วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

เล่าข่าวเศรษฐกิจ 31 มกราคม 2556 : ช่วงที่ 2 : วิเคราะห์หุ้นรายวัน




เล่าข่าวเศรษฐกิจ 31 มกราคม 2556 : ช่วงที่ 2 : วิเคราะห์หุ้นรายวัน

เล่าข่าวเศรษฐกิจ 31 มกราคม 2556 : ช่วงที่ 1 2




เล่าข่าวเศรษฐกิจ 31 มกราคม 2556 : ช่วงที่ 1 2

เรื่องเล่าเช้านี้ 31 มกราคม 2556 - ฉบับเต็ม




เรื่องเล่าเช้านี้ 31 มกราคม 2556 - ฉบับเต็ม - ดูรายการย้อนหลัง

ล้อมจับ "เป๊าะ" คาด่านมอเตอร์เวย์ : 31 มกราคม 2556




ล้อมจับ "เป๊าะ" คาด่านมอเตอร์เวย์ : 31 มกราคม 2556

ข่าว 5 หน้า 1 31 มกราคม 2556




 - ดูรายการย้อนหลัง

สรุปข่าวที่น่าสนใจ เมื่อ 31 ม.ค.56




กมธ.ทหารฯ ถกปัญหาภาคใต้ ชี้ต้องมีนโยบายต่อเนื่องแม้เปลี่ยนรัฐบาล แนะสานแนวทางอื่นควบด้านความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการทหาร (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎรที่มีพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีการพิจารณากรณีปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเชิญ ส.ส.ภาคใต้ทุกพรรคการเมือง รวมถึง พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ส.ว.พะเยา ในฐานะเลขากมธ.การทหาร วุฒิสภา เข้าร่วมหารือ ทั้งนี้นายณรงค์ ดูดิง ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาภาคใต้เปรียบเสมือนอาหารข้าวยำ เพราะทุกอย่างปนกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทั้งการก่ออาชญากรรมส่วนตัว การแบ่งแยกดินแดน การขัดแย้งผลประโยชน์ในพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งระยะเวลาที่เกิดขึ้นนั้นมีมานานแล้ว เรื่องนี้นักการเมืองในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมกันแยกแยะลักษณะการก่อเหตุโดยมุ่งเน้นไปที่การข่าว เพื่อที่จะหาผู้กระทำและแยกแยะปัญหาได้ถูกวิธี
ขณะที่นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อรัฐต้องทำงานในพื้นที่ก็จะต้องลบข้อกล่าวหาให้ได้ว่ารัฐไม่ได้เป็นผู้กระทำเหตุเสียเอง เพื่อให้ชาวบ้านมีทัศนคติที่ดี และในฐานะที่ตนเป็นคนในพื้นที่มองว่านโยบายจากฝ่ายการเมืองยังไม่ตรงกันนัก กล่าวคือเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายก็จะหยุดชะงัก แทนที่จะทำอย่างต่อเนื่อง เหตุนี้ต้องหาวิธีการรวมกันเพื่อที่จะมีแนวทางทำงานที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลแต่ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ นอกจากนี้ตนเห็นว่าควรสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ ให้เทียบเท่าประชาชนที่ชุมนุมทางการเมืองที่มีเงินชดเชยหากเสียชีวิตถึง7.5ล้านบาท
ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ กล่าวว่า แม้มิติด้านความมั่นคงจะเป็นหนทางหนึ่งก็จริง แต่การแก้ปัญหาต้องมองถึงมิติด้านอื่นๆด้วย อาทิ ด้านเศรษฐกิจที่มีข้อมูลชี้ว่าแม้สถานการณ์ความไม่สงบไม่แน่นอน แต่จำนวนเงินที่มีการซื้อขายในชายแดนไทย-มาเลเซีย ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ในระดับ6-7แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งแสดงว่าประชาชนของทั้ง2ประเทศยังซื้อขาย แลกเปลี่ยนและมีความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจกันอยู่ เหตุนี้นโยบายที่จะออกมาจากรัฐควรต้องมีความถ่วงดุลในด้านต่างๆให้ดี อย่ามองแค่เรื่องการเมือง การทหารอย่างเดียว เปรียบเสมือนการให้อาหารต้นไม้ที่เน้นไปที่สารใดสารหนึ่งแทนที่จะทำให้เติบโตก็อาจตายได้
ด้านพล.ท.พงศ์เอก ตัวแทนจากวุฒิสภา กล่าวว่า ข้อสรุปที่กมธ.กับฝั่ง ส.ว.มีความคล้ายคลึงกัน จึงเห็นด้วยหากจะใช้แนวทางเช่นนี้แก้ไขปัญหา ทั้งนี้กมธ.ในส่วนวุฒิสภา แบ่งประเด็นการแก้ปัญหา อาทิ ด้านงบประมาณ ที่ควรจะลงไปในส่วนไหนอย่างไร ให้เกิดความเหมาะสม สมดุล ด้านวิธีคิดในการแก้ปัญหา ที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ด้านรูปแบบการปกครองพิเศษ ที่ให้คนในพื้นที่ปกครองตัวเอง อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีอยู่ผลที่ออกมาก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่ามักเป็นคนในพื้นที่เองที่ได้รับตำแหน่งบริหารไป ทั้งนี้ต้องนำมาพิจารณาด้วยว่าในหลักการการเมืองนำการทหารนั้นควรมีการออกแบบมาตรการอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม สมดุลกับด้านอื่นๆ
ส.ว.สรรหา ชี้กระทรวงการต่างประเทศระบุนิยาม “สันปันน้ำ” ในเอกสารชี้แจงคดีพระวิหารคลาดเคลื่อน ชี้เขตแดนจากช่องบกถึงช่องสะงำไม่จำเป็นต้องทำหลักเขตแดน กังขานำเรื่องนี้มาพูดเหมือนไม่ยืนยันในเส้นเขตแดนเดิมของไทย พยายามยกระดับแผนที่เขมร หวั่นกระทบเส้นเขตแดนทั้งหมด 195 กม.
       
