วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ ที่ 1 กรกฎาคม 2556 เวทีเสื้อแดงปราศรัย ที่อยุธยา เหตุไฉน คนน้อยทั้งข้างบนและข้างล่าง..ต่างกับ ปชป.ที่ลานคนเมือง คนแน่น.

วันจันทร์ ที่ 1 กรกฎาคม 2556

 
บรรยากาศ พรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัย "เพื่อไทย เพื่ออนาคตประเทศไทย" 2020
 
ณ หอประชุม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ วิทยาเขตหันตรา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 30-06-2556.
.........................
เวทีประชาชน “เดินหน้าผ่าความจริง หยุดกฎหมายล้างผิดคิดล้มรัฐธรรมนูญ
หยุดเงินกู้ผลาญชาติ หยุดอำนาจฉ้อฉล” ที่ ลานคนเมือง กทม. (29 มิ.ย.56)

จีน “เอาจริง” ถ้าลูกไม่กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ถือว่า “ทำผิดกฎหมาย” โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 กรกฎาคม 2556 17:14 น.


จีน “เอาจริง” ถ้าลูกไม่กลับไปเยี่ยมพ่อแม่ถือว่า “ทำผิดกฎหมาย”
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์1 กรกฎาคม 2556 17:14 น.
       เอเอฟพี/เอเจนซีส์ - กฎหมายจีนที่กำหนดให้สมาชิกภายในครอบครัวต้องไปกลับไปเยี่ยมญาติผู้สูงอายุ มีผลบังคับใช้แล้วในวันจันทร์ (1) ส่งผลให้เกิดเสียงโห่และการพูดแดกดันมากมายในโลกออนไลน์ ขณะที่ประชากรจำนวนมหาศาลของประเทศนี้กำลังมีอายุสูงวัยขึ้นอย่างรวดเร็ว
      
       กฎหมายนี้ “บังคับ” ให้ลูกกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ของตนเอง โกลบอลไทมส์ หนังสือพิมพ์ของทางการจีนระบุ เนื่องจากรัฐบาลกังวลว่าจะมีผู้สูงอายุจะถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยวมากขึ้น
      
       การเร่งพัฒนาประเทศจีนได้กลายเป็นสิ่งที่มาท้าทายการอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของแดนมังกร อีกทั้งรายงานที่ปรากฏออกมาเรื่อยๆ ว่า มีผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง หรือถูกทารุณด้วยน้ำมือลูกของตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่สร้างความตกตะลึงให้กับประเทศนี้
      
       เมื่อปีที่แล้ว เกษตรกรคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในมณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออกของประเทศจีนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์อย่างหนัก หลังจากที่สื่อมวลชนท้องถิ่นเผยว่า เขาขังคุณแม่วัย 100 ปีไว้ในคอกหมู
      
       ทั้งนี้ ประชากรชาวจีนมากกว่า 14 เปอร์เซ็นต์ หรือ 194 ล้านคน มีอายุมากกว่า 60 ปี รายงานทางสถิติฉบับล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุ
      
       อัตราส่วนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้นนี้เป็นผลมาจากนโยบายลูกคนเดียว ที่รัฐบาลประกาศใช้ในปลายทศวรรษ 1970 เพื่อควบคุมจำนวนประชากร
      
       มีคนชราจำนวนมากถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในบ้านที่เงียบเหงา เพราะลูกๆ ออกไปหางานทำในต่างจังหวัด
      
       แต่ในขณะที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปแสดงความห่วงใยผู้สูงอายุ ซึ่งได้รับความเคารพอย่างสูงในครอบครัวที่ผูกพันใกล้ชิดกันของชาวจีน ก็มีคนอีกไม่น้อยที่พากันวิพากษ์วิจารณ์มาตรการใหม่นี้ในทวิตเตอร์และบล็อกต่างๆ
      
       “ประเทศต้องออกกฎหมายเพื่อให้มีการเคารพพ่อแม่จริงๆ หรือ” หนึ่งในผู้แสดงความคิดเห็น 8 ล้านคนกล่าวในเว็บไซต์ของซิน่าเว่ยป๋อแสดงความไม่เห็นด้วย
      
