วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

หลวงปู่เณรคำ'โดนแฉอีก!'พระแก้วมรกต'ที่จริงสร้างด้วย ผงเรซินผสมหินสีเขียว เมื่อ 3 ก.ค.56



หลวงปู่เณรคำ'โดนแฉอีก!'พระแก้วมรกต'ที่จริงสร้างด้วย ผงเรซินผสมหินสีเขียว
 
ปปง.ยันตรวจสอบพยานหลักฐานกว่า 80 เปอร์เซ็นพบหลวงปู่เณรคำกับพวกเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน

 2 ก.ค. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายรวมพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้าพบ ร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ แสวงผล รองเลขาธิการ ปปง.ฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อให้ถ้อยคำ พร้อมนำเอกสารสำคัญประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมต่างๆมายื่นให้ทางปปง.

นายสงกานต์ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อให้ข้อมูล และเอกสารเพิ่ม หลังจากที่เคยมายื่นแล้ว ได้ไปสอบถามผู้มีความรู้เกี่ยวกับการสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ของหลวงปู่เณรคำ ที่ระบุว่ามูลค่าประมาณ 2,500ล้านบาท ทั้งที่จริงสร้างด้วย ผงเรซินผสมหินสีเขียว มูลค่าจริงน่าจะไม่เกิน 30ล้านบาทเท่านั้น รวมทั้งตรวจสอบทองคำแท่งที่รับบริจาค น้ำหนัก 8,000 กก. มูลค่าเกือบหมื่นล้านบาท ว่าอยู่ที่ใด ส่วนกรณีการขอรับบริจาคเพื่อสร้าง โรงพยาบาลที่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อสอบถามกับผู้อำนวยการ พบว่ายังไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ความจริงต้องมีการขออนุญาตก่อน มีกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ยอดเงินรวมต้องชัดเจน นอกจากมายื่นที่ ปปง. แล้วยังได้ให้ บก.ป. ช่วยตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆอีก รวมทั้งพี่น้องของหลวงปู่เณรคำ ที่มีทั้งหมด 5 คน หลวงปู่เณรคำเป็นบุตรคนที่ 4 และญาติพี่น้องมีฐานะร่ำรวยผิดปกติ บางคนมีบ้านราคา 20ล้านบาท รถหรูหลายคัน ซึ่งเรื่องนี้ตนจะเดินทางไปที่ บก.ป. วันพรุ่งนี้ ( 3 ก.ค. ) เวลา 11.00 น. ซึ่งทาง บก.ป. จะมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอีกด้วย

ด้านร.ต.อ.หญิง สุวนีย์ เผยว่า ข้อมูลเอกสารที่มายื่นเพิ่มเติมวันนี้มีประโยชน์ ชัดเจนมากขึ้น โดยจะเก็บรวบรวมกับที่เคยมายื่นไปแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวน เบื้องต้นพยานหลักฐานที่มีตอนนี้ 70 – 80 เปอร์เซ็น เข้าข่ายฉ้อโกง แต่ยังไม่ระบุชัดว่าผิดจริง ซึ่งต้องตรวจสอบข้อมูลที่น่าสงสัยว่าจะมีการหมุนเวียนเงิน ทั้งบัญชีของหลวงปู่เณรคำ วัด และผู้เกี่ยวข้อง มูลค่าเกือบ 200ล้านบาท ตามที่ยื่นมารวม 16 บัญชี ตรวจไปแล้ว 10 บัญชี และจะมีการตรวจสอบเพิ่มกับบัญชีอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนการอายัดทรัพย์สินต้องมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. วันที่ 19 ก.ค. นี้ และประสานข้อมูลกับ บก.ป. ซึ่งจะทราบผลหลังจากนั้นหากตรวจสอบพบว่ามีความผิดจริงทาง ปปง. จะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

