วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โจ๋เมืองขุนแผนเดือดรุมฟันอริแขนขาด เมื่อ 2 ก.ค.56



โจ๋เมืองขุนแผนเดือดรุมฟันอริแขนขาด
 
วันนี้ ( 2 ก.ค.)ร.ต.ท.อำนาจ อินพันธ์คำ ร้อยเวร  สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 
ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.อู่ทอง ว่า มีวัยรุ่นถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บมารักษาตัว จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สุรกฤษฏิ์  มาลีสี  ผกก.พ.ต.ท.มองศักดิ์ มูลละออง สวป.กำลังสายตรวจที่ โรงพยาบาลอู่ทอง พบ นายโสภณ สุขสม อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 374/1 หมู่ 9 ต.อู่ทอง ถูกฟันข้อมือซ้ายขาดนอนร้องครวญครางโดยความเจ็บปวด และยังมีนายอาณัติ เคนยาวดี อยู่บ้านเลขที่ 94 ม.18 ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ถูกมีดฟันที่บริเรณแขนซ้าย เป็นแผลฉกรรณ์
 

จากการสอบถาม นายมนตรี สุขสม อายุ16 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของ
นายโสภณ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกับพี่ชายและกลุ่มเพื่อนประมาณ 10 คนได้มาเที่ยวงาน มหกรรมอาหารอร่อยและของดีเมืองอู่ทอง โดยมีคอนเสิร์ต วงวาเรนไทร์ มาแสดงในงาน พวกตนได้พากันไปเต้นอยู่หน้าเวทีกระทั่งงานเลิกได้พากันขี่จยย.มาจอดรอเพื่อนที่หน้า ร้านสะดวกซื้อเซเว่น หอนาฬิกา ระหว่างนั้นได้มีนายตั้ม ซึ่งเคยมีเรื่องวิวาทกันมาก่อน พร้อมพวกกว่า 20 คน ขี่จยย.ตามมาแล้วใช้มีดสปาตาร์ วิ่งไล่ฟันพวกตน จึงวิ่งหนีตายไปคนละทิศละทาง ส่วนพี่ชายตนและนายอาณัติ หนีไม่ทันจึงถูกนายตั้มฟันได้รับบาดเจ็บ ตนและเพื่อนๆจึงไปขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์ให้นำส่งโรงพยาบาล ระหว่างรอทำแผลได้มีกลุ่มเพื่อนของผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากซึ่งรู้ข่าวได้ตามมาดูผู้บาดเจ็บ และเกิดการกระทบกระทั่งเกือบจะเกิดเหตุทะเละวิวาทกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปห้ามปรามเหตุการณ์จึงสงบ
 

ทางด้าน ร.ต.ท.อำนาจ ร้อยเวร กล่าวว่าจากการสอบสวนคนเจ็บทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้มาเที่ยวงานมหกรรมอาหารอร่อยของดีเมืองอู่ทอง ขณะขี่จยย.กลับบ้านระหว่างทางเจอคู่อริจึงถูกรุมทำร้ายขณะนี้ทราบตัวผู้ที่ก่อเหตุแล้วอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป       
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

แฟนหนุ่มหายหน้า-สาวหน้าตาดีปีนโรงแรมขู่ลาโลก เมื่อ 2 ก.ค.56



แฟนหนุ่มหายหน้า-สาวหน้าตาดีปีนโรงแรมขู่ลาโลก
 
สาววัยรุ่นมีปากเสียงทะเลาะกับแฟนหนุ่มอย่างรุนแรง 
เกรงแฟนหนุ่มจะเลิกรา จึงปีนออกมายืนบนคอมเพรสเซอร์แอร์นอกห้องพักชั้น 3 ของโรงแรมกลางเมืองโคราชเพื่อขู่จะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย หากแฟนหนุ่มไม่กลับมาหา โชคดีเจ้าหน้าที่กู้ภัยอาศัยช่วงเผลอคว้าตัวช่วยชีวิตได้หวุดหวิด
วันนี้ ( 2 ก.ค.) พ.ต.ท.สืบสกุล เกงขุนทด สารวัตรเวร สภ.เมืองนครราชสีมา
ได้รับแจ้งจากพนักงานโรงแรมเจ้าพระยาอินทร์ ถนนจอมสุรางค์ยาตร์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ว่ามีหญิงสาววัยรุ่นออกไปยืนร้องไห้อยู่ที่คอมเพรสเซอร์ซึ่งติดตั้งอยู่นอกห้องพัก ของห้องพักเลขที่ 334 ชั้น 3 โดยหญิงสาวคนดังกล่าวมีการตะโกนขู่ไม่ให้พนักงานโรงแรมเข้าใกล้ พร้อมกับทำท่าจะกระโดดลงมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน
 

