วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556
สรุปข่าวที่น่าสนใจ เมื่อ 31 ม.ค.56
กมธ.ทหารฯ ถกปัญหาภาคใต้ ชี้ต้องมีนโยบายต่อเนื่องแม้เปลี่ยนรัฐบาล แนะสานแนวทางอื่นควบด้านความมั่นคง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการทหาร (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎรที่มีพล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มีการพิจารณากรณีปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเชิญ ส.ส.ภาคใต้ทุกพรรคการเมือง รวมถึง พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ส.ว.พะเยา ในฐานะเลขากมธ.การทหาร วุฒิสภา เข้าร่วมหารือ ทั้งนี้นายณรงค์ ดูดิง ส.ส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาภาคใต้เปรียบเสมือนอาหารข้าวยำ เพราะทุกอย่างปนกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทั้งการก่ออาชญากรรมส่วนตัว การแบ่งแยกดินแดน การขัดแย้งผลประโยชน์ในพื้นที่ ฯลฯ ซึ่งระยะเวลาที่เกิดขึ้นนั้นมีมานานแล้ว เรื่องนี้นักการเมืองในพื้นที่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมกันแยกแยะลักษณะการก่อเหตุโดยมุ่งเน้นไปที่การข่าว เพื่อที่จะหาผู้กระทำและแยกแยะปัญหาได้ถูกวิธี
ขณะที่นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อรัฐต้องทำงานในพื้นที่ก็จะต้องลบข้อกล่าวหาให้ได้ว่ารัฐไม่ได้เป็นผู้กระทำเหตุเสียเอง เพื่อให้ชาวบ้านมีทัศนคติที่ดี และในฐานะที่ตนเป็นคนในพื้นที่มองว่านโยบายจากฝ่ายการเมืองยังไม่ตรงกันนัก กล่าวคือเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายก็จะหยุดชะงัก แทนที่จะทำอย่างต่อเนื่อง เหตุนี้ต้องหาวิธีการรวมกันเพื่อที่จะมีแนวทางทำงานที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนรัฐบาลแต่ยังสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ นอกจากนี้ตนเห็นว่าควรสร้างแรงจูงใจและขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ ให้เทียบเท่าประชาชนที่ชุมนุมทางการเมืองที่มีเงินชดเชยหากเสียชีวิตถึง7.5ล้านบาท
ส่วนนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการ กล่าวว่า แม้มิติด้านความมั่นคงจะเป็นหนทางหนึ่งก็จริง แต่การแก้ปัญหาต้องมองถึงมิติด้านอื่นๆด้วย อาทิ ด้านเศรษฐกิจที่มีข้อมูลชี้ว่าแม้สถานการณ์ความไม่สงบไม่แน่นอน แต่จำนวนเงินที่มีการซื้อขายในชายแดนไทย-มาเลเซีย ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ในระดับ6-7แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งแสดงว่าประชาชนของทั้ง2ประเทศยังซื้อขาย แลกเปลี่ยนและมีความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจกันอยู่ เหตุนี้นโยบายที่จะออกมาจากรัฐควรต้องมีความถ่วงดุลในด้านต่างๆให้ดี อย่ามองแค่เรื่องการเมือง การทหารอย่างเดียว เปรียบเสมือนการให้อาหารต้นไม้ที่เน้นไปที่สารใดสารหนึ่งแทนที่จะทำให้เติบโตก็อาจตายได้