       “ออกกฎหมายแบบนี้ดูถูกประเทศตัวเองชัดๆ”
      
       ผู้แสดงความคิดเห็นอีกรายหนึ่งระบุว่า “รัฐบาลอาจจะออกกฎหมายนี้เพื่อปกป้องผู้สูงอายุ แต่ที่จริงแล้วมันเป็นการโบ้ยความผิดให้ลูกหลาน”
      
       “รัฐบาลควรจะคิดบ้างว่าว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อตอนที่ประกาศใช้นโยบายลูกคนเดียว”
      
       เซี่ยงไฮ้เดลี หนังสือพิมพ์ของรัฐบาล รายงานว่า กฎหมายใหม่ได้มอบอำนาจให้กับพ่อแม่สามารถเลือกได้ว่าจะให้ไกล่เกลี่ยหรือจะฟ้องศาล แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยังคงไม่แน่ใจว่ามาตรการนี้จะนำมาบังคับใช้อย่างไร หรือกำหนดว่าลูกต้องกลับไปเยี่ยมพ่อแม่บ่อยแค่ไหน
      
       “จะต้องเพิ่มข้อบังคบและมาตรการเพื่อให้ชัดเจนมากกว่านี้” เซี่ย ซื่อหลวน อาจารย์ประจำสถาบันสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวของโกลบอลไทม์ส์
      
       “การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ เหมือนจะเป็นการเตือนให้คนหนุ่มสาวหันมาให้ความสำคัญกับค่านิยมของความกตัญญูกตเวที มากกว่าการออกกฎหมายที่มีผลใช้บังคับ” เขาทิ้งท้าย

วิจารณ์แซด ! ผลออกสลาก 903 904 905 เหลือเชื่อ !!!!เมื่อ 1 ก.ค.56



วิจารณ์แซด ! ผลออกสลาก 903 904 905 เหลือเชื่อ !!!!
 
วันนี้  ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2556

รางวัลที่ 1      646905
รางวัลที่ 2      826362 330017 228260 221087 146124
รางวัลที่ 3      199053 204838 564415 028601 016088 538460 315491 943945 390598 029653

รางวัลเลขท้ายสามตัว   903   075   904   284
รางวัลเลขท้ายสองตัว   51
หลังจาก ผลสลากออกมาดังกล่าว ได้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ประเด็นเลขที่เรียงต่อกัน คือ 903  904  และ 905   นักสถิติผู้หนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า    ตัวเลขเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน   พร้อมตั้งข้อสงสัยกับเครื่องออกผลสลาก ลาดกระบัง 6 ว่า  ช่วงหลัง ออกเลขประหลาดๆ บ่อยครั้ง ทั้งเลขซ้ำ และเลขทะเบียนรถยนต์ของนายกรัฐมนตรี
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์มติชน

รวบพ่อเลี้ยงจับหนูน้อยวัยแค่ 2 เดือน กรอกเหล้า-ทุ่มสลบสาหัส เมื่อ 1 ก.ค.56



รวบพ่อเลี้ยงจับหนูน้อยวัยแค่ 2 เดือน กรอกเหล้า-ทุ่มสลบสาหัส
 
ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า กลางดึกคืนวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ สารวัตรเวรสอบสวนชำนาญการ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
ได้รับแจ้งจาก ร.พ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีว่า มีเด็กหญิงอายุ 2 เดือน ถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายด้วยการจับกรอกเหล้าเทแป้งเข้าทั้งปากและจมูก มีอาการสาหัสเลือดคั่งในสมอง มีเลือดไหลในกระเพาะอาหาร และมีรอยฟกช้ำตามร่างกายหลายแห่ง และล่าสุดเด็กได้มีอาการช็อกหมดสติและนำส่งต่อไปยัง ร.พ.ปทุมธานีจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่ ร.พ.ปทุมธานีพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมยศ รามกุล ผกก.สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบเด็กหญิงส้ม (นามสมมติ) อายุ 2 เดือน ถูกทำร้ายร่างกายด้วยการจับกรอกเหล้าเทแป้งเข้าทั้งปากและจมูก มีอาการสาหัสเลือดคั่งในสมอง มีเลือดไหลในกระเพาะอาหาร และมีรอยฟกช้ำตามร่างกายแพทย์ต้องนำเข้ารักษาอาการอยู่ภายในห้องฉุกเฉิน

