วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

คลิปพระเทศน์จังหวะร็อค งานขึ้นบ้านใหม่ ว่อนเน็ต 7 มิ.ย.55



คลิปพระเทศน์จังหวะร็อค งานขึ้นบ้านใหม่ ว่อนเน็ต

คลิปพระเทศน์จังหวะร็อค งานขึ้นบ้านใหม่ ว่อนเน็ต

คลิปพระเทศน์จังหวะร็อค' ในงานขึ้นบ้านใหม่ ระบาดว่อนเน็ต หลายคนชอบใจไม่เคยเห็นมาก่อน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (7 มิ.ย.)ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปพระเทศน์เป็นจังหวะร็อค โดยในคลิปเผยให้เห็นพระหนุ่มที่อยู่ในคลิปกำลังสวดมนต์บทสะเดาะเคราะห์ สวดมนต์บทกำแพงแก้ว 7 ชั้น ซึ่งมักสวดให้กับผู้ที่ทำบุญสะเดาะเคราะห์ต่อดวงชะตา ด้วยลีลาและน้ำเสียงกระแทกเหมือนเพลงจังหวะร็อคคลิปดังกล่าวชื่อว่า 'เพิ่งเคยเห็นพระเทศน์เป็นจังหวะ rock ก็งานนี้แหละ (งานขึ้นบ้านใ...' โดยคลิปพระเทศน์เป็นจังหวะร็อค มีต้นต่อมาจากเฟซบุ๊คของผู้ใช้ชื่อว่า Yodpol Senasu ถูกถ่ายขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.55 ที่งานขึ้นบ้านใหม่ 

ทั้งนี้ หลังจากที่คลิปถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์เฟซบุ๊คเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ล่าสุด มียอดการแชร์ไปแล้ว 8 พันกว่าครั้ง ขณะที่หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าในเชิงว่าเป็นเรื่องแปลกดีและไม่เคยเห็นมาก่อน และเป็นเรื่องดีเพราะหากฟังพระสวดแบบปรกติคงหลับไปแล้ว 
'คลิปพระเทศน์จังหวะร็อค'

ชาวลำลูกกา ปิดถนนอีก ร้องเงินน้ำท่วมไม่เป็นธรรม 7 มิ.ย.55


ชาวลำลูกกา ปิดถนนอีก ร้องเงินน้ำท่วมไม่เป็นธรรม

ชาวบ้านลำลูกกา ปิดถนนลำลูกกา ไปแยกนิมิตรใหม่ ร้องเงินน้ำท่วมไม่เป็นธรรม ล่าสุด เจรจายังหาข้อสรุปไม่ได้ การจราจรติดขัดแล้ว

            วันนี้ (7 มิถุนายน) ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 14.30 น. ว่า ชาวบ้าน ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จำนวน 200 คน ได้มารวมตัวกันปิดถนนสายพหลโยธิน-ลำลูกกา ตรงสามแยกไฟแดงจะเลี้ยวขวาไปถนนนิมิตใหม่ ทำให้การจราจรติดขัดไปมาไม่ได้ รถติดกันยาวหลายกิโลเมตร ทาง พ.ต.อ.สมยศ รามกุล ผกก.สภ.ลำลูกกา จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร มาขอร้องชาวบ้านให้เปิดถนนรถวิ่งได้ 1 ช่องทาง โดยมี นายมนัส เหมือนบาง ส.อบจ.เขตลำลูกกา ได้เป็นตัวแทนพูดคุยชาวบ้านขอร้องให้เปิดถนน 1 ช่องทาง และชาวบ้านยอมเปิดให้รถวิ่งได้ 1 ช่อง

            ส่วนสาเหตุนั้น ชาวบ้านแจ้งว่า ทางเทศบาลตำบลลำลูกกา ได้ประกาศให้ชาวบ้านไปตรวจสอบเรื่องขอรับเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านที่เทศบาล ซึ่งจะแจกในวันที่ 13 มิถุนายนนี้ ผลปรากฏว่า มีการจ่ายเงินไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยมีบ้านของนักการเมืองท้องถิ่นถูกน้ำท่วมติดกับบ้านตนได้รับเงินหนึ่งหมื่นกว่า ส่วนบ้านตนได้รับ 1 พันบาท และอีกหลังหนึ่งไม่มีใครอยู่เป็นปี ๆ แล้ว แต่ได้รับเงินจำนวนหนึ่งหมื่นสามพันบาท แต่บ้านติดกันมีผู้อยู่อาศัยได้สี่พันบาทเท่านั้น