'สะแปอิง-มะแซ'หลังม่านเจรจา ป่วนหนักกดดันรับเงื่อนไข5ข้อ เมื่อ 3 ก.ค.56



'สะแปอิง-มะแซ'หลังม่านเจรจา ป่วนหนักกดดันรับเงื่อนไข5ข้อ
 
  ในการพูดคุยเพื่อสันติภาพระหว่างกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นกับตัวแทนรัฐบาลไทยตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมา

 ยังมีคำถามกันอยู่ว่า นายฮัสซัน ตอยิบ แกนนำการเจรจาของกลุ่มบีอาร์เอ็น มีอำนาจสั่งการกลุ่มขบวนการได้หรือไม่ เพียงใด
ที่สำคัญ คือ สองแกนนำตัวจริงที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง คือ นายสะแปอิง บาซอ และ นายมะแซ อุเซ็ง รับรองการเจรจาครั้งนี้หรือไม่ และแกนนำทั้งสองคนมีบทบาทแค่ไหน อย่างไร ในการเจรจา เพราะหากการเจรจาครั้งนี้ไม่ได้รับรองจากแกนนำที่มีอำนาจสั่งการ และความน่าเชื่อถือจากแกนนำในพื้นที่จริง ปลายทางแห่งสันติภาพคงยากที่จะปรากฏให้เห็นในเร็ววัน

 แหล่งข่าวความมั่นคงระดับสูงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้การันตีว่า การเจรจาครั้งนี้ ทั้งนายสะแปอิง และนายมะแซ เป็นผู้ที่อยู่ "เบื้องหลัง" การเจรจาจริง รวมทั้งยังอยู่เบื้องหลังการสั่งการให้ก่อเหตุรุนแรงรายวันในพื้นที่ด้วย

 อย่างไรก็ตาม ทั้งสองได้เก็บงำความลับเกี่ยวกับสถานที่กบดานอยู่ในชั้นลับสุดยอด โดยมีข่าวมา 2 ทาง ทางหนึ่ง คือ หลบหนีอยู่ภายในประเทศมาเลเซีย และอีกทางหนึ่ง มีข่าวว่าทั้งสองพำนักอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย

 สำหรับการสั่งการของแกนนำทั้งสองคนจะกระทำผ่านมายังผู้นำกองกำลังทหารที่ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ ปัจจุบันมีแกนนำคนสำคัญ 2 คน คือ นายรุสดี ยี่งอ และนายอิสมาแอ ระยะหลง ซึ่งเป็นแกนนำหลักทางการทหาร โดยมีหน้าที่สั่งการต่อไปยังสมาชิกเครือข่ายปฏิบัติการ และเตรียมกำลังเพื่อก่อเหตุรุนแรง

  ภารกิจหลักในปัจจุบันของกองกำลังในพื้นที่จะเน้นหนักไปที่การโจมตีฐาน ปฏิบัติการของทหาร และตำรวจ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ล่อแหลม และเป็นจุดอ่อน

 ส่วนสาเหตุที่แกนนำทั้งสองรายยังคงสั่งการให้กองกำลังในพื้นที่พุ่งเป้าโจม ตีเจ้าหน้าที่รัฐ และประชาชนผู้บริสุทธิ์ แม้จะมีการเผยแพร่ข้อตกลงเรื่องการลดการก่อเหตุรุนแรงในช่วงเดือน "รอมฎอน" ทางหน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า เป็นปฏิบัติการตอบโต้ และกดดันรัฐบาลไทยที่ไม่ยอมรับ 5 ข้อเสนอหลักที่นำเสนอโดย นายฮัสซัน ตอยิบ ลงในเว็บไซต์ยูทูบ

 โดยเฉพาะข้อเสนอหลักเรื่องการถอนกำลังทหาร-ตำรวจ ข้อเสนอเรื่องการปลดหมายจับผู้ต้องหาในกลุ่มขบวนการ และข้อเสนอเรื่องการขอ "ปกครองตนเอง"