ที่เกิดเหตุพบพนักงานโรงแรมและเพื่อนของหญิงสาวคนดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ฤทัย บุญแผน อายุ 29 ปี ชาว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
โดยกำลังช่วยกันเกลี้ยกล่อม ซึ่ง     น.ส.ฤทัย อยู่ในอาการเคร่งเครียด ร้องไห้ พร้อมกับพูดคุยโทรศัพท์กับแฟนหนุ่มอยู่ตลอดเวลา โดยบางครั้งได้ขู่แฟนหนุ่มว่าถ้าไม่มาหา จะกระโดดลงมาจากตึกเพื่อฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครกู้ภัยจึงได้ขึ้นไปช่วยกันเกลี้ยกล่อมอยู่นานเกือบ 30 นาที แต่ยังไม่เป็นผล จึงอาศัยช่วงจังหวะทีเผลอ เปิดประตูหน้าต่างคว้าตัวเข้ามาในห้องได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะรีบนำตัวส่งให้แพทย์โรงพยาบาลจิตเวชราชนครินทร์นครราชสีมาช่วยดูแล
           

จากการสอบถามเพื่อนของ น.ส.ฤทัย ทราบว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ฤทัย ได้มีปากเสียงทะเลาะกับแฟนหนุ่มอย่างรุนแรง
โดยแฟนหนุ่มได้หนีหายไปนานกว่า 2 วัน ซึ่ง น.ส.ฤทัย พยายามติดต่อทางโทรศัพท์แต่แฟนหนุ่มก็ไม่รับสาย จนกระทั่งเมื่อคืน น.ส.ฤทัย ได้ชักชวนเพื่อนดื่มสุราจนเช้า จากนั้นได้แยกย้ายกันเข้าห้องพักผ่อน จนกระทั่งได้ยินเสียงเพื่อนร้องไห้อยู่นอกห้องพัก จึงเปิดมาดูก็พบว่าเพื่อนกำลังจะกระโดดฆ่าตัวตาย แต่ยังโชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันคว้าตัวไว้ได้ทัน.

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ปปง.พบ 10 บัญชี ‘หลวงปู่เณรคำ-เครือข่าย’ เงินหมุนเวียนทุกวันกว่า 200 ล้าน เมื่อ 2 ก.ค.56



ปปง.พบ 10 บัญชี ‘หลวงปู่เณรคำ-เครือข่าย’ เงินหมุนเวียนทุกวันกว่า 200 ล้าน
 
วันที่ 2 ก.ค. ร.ต.อ.หญิงสุวณีย์ แสวงผล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 
กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยื่นเรื่องให้ ปปง. ตรวจสอบข้อเท็จจริงการทำธุรกรรมทางการเงินของพระวิระพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กับพวก ว่าภายหลังตรวจสอบฐานข้อมูลธุรกรรม 16 บัญชีของหลวงปู่เณรคำและพวก ตามที่เครือข่ายพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยื่นไว้ พบชัดเจน 10 บัญชี เป็นของหลวงปู่เณรคำและเครือข่าย มีกระแสเงินหมุนเวียนมากกว่า 200 ล้านบาท และเงินมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาแทบทุกวัน เบื้องต้นถือเป็นบัญชีที่มีเหตุอันควรสงสัย จึงขอเตือนเครือข่ายหลวงปู่เณรคำ และหลวงปู่เณรคำ อย่าเคลื่อนย้ายทรัพย์สินในบัญชีเด็ดขาด เพราะจะเข้าข่ายการฟอกเงินทันที ซึ่งจะมีความผิดทางอาญา โทษจำคุก 2-10 ปี หากยักย้ายหลายครั้งก็จะผิดหลายกรรมหลายวาระ และถ้ามีการนำเงินไปซื้อรถหรือเครื่องบินใดๆ ทรัพย์นั้นก็จะผิดฐานฟอกเงิน และต้องถูกยึดอายัดเช่นกัน หากเป็นเงินที่ได้จากการฉ้อโกงประชาชน
                              
 รองเลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า รายงานธุรกรรมที่พบเงินหมุนเวียนมากกว่า 200 ล้านบาทนี้ เฉพาะรายงานที่มีการทำธุรกรรมมากกว่า 2 ล้านบาท
ในแต่ละครั้งที่กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินต้องแจ้งกับ ปปง. ยังไม่รวมธุรกรรมอื่นๆ ที่มีการเคลื่อนไหวในวงเงินต่ำกว่า 2 ล้านบาทในแต่ละครั้ง มั่นใจจากข้อมูลที่มีอยู่ค่อนข้างชัดเจนว่าว่าหลวงปู่เณรคำและเครือข่ายมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามมูลฐานกฎหมายฟอกเงิน ด้วยการฉ้อโกงประชาชน ในโครงการต่างๆ ทั้งการจัดสร้างพระแก้ว เปิดบัญชีหลอกให้ประชาชนมาบริจาคเงิน โครงการจัดสร้างโรงพยาบาล ซึ่งในสัปดาห์หน้า ปปง. จะจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ที่วัดป่าขันติธรรม เพื่อรวบรวมประจักษ์พยาน จากนั้นจะรายงานเข้าสู่คณะกรรมการธุรกรรมในวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 เพื่อให้มีการมอบหมายเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินอย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งจะตรวจสอบเครือข่ายและบุคคลที่ปรากฏตามข่าวว่ามีความสัมพันธ์เป็นภรรยาและลูกของพระวิระพลด้วย 

 นอกจากนี้จะประสานข้อมูลเพิ่มเติมจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยในเวลา 13.30 น. วันนี้ นายสงกรานต์และเครือข่ายพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติฯ จะเข้ายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อ ปปง. 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ด.ญ.2เดือนเหยื่อพ่อเลี้ยงยังโคม่า สกัดนายตร.พ่อผู้ต้องหายุ่งเกี่ยว เมื่อ 2 ก.ค.56



ด.ญ.2เดือนเหยื่อพ่อเลี้ยงยังโคม่า สกัดนายตร.พ่อผู้ต้องหายุ่งเกี่ยว
 
นพ.ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.ร.พ.ปทุมธานี พร้อมด้วยนางวรภัทร แสงแก้ว เจ้าหน้าที่ศูนย์ดูแลเด็กโรงพยาบาลปทุมธานี 
ได้ตรวจเด็กหญิงวัย 2 เดือน เหยื่อพ่อเลี้ยงทำร้ายซึ่งอาการเหมือนเป็นมนุษย์ผัก ไม่มีอาการตอบสนอง ที่ยังอยู่ได้เพราะยาและเครื่องช่วยหายใจ หากถอดเครื่องออกจะเสียชีวิตทันที พบว่ามีอาการสมองบวมและอาการแทรกซ้อน ปอดติดเชื้อ ระบบหายใจอ่อนลง เด็กตัวซีดลง จึงต้องให้เลือดเพิ่ม อาการตอบสนองลดน้อยลง และให้อาหารทางสายยาง การรักษาจะต้องใช้แพทย์ชำนาญการโดยเฉพาะทางในการดูแลอาการของเด็ก ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ระดมแพทย์ชำนาญในการรักษาเด็กเฉพาะแต่ละอาการมาช่วยเหลือเด็กให้มีชีวิตรอดให้ได้ซึ่งจะต้องใช้เวลานาน