       วันนี้ (31 ม.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “คำนูณ สิทธิสมาน” ระบุว่า เหมือนกระเหี้ยนกระหือรือที่จะสละแผ่นดินของเราเสียจริงๆ ถ้าไม่พูดแบบนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรที่สุภาพกว่านี้ได้ เพราะในเอกสาร "50 ปี 50 ประเด็นถามตอบกรณีปราสาทพระวิหาร" ตลอด 50 ข้อ 47 หน้า มีอยู่ตอนเดียวที่แทรกบทนิยามศัพท์เข้าไป คือตอนท้ายข้อ 8 ตอนต้นของหน้า 10 แต่เป็นนิยามศัพท์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จะมีผลกระทบต่อปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาในอนาคต ไม่เฉพาะแต่บริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้น แต่รวมตลอดแนว 195 กิโลเมตรจากช่องบก อุบลราชธานี ถึงหลักเขตที่ 1 ช่องสะงำ ศรีษะเกษ ที่ไม่เคยมีหลักเขตแดนมาตลอดกว่า 100 ปี
       
       เป็นนิยามศัพท์ของคำ "สันปันน้ำ" ที่ระบุไว้ว่า... "สันปันน้ำ คือ แนวสันต่อเนื่องในภูมิประเทศ เมื่อฝนตกจะแบ่งน้ำเป็นสองส่วน ซึ่งอาจไม่ใช่สันเขาหรือขอบหน้าผาก็ได้ โดยปกติต้องใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการพิสูจน์หาสันปันน้ำ ทั้งนี้ ตรงบริเวณปราสาทพระวิหาร จนถึงบัดนี้ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง"
       