 เมื่อรัฐบาลไทยไม่ยอมรับข้อเสนอ ทั้งยังไม่ยอมให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐสภา ลงนามรับรองข้อเสนออย่างเป็นทางการ ดังนั้น การก่อเหตุรุนแรงเพื่อตอบโต้ และกดดันท่าทีของฝ่ายรัฐบาลไทยจึงเกิดขึ้นอย่างรุนแรง และเชื่อว่า ในเดือนรอมฎอนในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เป็นต้นไป สถานการณ์ความรุนแรงก็จะไม่ลดลงอย่างที่รัฐบาลไทยคาดหวังอย่างแน่นอน

การข่าวของฝ่ายความมั่นคงแจ้งเตือนว่า ในช่วงนี้แกนนำหลักทั้งสองคนได้สั่งการให้กองกำลังในพื้นที่เตรียมก่อเหตุ รุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเป้า หมายใน จ.นราธิวาส ที่ อ.บาเจาะ และอ.ศรีสาคร ใน จ.ยะลา ที่ อ.ยะหา และอ.บันนังสตา และใน จ.ปัตตานี ที่ อ.หนองจิก และอ.ยะรัง

 ทั้งนี้ สำหรับบทบาทการสั่งการอยู่เบื้องหลังการเจรจาครั้งที่ผ่านๆ มา ทั้งนายสะแปอิง และนายมะแซ เป็นผู้สั่งการ และกำหนดเกมผ่านตัวเปิด คือ นายฮัสซัน ซึ่งประเด็นในการเจรจาทั้งหมดจะถูกกำหนดโดยแกนนำทั้งสองคนมาแล้วทั้งหมด รวมทั้งการออกมาชิงการนำ และกดดันรัฐบาลผ่านเว็บไซต์ยูทูบ หลังตัวแทนรัฐบาลไทยไม่ยอมรับข้อเสนอ 5 ข้อที่นำเสนอบนโต๊ะเจรจา

 นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็ยอมรับว่า การพูดคุยระหว่างสมช.กับบีอาร์เอ็น ทางนายสะแปอิง และนายมะแซ เป็นผู้คัดเลือกบุคคลเข้ามาเจรจาทั้งหมด รวมทั้งเงื่อนไข 5 ข้อ ที่ส่งสัญญาณมาให้รัฐบาลไทยก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดคำแปล เพื่อชี้แจงมายังรัฐบาลอีกครั้ง

ขณะที่เป้าหมายของบีอาร์เอ็นยังวางไว้สูง และไม่ลดระดับลงจากการสถาปนา "รัฐปัตตานี" และ หากสามารถเดินไปสู่บันไดขั้นที่ 7 คือ แบ่งแยกดินแดน หรือปกครองตนเองได้สำเร็จ ทางกลุ่มบีอาร์เอ็นก็เตรียมที่จะแบ่งเค้ก ฟอร์มทีม "คณะผู้ปกครอง" ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางความกระอักกระอ่วนใจของฝ่ายไทยที่เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ลำบากเช่นทุกวันนี้
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


เปิดปูม "สะแปอิง บาซอ"

"นายสะแปอิง บาซอ" มีฐานะตำแหน่งเป็นถึง "ครูใหญ่" แห่ง "โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ"  ซึ่งเปิดสอนถึงขั้นอนุปริญญา ภายใต้การบริหารของ "นายสะแปอิง บาซอ" ชาวตำบลเมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี อดีตกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา

 สำหรับ "นายสะแปอิง บาซอ" จบการศึกษาด้านศาสนาจากเมืองมาดีนะห์ แห่งซาอุดีอาระเบีย ในยุคก่อนที่รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย จะปรับปรุงระบบการเรียนการสอนทางด้านศาสนา ด้วยการหันไปยึดแนวทางของวาฮาบี

 "นายสะแปอิง บาซอ" เป็นแกนนำสำคัญของ "ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น โคออดิเนต" มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในภาคใต้หลายครั้ง

 นี่คือภาพลักษณ์ของ "โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ" และบทบาทของ "นายสะแปอิง บาซอ" ผู้นำพาโรงเรียนนี้สู่ความรุ่งเรือง เป็นบทบาทของผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่วันนี้ถูกยกระดับให้แกนนำคนสำคัญของขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดน ภาคใต้