 พ.ต.ท.เสนาะ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.หยก นามสมมติ อายุ 15 ปี 
ได้เดินทางมาพร้อมกับ จนท.ประชาสงเคราะห์ จ.ปทุมธานี เข้าแจ้งความกับตนเองว่า ด.ญ.ส้ม ลูกสาวได้ถูก นายชัย (นามสมมติ) อายุ 31 ปี เป็นลูกตำรวจยศนายดาบคนหนึ่งอยู่ สภ.ลำลูกกา มีอาชีพให้เช่าแพงตลาดนัด ซึ่งเป็นสามีใหม่ของตนและเป็นพ่อเลี้ยงน้องส้ม อยู่กินด้วยกันมา 2 เดือนเศษ ได้ทำร้ายร่างกายลูก ด้วยการกรอกเหล้าใส่ปาก และเทแป้งเข้าปาก จมูก ก่อนที่จะทุ่มลูกสาวตนและใช้น้ำราดหัว จนลูกตนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสและหมดสติไป สาเหตุมาจากน้องส้มร้องหิวนม ทำให้นายชัยไม่พอใจเสียงร้อง จึงก่อเหตุดังกล่าว

 หลังเกิดเหตุตนจึงรีบพาลูกมาส่ง ร.พ.ลำลูกกา แต่ทางโรงพยาบาล ก็ได้ส่งตัวมารักษาต่อที่ ร.พ.ปทุมธานีอีกที
ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด มีเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า ส่วนนายชัยเพิ่งจะคบหาดูใจได้ไม่ถึงเดือนเป็นคนขี้เหล้าเมายาตนพยายามขอเลิกหลายครั้งแต่ไม่เป็นผลและวันเกิดเหตุนายชัยยังได้ดื่มสุรามาจากนอกบ้าน และมาก่อเหตุทำร้ายลูกของตน เนื่องจากไม่พอใจที่เป็นลูกติดมาจากสามีเก่าอีกด้วย ทั้งนี้ตนเห็นว่านายชัยไม่มีความเป็นมนุษย์ทำร้ายแม้กระทั่งเด็กอายุ 2 เดือน ตนจึงเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและจะขอพึ่งพาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะผู้ก่อเหตุเป็นถึงลูกตำรวจจะได้เดินทางไปร้องมูลนิธิปวีณาอีกครั้งต่อไป

 ด้าน พ.ต.อ.สมยศ รามกุล ผกก.สภ.ลำลูกกา กล่าวว่า
หลังจากที่ได้รับแจ้ง ได้สั่งการให้ขออนุมัติหมายศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อจับกุมนายชัย พ่อเลี้ยงใจโหดรายนี้แล้ว ซึ่งเป็นลูกชาย ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ของ สภ.ลำลูกกาด้วย ตนจึงสั่งให้พนักงานสอบสวนเร่งดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้น ซึ่งวันเดียวกันได้นำหมายศาลเข้าจับกุมนายชัย ในข้อหา "พยายามฆ่า" โดยจับกุมตัวได้ขณะเดินอยู่ที่ ร.พ.ปทุมธานี เพื่อจะเข้าไปดูว่าเด็กตายหรือไม่และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ลำลูกกา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และขอไปให้การในชั้นศาล เท่านั้นทางพนักงานสอบสวนจึงรีบนำตัวฝากขังศาลเพราะกลัวจะเป็นข่าวใหญ่โต