ด้านพล.ท.พงศ์เอก ตัวแทนจากวุฒิสภา กล่าวว่า ข้อสรุปที่กมธ.กับฝั่ง ส.ว.มีความคล้ายคลึงกัน จึงเห็นด้วยหากจะใช้แนวทางเช่นนี้แก้ไขปัญหา ทั้งนี้กมธ.ในส่วนวุฒิสภา แบ่งประเด็นการแก้ปัญหา อาทิ ด้านงบประมาณ ที่ควรจะลงไปในส่วนไหนอย่างไร ให้เกิดความเหมาะสม สมดุล ด้านวิธีคิดในการแก้ปัญหา ที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ วัฒนธรรม ด้านรูปแบบการปกครองพิเศษ ที่ให้คนในพื้นที่ปกครองตัวเอง อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีอยู่ผลที่ออกมาก็ชี้ชัดอยู่แล้วว่ามักเป็นคนในพื้นที่เองที่ได้รับตำแหน่งบริหารไป ทั้งนี้ต้องนำมาพิจารณาด้วยว่าในหลักการการเมืองนำการทหารนั้นควรมีการออกแบบมาตรการอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม สมดุลกับด้านอื่นๆ
ส.ว.สรรหา ชี้กระทรวงการต่างประเทศระบุนิยาม “สันปันน้ำ” ในเอกสารชี้แจงคดีพระวิหารคลาดเคลื่อน ชี้เขตแดนจากช่องบกถึงช่องสะงำไม่จำเป็นต้องทำหลักเขตแดน กังขานำเรื่องนี้มาพูดเหมือนไม่ยืนยันในเส้นเขตแดนเดิมของไทย พยายามยกระดับแผนที่เขมร หวั่นกระทบเส้นเขตแดนทั้งหมด 195 กม.
วันนี้ (31 ม.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “คำนูณ สิทธิสมาน” ระบุว่า เหมือนกระเหี้ยนกระหือรือที่จะสละแผ่นดินของเราเสียจริงๆ ถ้าไม่พูดแบบนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรที่สุภาพกว่านี้ได้ เพราะในเอกสาร "50 ปี 50 ประเด็นถามตอบกรณีปราสาทพระวิหาร" ตลอด 50 ข้อ 47 หน้า มีอยู่ตอนเดียวที่แทรกบทนิยามศัพท์เข้าไป คือตอนท้ายข้อ 8 ตอนต้นของหน้า 10 แต่เป็นนิยามศัพท์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จะมีผลกระทบต่อปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาในอนาคต ไม่เฉพาะแต่บริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้น แต่รวมตลอดแนว 195 กิโลเมตรจากช่องบก อุบลราชธานี ถึงหลักเขตที่ 1 ช่องสะงำ ศรีษะเกษ ที่ไม่เคยมีหลักเขตแดนมาตลอดกว่า 100 ปี
เป็นนิยามศัพท์ของคำ "สันปันน้ำ" ที่ระบุไว้ว่า... "สันปันน้ำ คือ แนวสันต่อเนื่องในภูมิประเทศ เมื่อฝนตกจะแบ่งน้ำเป็นสองส่วน ซึ่งอาจไม่ใช่สันเขาหรือขอบหน้าผาก็ได้ โดยปกติต้องใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการพิสูจน์หาสันปันน้ำ ทั้งนี้ ตรงบริเวณปราสาทพระวิหาร จนถึงบัดนี้ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง"