            และต่อมาชาวบ้านส่วนหนึ่งได้ไปเจราจากับทางราชการ ณ ที่ว่าการอำเภอลำลูกกาแล้ว โดยยังรอผลว่าจะเป็นอย่างไร

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทหารเรือจับผู้ต้องหายาบ้าชาวลาว จมน้ำโขงหายลึกลับ เจ้าหน้าที่-ชาวบ้านระดมกำลังค้นหา




เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2555  เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเชียงคาน  เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากชม  อ.ปากชม จ.เลย  พร้อมด้วยชาวบ้าน ระดมกำลังค้นหา   จ.อ.จำรัส  จวงสอน  ทหารเรือสังกัด นรข. ที่จมน้ำ แม่น้ำโขงหายไประหว่างการเข้าจับกุมชาวลาวที่กำลังนำยาบ้าเข้ามาในราชอาณาจักร บริเวณริมแก่งฟ้า ท้องที่  บ.หาดเบี้ย หมู่ 7 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย  เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.  วันที่ 3 มิถุนายน 2555  โดยการอำนวยการของ   น.อ.สมประสงค์  วิศลดิลกพันธ์  ผบ.นรข.เขตหนองคาย  พ.ต.อ.สาโรช  ขวัญบุญจันทร์  ผกก.สภ.ปากชม  พ.ต.ท.อุตส่าห์  อุ่นแก้ว  ผบ.ร้อย ตชด.246   พ.ต.ท.จีระ  ยาฟอง  สว.สรน.4  กก.11 บก.รน. พ.อ.โฆษิตพงษ์  นิลเอก  ผบ.หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 21
                                                 จ.อ.จำรัส จวงสอน
เหตุดังกล่าว สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สถานีเรือเชียงคานได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีผู้ค้ายาบ้าจากฝั่ง  สปป.ลาว  จะลักลอบนำยาบ้าไปส่งให้กับผู้สั่งซื้อที่ริมแม่น้ำโขงบริเวณริมแก่งฟ้า ท้องที่  บ.หาดเบี้ย หมู่ 7 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย จึงได้รายงานให้กับผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมา  นาวาตรีคงกฤช  หอมตลบ  หัวหน้าสถานีเรือเชียงคาน  จึงได้สั่งการให้นำกำลังไปสนธิกับเจ้าหน้าที่เข้าดักซุ่มบริเวณที่ได้รับแจ้ง
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. กำลังจำนวน  5  นาย ประกอบด้วย  ร.ต.ต.พีระศักดิ์  โสมพันธ์ เป็น หน.ชุดจับกุม /ดักซุ่ม จ.อ.จำรัส  จวงสอน  ทพ.ภาคภูมิ  เหล่าสุวรรณ  ทพ.สมพงษ์  ศรีบุญ  ทพ.อุดร  ถิ่นสำโรง  ดักซุ่มที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงที่เกิดเหตุ กำลังที่เหลือเป็นกำลังสนับสนุนอยู่ที่ ชุดทหารพราน  บ.หาดเบี้ยฯ จนถึงเวลาประมาณ  15.00 น. ได้มีชายสองคนขับเรือหางยาวแล่นมาจาก บ้านวัง ฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาจอดเทียบท่าที่ฝั่งไทยบริเวณที่เกิดเหตุ  จากนั้นได้มีชายหนึ่งคนทราบชื่อภายหลังว่า ท้าวบุญเพ็ง ไชยสอน  ได้ลงจากเรือพร้อมกับถือถุงพลาสติกใสภายในมีถุงพลาสติกสีฟ้าบรรจุอยู่  เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการควบคุมเพื่อขอตรวจค้น  และได้เกิดการยื้อแย่งถุงพลาสติกที่ท้าวบุญเพ็งถืออยู่จึงทำให้ถุงพลาสติกฉีกขาด  ทำให้ถุงพลาสติกสีฟ้าตกลงไปในน้ำโขง  จากนั้นชายคนดังกล่าวได้กระโดดลงน้ำโขงไป  เจ้าหน้าที่ได้ติดตามไปและสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้