 ด้านนางวรภัทร ได้ประสานศูนย์ช่วยเหลือประชาบดี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้นำแม่เด็กที่ถูกสามีใหม่ทำร้ายร่างกายด้วยให้ไปดูแลที่ย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้พ่อเลี้ยงของเด็กเข้ามาข่มขู่ได้อีก
 พ.ต.อ.สมยศ รามกุล ผกก.สภ.ลำลูกกา กล่าวว่า คดีนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีพ่อเลี้ยงโหดในข้อหาพยายามฆ่า
และหากแม่เด็กจะแจ้งความทำถูกร้ายเพิ่มเติมก็ทำได้ ซึ่งจะได้ให้ พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ เจ้าของคดีสอบสวนและตั้งข้อหาเพิ่มเติม ส่วนการประกันตัวเป็นสิทธิของผู้ต้องหาและขึ้นอยู่กับศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ ซึ่งล่าสุดแม่ผู้ต้องหาไปยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวแต่ทางศาลธัญบุรี ไม่อนุญาตให้ประกัน ส่วนเรื่องทางคดีนั้นมี พ.ต.ท.ไพบูลย์ สุขวัฒนานุกิจ รอง ผกก.สส. สภ.ลำลูกกา เป็นผู้ควบคุมคดี โดยทางพ่อของพ่อเลี้ยงเด็กซึ่งได้รับการเลื่อนยศเป็นนายตำรวจที่ผ่านมา จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ด้วย 
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

หนุ่มน้อยใจญาติ สั่งเสียแฟนสาวก่อนโดดลงจากรถไฟ ดับอนาถ เมื่อ 2 ก.ค.56



หนุ่มน้อยใจญาติ สั่งเสียแฟนสาวก่อนโดดลงจากรถไฟ ดับอนาถ
 
เมื่อ 1 ก.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง
รับแจ้งเหตุคนตกจากรถไฟเสียชีวิต ห่างจากสถานีรถไฟเชียงราก 3 กม. ม.6 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

 ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่ข้างเสาตอหม้อสะพานข้ามทางรถไฟ 
ทราบชื่อ นายปริยวิศว์ ลิ่มประสิทธิ์ อายุ 19 ปี เป็นชาว จ.สระแก้ว จากการตรวจสอบร่างกายกระดูกหัวเข่าด้านขวาหักแทงทะลุเนื้อออกมาด้านนอก แขนหักทั้ง 2 ข้าง ศีรษะมีรอยกระแทกกับของแข็ง
 จากการสอบถามแฟนสาวผู้ตาย กล่าวว่า ขึ้นรถไฟมาจากพระนครศรีอยุธยา ขบวนรถบริการสังคม 202 อยุธยา-หลักสี่ และจะไปลงหลักสี่

เพื่อกลับบ้านที่ จ.สระแก้ว หลังจากก่อนหน้านี้ น้าของผู้ตายให้ไปหาที่ จ.พิษณุโลก แต่กลับไม่เจอจึงชวนกันกลับ ระหว่างที่อยู่บนรถไฟแฟนก็ขอไปนั่งที่บันไดรถไฟ และบอกว่าถ้าตนเองไม่อยู่แล้วให้ดูแลลูกที่อยู่ในท้องให้ดีๆ เพราะตอนนี้ตนเองตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว แล้วตนก็เดินไปเข้าห้องน้ำ พอเดินกลับมาก็ไม่เจอผู้ตาย จนมาทราบที่หลังว่าเสียชีวิตแล้ว ทางด้านตำรวจจะได้ส่งศพ ไปที่นิติเวช ธรรมศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แจ้งจับพนักงานห้างดังยักยอกทรัพย์สูญกว่า3ล้านบาท เมื่อ 2 ก.ค.56



แจ้งจับพนักงานห้างดังยักยอกทรัพย์สูญกว่า3ล้านบาท
 
เจ้าของบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าดัง โร่แจ้งความตำรวจกองปราบ แจ้งจับพนักงานห้างดัง ยักยอกทรัพย์ เสียหายกว่า 3 ล้านบาท 
วันนี้( 1 ก.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.ธิดารัตน์ กำบีร์ อายุ 26 ปี เจ้าของบริษัท ทรีดีเจเนเรชั่น จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 330 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เข้าพบ ร.ต.อ.หญิงดวงมณี พานาค พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ณัฏฐกานต์ จีนช้าง อายุ 37 ปี อดีตพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี และนายชาญวิทย์ ไม่ทราบนามสกุล หัวหน้าแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าห้างเดียวกัน ในข้อหายักยอกทรัพย์