       นิยามศัพท์นี้ และคำตอบต่อปัญหาที่ว่าทำไมเขตแดน 195 กิโลเมตรนี้ไม่มีหลักเขตแดน เพราะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศสเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมี เพราะสันปันน้ำเป็นหน้าผาชัดเจน "ไม่ต้องทำ" หลักเขตแดน (มุมมอง ศ.สมปอง สุจริตกุล และภาคประชาชน) หรือว่า "ยังไม่ได้ทำ" หลักเขตแดน (มุมมองกระทรวงการต่างประเทศ) ไม่มีความจำเป็นจะต้องบรรจุเข้ามาในเอกสารฉบับนี้เลย บรรจุเข้ามาทำไม เพื่อวัตถุประสงค์ใด จิตใจของคนบรรจุข้อความนี้เข้ามาคิดอะไรอยู่ เพราะเท่ากับเป็นการไม่ยืนยันในเส้นเขตแดนเดิมของประเทศไทยในส่วน 195 กิโลเมตรจากช่องบกถึงช่องสะงำ เท่ากับยอมเจรจาใหม่หมดในส่วนนี้ ต่างกับกัมพูชาที่เขายืนยันเส้นเขตแดนตามแผนที่ระวางดงรักมาตลอด
       
       “การบอกว่า "ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง" คิดในด้านกลับก็คือการยกระดับราคาแผนที่ระวางดงรักของกัมพูชา” นายคำนูณ ระบุ
       
       ก่อนหน้านี้ นายคำนูณได้เขียนบทความ “50 ปี 50 ประเด็น 50 วิธี‘รักชาติ’แบบเนียน ๆ ของ กต.ไทย !” ลงในเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ และจะตีพิมพ์ใน นสพ.ASTVผู้จัดการรายวัน กล่าวโดยสรุปว่า ราชอาณาจักรไทยไทยต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารภาค 2 ปลายปี 2556 นี้อีกครั้ง หลังจากเจ็บปวดมาแล้วเมื่อ 50 ปีก่อน โดยไม่มีเงื่อนไข โดยไม่มีข้อแม้ และโดยไม่ต้องรับฟังเสียงของประชาชน แม้ว่าจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนอย่างเป็นทางการเพิ่มถึง 50 % และ 66.66 %
       
       ทั้งนี้ นายคำนูณได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประการ ได้แก่ ในจำนวน 50 ประเด็น ไม่มีสักประเด็นเดียวที่กระทรวงการต่างประเทศจะให้ข้อมูลถึงเหตุที่ประเทศต่าง ๆ จะรับเขตอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ประการต่อมา แม้มีการพูดถึงจะอ้างถึงหนังสือลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2505 จากพ.อ.ถนัด คอมันตร์ถึงเลขาธิการสหประชาชาติแจ้งมติคณะรัฐมนตรี 3 กรกฎาคม 2505 ถึงการไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารภาคแรก 15 มิถุนายน 2505 และขอตั้งข้อสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะมีหรือพึงมีในอนาคตเพื่อเรียกคืนปราสาทพระวิหาร แต่ก็กลับกล่าวถึงว่าเป็นหนังสือที่ขัดกับธรรมนูญศาลข้อ 60 เป็นไปไม่ได้ และถ้าจะพอเป็นไปได้บ้างตามข้อ 61 ก็ขาดอายุเสียแล้วตั้งแต่ปี 2515
       
       นอกจากนี้ การที่กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า คดีปราสาทพระวิหารภาค 2 นี้ไม่ใช่คดีใหม่ แต่เป็นคดีเก่า เป็นการขอตีความตามคดีเก่าตามธรรมนูญศาลข้อ 60 วรรคสอง ทั้งๆ ที่แม้แต่ในทฤษฎีกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศยึดถือว่าประเทศไทยยังคงผูกพันอยู่กับเขตอำนาจศาลแม้จะขาด

มติชน – สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 31 ม.ค. 56




มติชน – สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 31 ม.ค. 56
31/01/2013 , 07:43  
Filed under breakingnewsข่าวมติชน
31 ม.ค.–มติชน
ล็อก “กำนันเป๊าะ” โผล่กรุงเช็กมือถือโยง “เครือข่าย” ช่วยหนี
คดี “จ้างฆ่า-ทุจริตซื้อที่” ส่งตัวเข้าเรือนจำทันทีตร.เผยใช้ชื่อ “กิม แซ่ตั้ง”
“เฉลิม” ปัดเกมการเมือง คอมมานโดจู่โจมรวบ “กำนันเป๊าะ” บนถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี หลังกลับจากหาหมอ รพ.ดังใน กทม.เผยหนีกบดานอยู่ในบ้านพัก ต.แสนสุข “ชลบุรี”
“พงศพัศ” ยังลิ่ว-โพลสำรวจรอบสอง
ปชป.งัด2กลยุทธ์พลิกสู้คุณชายชูอุโมงค์กันท่วม’บิ๊กแจ๊ด’ตั้ง1แสนจับโกง
ปชป.งัดกลยุทธ์เจาะรอยตะเข็บ กทม.เยี่ยมยามพี่น้องอีสาน หวังดึงคะแนน “สุขุมพันธุ์” ชูสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มพท.ขอข้าราชการกรุงเทพฯเป็นกลาง’พงศพัศ’ดันรถโรงเรียนแบ่งเบาภาระพ่อแม่ “ผบช.น.” ให้ 1 แสนบาทจับโกงเลือกตั้ง
“โปงลาง” ส่อแตก! “อี๊ด” แย้มปัญหา ไร้เงา “ลูลู่-ลาล่า” 
“ลูลู่-ลาล่า” ชี้แจงวงแตกวันนี้ “อี๊ด-โปงลางสะออน” โทร.ขอโทษรองเจ้าอาวาสวัดพิจิตร อ้างมีปัญหาภายใน
นักวิชาการชี้นิรโทษ ห้ามยกเว้น”บุคคล” 
“อภิสิทธิ์” ย้ำจุดยืนหนุนกม.นิรโทษกรรม แต่ต้องแยกแยะกลุ่มใดควรได้ประโยชน์ จี้รบ.ถอน 4 ร่าง กม.ปรองดองพร้อมเปิดเวทีหาข้อสรุป “เฉลิม” ยันไม่ทิ้งนักโทษเสื้อแดง
เรียกผู้รับเหมาแจง4 กพ.80 สภ.อ่วม
โรงพักโดนทุบราบ เร่งหา “ที่ทำงาน” ให้อุบลฯใช้เลี้ยงปลา
ตร.เรียกคู่สัญญาสร้าง 396 โรงพักทั่วประเทศแจงเหตุทิ้งงาน 4 ก.พ.เล็งฟ้องแพ่ง
ตั้งอนุกก.แก้ปัญหา “ท่าเรือ” สหภาพลั่น’วิโรจน์’ต้องออก
‘บิ๊กแจ๊ด’ตั้งอนุ กก.พิจารณาข้อเรียกร้อง เหตุม็อบชุมนุมไล่ “ผอ.การท่าเรือฯ” นำเข้าถกในที่ประชุมกิจการสัมพันธ์1 ก.พ.นี้ ชี้ปัญหาเกิดจากตั้งกรรมการสอบกลุ่มที่มีการฟ้องร้อง สหภาพยันถอยไม่ได้ ยืนกราน’วิโรจน์’ต้องลาออก พร้อมชุมนุมกดดันต่อเนื่อง
“ดร.โกร่ง” แนะลด “ดอกเบี้ย” ชะลอเงินไหลเข้าสู้บาทแข็ง
“ดร.โกร่ง” สั่งเฝ้าระวังหลังเงินนอกไหลเข้าประเทศมากขึ้น เห็นสัญญาณเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น-ตลาดตราสารหนี้ สะท้อนเงินต่างชาติเข้าเก็งกำไร ทำให้เงินบาทแข็งขึ้น