ส่วนชายอีกรายหนึ่งที่อยู่บนเรือได้นำเรือออกจากฝั่งไทยเพื่อหลบหนี  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจำนวนสองนายมี จ.อ.จำรัส  จวงสอน  สังกัดสถานีเรือเชียงคาน และ ทพ.ภาคภูมิ  เหล่าสุวรรณ  สังกัด ร้อย ทพ.ที่ 2108  ได้กระโดดลงน้ำโขงว่ายน้ำไล่ติดตามไป  โดยที่ ทพ.ภาคภูมิได้ถืออาวุธปืน M 16 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกาย ลงไปด้วย และสามารถเอามือไปเกาะที่กาบเรือหางยาวของผู้ต้องหาไว้ได้ แต่ผู้ต้องหาได้พยายามนำเรือจะข้ามไปยังฝั่ง  สปป.ลาว ให้ได้จนถึงร่องน้ำลึก เจ้า
หน้าที่ทั้งสองนายได้ขึ้นบนเรือแล้วเข้าทำการจับกุม  แต่ผู้ต้องหาขัดขืนต่อสู้ทำให้เรือพลิกคว่ำจมลง  ซึ่งบริเวณดังกล่าวน้ำในแม่น้ำโขงไหลเชี่ยวมาก  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่เหลือได้นำเรือหางยาวที่จอดอยู่ใกล้กับบริเวณที่เกิดเหตุออกไปช่วย ทพ.ภาคภูมิ  เหล่าสุวรรณ  เอาไว้ได้  ส่วนอาวุธปืนได้จมหายไปในแม่น้ำโขง   ขณะที่ จ.อ.จำรัส  จวงสอน  ได้จมน้ำหายไป
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจบริเวณที่เกิดเหตุ  พบ
ถุงพลาสติกสีฟ้าตกอยู่ในน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขง  เจ้าหน้าที่จึงได้นำมาเปิดดูพบว่าภายในบรรจุยาบ้าอยู่จำนวน 6 ถุง เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง  จากนั้นได้นำเรือออกหาร่างของ จ.อ.จำรัส  จวงสอน แต่ไม่พบ จนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. จึงได้ยุติการค้นหา  ส่วนผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำไปที่  สภ.ปากชม แล้วได้นำยาบ้าออกมานับต่อหน้าท้าวบุญเพ็ง  ไชยสอน ได้จำนวน 670 เม็ด และที่เปียกน้ำ  น้ำหนัก  40 กรัม จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาท้าวบุญเพ็ง ไชยสอน  ร่วม
กันลักลอบนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย   มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย  เป็นคนต่างด้าวสัญชาติลาว เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านช่องทาง ท่าข้าม เขตท่าสถานีที่กำหนด โดยได้นำตัวท้าวบุญเพ็ง ไชยสอน


ส่วนการค้นหา จ.อ.จำรัส  จวงสอน  เจ้าหน้าที่ได้
เริ่มค้นหาในช่วงเช้าวันที่นี้ (4 มิ.ย.55)  โดยร่วมกับชาวบ้าน  ขณะเดียวกันมีแม่ และภรรยา พร้อมญาติของ จ.อ.จำรัส เดินทางมาจากจังหวัดนครปฐม และจังหวัดหนองคาย มาช่วยค้นหาด้วย โดยได้ร้องไห้และเรียกหาชื่อเล่นของ จ.อ.จำรัสตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า  จ.อ.จำรัส  อาจยังมีชีวิตอยู่ โดยได้รับบาดเจ็บสาหัส  อยู่ในฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้าม อ.ปากชม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ทางการลาว ติดตามค้นหาตัว จ.อ.จำรัส กลับมาประเทศไทยต่อไป.