 เป็นแกนนำสำคัญระดับที่หน่วยงานของรัฐไทยเชื่อว่า ชายชื่อ "นายสะแปอิง บาซอ" ผู้นี้ คือ ว่าที่นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐปัตตานี

มะแซ อุเซ็ง

  นายมะแซ อุเซ็ง มีภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 33/1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ทั้งนี้ นายมะแซเคยรับราชการเป็นทหารเกณฑ์ ในค่ายเสนาณรงค์ สังกัด ร้อย.5 พัน.1 ระหว่างรับราชการทหารมีส่วนร่วมในการปราบปรามโจรจีนคอมมิวนิสต์ (จคม.) ในระหว่างปี 2522-2525 โดยนายมะแซมีประวัติการฝึกการก่อวินาศกรรม และการรบแบบกองโจรจากโรงเรียนนายร้อยประเทศลิเบีย

จากนั้นในปี 2547 เกิดเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นปืนค่ายนราธิวาสราชนครินทร์ โดยเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายมะแซ ซึ่งเป็นครูสอนศาสนาที่โรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง พบแผนการปฏิบัติการ 7 ขั้นตอนเพื่อการสถาปนารัฐปัตตานี และเชื่อว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการบีอาร์เอ็น

อย่างไรก็ตาม นายมะแซสามารถหลบหนีไปได้ โดยหลบหนีข้ามแดนไปยังมาเลเซีย โดยการช่วยเหลือของ นายเจ๊ะกูแม กูเต๊ะ ประธานขบวนการมูจาฮีดินอิสลามปัตตานี และเชื่อว่า เป็นผู้สั่งการกองกำลังกลุ่มบีอาร์เอ็น เพื่อก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จนกระทั่งปัจจุบัน
ทีมข่าวความมั่นคง
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รวบเฒ่าวัย 80 เลือดร้อนคว้าลูกซองซัลโวอริดับแค้น เมื่อ 3 ก.ค.56



รวบเฒ่าวัย 80 เลือดร้อนคว้าลูกซองซัลโวอริดับแค้น
 
พ่อเฒ่าเลือดร้อน ไม่ชอบหน้าอริข้างบ้านที่มักจะมีปากเสียงกันอยู่ประจำ ผู้ตายชอบกระทำการล้ำเข้ามาในที่ดินของตน ด้วยความโมโห ทำให้ขาดสติคว้าปืนลูกซองลงมือยิงเพื่อระบายแค้น

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 ที่ สภ.หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์  ขอนพุดชา รอง ผกก.ป.สภ.หนองบัว พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูวิน มังสิงห์จันทร์ สว.สส. และ พ.ต.ท.เรื่องยศ คำอินทร์ พงส.(สบ.3) ร่วมกันสอบปากคำนายสังเวียน ปานเพ็ชร อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16/8 ม.3 ต.ทุ่งทอง อ.หนองบัว ผู้ต้องหาฆ่านายอดุลย์ เกตุเรือง อายุ 71 ปี ซึ่งเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต โดยมี พ.ต.อ.นิกร เข็มทอง รอง ผบก.ภ.จว.นครสวรรค์ เข้าร่วมการสอบสวนด้วย

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวร สภ.หนองบัว ได้รับแจ้งว่ามีเหตุฆาตกรรมที่บริเวณหลังบ้านเลขที่ 2/6 ม.3 ต.ทุ่งทอง จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพนายอดุลย์ เสียชีวิตในท่านั่งอยู่บนเบาะรถคันไถ สภาพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองที่หน้าอกซ้าย โดยมีนายสังเวียน ยืนถือปืนลูกซองยาวขนาด 12 ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ในบริเวณเดียวกัน พร้อมกับให้การรับสารภาพว่า ลงมือยิงผู้ตายเอง ด้วยความโกรธแค้น

