั้งประเทศว่ามวลมหาประชาชนไม่มีความเกลียดชังตำรวจในภาพรวม แต่ไม่พอใจเฉพาะตำรวจเลวบางคนเท่านั้น ซึ่งที่ตนพูดไว้มี 3 ชื่อเท่านั้น คือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา (รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) และ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล) ที่ต้องพูดถึง 3 ท่านนี้เพราะเป็นตำรวจที่รับคำสั่งมาจากรัฐบาลและกระทำการหลายอย่างที่เป็นปฏิปักษ์ต่อมวลมหาประชาชน
       
       หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นผู้อำนวยการ ได้ตั้งตำรวจ 3 คนนี้ให้มารับผิดชอบปฎิบัติหน้าที่จัดการกับประชาชน ปรากฏว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชุดนี้ทำให้คนตาย คนเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นมือที่ 3 ซึ่งตนจะคอยดูเมื่อมีการตายอย่างนี้เพราะคำสั่งของ น.ส.ยิ่งลักษณ์และนายสุรพงษ์ ว่านายธาริตจะตั้งข้อหาว่าเจตนาฆ่าคนตายโดยเล็งเห็นผลหรือไม่ เหมือนกับที่ตั้งข้อหาตนและนายอภิสิทธิ์จากเหตุการณ์ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อปี 53 ถ้านายธาริตไม่ตั้งข้อหา 2 คนนั้น ก็แสดงว่าสองมาตรฐาน ตนก็จะดำเนินการดำเนินคดีว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
       
       อยากจะบอกไปยังพี่น้องที่กำลังถูกคนยุยงปลุกปั่นให้เข้าใจมวลมหาประชาชนผิด ว่าอย่าได้คิดอย่างนั้น เพราะเราลุกขึ้นมาต่อสู้ไม่ได้ตั้งใจมาต่อสู้กับตำรวจหรือข้าราชการ แต่เราสู้กับระบอบทักษิณเท่านั้น ใครไม่ใช่ขี้ข้าทักษิณไม่เกี่ยว ถ้าตำรวจส่วนใหญ่ในแผ่นดินนี้ไม่ใช่ขี้ข้าทักษิณ อย่ามาเดือดร้อนกับเขาเลย ตำรวจทำถูกต้องแล้วที่จะปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรี แต่ไม่มีหน้าที่ไปปกป้องคนเลว ตนขอเชิญชวนข้าราชการตำรวจที่เป็นตำรวจที่ดีให้แยกตัวออกมา อย่าไปเป็นตำรวจชั่ว
       
       ให้ตำรวจมั่นใจว่ามวลมหาประชาชนไม่มีใจมาดร้ายต่อตำรวจทั้งระบบ เราสู้เพื่อชาติ ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว ตนจึงได้พูดเมื่อคืนนี้ว่าจิตใจของมวลมหาประชาชนสูงส่งกว่าตำรวจอย่าง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ไม่ได้คิดจะไปรบราเข่นฆ่าเหมือนอย่างที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ประกาศความยโสโอหัง ประชาชนอย่างเรารู้ดีว่าไม่ควรลงไปกัดกับหมาบ้า เพราะฉะนั้นขอให้ข้าราชการตำรวจแยกแยะความถูกความผิด อย่าหลงมาตั้งตนเป็นศัตรูกับประชาชน
       
       เลขาฯ กปปส.กล่าวด้วยว่า ที่ตนนัดหมายไว้หลังเทศกาลปีใหม่ จะปฏิบัติการใหญ่ ยึดกรุงเทพฯ ปิดกรุงเทพฯ และคำว่าปฏิวัติประชาชน บางคนติดใจคิดว่าเราเป็นคอมมิวนิสต์ มันไม่เกี่ยว เพราะคราวนี้ทำโดยประชาชน โดยสันติ ด้วยมือเปล่า ไม่ฆ่าใคร ไม่ทำร้ายใครทั้งสิ้น
       
       ถ้าเป็นประเทศอื่นคนลุกขึ้นต่อสู้เป็นล้านๆ สู้ยาวนานขนาดนี้ รัฐบาลประเทศอื่นไปนานแล้ว แต่บังเอิญนายกฯ ของตระกูลชินวัตรดื้อด้านมาก ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หนีไปอยู่เชียงใหม่ ท่ามกลางคนของตัวเอง โดยไม่สนใจที่เจ้าหน้าที่ออกมาปราบปรามประชาชน ไม่สนแล้วก็ไม่ออกจากตำแหน่ง เราจึงต้องออกแรง
       
       “สิ่งที่เราต้องปฏิบัติการร่วมกันหลังปีใหม่ คือ รวมพลังประชาชนทั้งประเทศ ปฏิบัติการให้ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร เห็นชัดว่ารัฐบาลนี้ไม่เป็นที่ต้องการของคนทั้งประเทศ และบริหารประเทศไม่ได้อีกต่อไป มีทางเดียวคือปฏิบัติการยึดกรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ต้องเป็นอัมพาตชั่วคราว เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลล้มเหลว ศูนย์กลางอำนาจถูกประชาชนยึดเรียบร้อยแล้ว” นายสุเทพกล่าว
       
       นายสุเทพกล่าวต่ออีกว่า ย้ำว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ไม่ต้องตกใจ เราไม่มีอาวุธ ออกมาด้วยความสำนึกในหน้าที่รับผิดชอบว่าเป็นเจ้าของประเทศไทย จำเป็นต้องออกมาทำหน้าที่ก็ออกมา โดยเราจะยึดถนนทุกสายในกรุงเทพให้เป็นถนนคนเดินหมด และจะตั้งเวทีตามสามแยก-สี่แยก ทั่วกรุงเทพฯ และตั้งแต่นี้เป็นต้นไปองค์กรของภาคประชาชนองค์กรไหนต้องการไปปฏิบัติการที่สามแยก-สี่แยกไหน แจ้งมาได้เลย อยากจะจัดเวที จัดการแสดงอะไร เพราะเป็นเวทีของประชาชนทั้งนั้น
       
       และที่ต้องทำให้เป็นถนนคนเดิน เพราะไม่ต้องการให้รถของทหาร ตำรวจ ข้าราชการไปทำงานได้ และต้องขอโทษล่วงหน้าสำหรับคนที่ทนไม่ได้ที่รู้สึกว่าเดือดร้อน บ้านเมืองจะต้องเปลี่ยนแปลงได้ต้องมีเดือดร้อนกันบ้าง
       
       ทั้งนี้ ขอฝากถึงถึงข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร เมื่อประชาชนลงทุนลงแรงขนาดนี้ ถึงเวลานั้นพี่น้องข้าราชการตัดใจทิ้งระบอบทักษิณมาอยู่ข้างประชาชน เรื่องจะได้จบโดยรวดเร็วเรียบร้อย