พบศพจ่าเอกจำรัสแล้ว ลอยไปโผล่ที่ฝั่งลาว ตรงข้าม อ.ปากชม





จากเหตุการณ์ที่จ่าเอกจำรัส  จวงสอน  อายุ 28 ปี  ทหารเรือสังกัดหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเชียงคาน  จมน้ำหายไปในระหว่างปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาค้ายาบ้าชาวลาวกลางแม่น้ำโขง บริเวณแก่งฟ้า บ้านหาดเบี้ย ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 3 มิถุนายน 2555  ซึ่งหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ นรข. เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 พร้อมด้วยชาวบ้านได้ช่วยกันค้นหา  จนล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2555ได้พบศพของจ่าเอกจำรัสลอยไปติดอยู่ริมฝั่งบ้านวังเหนือ เมืองหมื่น แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ฝั่งตรงข้าม อ.ปากชม  จึงได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากชมฯ และแพทย์โรงพยาบาลปากชม เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพเรียบร้อยแล้ว จึงได้ให้ญาตินำศพไปบำเพ็ญกุศล ที่ จ.นครปฐม ต่อไป
นาทีชีวิต จ่าเอกจำรัสกำลังจะจมน้ำ
เหตุการณ์ดังกล่าวจ่าเอกจำรัส  พร้อมด้วยทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้ดักซุ่มจับกุมชายชาวลาวสองคนที่กำลังนำยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าคนไทย  โดยสามารถจับกุมตัวได้ 1 ราย คือท้าวบุญเพ็ง ไชยสอน  อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 670 เม็ด  ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย ว่ายน้ำหนีไปยังกลางแม่น้ำโขง  ก่อนจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากหมดแรงว่ายน้ำ  จ่าเอกจำรัสพร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่อีก 1 นาย จึงได้ขับเรือหวังจะไปช่วยเหลือ  แต่กลับถูกผู้ต้องหาใช้มือทุบเรือจนแตก และล่มลงท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว  ทำให้จ่าเอกจำรัสลอยคอนานกว่า 10 นาที  ก่อนที่ชาวบ้านจะนำเรือออกไปรับ แต่สามารถช่วยเหลือได้เพียงเจ้าหน้าที่ทหารพราน  ส่วนจ่าเอกจำรัสหมดแรงจมน้ำหายไป  ขณะที่ผู้ต้องหาชาวลาวได้อาศัยแกนลอนน้ำว่ายน้ำหลบหนีข้ามฝั่งไปได้สำเร็จ  จนกระทั่งมาพบว่าจ่าเอกจำรัสกลายเป็นศพดังกล่าว.

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เปิดใช้'ไวไฟ'ฟรี2หมื่นจุดทั่วกรุงเร็ว2เม็ค 25 พ.ค.55



เปิดใช้'ไวไฟ'ฟรี2หมื่นจุดทั่วกรุงเร็ว2เม็ค กทม.เปิดใช้"ไวไฟ"ฟรี 2 หมื่นจุดทั่วกรุง ความเร็วสูงสุด 2 เม็ค คาดปชช.แห่ใช้ 1.5 แสนคนใน 6 เดือน 24พ.ค.2555 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. ครั้งที่ 5 /2555 โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ได้มีการรายงานการจัดทำโครงการแบงค์คอกไวไฟ ที่ กทม. ร่วมกับบริษัททรูอินเทอร์เน็ต จำกัด ติดตั้งระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีกว่า 20,000 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ใน 2 รูปแบบ คือ ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 2 Mbps./512 Kbps. ฟรี 5 ชั่วโมงต่อเดือน โดยต่ออายุทุก 6 เดือน และความเร็ว 256 Kbps./128Kbps. โดยไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน และต่ออายุทุก 6 เดือน เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ โดยจะเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกในทุกที่ทุกเวลา นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในที่ประชุมด้วยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดให้บริการ 14,000 จุด โดยกทม.จะเพิ่มจุดให้บริการให้เป็น 20,000 จุด โดยจะทำให้สามารถใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วเพิ่มมากขึ้น และประชาชนสามารถใช้งานได้จำนวนมากขึ้นประมาณ 150,000 คน ภายในช่วง 6 เดือน ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งครบแล้วทั้ง 20,000 จุด โดยพื้นที่ให้บริการจะครอบคลุมสถานที่ที่ผู้ใช้บริการอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานีบริการขนส่งมวลชน สนามบิน ป้ายรถประจำทาง เป็นต้น ทั้งนี้ได้สั่งการให้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าจุดใดมีสัญญาณwi-fi บ้าง รวมถึงขั้นตอนการใช้งานอย่างละเอียด นอกจากนี้ กทม. จะมีการติดตั้งเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,000 จุด ในหน่วยงาน กทม. อาทิ ศาลาว่าการกทม. 1 และ 2 สำนักงานเขต บริเวณศูนย์บริการ กทม. โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์กีฬา ห้องสมุด เป็นต้น ซึ่งจะให้มีการกำหนดจุดและติดตั้งให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กทม. ไม่ได้ปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนรายอื่นมาติดตั้งระบบไวไฟ ยังมีการเชิญชวนอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 คมชัดลึก (Link)