 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 ก.ค. นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ปลัดจังหวัดปทุมธานี ได้เข้าเยี่ยมเด็กหญิงวัยสองเดือน ที่ห้องไอซียูเด็กโรงพยาบาลปทุมธานี
ต่อมาพ.ต.ท.ไพบูลย์ สุขวัฒนานุกิจ รอง ผกก.สส. สภ.ลำลูกกา ได้ไปจับกุมนายสัญญา จันทร์หนู อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงเด็ก ส่งตัวให้กับ พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ลำลูกกามดำเนินคดีในข้อหาพยามฆ่า และได้ส่งตัวฝากขังที่ศาลธัญบุรีเรียบร้อยแล้ว และได้เรียกตัวนางสาวหยก (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กหญิงมาสอบสวนให้การว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเย็นเด็กร้องให้ไม่หยุด พ่อเลี้ยงได้อุ้มเด็กพาดบ่าเพื่อให้เด็กหยุดร้องแต่เด็กกับถ่ายอุจจระรดใส่ตัวพ่อเลี้ยง ทำให้เกิดความโมโหขึ้นและให้แม่เด็กอุ้มไปอาบน้ำล้างตัวให้เด็ก โดยมีพ่อเลี้ยงยังล้างก้นเด็กให้แล้วอุ้มมาวางที่นอนแต่เด็กยังร้องไม่ยอมหยุดทำให้พ่อเลี้ยงเกิดความโมโห นำแป้งโรยตัวเด็กเทใส่เข้าปากเด็กจนเด็กแน่นิ่งไปต่อหน้าแม่เด็ก จึงได้นำตัวส่ง ร.พ.ลำลูกกา แต่แพทย์เห็นว่าอาการไม่ดีจึงได้นำตัวส่งต่อมาที่ร.พ.ปทุมธานี

 ด้านนพ.ทรงพล ชวาลตันพิพัทธ์ ผอ.รพ.ปทุมธานี กล่าวว่า เด็กอาการน่าเป็นห่วงต้องใช้เครื่องหายใจตลอดเวลาและมีรอยช้ำตามร่างกาย มีเลือดคั่งในสมอง โอกาสที่เด็กจะรอดมีเปอร์รอดยากมากซึ่งทางแพทย์ได้ช่วยเหลือเด็กทุกวิถีทางในการรักษาเด็กให้รอดให้ได้

 ส่วนนางสาวหยก เล่าให้นักสังคมสงเคราะห์ ปลัดจังหวัดและ ผอ.ร.พ.ปทุมธานีฟังว่า เรื่องจริงคือ
ตนมีแฟนอยู่แล้วและได้ตั้งท้องก่อนแล้ว และได้ถูกนายสัญญา จันทร์หนู พ่อเลี้ยงของเด็ก ฉุดไปอยู่ด้วยกันที่บ้านพักย่านคลองเจ็ดลำลูกกา โดยนายสัญญา เป็นลูกนายตำรวจ สภ.ลำลูกกา และมีอาชีพเลี้ยงแพะ เป็นเจ้าของตลาดนัดให้พ่อค้าแม่ค้าเช่าแผงขายของ เป็นผู้กว้างขวางคนหนึ่งในตลาดแห่งนี้ เมื่อฉุดตนมาอยู่ด้วยกันเพียงสามเดือนเศษ ตนก็คลอดลูกออกมา โดยที่ผ่านมาพอสามีใหม่เมาเหล้า มักจะทำร้ายเด็กเป็นประจำต่อหน้าตนและตนไม่มีทางสู้ถูกตบตีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ หรือจะร้องเรียกใครช่วยก็ไม่มีใครช่วย จึงต้องกล้ำกลืนจำทนอยู่ด้วย และยังข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใครและยังขู่ฆ่าด้วย

 ด้านนางวรภัทร แสงแก้ว เจ้าหน้าที่ศูนย์ดูแลเด็กโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า เมื่อวานนี้ นายสัญญา ได้มาดูเด็กและร้องให้ว่าจะรับเด็กพร้อมแม่กลับบ้าน แต่ทางโรงพยาบาลได้ปฏิเสธ ซึ่งเด็กยังมีอาการไม่ดี พร้อมกับจัดส่งแม่เด็กไปอยู่ที่ศูนย์ OSCC ซึ่งอยู่ในความดูแลของ ร.พ.ปทุมธานี เพื่อป้องกันการถูกทำร้ายจากสามีต่อไป
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