นิยามศัพท์นี้ และคำตอบต่อปัญหาที่ว่าทำไมเขตแดน 195 กิโลเมตรนี้ไม่มีหลักเขตแดน เพราะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศสเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมี เพราะสันปันน้ำเป็นหน้าผาชัดเจน "ไม่ต้องทำ" หลักเขตแดน (มุมมอง ศ.สมปอง สุจริตกุล และภาคประชาชน) หรือว่า "ยังไม่ได้ทำ" หลักเขตแดน (มุมมองกระทรวงการต่างประเทศ) ไม่มีความจำเป็นจะต้องบรรจุเข้ามาในเอกสารฉบับนี้เลย บรรจุเข้ามาทำไม เพื่อวัตถุประสงค์ใด จิตใจของคนบรรจุข้อความนี้เข้ามาคิดอะไรอยู่ เพราะเท่ากับเป็นการไม่ยืนยันในเส้นเขตแดนเดิมของประเทศไทยในส่วน 195 กิโลเมตรจากช่องบกถึงช่องสะงำ เท่ากับยอมเจรจาใหม่หมดในส่วนนี้ ต่างกับกัมพูชาที่เขายืนยันเส้นเขตแดนตามแผนที่ระวางดงรักมาตลอด
“การบอกว่า "ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง" คิดในด้านกลับก็คือการยกระดับราคาแผนที่ระวางดงรักของกัมพูชา” นายคำนูณ ระบุ
ก่อนหน้านี้ นายคำนูณได้เขียนบทความ “50 ปี 50 ประเด็น 50 วิธี‘รักชาติ’แบบเนียน ๆ ของ กต.ไทย !” ลงในเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ และจะตีพิมพ์ใน นสพ.ASTVผู้จัดการรายวัน กล่าวโดยสรุปว่า ราชอาณาจักรไทยไทยต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารภาค 2 ปลายปี 2556 นี้อีกครั้ง หลังจากเจ็บปวดมาแล้วเมื่อ 50 ปีก่อน โดยไม่มีเงื่อนไข โดยไม่มีข้อแม้ และโดยไม่ต้องรับฟังเสียงของประชาชน แม้ว่าจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนอย่างเป็นทางการเพิ่มถึง 50 % และ 66.66 %
ทั้งนี้ นายคำนูณได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประการ ได้แก่ ในจำนวน 50 ประเด็น ไม่มีสักประเด็นเดียวที่กระทรวงการต่างประเทศจะให้ข้อมูลถึงเหตุที่ประเทศต่าง ๆ จะรับเขตอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ประการต่อมา แม้มีการพูดถึงจะอ้างถึงหนังสือลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2505 จากพ.อ.ถนัด คอมันตร์ถึงเลขาธิการสหประชาชาติแจ้งมติคณะรัฐมนตรี 3 กรกฎาคม 2505 ถึงการไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารภาคแรก 15 มิถุนายน 2505 และขอตั้งข้อสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะมีหรือพึงมีในอนาคตเพื่อเรียกคืนปราสาทพระวิหาร แต่ก็กลับกล่าวถึงว่าเป็นหนังสือที่ขัดกับธรรมนูญศาลข้อ 60 เป็นไปไม่ได้ และถ้าจะพอเป็นไปได้บ้างตามข้อ 61 ก็ขาดอายุเสียแล้วตั้งแต่ปี 2515
นอกจากนี้ การที่กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า คดีปราสาทพระวิหารภาค 2 นี้ไม่ใช่คดีใหม่ แต่เป็นคดีเก่า เป็นการขอตีความตามคดีเก่าตามธรรมนูญศาลข้อ 60 วรรคสอง ทั้งๆ ที่แม้แต่ในทฤษฎีกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศยึดถือว่าประเทศไทยยังคงผูกพันอยู่กับเขตอำนาจศาลแม้จะขาด