เปิดใช้'ไวไฟ'ฟรี2หมื่นจุดทั่วกรุงเร็ว2เม็ค กทม.เปิดใช้"ไวไฟ"ฟรี 2 หมื่นจุดทั่วกรุง ความเร็วสูงสุด 2 เม็ค คาดปชช.แห่ใช้ 1.5 แสนคนใน 6 เดือน 24พ.ค.2555 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. ครั้งที่ 5 /2555 โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ได้มีการรายงานการจัดทำโครงการแบงค์คอกไวไฟ ที่ กทม. ร่วมกับบริษัททรูอินเทอร์เน็ต จำกัด ติดตั้งระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีกว่า 20,000 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ใน 2 รูปแบบ คือ ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 2 Mbps./512 Kbps. ฟรี 5 ชั่วโมงต่อเดือน โดยต่ออายุทุก 6 เดือน และความเร็ว 256 Kbps./128Kbps. โดยไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน และต่ออายุทุก 6 เดือน เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ โดยจะเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกในทุกที่ทุกเวลา นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในที่ประชุมด้วยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดให้บริการ 14,000 จุด โดยกทม.จะเพิ่มจุดให้บริการให้เป็น 20,000 จุด โดยจะทำให้สามารถใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วเพิ่มมากขึ้น และประชาชนสามารถใช้งานได้จำนวนมากขึ้นประมาณ 150,000 คน ภายในช่วง 6 เดือน ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งครบแล้วทั้ง 20,000 จุด โดยพื้นที่ให้บริการจะครอบคลุมสถานที่ที่ผู้ใช้บริการอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานีบริการขนส่งมวลชน สนามบิน ป้ายรถประจำทาง เป็นต้น ทั้งนี้ได้สั่งการให้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าจุดใดมีสัญญาณwi-fi บ้าง รวมถึงขั้นตอนการใช้งานอย่างละเอียด นอกจากนี้ กทม. จะมีการติดตั้งเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,000 จุด ในหน่วยงาน กทม. อาทิ ศาลาว่าการกทม. 1 และ 2 สำนักงานเขต บริเวณศูนย์บริการ กทม. โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์กีฬา ห้องสมุด เป็นต้น ซึ่งจะให้มีการกำหนดจุดและติดตั้งให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กทม. ไม่ได้ปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนรายอื่นมาติดตั้งระบบไวไฟ ยังมีการเชิญชวนอย่างต่อเนื่อง
ที่มา : วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 คมชัดลึก (Link)
เปิดใช้'ไวไฟ'ฟรี2หมื่นจุดทั่วกรุงเร็ว2เม็ค กทม.เปิดใช้"ไวไฟ"ฟรี 2 หมื่นจุดทั่วกรุง ความเร็วสูงสุด 2 เม็ค คาดปชช.แห่ใช้ 1.5 แสนคนใน 6 เดือน 24พ.ค.2555 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน กทม. ครั้งที่ 5 /2555 โดยสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล ได้มีการรายงานการจัดทำโครงการแบงค์คอกไวไฟ ที่ กทม. ร่วมกับบริษัททรูอินเทอร์เน็ต จำกัด ติดตั้งระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายฟรีกว่า 20,000 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ใน 2 รูปแบบ คือ ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 2 Mbps./512 Kbps. ฟรี 5 ชั่วโมงต่อเดือน โดยต่ออายุทุก 6 เดือน และความเร็ว 256 Kbps./128Kbps. โดยไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน และต่ออายุทุก 6 เดือน เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ โดยจะเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวกในทุกที่ทุกเวลา นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในที่ประชุมด้วยว่า โครงการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีจุดให้บริการ 14,000 จุด โดยกทม.จะเพิ่มจุดให้บริการให้เป็น 20,000 จุด โดยจะทำให้สามารถใช้งานระบบอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วเพิ่มมากขึ้น และประชาชนสามารถใช้งานได้จำนวนมากขึ้นประมาณ 150,000 คน ภายในช่วง 6 เดือน ขณะนี้ได้ดำเนินการติดตั้งครบแล้วทั้ง 20,000 จุด โดยพื้นที่ให้บริการจะครอบคลุมสถานที่ที่ผู้ใช้บริการอยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สถานีบริการขนส่งมวลชน สนามบิน ป้ายรถประจำทาง เป็นต้น ทั้งนี้ได้สั่งการให้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าจุดใดมีสัญญาณwi-fi บ้าง รวมถึงขั้นตอนการใช้งานอย่างละเอียด นอกจากนี้ กทม. จะมีการติดตั้งเพิ่มเติมอีกประมาณ 1,000 จุด ในหน่วยงาน กทม. อาทิ ศาลาว่าการกทม. 1 และ 2 สำนักงานเขต บริเวณศูนย์บริการ กทม. โรงพยาบาล โรงเรียน ศูนย์บริการสาธารณสุข ศูนย์กีฬา ห้องสมุด เป็นต้น ซึ่งจะให้มีการกำหนดจุดและติดตั้งให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กทม. ไม่ได้ปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนรายอื่นมาติดตั้งระบบไวไฟ ยังมีการเชิญชวนอย่างต่อเนื่อง

ระดมหาจ่าจำรัสหลังจมโขงขณะจับยา