บรรทุกมะพร้าวเบรกแตกพลิกคว่ำทับรถ"สมจิตร"มวยฮีโร่โอลิมปิก เมื่อ 1 ก.ค.56



บรรทุกมะพร้าวเบรกแตกพลิกคว่ำทับรถ"สมจิตร"มวยฮีโร่โอลิมปิก
 
ลุงวัย 65 ซิ่งรถบรรทุกมะพร้าว เกิดเบรกแตกพลิกคว่ำ หลังคาฟาดทับโดนรถฟอร์จูนเนอร์ เสียหายตัวเองบาดเจ็บ ภายหลังพบเป็นรถของ "สมจิต-จงจอหอ" นักมวยฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก 2008 โดยเจ้าตัวไม่สนรถ เร่งแจ้งรพ.นำลุงส่งรักษาทันที
วันนี้ (1 ก.ค.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้ง จุดวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา
ได้รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก เสียหลักชนเสาไฟฟ้าหน้าร้านแมคโดนัล พลิกคว่ำทับรถ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และมีคนเจ็บติดอยู่ภายในซากรถ ร้องขอความช่วยเหลือ จึงรับนำกำลังเข้าทำการช่วยเหลือ เหตุเกิดหน้าร้านแมคโดนัล ริมถนนพหลโยธิน ขาออกสระบุรี กม.ที่ 56 ช่องทางคู่ขนาน ต.ลำไทร อ.วังน้อย  จ.พระนครศรีอยุธยา

ในที่เกิดเหตุพบรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก ยี่ห้ออีซุซุ  ทะเบียน 82-2264 ราชบุรี  
บรรทุกมะพร้าวอ่อนเต็มคัน พรุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าส่องแสงสว่างหน้าร้านแมคโดนัลหัก เสียหลักพลิกคว่ำ หลังคาฉีกขาด ทับรถฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 998 กทม.  เข้าที่บริเวณบังโคลนหลังซ้ายขูดถลอกเป็นทางยาวในที่เกิดเหตุยังพบว่ามีมะพร้าวอ่อนปลอกบรรจุถุงแตกกระจายเกลื่อนในที่เกิดเหตุ

ภายหลังพบว่า รถฟอร์จูนเนอร์ เคราะห์ร้ายเป็นของ สมจิตร  จงจอหอ  นักชกวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิก ปี 2008
ซึ่งยังอยู่ในอาการตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย สมจิตร กล่าว ถึงนาทีเฉียดตาย ว่า ได้เดินทางออกจาก กทม.มากับคนขับรถเพื่อกลับบ้านที่ จ.นครราชสีมา  ระหว่างขับเข้ามาถึงพื้นที่อำเภอวังน้อย เกิดหิวข้าว จึงจอดรถแวะหาซื้ออาหารรับประทานที่ร้านแมคโดนัล

หลังจอดรถสนิทลงจากรถได้เพียง 5 นาที ได้ยินเสียงรถเบรก ก่อนพุ่งชน เสียงดังโครมสนั่น หันมองอีกทีเห็นรถ บรรทุก 4 ล้อเล็ก 
ชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำมะพร้าวอ่อนกระจายเกลื่อนที่เกิดเหตุ หลังคารถได้ทับ เข้าที่บังโคลนล้อหลังซ้าย  ขูดตัวถังรถได้รับความเสียหาย และมีควันดำพวยพรุ่งออกมาทางด้านท้ายรถด้วหลังเกิดเหตุ  ส่วนด้านหน้ารถบรรทุก 4 ล้อเล็กพบร่าง  นายสำราญ เหี่ยงมณี อายุ 65 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 8 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธิ์ทราราม จ.ราชบุรี   โชเฟอร์ได้รับบาดเจ็บนิ้วมือขวาถูกรถทับติดกับซากรถ นอนร้องควญครางด้วยความเจ็บปวด  จึงแจ้งมูลนิธิปอเต็กตึ้ง นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการช่วยเหลือ นางร่างนายสำราญ  เหี่ยงมณี นำส่ง รพ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จนปลอดภัย

