"นิคม" ปล่อยน้ำตาลูกผู้ชายในสภา ลั่น "ไม่อยากอยู่ในตำแหน่ง หรอก อยากถอดเชิญ"
ในสภามีบรรยากาศตรึงเครียด - ถึงขนาดทำให้ "นิคม" ชี้แจง "จุรินทร" ด้วยน้ำตาคลอ พร้อมบอกว่า "ในฐานะประธานวิป 3 ฝ่าย ไม่อยากเป็นหรอก แต่พวกท่านเชิญมาเอง ถ้าเห็นว่าผิดเชิญถอดถอนได้"
วันนี้ ( 10 ก.ย.56) ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อเวลา 10.30 น. มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.เป็นวันที่ 11 ในมาตรา 8 ว่าด้วยเรื่องการเลือกตั้ง ส.ว.แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยให้มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วันนับตั้งแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง เว้นแต่วาระของวุฒิสภาจะเหลือไม่ถึง 180 วันจะดำเนินการเลือกตั้งไม่ได้ โดยมีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภาทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม
ก่อนเข้าสู่วาระ น.พ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือถึงกรณีที่นายนิคม มีการสั่งปิดการอภิปรายในมาตรา 7 ช่วงดึกของวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาทั้งที่อภิปรายไปได้ไม่กี่คน ซึ่งการวินิจฉัยของประธาน 2 คนที่ผลัดกันขึ้นมาทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน เป็นคำวินิจฉัย 2 มาตรฐาน จึงอยากทราบว่าได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้หรือไม่ ในขณะที่ น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายโต้แย้งว่าใช้ข้อบังคับคนละข้อและต่างสถานการณ์ ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ชอบแล้ว
ด้าน นายนิคม ชี้แจงว่า ได้วินิจฉัยตามข้อบังคับการประชุมที่มีการออกภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา137 การปิดอภิปรายเป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของสมาชิกในที่ประชุมเมื่อเห็นว่ามีการอภิปรายครบถ้วน ยืนยันว่าไม่มีอะไรที่วินิจฉัยขัดแย้งกับสมศักดิ์ เพราะกรณีของตนกับนายสมศักดิ์เป็นคนละกรณีกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นบรรยากาศเป็นไปด้วยความวุ่นวาย เมื่อนายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ประท้วงว่า ทำไมต้องรวบรัด หรือเพื่อจะให้ทันกับเวลาของ ส.ว.เลือกตั้งในเดือนมี.ค.57 การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ทำโดยเสียงข้างมากที่ฉ้อฉล ดันทุรัง ทำให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา และร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เกิดความไม่พอใจและขอให้ถอนคำพูดไม่เช่นนั้นมีเรื่องแน่ จนนายประสารยอมถอนคำพูด
การประชุมยังคงตึงเครียดต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันไปมา โดยเปลี่ยนคู่ไปเรื่อยๆ กระทั่งนายนิคมต้องชี้แจงนายจุรินทร์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ในฐานะประธานวิป 3 ฝ่าย ที่จริงไม่อยากเป็นหรอก แต่พวกท่านไปเชิญผมมาเป็น การทำงานต้องยึดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ถ้าเห็นว่าผมทำผิดก็ใช้สิทธิยื่นถอดถอนได้ แต่อย่ามากล่าวหากัน ผมไม่ได้ร้องไห้แต่แค่อัดอั้นตันใจ"
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ประชุมใช้เวลาในการหารือนานกว่า 2 ชั่วโมงท้ายที่สุดเมื่อเวลา 12.20 น.นายนิคมได้ตัดบทให้ที่ประชุมเข้าสู่วาระการพิจาราในมาตรา 8 ทันที
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น