น.ส.ธิดารัตน์ กล่าวว่า เมื่อประมาณเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ได้รู้จักกับ น.ส.ณัฎฐกานต์ ที่บริษัทของตนเอง
โดยมีการติดต่อซื้อสินค้าประเภทโทรทัศน์ยี่ห้อต่างๆ ซึ่งทาง น.ส.ณัฎฐกานต์ อ้างว่า สามารถหาสินค้าเหล่านี้มาขายให้ได้ในราคาที่ถูก เพราะเป็นสินค้าที่จำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้าและเป็นผู้สั่งซื้อมาเอง โดยช่วงแรกที่สั่งซื้อโทรทัศน์ก็ได้รับสินค้าครบจำนวน แต่ระยะหลังนับตั้งแต่เดือน พ.ค.-มิ.ย.  เมื่อสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินไปแล้ว กลับได้รับสินค้าไม่ครบ รวมสินค้าที่ยังไม่ได้รับทั้งหมด 320 เครื่อง คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,285,000 บาท

น.ส.ธิดารัตน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังถูกนายชาญวิทย์ หัวหน้าแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าของห้างฯ ที่ น.ส.ณัฎฐกานต์ ทำงานอยู่ด้วยนั้น หลอกลวง
ว่าสามารถจัดซื้อโทรทัศน์หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ได้ในราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดประมาณ 1,000 บาท ต่อเครื่อง จึงหลงเชื่อสั่งซื้อสินค้าอีกหลายรายการ โดยเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 12 มิ.น. ที่ผ่านมา หลังจากห้างแห่งนี้ปิดให้บริการแล้ว นายชาญวิทย์ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ รปภ.เปิดประตูห้างฯ เพื่อสั่งซื้อสินค้า โดยมีการชำระด้วยเงินสด และบัตรเครดิตที่แคชเชียร์ ก่อนจะมีการทยอยนำสินค้าออกมาจัดส่งให้

ผู้เสียหายรายนี้ กล่าวอีกว่า หลังจากรอรับสินค้าและตรวจสอบก็พบว่า สินค้าส่งให้ไม่ครบจำนวนที่สั่งซื้อ
เมื่อพยายามทวงถามทั้งกับ น.ส.ณัฏฐกานต์ และนายชาญวิทย์ ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงตัดสินใจเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้าในแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทั้งสองทำงานอยู่ และสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ได้รับคำตอบจากทางห้างฯ ว่า สำหรับสินค้าที่มีการสั่งซื้อทั้งหมด ได้จัดส่งไปครบจำนวนแล้ว ไม่สามารถรับผิดชอบกรณีที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ดี ภายหลังเกิดเหตุ น.ส.ณัฏฐกานต์ ก็หายตัวไปด้วย

ด้าน ร.ต.อ.หญิงดวงมณี กล่าวว่า ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายไว้ในเบื้องต้น ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

สังคมเสื่อม!ผู้ปกครองโวยครู ปล่อยโคโยตี้เต้นยั่วกลางรร. เมื่อ 2 ก.ค.56



สังคมเสื่อม!ผู้ปกครองโวยครู ปล่อยโคโยตี้เต้นยั่วกลางรร.
 
วันนี้ 1 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอชื่อว่า
"ผู้ปกครอง ครู นักเรียนโวยจัดโชว์เต้นโคโยตี้ยั่วยวนในโรงเรียน" โดยภายในคลิปเป็นภาพของกลุ่มโคโยตี้กำลังโยกย้ายส่ายสะโพก แสดงท่าเต้นยั่วยวนบนรถเครื่องเสียงด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้น หน้าหอประชุมของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี
ทั้งนี้มีรายงานระบุว่ากลุ่มผู้ปกครองได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจที่โรงเรียนอนุญาติให้มีการจัดงานดังกล่าวขึ้นในโรงเรียน พร้อมเรียกร้องให้โรงเรียนออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
โดยคลิปดังกล่าวระบุข้อความว่า "ผู้ปกครอง ครู-นักเรียนกรรมการสถานศึกษาออก
แถลงการณ์ถึงความไม่เหมาะสมที่ทางโรงเรียนอนุญาตให้เอกชนมาจัดงานพร้อมโชว์เต้นโคโยตี้ยั่วยวนภายในโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียนในวันเดียวกัน มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวถึงความไม่เหมาะสม"



ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์แนวหน้า