สอบถามนายสำราญ  คนขับรถ ให้การว่า ได้ขับรถบรรทุกมะพร้าวอ่อนมาเต็มคันจาก จ.ราชบุรี
และทราบดีว่ารถอยู่ในสภาพเบรคไม่ดีแต๋ก็ขับมาด้วยความระมัดระวังตลอดทาง เพื่อที่จะนำมะพร้าวอ่อนไปส่งที่คลังสินค้าโลตัสวังน้อย  เมื่อขับมาถึงจุดที่เกิดเหตุ  มีรถบรรทุกเกิดเบรกกะทันหัน ตนเองเห็นท่าไม่ดีเหยียบเบรคอย่างแรง  แต่ด้วยเบรกไม่ค่อยดีจับไม่เท่ากัน รถเกิดเสียหลักไม่สามารถบังคับได้พรุ่งเข้าไปชนเสาไฟฟ้าหน้าร้านแมคโดนัล และพลิกคว้ำทับรถฟอร์จูนเนอร์ ของสมจิตร จงจอหอ ได้รับความเสียหาย ถึงแม้ว่าตนเองจะได้รับบาดเจ็บ รถได้รับความเสียหาย บอกว่ายังประทับใจ สมจิตร จงจอหอ ที่พยายามเข้าช่วยเหลือตนเองให้รอดตายครั้งนี้ด้วยและฝากขอบคุณ  ส่วนสมจิตร จงจอหอ หลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.วังน้อย เพื่อเป็นหลักฐานและรีบเดินทางต่อกลับบ้านทันที
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ฆ่าโหด!!ยิงหม้ายสาวชื่อดังดับหน้าบ้าน ต่อหน้าลูก 5 ขวบถูกกระสุนเจ็บด้วย เมื่อ 1 ก.ค.56



ฆ่าโหด!!ยิงหม้ายสาวชื่อดังดับหน้าบ้าน ต่อหน้าลูก 5 ขวบถูกกระสุนเจ็บด้วย
 
เมื่อเวลา 00.05 วันที่ 1 ก.ค. ร.ต.ท.ฐปนรรฆ์ ทองแป้น พนักงานสอบสวนสภ.เมืองตรัง 
รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่48/1ม.4 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ รอง.ผบก.ภ.จว.ตรัง ,พ.ต.ท.เอกพงษ์ ทั่งจันทร์แดง สว.สส.สภ.เมืองตรัง ,เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ตรังและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง

 ที่เกิดเหตุ พบศพหญิงสาวนอนคว่ำหน้า จมกองเลือดทราบชื่อคือ นางสาวมัสทรีส์ ชนันธรศิริกุล อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน
ถูกยิงเข้าที่กกหูซ้ายทะลุคอ จำนวน 1 นัด  ส่วนเด็กหญิง อายุ 5 ขวบลูกสาวของผู้ตายโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง
 หน้าบ้านมีรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ป้ายแดง เลขทะเบียน 5989 กทม.จอดอยู่ ยังพบร่องรอยของคมกระสุนที่ประตู 1 นัด กุญแจบ้าน กุญแจรถยนต์ ดอกไม้สำหรับไหว้พระตกกระจัดกระจายเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายประกอบธุรกิจหลายอย่างทั้งรับเหมาถมที่และเป็นนายหน้าค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในจ.ตรัง
เมื่อหลายปีก่อนสามีถูกรถชนเสียชีวิตไปและมีแฟนใหม่เป็นดาบตำรวจรายหนึ่งใน.จ.ตรัง แต่มีเรื่องมีปัญหาขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจและได้เลิกรากันไป ต่อมาได้คบหากับแฟนใหม่ซึ่งเป็นทหารใน จ.สตูล ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ตายเคยเข้าแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกดาบตำรวจแฟนเก่า เข้ามาทำลายทรัพย์สินและข่มขู่ที่บ้านหลายครั้ง ซึ่งปกติแล้วนานๆ ครั้งผู้ตายถึงจะกลับบ้าน และที่ผ่านมาผู้ตายค่อนข้างระมัดระวังตัวอยู่แล้ว เพราะกลัวถูกทำร้าย
 ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และได้มาดักซุ่มอยู่บริเวณพงหญ้าหน้าบ้านของผู้ตายเพราะพบก้นบุหรี่ตกอยู่ 
โดยอาศัยช่วงจังหวะที่ผู้ตายไม่ทันได้ระมัดระวังตัว ลงจากรถพร้อมลูกอีก 3 คน มาเปิดประตูบ้าน คนร้ายซึ่งใช้ผ้าปิดหน้าเดินเข้ามาที่บ้านเกิดเหตุและใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนประเด็นสังหารโหดในครั้งนี้สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัวและประเด็นชู้สาว