จากการสอบสวนนายสังเวียน ให้การรับสารภาพว่า มีความโกรธแค้นกับผู้ตายในเรื่องที่ดินที่อยู่ติดกันระหว่างบ้านของตนกับนายอดุลย์ มานานหลายเดือนแล้ว และมักจะมีปากเสียงกันเรื่อยมา เนื่องจากผู้ตายชอบล้ำเข้ามาในที่ของตน กระทั่งวันนี้ มาพบผู้ตายกำลังขับรถไถดินเลยล้ำเข้ามาในพื้นที่อีก จึงรีบกลับไปเอาปืนที่บ้านพัก ก่อนตัดสินใจเดินมายิงผู้ตายจนเสียชีวิต ทั้งที่ใจจริงไม่อยากฆ่า แต่เพราะความโมโห จึงทำให้ขาดสติ จนต้องลงมือก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายสังเวียน พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว พร้อมเครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 จำนวน 3 ปลอก ส่งให้พนักงานสอบสวนไปดำนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

'ผู้กองปูเค็ม' ท้า 'ขวัญชัย' ชก สังคมออนไลน์ครึกครื้นแชร์สนั่น!เมื่อ 3 ก.ค.56



'ผู้กองปูเค็ม' ท้า 'ขวัญชัย' ชก สังคมออนไลน์ครึกครื้นแชร์สนั่น!
 
2 ก.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เฟซบุ๊คเพจ "ผู้กองปูเค็ม"

 ซึ่งตลอดทั้งวันได้โพสต์ข้อความท้าชกมวยกับนายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และแกนนำคนเสื้อแดงคนสำคัญ หลังจากที่นายขวัญชัยข่มขู่ม็อบหน้ากากขาวที่จะชุมนุมสัญญลักษณ์แสดงการต่อ ต้านระบอบทักษิณ

โดยมีการระบุวันเวลาสถานที่ไว้เรียบร้อย ว่า จะชกกันในฝวันที่ 7 ก.ค.56 เวลา 13.00 น. ที่สนามมวยราชดำเนิน ขณะที่ยังไม่มีการตอบโต้จากฝ่ายนายขวัญชัยแต่อย่างใด
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า 

ปปง.ตะลึง 10 บัญชีเงินเณรคำ หมุนเวียน 200 ล. สั่งห้ามถอน เมื่้อ 3 ก.ค.56



ปปง.ตะลึง 10 บัญชีเงินเณรคำ หมุนเวียน 200 ล. สั่งห้ามถอน
 
2 ก.ค.56 ร.ต.อ.หญิงสุวณีย์ แสวงผล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยว่า 
หลังจากการตรวจสอบฐานข้อมูลธุรกรรม 16 บัญชีของพระวิระพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ ประธานสำนักสงฆ์ ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และพวก ตามที่ นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยื่นเรื่องให้ ปปง.นั้น ผลการตรวจสอบพบว่า 10 บัญชีของหลวงปู่เณรคำและเครือข่ายมีกระแสเงินสดหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท โดยมีการเคลื่อนไหวของเงินตลอดเวลาแทบทุกวัน
เบื้องต้นบัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีที่มีเหตุอันควรสงสัยจึงขอเตือน หลวงปู่เณรคำและพวกว่า อย่าเคลื่อนย้ายทรัพย์สินในบัญชีเด็ดขาด เพราะจะเข้าข่ายการฟอกเงินทันที ซึ่งจะมีความผิดทางอาญามีโทษจำคุก 2-10 ปี โดยการยักย้ายหลายครั้งก็จะผิดหลายกรรมหลายวาระ
นอกจากนี้ถ้ามีการนำเงินไปซื้อรถหรือเครื่องบินใดๆ ทรัพย์นั้นก็จะผิดฐานฟอกเงิน และต้องถูกยึดอายัดเช่นกัน หากเป็นเงินที่ได้จากการฉ้อโกงประชาชน 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า  