วันนี้ (31 ม.ค.) นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “คำนูณ สิทธิสมาน” ระบุว่า เหมือนกระเหี้ยนกระหือรือที่จะสละแผ่นดินของเราเสียจริงๆ ถ้าไม่พูดแบบนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรที่สุภาพกว่านี้ได้ เพราะในเอกสาร "50 ปี 50 ประเด็นถามตอบกรณีปราสาทพระวิหาร" ตลอด 50 ข้อ 47 หน้า มีอยู่ตอนเดียวที่แทรกบทนิยามศัพท์เข้าไป คือตอนท้ายข้อ 8 ตอนต้นของหน้า 10 แต่เป็นนิยามศัพท์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จะมีผลกระทบต่อปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชาในอนาคต ไม่เฉพาะแต่บริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้น แต่รวมตลอดแนว 195 กิโลเมตรจากช่องบก อุบลราชธานี ถึงหลักเขตที่ 1 ช่องสะงำ ศรีษะเกษ ที่ไม่เคยมีหลักเขตแดนมาตลอดกว่า 100 ปี
เป็นนิยามศัพท์ของคำ "สันปันน้ำ" ที่ระบุไว้ว่า... "สันปันน้ำ คือ แนวสันต่อเนื่องในภูมิประเทศ เมื่อฝนตกจะแบ่งน้ำเป็นสองส่วน ซึ่งอาจไม่ใช่สันเขาหรือขอบหน้าผาก็ได้ โดยปกติต้องใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการพิสูจน์หาสันปันน้ำ ทั้งนี้ ตรงบริเวณปราสาทพระวิหาร จนถึงบัดนี้ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง"
นิยามศัพท์นี้ และคำตอบต่อปัญหาที่ว่าทำไมเขตแดน 195 กิโลเมตรนี้ไม่มีหลักเขตแดน เพราะกรรมการผสมสยาม-ฝรั่งเศสเห็นว่าไม่จำเป็นต้องมี เพราะสันปันน้ำเป็นหน้าผาชัดเจน "ไม่ต้องทำ" หลักเขตแดน (มุมมอง ศ.สมปอง สุจริตกุล และภาคประชาชน) หรือว่า "ยังไม่ได้ทำ" หลักเขตแดน (มุมมองกระทรวงการต่างประเทศ) ไม่มีความจำเป็นจะต้องบรรจุเข้ามาในเอกสารฉบับนี้เลย บรรจุเข้ามาทำไม เพื่อวัตถุประสงค์ใด จิตใจของคนบรรจุข้อความนี้เข้ามาคิดอะไรอยู่ เพราะเท่ากับเป็นการไม่ยืนยันในเส้นเขตแดนเดิมของประเทศไทยในส่วน 195 กิโลเมตรจากช่องบกถึงช่องสะงำ เท่ากับยอมเจรจาใหม่หมดในส่วนนี้ ต่างกับกัมพูชาที่เขายืนยันเส้นเขตแดนตามแผนที่ระวางดงรักมาตลอด
“การบอกว่า "ยังไม่เคยมีการสำรวจหาสันปันน้ำในภูมิประเทศจริง" คิดในด้านกลับก็คือการยกระดับราคาแผนที่ระวางดงรักของกัมพูชา” นายคำนูณ ระบุ
ก่อนหน้านี้ นายคำนูณได้เขียนบทความ “50 ปี 50 ประเด็น 50 วิธี‘รักชาติ’แบบเนียน ๆ ของ กต.ไทย !” ลงในเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ และจะตีพิมพ์ใน นสพ.ASTVผู้จัดการรายวัน กล่าวโดยสรุปว่า ราชอาณาจักรไทยไทยต้องปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีปราสาทพระวิหารภาค 2 ปลายปี 2556 นี้อีกครั้ง หลังจากเจ็บปวดมาแล้วเมื่อ 50 ปีก่อน โดยไม่มีเงื่อนไข โดยไม่มีข้อแม้ และโดยไม่ต้องรับฟังเสียงของประชาชน แม้ว่าจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดนอย่างเป็นทางการเพิ่มถึง 50 % และ 66.66 %