 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รอตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้าน ซึ่งคาดว่าสามารถบันทึกหน้าคนร้ายและพฤติการณ์ไว้ได้ก่อนเรียกตัวผู้ต้องสงสัยและผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาทำการสอบปากคำหาตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ฆ่าโหด!!ยิงหม้ายสาวชื่อดังดับหน้าบ้าน ต่อหน้าลูก 5 ขวบถูกกระสุนเจ็บด้วย เมื่อ 1 ก.ค.56



ฆ่าโหด!!ยิงหม้ายสาวชื่อดังดับหน้าบ้าน ต่อหน้าลูก 5 ขวบถูกกระสุนเจ็บด้วย
 
เมื่อเวลา 00.05 วันที่ 1 ก.ค. ร.ต.ท.ฐปนรรฆ์ ทองแป้น พนักงานสอบสวนสภ.เมืองตรัง 
รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านเลขที่48/1ม.4 ต.บ้านควน อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ รอง.ผบก.ภ.จว.ตรัง ,พ.ต.ท.เอกพงษ์ ทั่งจันทร์แดง สว.สส.สภ.เมืองตรัง ,เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จ.ตรังและเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง

 ที่เกิดเหตุ พบศพหญิงสาวนอนคว่ำหน้า จมกองเลือดทราบชื่อคือ นางสาวมัสทรีส์ ชนันธรศิริกุล อายุ 44 ปี เจ้าของบ้าน
ถูกยิงเข้าที่กกหูซ้ายทะลุคอ จำนวน 1 นัด  ส่วนเด็กหญิง อายุ 5 ขวบลูกสาวของผู้ตายโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลัง
 หน้าบ้านมีรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ ป้ายแดง เลขทะเบียน 5989 กทม.จอดอยู่ ยังพบร่องรอยของคมกระสุนที่ประตู 1 นัด กุญแจบ้าน กุญแจรถยนต์ ดอกไม้สำหรับไหว้พระตกกระจัดกระจายเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายประกอบธุรกิจหลายอย่างทั้งรับเหมาถมที่และเป็นนายหน้าค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ในจ.ตรัง
เมื่อหลายปีก่อนสามีถูกรถชนเสียชีวิตไปและมีแฟนใหม่เป็นดาบตำรวจรายหนึ่งใน.จ.ตรัง แต่มีเรื่องมีปัญหาขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจและได้เลิกรากันไป ต่อมาได้คบหากับแฟนใหม่ซึ่งเป็นทหารใน จ.สตูล ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ตายเคยเข้าแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกดาบตำรวจแฟนเก่า เข้ามาทำลายทรัพย์สินและข่มขู่ที่บ้านหลายครั้ง ซึ่งปกติแล้วนานๆ ครั้งผู้ตายถึงจะกลับบ้าน และที่ผ่านมาผู้ตายค่อนข้างระมัดระวังตัวอยู่แล้ว เพราะกลัวถูกทำร้าย
 ทั้งนี้คาดว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และได้มาดักซุ่มอยู่บริเวณพงหญ้าหน้าบ้านของผู้ตายเพราะพบก้นบุหรี่ตกอยู่ 
โดยอาศัยช่วงจังหวะที่ผู้ตายไม่ทันได้ระมัดระวังตัว ลงจากรถพร้อมลูกอีก 3 คน มาเปิดประตูบ้าน คนร้ายซึ่งใช้ผ้าปิดหน้าเดินเข้ามาที่บ้านเกิดเหตุและใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายแบบไม่ทันตั้งตัว ส่วนประเด็นสังหารโหดในครั้งนี้สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัวและประเด็นชู้สาว

 อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่รอตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้าน ซึ่งคาดว่าสามารถบันทึกหน้าคนร้ายและพฤติการณ์ไว้ได้ก่อนเรียกตัวผู้ต้องสงสัยและผู้ที่เห็นเหตุการณ์มาทำการสอบปากคำหาตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป 

ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์ข่าวสด