กระบะชนสนั่นแท่งปูนรถพังยับ 2หนุ่มติดในซาก-กระเด็นทะลุกระจกสาหัส เมื่อ 3 ก.ค.56



กระบะชนสนั่นแท่งปูนรถพังยับ 2หนุ่มติดในซาก-กระเด็นทะลุกระจกสาหัส
 
 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 4 ก.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า ร.ต.ท.ธนเดช สาธุจรัล ร้อยเวร สภ.เมืองตราด 

ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนแท่งปูนบริเวณหน้าสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา จ.ตราดมีผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ 2 ราย จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราดเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำส่งให้โรงพยาบาลตราด

 ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บจ  9125 ตราด  สภาพด้านหน้าพังยับเยิน มีผู้บาดเจ็บที่เป็นคนขับยังอยู่ภายใน   เบื้องต้นไม่สามารถนำร่างออกมาได้ จึงประสานเครื่องตัดถ่างเพื่อช่วยเหลือ ส่วนผู้ที่นั่งมาด้วยหาไม่เจอ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยกันค้นหาประมาณ 5 นาที กระทั่งไปพบร่างผู้บาดเจ็บนอนกองอยู่กับแท่งปูนในสภาพไม่รู้สึกตัว จึงได้ทำการประสานรถกู้ชีพ ร.พ.กรุงเทพตราดรับผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วนเนื่องจากทั้งสองคนมีอาการสาหัสมาก

 จากการตรวจที่เกิดเหตุพบว่ารถยนต์คันดังกล่าว มุ่งหน้าออกจากตัวเมืองตราด ขณะมาถึงที่เกิดเหตุ จะมีแท่งปูนกั้นเพื่อให้รถยนต์วิ่งสวนทางกันในเลนด้านขวา คนขับน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วจึงชนเข้ากับแท่งปูนเต็มแรง ทำให้ร่างของผู้ที่นั่งมาด้วยกระเด็นทะลุกระจกไปตกอยู่ในกองแท่งปูน ส่วนคนขับติดอยู่ภายใน แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเปิดประตูอีกด้านแล้วนำร่างออกมาได้ จึงไม่ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง

 ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองคนทราบชื่อ ตือนายมาโนช ประดลชอบ และนายประสาน วงษ์วานิช   

 สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นับเป็นรายที่ 3 แล้ว ที่เกิดขึ้นและรุนแรง โดยครั้งแรกเป็นรถยนต์ของทหาร นพค.14 ขับชนแท่งปูนจนรถเสียหายยับเยิน แต่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ครั้งที่สอง รถบรรทุกเงาะของชาวสวนชนกับรถยนต์เก๋งขณะวิ่งสวนทางกันตรงข้ามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตราดมีผู้บาดเจ็บติดภายใน 1 รายและบาดเจ็บอีก 2 ราย ประกอบกับบริเวณแท่งปูนดังกล่าว วันนี้ไฟส่องสัญญาณเกิดเสีย แม้จะมีการซ่อมแซมแต่ก็ยังไม่สามารถใช้การได้ ทำให้คนขับรถมองไม่เห็นแท่งปูนจึงพุ่งชนเข้าเต็มที่จนรถพังยับเยินและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ดูดวงเดลี่ : พ.3กค.56



ดูดวงเดลี่ : พ.3กค.56
 
 คนเกิดวันจันทร์
          การงาน ต้องระวังคนใกล้ตัวจะทำงานผิดพลาดทำให้คุณต้องรับภาระแก้ไข ติดต่อประสานงานต่างประเทศไปได้ดี  การเงิน มีเข้าและออกตลอดแต่หนักใจเพราะภาระคนอื่น  สุขภาพ วิงเวียน มึนๆ บ่อยๆ ผลพวงมาจากพักผ่อนไม่เป็นเวลา  ความรัก เหมือนเข้าใจกันแต่ไม่เข้าใจ น้อยใจกันบ่อย คนโสดไม่เจอคนที่ใช่ สีที่ดี ขาว ชมพู