ทั้งนี้ นายคำนูณได้ตั้งข้อสังเกต 3 ประการ ได้แก่ ในจำนวน 50 ประเด็น ไม่มีสักประเด็นเดียวที่กระทรวงการต่างประเทศจะให้ข้อมูลถึงเหตุที่ประเทศต่าง ๆ จะรับเขตอำนาจศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ประการต่อมา แม้มีการพูดถึงจะอ้างถึงหนังสือลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2505 จากพ.อ.ถนัด คอมันตร์ถึงเลขาธิการสหประชาชาติแจ้งมติคณะรัฐมนตรี 3 กรกฎาคม 2505 ถึงการไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหารภาคแรก 15 มิถุนายน 2505 และขอตั้งข้อสงวนสิทธิที่ประเทศไทยจะมีหรือพึงมีในอนาคตเพื่อเรียกคืนปราสาทพระวิหาร แต่ก็กลับกล่าวถึงว่าเป็นหนังสือที่ขัดกับธรรมนูญศาลข้อ 60 เป็นไปไม่ได้ และถ้าจะพอเป็นไปได้บ้างตามข้อ 61 ก็ขาดอายุเสียแล้วตั้งแต่ปี 2515
นอกจากนี้ การที่กระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า คดีปราสาทพระวิหารภาค 2 นี้ไม่ใช่คดีใหม่ แต่เป็นคดีเก่า เป็นการขอตีความตามคดีเก่าตามธรรมนูญศาลข้อ 60 วรรคสอง ทั้งๆ ที่แม้แต่ในทฤษฎีกฎหมายระหว่างประเทศ ที่กระทรวงการต่างประเทศยึดถือว่าประเทศไทยยังคงผูกพันอยู่กับเขตอำนาจศาลแม้จะขาด
มติชน – สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 31 ม.ค. 56
มติชน – สรุปข่าวหน้า 1 ประจำวันที่ 31 ม.ค. 56
31 ม.ค.–มติชน
ล็อก “กำนันเป๊าะ” โผล่กรุงเช็กมือถือโยง “เครือข่าย” ช่วยหนี
คดี “จ้างฆ่า-ทุจริตซื้อที่” ส่งตัวเข้าเรือนจำทันทีตร.เผยใช้ชื่อ “กิม แซ่ตั้ง”
“เฉลิม” ปัดเกมการเมือง คอมมานโดจู่โจมรวบ “กำนันเป๊าะ” บนถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี หลังกลับจากหาหมอ รพ.ดังใน กทม.เผยหนีกบดานอยู่ในบ้านพัก ต.แสนสุข “ชลบุรี”
คดี “จ้างฆ่า-ทุจริตซื้อที่” ส่งตัวเข้าเรือนจำทันทีตร.เผยใช้ชื่อ “กิม แซ่ตั้ง”
“เฉลิม” ปัดเกมการเมือง คอมมานโดจู่โจมรวบ “กำนันเป๊าะ” บนถนนมอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี หลังกลับจากหาหมอ รพ.ดังใน กทม.เผยหนีกบดานอยู่ในบ้านพัก ต.แสนสุข “ชลบุรี”
“พงศพัศ” ยังลิ่ว-โพลสำรวจรอบสอง
ปชป.งัด2กลยุทธ์พลิกสู้คุณชายชูอุโมงค์กันท่วม’บิ๊กแจ๊ด’ตั้ง1แสนจับโกง
ปชป.งัดกลยุทธ์เจาะรอยตะเข็บ กทม.เยี่ยมยามพี่น้องอีสาน หวังดึงคะแนน “สุขุมพันธุ์” ชูสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มพท.ขอข้าราชการกรุงเทพฯเป็นกลาง’พงศพัศ’ดันรถโรงเรียนแบ่งเบาภาระพ่อแม่ “ผบช.น.” ให้ 1 แสนบาทจับโกงเลือกตั้ง
ปชป.งัด2กลยุทธ์พลิกสู้คุณชายชูอุโมงค์กันท่วม’บิ๊กแจ๊ด’ตั้ง1แสนจับโกง
ปชป.งัดกลยุทธ์เจาะรอยตะเข็บ กทม.เยี่ยมยามพี่น้องอีสาน หวังดึงคะแนน “สุขุมพันธุ์” ชูสร้างอุโมงค์ระบายน้ำเพิ่มพท.ขอข้าราชการกรุงเทพฯเป็นกลาง’พงศพัศ’ดันรถโรงเรียนแบ่งเบาภาระพ่อแม่ “ผบช.น.” ให้ 1 แสนบาทจับโกงเลือกตั้ง
“โปงลาง” ส่อแตก! “อี๊ด” แย้มปัญหา ไร้เงา “ลูลู่-ลาล่า”
“ลูลู่-ลาล่า” ชี้แจงวงแตกวันนี้ “อี๊ด-โปงลางสะออน” โทร.ขอโทษรองเจ้าอาวาสวัดพิจิตร อ้างมีปัญหาภายใน
“ลูลู่-ลาล่า” ชี้แจงวงแตกวันนี้ “อี๊ด-โปงลางสะออน” โทร.ขอโทษรองเจ้าอาวาสวัดพิจิตร อ้างมีปัญหาภายใน
นักวิชาการชี้นิรโทษ ห้ามยกเว้น”บุคคล”
“อภิสิทธิ์” ย้ำจุดยืนหนุนกม.นิรโทษกรรม แต่ต้องแยกแยะกลุ่มใดควรได้ประโยชน์ จี้รบ.ถอน 4 ร่าง กม.ปรองดองพร้อมเปิดเวทีหาข้อสรุป “เฉลิม” ยันไม่ทิ้งนักโทษเสื้อแดง
“อภิสิทธิ์” ย้ำจุดยืนหนุนกม.นิรโทษกรรม แต่ต้องแยกแยะกลุ่มใดควรได้ประโยชน์ จี้รบ.ถอน 4 ร่าง กม.ปรองดองพร้อมเปิดเวทีหาข้อสรุป “เฉลิม” ยันไม่ทิ้งนักโทษเสื้อแดง
เรียกผู้รับเหมาแจง4 กพ.80 สภ.อ่วม
โรงพักโดนทุบราบ เร่งหา “ที่ทำงาน” ให้อุบลฯใช้เลี้ยงปลา
ตร.เรียกคู่สัญญาสร้าง 396 โรงพักทั่วประเทศแจงเหตุทิ้งงาน 4 ก.พ.เล็งฟ้องแพ่ง
โรงพักโดนทุบราบ เร่งหา “ที่ทำงาน” ให้อุบลฯใช้เลี้ยงปลา
ตร.เรียกคู่สัญญาสร้าง 396 โรงพักทั่วประเทศแจงเหตุทิ้งงาน 4 ก.พ.เล็งฟ้องแพ่ง
ตั้งอนุกก.แก้ปัญหา “ท่าเรือ” สหภาพลั่น’วิโรจน์’ต้องออก
‘บิ๊กแจ๊ด’ตั้งอนุ กก.พิจารณาข้อเรียกร้อง เหตุม็อบชุมนุมไล่ “ผอ.การท่าเรือฯ” นำเข้าถกในที่ประชุมกิจการสัมพันธ์1 ก.พ.นี้ ชี้ปัญหาเกิดจากตั้งกรรมการสอบกลุ่มที่มีการฟ้องร้อง สหภาพยันถอยไม่ได้ ยืนกราน’วิโรจน์’ต้องลาออก พร้อมชุมนุมกดดันต่อเนื่อง
‘บิ๊กแจ๊ด’ตั้งอนุ กก.พิจารณาข้อเรียกร้อง เหตุม็อบชุมนุมไล่ “ผอ.การท่าเรือฯ” นำเข้าถกในที่ประชุมกิจการสัมพันธ์1 ก.พ.นี้ ชี้ปัญหาเกิดจากตั้งกรรมการสอบกลุ่มที่มีการฟ้องร้อง สหภาพยันถอยไม่ได้ ยืนกราน’วิโรจน์’ต้องลาออก พร้อมชุมนุมกดดันต่อเนื่อง
“ดร.โกร่ง” แนะลด “ดอกเบี้ย” ชะลอเงินไหลเข้าสู้บาทแข็ง
“ดร.โกร่ง” สั่งเฝ้าระวังหลังเงินนอกไหลเข้าประเทศมากขึ้น เห็นสัญญาณเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น-ตลาดตราสารหนี้ สะท้อนเงินต่างชาติเข้าเก็งกำไร ทำให้เงินบาทแข็งขึ้น
“ดร.โกร่ง” สั่งเฝ้าระวังหลังเงินนอกไหลเข้าประเทศมากขึ้น เห็นสัญญาณเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น-ตลาดตราสารหนี้ สะท้อนเงินต่างชาติเข้าเก็งกำไร ทำให้เงินบาทแข็งขึ้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)