คนเกิดวันอังคาร
          การงาน ราบรื่นดี มีผลงานเป็นที่น่าพอใจ ถ้าจะขยับขยายทำได้เลยผู้ใหญ่มีอิทธิพลกับงานคุณช่วงนี้  การเงิน มีรายจ่ายเยอะจนปวดหัว ตอนนี้ทำได้แค่งดรายจ่ายไร้สาระ  สุขภาพ ปกติดี  ความรัก อย่าคิดมากไปเองและคาดหวังเพราะคุณเองใจไม่นิ่ง ทำให้กดดัน แต่ยังดีที่แฟนเข้าใจ คนโสดยังมองหาคนที่ใช่แต่ยังไม่เจอ  สีที่ดี น้ำเงิน ดำ

คนเกิดวันพุธ
          การงาน การติดต่อเจรจาดีค้าขายเป็นกำไร มีงานเร่งด่วนแต่ผ่านไปได้ดี  การเงิน ยังคงวุ่นวายกับเรื่องเดิมๆ  สุขภาพ ระวังปวดคอ หลัง  ความรัก ไปได้ดีนะแต่ห่างกันบ่อยต้องเอาใจใส่กัน คนโสดยังเรื่อยๆ สนุกกับเพื่อนพ้องไปก่อนตัวจริงยังไม่มา  สีที่ดี ส้ม น้ำเงิน

คนเกิดวันพฤหัสบดี
          การงาน เหมือนจะไปได้ดีมีโอกาสเข้ามาแต่มันผิดพลาดที่คนประสานงานดังนั้นควรรอบคอบให้มากแล้วจะดี  การเงิน รายได้มีเข้ามาแต่คุณเก็บไม่ได้  สุขภาพ ปวดคอ ท้ายทอย  ความรัก ต้องหนักแน่นคนรักมักประชดประชันเวลาโมโห คนโสดมีคนแวะเวียนเข้ามาแต่ไม่จริงจัง  สีที่ดี ดำ เหลือง

คนเกิดวันศุกร์
          การงาน เป็นไปดั่งใจต้องการไม่ว่าจะทำการสิ่งใด มีคนคอยช่วยเหลือตลอด คุณโดดเด่นในเรื่องเจรจาต่อรองและซื้อขาย  การเงิน หมุนเวียนได้ดี แต่พักนี้รายจ่ายเริ่มเยอะขึ้น  สุขภาพ ระวังความดันเลือด วิงเวียน และกระเพาะอาหาร  ความรัก เช้าก็ดีบ่ายก็ดีเอาใจกันดีหวานชื่น คนโสดยิ่งหายิ่งหนีอยู่เฉยๆ มาแน่นอน  สีที่ดี ดำ น้ำเงิน

คนเกิดวันเสาร์
          การงาน หงุดหงิดใจบ่อยๆ อะไรก็ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ผิดพลาดบ่อยๆ จริงๆต้องใจเย็นและรอบคอบมากกว่านี้  การเงิน ยังมีมาเรื่อยๆ หมุนเวียนได้ดี สุขภาพ ระวังอุบัติเหตุจากความใจร้อน  ความรัก มีเวลาให้กันและกันน้อยลงทุกที แต่ก็ไม่ค่อยมีปัญหากันแต่ต้องใส่ใจกันมากกว่านี้จะดี คนโสดระวังคนแก่หลอก  สีที่ดี ฟ้า ส้ม

คนเกิดวันอาทิตย์
          การงาน ทำตามคำสั่งก็พอ ออกความคิดเห็นอะไรไปไม่มีผล ดังนั้นวันนี้ควรนิ่งๆ ไปก่อนจะดี เจรจาสื่อสารระวังผลเสียที่จะตามมา  การเงิน เจอกับรายจ่ายที่ไร้สาระไม่จบสิ้น  สุขภาพ เล็กน้อยๆ ไม่มีอะไรมากที่ต้องกังวล  ความรัก ควรคุยกันตรงไปตรงมาจะดี แสดงความจริงใจต่อกัน คนโสดมีคนเข้ามาคุยดี  สีที่ดี ขาว เทา
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก